NEW
Font size
S
M
L
XL
WorksheetsCPIAT-1.1
Total questions: 50
Worksheet time: 50mins
Name
Class
Date
1.
หน่วยงานตรวจสอบภายในจะปฏิบัติงานให้ประสบความสาเร็จได้ จะต้องประกอบด้วย
1. ความเป็นอิสระ
2. ความเที่ยงธรรม
3. ความเชี่ยวชาญ
4. ความระมัดระวังในทางวิชาชีพอย่างเหมาะสม
a)
ข้อ 1 และ 2
b)
ข้อ 2 และ 3
c)
ข้อ 3 และ 4
d)
ข้อ 1 , 2 , 3 และ 4
2.
ผู้ตรวจสอบภายใน ควรมีความสามารถในการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้แสดงถึงคุณลักษณะของความสามารถในการมีปฏิสัมพันธ์
a)
การสื่อสาร
b)
ความเป็นผู้นำ
c)
การบริหารโครงการ
d)
การสร้างความสามารถให้ทีม
3.
คำนิยามของบริการให้ความเชื่อมั่น ที่ดีที่สุดคือ
a)
การตรวจสอบหลักฐานอย่างเที่ยงธรรม โดยมีเป้าหมายคือการประเมินอย่างอิสระ
b)
บริการให้ความเชื่อมั่นมีเป้าหมายที่จะเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานขององค์กร
c)
กิจกรรมทางวิชาชีพซึ่งวัดและสื่อสารถึงข้อมูลทางการเงินและการปฏิบัติงาน
d)
การประเมินอย่างเที่ยงธรรมถึงการปฏิบัติตามนโยบาย แผนงาน วิธีปฏิบัติงานกฎหมาย และ ระเบียบ
4.
กิจการควรจะต้องจัดให้มีกระบวนการกำกับดูแลกิจการที่เหมาะสม ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ประโยชน์ของการกากับดูแลกิจการที่ดีที่มีต่อกิจการโดยตรง
a)
ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ปราศจากการทุจริต
b)
สามารถระดมทุนได้ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม
c)
ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นในกิจการ
d)
ช่วยลดต้นทุนการดำเนินกิจการ
5.
ข้อต่อไปนี้ ข้อใดคืองานของตรวจสอบภายในที่เกี่ยวกับการกำกับดูแล
a)
ให้ความเชื่อมั่นแก่ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการเกี่ยวกับประสิทธิผลของกิจกรรมการกำกับดูแล
b)
ประเมินประสิทธิผลของกระบวนการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน
c)
มีส่วนช่วยในกระบวนการประเมินตนเองของคณะกรรมการ
d)
ถูกทุกข้อ
6.
Three Lines of Defense Model Modelกลุ่มคนที่อยู่ในแนวป้องกันชั้นที่สอง และสาม ได้แก่
a)
ผู้จัดการฝ่ายผลิต และ ผู้บริหารระดับสูง
b)
หน่วยงานบริหารความเสี่ยง และ หน่วยงานกำกับดูแล
c)
ผู้จัดการฝ่ายขาย และหน่วยงานตรวจสอบภายใน
d)
หน่วยงานบริหารความเสี่ยง และหน่วยงานตรวจสอบภายใน
7.
ข้อใดคือความหมายของการควบคุมภายใน ที่ถูกต้องที่สุด
a)
การกระทำใดๆ โดยฝ่ายบริหาร คณะกรรมการ และกลุ่มบุคคลอื่นๆ เพื่อจัดการกับความเสี่ยงและเพิ่มความเป็นไปได้ในอันที่จะบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กาหนดไว้
b)
การกระทำโดยผู้บริหารจะวางแผน (PlanningPlanning) จัดระบบ (OrganizingOrganizing) รวมทั้งกากับและสั่งการ (Directin gg) ให้เกิดการปฏิบัติอย่างเพียงพอเพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้
c)
การกระทำใดๆ โดยฝ่ายบริหาร คณะกรรมการ และกลุ่มบุคคลอื่นๆ เพื่อจัดการกับความเสี่ยงและเพิ่มความเป็นไปได้ในอันที่จะบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กาหนดไว้ โดยผู้บริหารจะวางแผน (PlanningPlanning) จัดระบบ (OrganizingOrganizing) รวมทั้งกากับและสั่งการ (DirectingDirecting) ให้เกิดการปฏิบัติอย่างเพียงพอเพื่อก่อให้เกิดความเชื่อมั่นอย่างสมเหตุสมผลว่าจะบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้
d)
กระบวนการหรือขั้นตอนการทางานที่เป็นผลมาจากการออกแบบโดยคณะกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคลากรอื่นๆ ขององค์กร เพื่อก่อให้เกิดความมั่นใจได้อย่างสมเหตุสมผลว่า องค์กรจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้
8.
ข้อใดกล่าวถึงบทบาทของผู้ตรวจสอบภายในสำหรับกระบวนการ CSA ได้ถูกต้อง
a)
มีความจำเป็นที่ต้องมีผู้ตรวจสอบภายในในกระบวนการ CSA เนื่องจากผู้ตรวจสอบภายในมีประสบการณ์ด้านการรายงาน
b)
มีความจำเป็นที่ต้องมีผู้ตรวจสอบภายในในกระบวนการ CSA เนื่องจากผู้ตรวจสอบภายในมีความรู้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์ ความเสี่ยง และการควบคุมภายใน ดีที่สุด
c)
ผู้บริหารอาจดำเนินการเองได้ โดยไม่จาเป็นต้องมีผู้ตรวจสอบภายในมาร่วม
d)
ไม่จำเป็นที่ต้องมีผู้ตรวจสอบภายในในกระบวนการ CSA เนื่องจากผู้บริหารจะสะดวกใจที่จะพูดคุยถึงปัญหา หากมีผู้ตรวจสอบภายในอยู่ในที่นั้น
9.
ความเสี่ยงคือ ผลกระทบของความไม่แน่นอน ที่มีต่อวัตถุประสงค์ ข้อใดคือความเสี่ยงตามนิยามนี้
a)
การที่ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
b)
การเปลี่ยนแปลงในเทคโนโลยีที่ใช้ในการประกอบการ
c)
จำนวนคู่แข่งเกิดขึ้นมากมายในตลาดที่บริษัทดาเนินการอยู่
d)
ถูกทุกข้อ
10.
สิ่งสาคัญที่จำเป็นต้องมีเป็นอย่างแรกในกระบวนการบริหารความเสี่ยง ไม่ว่าจะอยู่ในกรอบหรือมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงฉบับใดก็ตาม คือ
a)
วัตถุประสงค์
b)
ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
c)
ผู้รับผิดชอบ
d)
สมมติฐาน
11.
ขั้นตอนพื้นฐานสาหรับการบริหารความเสี่ยงที่สาคัญโดยทั่วไป ประกอบด้วย
a)
การกาหนดวัตถุประสงค์ การระบุความเสี่ยง และการประเมินความเสี่ยง
b)
การระบุความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง และการจัดการกับความเสี่ยง
c)
การกาหนดวัตถุประสงค์ การระบุความเสี่ยง และการประเมินความเสี่ยง และการควบคุมความเสี่ยง
d)
การระบุความเสี่ยง และการประเมินความเสี่ยง และการจัดการความเสี่ยง และการติดตามผล
12.
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความเสี่ยง
a)
พนักงานที่มาใหม่
b)
ระบบสารสนเทศที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่
c)
การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
d)
ไม่มีข้อใดถูกต้อง
13.
ข้อใดไม่ใช่แรงจูงใจ/แรงกดดันที่เป็นองค์ประกอบของการเกิดทุจริต
a)
ผลงานการขายที่ไม่ถึงเป้าหมาย และจะส่งผลต่อการประเมินผลงาน
b)
เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบตามทวงหนี้
c)
ความรู้สึกไม่มั่นคงทางการเงินเมื่อใกล้วัยเกษียณ
d)
ความมั่นใจว่าจะถูกตรวจสอบจากหัวหน้างาน
14.
ข้อใดคือการกระทำที่ถือเป็นทุจริต
a)
ฝ่าฝืนระเบียบเรื่องการเข้างานให้ตรงต่อเวลา
b)
ยืมเงินที่ต้องนาฝากธนาคารไปใช้ชั่วคราว
c)
เปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับให้แก่เพื่อนที่สนิท
d)
เจตนาและตั้งใจต่อต้านหัวหน้างานคนใหม่
15.
ข้อบ่งชี้ถึงสัญญาณเตือนภัย
a)
ส่วนแบ่งทางการตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง
b)
ยอดขายเพิ่มอย่างต่อเนื่อง แต่ลูกหนี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
c)
หนี้เกินกาหนดชาระลดลงอย่างต่อเนื่อง
d)
ยอดขายลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่สัดส่วนลูกหนี้ต่อยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
16.
ผู้ที่รับผิดชอบในการรายงานผลการตรวจสอบให้ตรงกับวัตถุประสงค์ การตรวจสอบที่กำหนดไว้ ได้แก่
a)
ผู้ตรวจสอบภายในที่ทาหน้าที่ตรวจสอบงานนั้น ๆ
b)
หัวหน้าทีมผู้ตรวจสอบภายในที่รับผิดขอบในงานตรวจสอบ
c)
ผู้บริหารงานตรวจสอบภายใน (CAECAE)
d)
ถูกทุกข้อ
17.
ข้อใดถูกต้องที่สุด หน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบภายในคือ
a)
สอบทาน ประเมินและ กาหนดระบบการควบคุมภายในตามที่ฝ่ายบริหารกาหนดอย่างเป็นอิสระ
b)
สอบทาน ประเมินและกาหนดความเสี่ยงที่ยอมรับได้ให้ฝ่ายจัดการกาหนดระบบการบริหารความเสี่ยงด้วยความเที่ยงธรรม
c)
ให้คาแนะนาปรึกษาในการปรับปรุงระบบการควบคุมภายใน การกากับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นอิสระและเป็นระบบ
d)
ให้ความเชื่อมั่น และคาปรึกษาเรื่องระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และการควบคุมที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นอิสระ
18.
การใช้ความระมัดระวังแบบมืออาชีพ (Due Professional Care Care) ข้อใดถูกต้อง
a)
กาหนดให้หน่วยงานตรวจสอบมีสายการรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบ
b)
กาหนดให้หัวหน้าผู้ตรวจสอบต้องเปิดเผยความมีส่วนเกี่ยวข้องหรือส่วนได้เสียแก่ผู้รับการตรวจสอบ
c)
การปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม
d)
ผู้ตรวจสอบภายในต้องใช้ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ อย่างเต็มที่เพื่อการตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบอย่างมีเหตุผล
19.
การตรวจสอบตามกรอบการดาเนินงาน COBIT 5 ข้อใดไม่ใช่แนวทางการดำเนินงานด้าน Governance
a)
การประเมิน
b)
การวางแผน
c)
การตรวจสอบ
d)
การกำกับ
20.
Authentication หมายถึง
a)
ระบบที่ตรวจสอบว่าผู้ใช้งานมีสิทธิในการทารายการนั้น
b)
ระบบที่ตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้งาน
c)
ผู้ใช้งานยืนยันตัวเองในระบบ
d)
ผู้ใช้งานตรวจสอบระบบว่าทางานถูกต้อง
21.
ในมาตรฐาน COBIT ไม่ได้พูดถึงกระบวนการควบคุมใด
a)
General Control
b)
Exchange Control
c)
Business Control
d)
Process Control
22.
ข้อใดเป็นศัทพ์ที่ใช้กับ IT Recovery Process
a)
Red-YellowYellow-Green
b)
High-MediumMedium-Low
c)
High-MediumMedium-Low
d)
Hot-WarmWarm-Cold
23.
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่เหมาะสมในด้านการควบคุมในระบบงาน (Application Control)
a)
นาข้อมูลที่ถูก Reject กลับเข้าสู่การประมวลผลตามปกติจะต้องได้รับการสอบทานและอนุมัติ
b)
จัดให้มีการควบคุมจานวนข้อมูลระหว่างการประมวลผล ยกเว้น กรณีที่มีการควบคุมการนาเข้าและรายงานที่มีประสิทธิภาพ
c)
กรณีข้อมูลจากระบบหนึ่งเป็นผลลัพธ์ส่งเป็นข้อมูลเข้าอีกระบบหนึ่ง การรับข้อมูลจากระบบงานอื่นควรมีการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน
d)
ความปลอดภัยของข้อมูลรายงานที่ต้องจัดส่งให้ผู้ใช้งาน
24.
การจัดให้มีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างบุคคลต่อไปนี้ ข้อใดไม่ถูกต้องหรือ ไม่จำเป็น
a)
โปรแกรมเมอร์และโอเปอเรเตอร์
b)
โปรแกรมเมอร์และซีสเต็มโปรแกรมเมอร์
c)
โปรแกรมเมอร์และผู้รักษาความปลอดภัยระบบงานคอมพิวเตอร์
d)
ผิดทุกข้อ
25.
ข้อใดต่อไปนี้เป็นประเภทของการควบคุมโดยกาหนดให้มีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์กับงานปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
a)
การควบคุมการพัฒนาระบบงาน
b)
การควบคุมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์
c)
การควบคุมระบบงาน
d)
การควบคุมการจัดโครงสร้างองค์กร
26.
วิธีการป้องกันที่ดีเพือป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์ในองค์กรติด Computer Virus คือ
a)
เปรียบเทียบ software ที่ใช้กับรายการ Software ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้
b)
สแกนไวรัสเป็นระยะๆ
c)
อนุญาตให้ใช้ Software ทีได้รับอนุญาตเท่านั้น
d)
เตรียมและทดสอบแผนฉุกเฉินในกรณีที่คอมพิวเตอร์ขององค์กรติด
27.
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่Control สำหรับการนำเข้าข้อมูล
a)
การจากัดวงเงินฝาก ถอน ต่อครั้งผ่านตู้ ATM ( Limit Check)
b)
การจากัดการบันทึกข้อมูลช่วงอายุลูกค้า (Range
c)
การเช็คคานวณเลขหลักสุดท้ายในบัญชีเงินฝาก (Check digit verification)
d)
การกระทบยอดจานวนรายการข้อมูลที่นามาประมวลผล
28.
ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ตัวอย่างของการควบคุมเฉพาะระบบ (Application Controls) ในส่วนของการควบคุมการประมวลผล (Processing Controls)?
a)
มีการจัดทาข้อมูลชุดสารองอย่างครบถ้วน
b)
มีการใช้เลขที่อ้างอิงแฟ้มข้อมูล (File or volume labels) เพื่อความถูกต้องในการเรียกใช้งาน
c)
มีการสอบยันกระทบยอดจานวนรายการข้อมูลที่นามาประมวลผล
d)
มีการทดสอบความถูกต้องสมเหตุสมผลของผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลข้อมูล
29.
การควบคุมระบบงานข้อใดต่อไปนี้ ทำให้แน่ใจได้ว่า ข้อมูลสินค้าคงคลัง ได้บันทึกเข้าระบบโดยครบถ้วนและถูกต้อง
a)
Sequence Checking
b)
Batch Totals
c)
Limit Checking
d)
Check Digits
30.
เพื่อหลีกเลี่ยงการนาเข้าข้อมูลที่ผิดพลาด แต่ละเลขที่บัญชี ธนาคารได้เพิ่มตัวเลข เป็นตัวท้ายสุดของแต่ละเลขที่บัญชี วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการคานวน Algorithm เทคนิคนี้เรียกว่า
a)
Sequence Checking
b)
Check Digits
c)
Cross footing
d)
Field check
31.
ในการควบคุมระบบงาน ข้อใดต่อไปนี้เป็นการควบคุมการนำเข้าข้อมูลที่ใช้ในการตรวจพบข้อมูลนาเข้าที่ผิดพลาดในฟิลด์ Customer account number
a)
Limit check
b)
Validity check
c)
Control total
d)
Hash total
32.
เทคนิคที่ใช้ในการป้องกันการนาเข้าข้อมูลตัวอักษร ในฟิลด์ที่กาหนดว่าต้องเป็นตัวเลขเท่านั้น
a)
A sequence check
b)
A check digit
c)
A record count
d)
A format check
33.
ในการควบคุมระบบงาน ข้อใดต่อไปนี้เป็นการควบคุมการนาเข้าข้อมูลที่ใช้ในการตรวจพบข้อมูลนาเข้าที่ผิดพลาดในฟิลด์ จานวนเงิน ของรายการจ่ายแต่ละรายการ
a)
Record count
b)
Echo check
c)
Check digit
d)
Limit check
34.
ข้อใดต่อไปนี้ เป็นข้อสังเกตจากการตรวจสอบ (Audit Finding) ที่มีผลกระทบต่อการควบคุมเฉพาะระบบงาน(Application Control) ทุกหัวข้อ ได้แก่ ความครบถ้วนสมบูรณ์ (Completeness) ความถูกต้อง (Accuracy) ความสมเหตุสมผล (Validity) การจำกัดสิทธิในระบบงาน (Restricted Access) ?
a)
การ Gen เลขที่ใบกากับสินค้า ไม่เรียงลาดับเลขที่
b)
ยอดขายที่บันทึกในระบบบัญชี (Account System) ไม่ตรงกับระบบขายสินค้า (Sales & Distribution Syste m)
c)
ระบบงานงานสามารถ Gen เอกสารใบเสนอขาย (Sale Order) ให้กับลูกค้าที่ยังไม่มีข้อมูลในระบบข้อมูลลูกค้า
d)
หัวหน้าแผนกขายมีรหัส (ID/PASSWORD) ที่สามารถเข้าใช้งานกับหน้าจอเมนูของทุกหน่วยงาน
35.
การควบคุมทางด้าน IT ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อ
a)
ป้องกันความเสียหาย และสูญหายของข้อมูล
b)
ป้องกันการเปลี่ยนแปลง แก้ไข รวมถึง การเปิดเผยข้อมูล
c)
ป้องกันการนาข้อมูลไปใช้โดยบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือได้รับอนุมัติ
d)
ป้องกันการสารองข้อมูลที่ไม่เพียงพอ
36.
การกระทำใดของบริษัทที่ ไม่ถือเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้แก่ผู้เป็นเจ้าหนี้
a)
การออกหุ้นกู้เพิ่ม
b)
การจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น
c)
การซื้อหุ้นสามัญบางส่วนกลับคืน
d)
การออกหุ้นสามัญเพิ่ม
37.
ตามหลักการ Risk and Return Tradeoff Tradeoff ข้อความใดกล่าวถูกต้อง
a)
การลงทุนใดที่มีความเสี่ยงสูง อัตราผลตอบแทนที่ต้องการจะต้องสูงเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงเพิ่มขึ้น
b)
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง (Risk Free Rate of Return Return) มีค่าเท่ากับศูนย์ เนื่องจากไม่มีความเสี่ยง
c)
ส่วนชดเชยความเสี่ยง (Risk Premium Premium) จะมีค่ามากขึ้น หากความเสี่ยงสูงขึ้น
d)
ข้อ ก. และ ค. กล่าวได้ถูกต้อง
38.
ตามงบกำไรขาดทุนแบบอัตราร้อยละ ถ้าอัตราร้อยละของกำไรขั้นต้นทั้งสองงวดเท่ากัน แต่อัตราร้อยละของกำไรจากการดาเนินงานในงวดปัจจุบันต่ำกว่างวดที่ผ่านมาแสดงถึงสถานการณ์ในข้อใด
a)
ยอดขายของกิจการในงวดปัจจุบันต่ากว่างวดที่ผ่านมา
b)
กิจการมีประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตด้อยลง
c)
กิจการมีความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดาเนินงานด้อยลง
d)
กิจการมีภาระดอกเบี้ยและภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มขึ้น
39.
ทุกข้อต่อไปนี้เป็นการระดมทุนจากภายนอก (External Financing Financing) ยกเว้นข้อใด
a)
การระดมทุน โดยการออกจาหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน
b)
การนากาไรสุทธิจากการดำเนินงาน ส่วนที่เหลือจากการจ่ายปันผล มาลงทุนต่อ
c)
การกู้เงินระยะยาว 5 ปี จากธนาคาร
d)
การระดมทุนโดยการออกตั๋วแลกเงินอายุ 9 เดือน
40.
ข้อใดเป็นการตัดสินใจ “ระดมทุน” (FinancingFinancing)
a)
บริษัทขายบริษัทลูกของตนออกไป
b)
ธนาคารปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำในการซื้อบ้าน
c)
ธนาคารเพิ่มเป้าหมายด้านเงินฝาก
d)
บริษัททุ่มเงินจัดงานฉลองครบรอบ 60 ปี
41.
ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายในการจัดหาเงินทุน
a)
Conservative ต้นทุนทางการเงินต่ำ ผลตอบแทนสูง
b)
Conservative ต้นทุนทางการเงินสูง ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงต่ำ
c)
Aggressive ต้นทุนทางการเงินต่ำ ผลตอบแทนต่ำ
d)
Aggressive ต้นทุนทางการเงินต่ำ ผลตอบแทนต่อความเสี่ยงต่ำ
42.
ข้อแตกต่างของการจัดการเชิงกลยุทธ์มีปัจจัยที่มีข้อแตกต่างจากการจัดการทั่วไปอย่างไร
a)
การกาหนดวิสัยทัศน์
b)
การกาหนดแผนปฏิบัติการ
c)
การกาหนดตัวชี้วัด
d)
การวิเคราะห์ SWOT และการปรับแผน
43.
การจัดการเชิงกลยุทธ์แตกต่างจากการจัดการทั่วไปอย่างไร
a)
การวิเคราะห์ SWOT และปรับเปลี่ยนเป้าหมาย
b)
การระบุวิสัยทัศน์องค์กร
c)
การระบุภารกิจ
d)
การระบุเป้าหมาย
44.
องค์ประกอบการจัดการเชิงกลยุทธ์ได้แก่
a)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การกำหนดกลยุทธ์ การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ การควบคุมความเสี่ยง
b)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การกาหนดกลยุทธ์ การนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ การกำกับดูแลกิจการที่ดี
c)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การกาหนดกลยุทธ์ การนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ การกำหนดวิสัยทัศน์
d)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม การกาหนดกลยุทธ์ การนากลยุทธ์ไปปฏิบัติ การประเมินผลและการควบคุม
45.
วิสัยทัศน์ (Vision) กับ พันธกิจ (Mission) เทียบเคียงกับ ?
a)
งานหลัก และ งานเสริม
b)
เป้าหมายหลัก และเป้าหมายรอง
c)
กระแสหลัก และกระแสร่วม
d)
มรรค และ ผล
46.
บริษัท ก และ บริษัท ข ผลิตสินค้าที่ใช้ทดแทนกัน หากบริษัท ข เพิ่มราคาขายสินค้าจะส่งผลกระทบอย่างไรกับบริษัท ก
a)
ราคาสินค้าสูงขึ้น
b)
Demand สูงขึ้น
c)
Supply สูงขึ้น
d)
ถูกทุกข้อ
47.
บริษัท ผู้ผลิตนมเข้าซื้อฟาร์มโคนมเพื่อจัดหานมเป็นของตัวเอง กลยุทธ์การเจริญเติบโตของ บริษัท ฯ จะระบุว่าเป็น
a)
Horizontal integration
b)
Vertical integration
c)
Concentric diversification
d)
Conglomerate diversification
48.
ข้อใดเป็นแรงผลักดันพื้นฐานในการแข่งขันให้มีแนวโน้มการมีกำไรกำไรสูงสุดในอุตสาหกรรม
I.อุปสรรคของผู้แข่งขันรายใหม่
II.อานาจต่อรองของผู้ขาย
III.ควาสามารถในการเข้าถึงวัตถุดิบและแรงงาน
IV.ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์
a)
I เท่านั้น
b)
I และ II เท่านั้น
c)
III และ IV เท่านั้น
d)
I, II, III, และ IV
49.
ในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ สัญญาณของการลดลงในช่วงถดถอย (DeclineDecline)
a)
ระดับของสินค้าคงคลัง
b)
ยอดขาย
c)
ต้นทุนผลิตสินค้า
d)
ราคาสินค้า
50.
ในช่วงแนะนำ (IntroductionIntroduction) สินค้าใหม่, รายได้โดยปกติจะลดลงจาก
a)
ค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการขาย (Expensive sales promotion promotion)
b)
คู่แข่งขันสูง (High competition competition)
c)
ตลาดมวลชน (Mass Market Market)
d)
มีหลายทางเลือก (Available alternatives alternatives)
Reset
