wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิทย์ ม.1 เทอม2 ลมบก ลมทะเล

Total questions: 54

Worksheet time: 27mins

Name
Class
Date
1.

ลมบกเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด?

a)

บ่าย

b)

กลางวัน

c)

เช้า

d)

กลางคืน

2.

ลมทะเลเกิดจากอะไร?

a)

การเปลี่ยนแปลงของแรงดันอากาศ

b)

ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างพื้นดินและน้ำ

c)

การหมุนของโลก

d)

การเคลื่อนที่ของดาว

3.

ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีอิทธิพลต่อประเทศใด?

a)

ประเทศไทย

b)

ประเทศจีน

c)

ประเทศญี่ปุ่น

d)

ประเทศอินเดีย

4.

ลมบกมีลักษณะอย่างไร?

a)

พัดจากทะเลสู่ฝั่ง

b)

พัดจากฝั่งสู่ทะเล

c)

พัดจากเหนือสู่ใต้

d)

พัดจากใต้สู่เหนือ

5.

ลมทะเลเกิดขึ้นในช่วงเวลาใด?

a)

เช้า

b)

กลางคืน

c)

กลางวัน

d)

บ่าย

6.

ลมมรสุมมีลักษณะอย่างไร?

a)

เป็นลมประจำถิ่น

b)

เป็นลมประจำฤดู

c)

เป็นลมที่เกิดจากการระเบิด

d)

เป็นลมที่เกิดจากพายุ

7.

ลมบกและลมทะเลเกิดจากอะไร?

a)

การหมุนของโลก

b)

การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

c)

ความแตกต่างของอุณหภูมิ

d)

การเคลื่อนที่ของอากาศ

8.

ลมทะเลพัดจากไหนไปไหน?

a)

จากฝั่งไปทะเล

b)

จากใต้ไปเหนือ

c)

จากทะเลไปฝั่ง

d)

จากเหนือไปใต้

9.

ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดมาจากประเทศใด?

a)

ประเทศไทย

b)

ประเทศอินเดีย

c)

ประเทศจีน

d)

ประเทศญี่ปุ่น

10.

ลมบกมีอุณหภูมิเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำ?

a)

ร้อนกว่า

b)

ไม่แน่นอน

c)

เย็นกว่า

d)

เท่ากัน

11.

ลมมรสุมมีความสำคัญอย่างไร?

a)

ทำให้เกิดน้ำท่วม

b)

ทำให้เกิดแผ่นดินไหว

c)

ทำให้เกิดพายุ

d)

ส่งผลต่อสภาพอากาศ

12.

ลมบกและลมทะเลเป็นลมประเภทใด?

a)

ลมที่เกิดจากพายุ

b)

ลมที่เกิดจากการระเบิด

c)

ลมประจำฤดู

d)

ลมประจำถิ่น

13.

ลมทะเลเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอะไร?

a)

การหมุนของโลก

b)

ความชื้น

c)

แรงดันอากาศ

d)

อุณหภูมิ

14.

ความกดอากาศสูง มีความหมายคล้ายกับข้อใด

a)

ความกดอากาศสูง

คือ มีอุณหภูมิสูง

b)

ความกดอากาศสูง

คือ มีอุณหภูมิต่ำ

c)

ความกดอากาศสูง

คือ มีอุณหภูมิปกติ

d)

ความกดอากาศสูง

คือ มีอุณหภูมิลดลง

15.

ความกดอากาศต่ำ มีความหมายคล้ายกับข้อใด

a)

ความกดอากาศต่ำ

คือ มีอุณหภูมิสูง

b)

ความกดอากาศต่ำ

คือ มีอุณหภูมิต่ำ

c)

ความกดอากาศต่ำ

คือ มีอุณหภูมิปกติ

d)

ความกดอากาศต่ำ

คือ มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น

16.

ลมบก เกิดจากเหตุการณ์ในข้อใด

a)

พื้นดินคายความร้อน

ได้เท่ากับพื้นน้ำ

b)

พื้นดินคายความร้อน

ได้ช้ากว่าพื้นน้ำ

c)

พื้นดินคายความร้อน

ได้เร็วกว่าพื้นน้ำ

d)

พื้นดินคายความร้อน

ได้พอๆกับพื้นน้ำ

17.

ลมทะเล เกิดจากเหตุการณ์ในข้อใด

a)

อากาศบนพื้นดิน

มีความร้อน

เท่ากับพื้นน้ำ

b)

อากาศบนพื้นดิน

มีความร้อน

มากกว่าพื้นน้ำ

c)

อากาศบนพื้นดิน

มีความร้อน

น้อยกว่าพื้นน้ำ

d)

อากาศบนพื้นดิน

มีความร้อน

ใกล้เคียงกับพื้นน้ำ

18.

ลมประจำถิ่น หมายถึงข้อใด

a)
ลมที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
b)
ลมที่พัดในทิศทางที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
c)
ลมที่พัดเฉพาะในฤดูร้อน
d)
ลมที่พัดในทิศทางเดียวกันในช่วงเวลาที่กำหนด
19.

ลมประจำฤดูกาล หมายถึงข้อใด

a)
ลมที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
b)
ลมที่มีความเร็วคงที่ตลอดปี
c)
ลมที่เกิดจากการเคลื่อนที่ของน้ำ
d)
ลมที่มีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล
20.

ภัยพิบัติ หมายถึงข้อใด

a)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล
b)
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและมีผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน
c)
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
d)
การพัฒนาทางเศรษฐกิจ
21.

วาตภัย มีความหมายตรงกับข้อใด

a)
พายุ
b)
พายุทอร์นาโด
c)
พายุหิมะ
d)
พายุฝน
22.

แผ่นดินไหว เป็นภัยธรรมชาติเกิดจากข้อใด

a)
การเคลื่อนที่ของเปลือกโลก
b)
การกัดเซาะของน้ำ
c)
การระเบิดของภูเขาไฟ
d)
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ
23.

น้ำท่วม เป็นปัจจัยจากข้อใด

a)
น้ำแห้ง
b)
อากาศร้อน
c)
ฝนตกหนัก
d)
ลมพัดแรง
24.

แผ่นดินถล่ม เกิดจากผลกระทบในข้อใด

a)
การขยายตัวของน้ำ
b)
การเคลื่อนที่ของดินและหิน
c)
การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
d)
การทำเหมืองแร่ใต้ดิน
25.

หลุมยุบ เกิดจากผลกระทบในข้อใด

a)
การเกิดแผ่นดินไหว
b)
การเคลื่อนที่ของแผ่นดิน
c)
การละลายของหินปูนหรือดิน
d)
การกัดเซาะของน้ำ
26.

องค์ประกอบของอากาศ มีแก๊สใดมากที่สุด

a)
ออกซิเจน
b)
คาร์บอนไดออกไซด์
c)
ฮีเลียม
d)
ไนโตรเจน
27.

ความกดอากาศ มีความหมายตรงกับข้อใด

a)
แรงที่อากาศมีต่อกัน
b)
แรงที่อากาศเคลื่อนที่
c)
แรงที่อากาศกดทับพื้นผิว
d)
แรงที่อากาศดันขึ้น
28.

ข้อใด เป็นเครื่องมือในการวัดความเร็วลม

a)
Barometer
b)
Hygrometer
c)
Anemometer
d)
Thermometer
29.

ข้อใด เป็นเครื่องมือวัดทิศทางลมที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

a)

Wind Vane

b)

Hygrometer

c)

Thermometer

d)

Anemometer

30.

ชั้นเอกโซสเฟียร์ ใช้ประโยชน์ใดมากที่สุด

a)
การสื่อสารผ่านดาวเทียมและการสำรวจอวกาศ
b)
การผลิตพลังงานจากลม
c)
การท่องเที่ยวบนดวงจันทร์
d)
การเกษตรในอวกาศ
31.

ชั้นบรรยากาศโลก แบ่งได้เป็นกี่ชั้น

a)

3 ชั้น

b)

4 ชั้น

c)

5 ชั้น

d)

6 ชั้น

32.

เมฆ หมอก พบมากในชั้นบรรยากาศใดของโลก

a)
ชั้นเมโซสเฟียร์
b)
ชั้นสตราโทสเฟียร์
c)
ชั้นโทรโพสเฟียร์
d)
ชั้นเทอร์โมสเฟียร์
33.

ประจุไฟฟ้าหรือไอออน พบมากในชั้นบรรยากาศใดของโลก

a)
สตราโตสเฟียร์
b)
ไอโอโนสเฟียร์
c)
โทรโพสเฟียร์
d)
เมโซสเฟียร์
34.

ชั้นบรรยากาศใดของโลก มีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกมากที่สุด

a)
ชั้นโอโซน
b)
ชั้นบรรยากาศชั้นกลาง
c)
ชั้นบรรยากาศชั้นต่ำ
d)
ชั้นบรรยากาศชั้นสูง
35.

องค์ประกอบของอากาศ มีแก๊สใดที่พบมากเป็นอันดับรองจากแก๊สไนโตรเจน

a)
อาร์กอน
b)
ฮีเลียม
c)
คาร์บอนไดออกไซด์
d)
ออกซิเจน
36.

ชั้นบรรยากาศ ในชั้นใด มีประโยชน์ต่อการใช้วิทยุสื่อสารทางไกล

a)
ชั้นเมโซสเฟียร์
b)
ชั้นสตราโตสเฟียร์
c)
ชั้นไอโอโนสเฟียร์
d)
ชั้นโทรโพสเฟียร์
37.

ชั้นบรรยากาศใด ที่ช่วยดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ไม่ให้มายังโลกมากเกินไป

a)

ชั้นเอกโซสเฟียร์

b)

ชั้นสตราโตสเฟียร์

c)

ชั้นเทอร์โมสเฟียร

d)

ชั้นมีโซสเฟียร์

38.

ชั้นบรรยากาศใด ที่ช่วยชะลอวัตถุนอกโลกที่ผ่านเข้ามาให้เกิดการเผาไหม้กลายเป็นวัตถุขนาดเล็ก

a)

ชั้นเอกโซสเฟียร์

b)

ชั้นสตราโตสเฟียร์

c)

ชั้นเทอร์โมสเฟียร

d)

ชั้นมีโซสเฟียร์

39.

ชั้นบรรยากาศใด ที่ช่วยชะลอวัตถุนอกโลกที่ผ่านเข้ามาให้เกิดการเผาไหม้กลายเป็นวัตถุขนาดเล็ก

a)

ชั้นเอกโซสเฟียร์

b)

ชั้นสตราโตสเฟียร์

c)

ชั้นเทอร์โมสเฟียร

d)

ชั้นเมโซสเฟียร์

40.

ข้อใด เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความดันอากาศ ทั้งหมด

a)

อุณหภูมิ, ความชื้น

b)

ความเร็วลม, อุณหภูมิ

c)

อุณหภูมิ, ความสูง

d)

ปริมาณฝน, ความสูง

41.

เครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่และเดินทางไกลๆ ส่วนใหญ่บินในชั้นบรรยากาศชั้นใด

a)
ชั้นโทรโพสเฟียร์
b)
ชั้นเมโซสเฟียร์
c)
ชั้นไอโอโนสเฟียร์
d)
ชั้นสตราโตสเฟียร์
42.

เครื่องบินรบเหนือเสียง ใชัระดับการบินในชั้นบรรยากาศชั้นใด

a)
ชั้นสตราโตสเฟียร์
b)
ชั้นไอโอโนสเฟียร์
c)
ชั้นเทอร์โมสเฟียร์
d)
ชั้นโทรโพสเฟียร์
43.

ชั้นบรรยากาศชั้นใด มีความร้อนสูงกว่าทุกชั้นบนโลก

a)

ชั้นสตราโตสเฟียร์ (Stratosphere)

b)
ชั้นเทอร์โมสเฟียร์ (Thermosphere)
c)
ชั้นโทรโพสเฟียร์ (Troposphere)
d)

ชั้นมีโซสเฟียร์

(Mesosphere)

44.

เราสามารถเห็น ดาวตก ได้ที่ชั้นบรรยากาศโลกชั้นใด มากที่สุด

a)

ชั้นเมโซสเฟียร์

(Mesosphere)

b)

ชั้นเทอร์โมสเฟียร

(Thermosphere)

c)

ชั้นสตราโตสเฟียร์

(Stratosphere)

d)

ชั้นโทรโพสเฟียร์

(Troposphere)

45.

ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พบที่จังหวัดใด เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย

a)
จังหวัดตราด
b)
จังหวัดเชียงใหม่
c)
จังหวัดนครราชสีมา
d)
จังหวัดชลบุรี
46.

ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พบที่จังหวัดใด เป็นจังหวัดแรกของประเทศไทย

a)
ภูเก็ต
b)
ชุมพร
c)
นครศรีธรรมราช
d)
ระนอง
47.

ความดัน 1 บรรยากาศ จะสามารถดันปรอทให้สูงขึ้นไปได้ กี่มิลลิเมตร

a)

570 มิลลิเมตร

b)

760 มิลลิเมตร

c)

850 มิลลิเมตร

d)

1050 มิลลิเมตร

48.

ถ้าความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 55 เมตร ความดันบรรยากาศจะลดลงจาก 20 mmHg เป็นเท่าไร

a)

11 mmHg

b)

13 mmHg

c)

15 mmHg

d)

17 mmHg

49.

ลมฟ้าอากาศ มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

สภาวะการไหลของอากาศบนพื้นที่ใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง

b)

สภาวะของอากาศบนพื้นที่ใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง

c)

สภาวะของอุณหภูมิอากาศบนพื้นที่ใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง

d)

สภาวะของความชื้นอากาศบนพื้นที่ใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง

50.

ละอองน้ำที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำ และเห็นได้ด้วยตาเปล่า บนท้องฟ้าเรียกว่า

a)

หิมะ

b)
ฝน
c)
เมฆ
d)
หมอก
51.

ละอองน้ำที่เกิดจากการกลั่นตัวของไอน้ำ และเห็นได้ด้วยตาเปล่า ใกล้พื้นดินเรียกว่า

a)

หิมะ

b)
น้ำค้าง
c)

เมฆ

d)
หมอก
52.

เมฆที่มีลักษณะที่ก่อตัวอยู่ในระดับสูงที่สุด

มีลักษณะเป็นเส้น ๆ คล้ายใยไหมหรือเป็นริ้วบาง ๆ หยิกหยองเป็นปอย

เหมือนขนนก หรือบางครั้งมองเห็นเป็นริ้วโค้ง ๆ ยาวพาดกลางท้องฟ้า

ลอยตัวอยู่ในบรรยากาศระดับสูงมากบนท้องฟ้า คือเมฆในข้อใด

a)
Stratus
b)
Cumulus
c)
Nimbus
d)
Cirrus
53.

เมฆที่มีลักษณะเป็นเมฆก้อนหนามียอดมนกลมคล้ายกะหล่ำดอก เห็นขอบนอกได้ชัดเจน ส่วนฐานมีสีค่อนข้างดำ

ก่อตัวในทางตั้ง กระจัดกระจายเหมือนสำลี ถ้าเกิดขึ้นเป็นหย่อม ๆ หรือลอยอยู่โดดเดี่ยว คือเมฆในข้อใด

a)
Stratus
b)
Cumulus
c)
Nimbus
d)
Cirrus
54.

เมฆที่มีลักษณะเป็นแผ่นหนา ๆ สม่ำเสมอในชั้นต่ำของบรรยากาศ ใกล้ผิวโลกเหมือนหมอก มีสีเทา

มองไม่เห็นดวงอาทิตย์ หรือดวงจันทร์ ไม่ทำให้เกิดวงแสง (Halo) เว้นแต่เมื่อมีอุณหภูมิต่ำมากก็อาจเกิดได้ คือเมฆในข้อใด

a)
Stratus
b)
Cumulus
c)
Nimbus
d)
Cirrus