Font size
WorksheetsCompetition for FSSC Internal Auditor
Total questions: 37
Worksheet time: 20mins
FSSC Internal Auditor ของ URC (Thailand) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปเท่านั้น
ถูก
ผิด
FSSC Internal Auditor ของ URC (Thailand) ต้องมีคุณสมบัติ
ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรข้อกำหนด FSSC 22000 เวอร์ชั่นใดก็ได้
ถูก
ผิด
FSSC Internal Auditor ของ URC (Thailand) ต้องมีคุณสมบัติ
ผ่านการฝึกอบรมเทคนิค Internal audit
ถูก
ผิด
FSSC Internal Auditor ของ URC (Thailand) ต้องมีคุณสมบัติ
มีประสบการณ์ ทำงานด้านโรงงานอาหาร อย่างน้อย 2 ปี
ถูก
ผิด
FSSC Internal Auditor ของ URC (Thailand) ต้องมีคุณสมบัติ
มีประสบการณ์ทำงานกับบริษัท URC (Thailand) อย่างน้อย 2 ปี
ถูก
ผิด
หลักการตรวจประเมินภายใน(IQA)
Auditor ต้องไม่ตรวจงานที่ตนเองรับผิดชอบ แต่สามารถตรวจสอบงานในแผนกตนเองได้
ถูก
ผิด
หลักการตรวจประเมินภายใน(IQA)
Auditor ควรต้องชี้แจงรายละเอียดการตรวจประเมินให้ Auditee ทราบ ก่อนเริ่มตรวจประเมิน
ถูก
ผิด
หลักการตรวจประเมินภายใน(IQA)
Auditor กล่าวชื่นชมในสิ่งที่ Auditee ปฏิบัติได้สอดคล้องตามข้อกำหนด
ถูก
ผิด
หลักการตรวจประเมินภายใน(IQA)
เน้นหาความไม่สอดคล้องตามข้อกำหนด
ถูก
ผิด
หลักการเขียนรายงานการตรวจประเมินจะต้องมี รายละเอียด ดังนี้
เขียนรายละเอียดประเด็นที่พบความไม่สอดคล้อง และสอดคล้องทั้งหมด ที่พบจากการตรวจประเมิน
ถูก
ผิด
การเขียนรายละเอียดประเด็นความไม่สอดคล้องที่ตรวจ IQA
จำเป็นต้องระบุชื่อพนักงานที่ปฏิบัติไม่สอดคล้องตามข้อกำหนด
ถูก
ผิด
การเขียนกล่าวอ้างถึงประเด็นความไม่สอดคล้อง ไม่จำเป็นต้องระบุรหัสเอกสารที่ตรวจพบ ระบุเฉพาะชื่อเอกสาร ก็เพียงพอต่อการเขียนรายงาน
ถูก
ผิด
การเขียนรายงานความสอดคล้อง ต้องระบุให้เห็นว่าหลักฐานที่ตรวจพบมีความสอดคล้องอย่างไรกับข้อกำหนด
ซึ่งต้องระบุ เช่น มีรายละเอียดหมายเลขเอกสาร ชื่อเอกสาร วันที่ตรวจสอบข้อมูล ผู้ตรวจสอบ ผู้ทวนสอบ พื้นที่ที่ตรวจ เป็นต้น
ถูก
ผิด
Auditor ควรระบุระดับความรุนแรงของประเด็นความไม่สอดคล้องที่ตรวจพบ ในรายงานการตรวจให้ชัดเจน เพื่อให้เชื่อมโยงกับประเด็น CAR ได้
ถูก
ผิด
เทคนิคการตรวจประเมิน
เลือกสุ่มรายงาน เฉพาะวันที่ Audit เท่านั้น เพื่อให้เห็นข้อมูลการทำงานจริง
ถูก
ผิด
เทคนิคการตรวจประเมิน เน้นสุ่มสัมภาษณ์หัวหน้า แทนผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ถูก
ผิด
เทคนิคการตรวจประเมิน รับฟังคำอธิบายของผู้ถูกตรวจประเมิน
ถูก
ผิด
เทคนิคการตรวจประเมิน ใช้คำถามที่ชี้นำคำตอบ ให้กับผู้ถูกตรวจประเมิน เช่น คำถามที่ต้องการคำตอบ ถูก หรือ ผิด
ถูก
ผิด
เทคนิคการเขียนประเด็นความไม่สอดคล้อง (การออก CAR/NC)
ต้องระบุปัญหา หรือข้อบกพร่องที่ตรวจพบให้ชัดเจน
ถูก
ผิด
เทคนิคการเขียนประเด็นความไม่สอดคล้อง (การออก CAR/NC)
ต้องระบุถึงหลักฐานที่พบว่าสอดคล้องและไม่สอดคล้องตามข้อกำหนด
ถูก
ผิด
เทคนิคการเขียนประเด็นความไม่สอดคล้อง (การออก CAR/NC)
สรุปข้อกำหนด หรือเกณฑ์ที่อ้างอิง เพื่อตัดสินความไม่สอดคล้องให้ชัดเจน
ถูก
ผิด
หลักฐาน Audit ที่ใช้ในการออก CAR/NC ได้แก่ เอกสารในระบบคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร บันทึกการทำงาน สิ่งที่สังเกตุจากการเดินตรวจในพื้นที่ ไม่รวมถึงการสัมภาษณ์ เนื่องจากเป็นคำพูด ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้
ถูก
ผิด
เกณฑ์ที่ใช้อ้างอิงตัดสินความไม่สอดคล้อง ให้ยึดตามข้อกำหนดระบบ FSSC 22000 ที่ใช้ตรวจประเมินเท่านั้น
ถูก
ผิด
ให้ประเมินข้อมูลการตรวจประเมินตามด้านล่าง และตัดสินการออกประเด็นที่พบ
พบผลการดำเนินงาน KPI แผนกผลิต ไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด
CAR
Observe
ขอหลักฐานเพิ่มเติม
จากการสัมภาษณ์ QA Supervisor ผู้ประเมินความเสี่ยงเรื่องอาหารปลอมและไม่สามารถอธิบายหลักการประเมินอาหารปลอมในเชิงวิชาการได้ และตรวจสอบบันทึกฝึกอบรมของ QA Supervisor คนดังกล่าว พบว่าไม่มีประวัติบันทึกฝึกอบรมเรื่องอาหารปลอม (Food Fraud)
CAR
Observe
ขอหลักฐานเพิ่มเติม
พบพนักงานชั่งวัตถุดิบสวมใส่ปอกแขนระหว่างปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันการหลุดร่วงของเส้นขนระหว่างปฏิบัติงาน แต่พบเส้นใยของปลอกแขนหลุดรุ่ยออกมาและสุ่มเจอหลายคนในสายการผลิตเดียวกัน
CAR
Observe
ขอหลักฐานเพิ่มเติม
พบพนักงานหลายๆคนบริเวณทางเข้า เดินเข้าแอร์ Shower โดยไม่ได้ล้างทำความสะอาดมือ และสเปรย์แอลกอฮอล์ ฆ่าเชื้อมือ ก่อนเข้าไลน์
CAR
Observe
ขอหลักฐานเพิ่มเติม
ในการตรวจพบหลอดไฟที่อยู่เหนือสายพานที่ผลิตภัณฑ์วิ่งผ่าน โดยหลอดไฟไม่มีฝาครอบหลอดไฟ
CAR
Observe
ขอหลักฐานเพิ่มเติม
การออกรายงาน CAR จำเป็นต้องระบุข้อเท็จจริงเป็นสำคัญ แต่ข้อใดไม่จำเป็นต้องระบุลงไปในการเขียนใบรายงานความไม่สอดคล้อง หรือ CAR
ใครพบ
หลักฐานสนับสนุน บันทึกที่อ้างถึง วันที่ของปัญหาที่พบ สถานที่
ไม่สอดคล้องกับมาตฐานหรือเอกสารขั้นตอนการปฏิบัติฉบับใด หรือ ข้อกำหนดใด
ประเด็นปัญหาหลักที่สำคัญ
ข้อใดให้ความหมายถูก (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
C(Conformity) คือ ยืนยันความถูกต้อง
NC(Nonconformity) คือ ไม่สอดคล้อง
OBS (Observation) คือ ข้อสังเกตที่พบ แต่ไม่ได้ผิดตามข้อกำหนด
OFI(Opportunity for improvement) คือ ข้อควรระวัง
หลักฐานที่ต้องระบุในรายละเอียดการออก CAR หรือOBS เพื่อให้เกิดความเพียงพอในการตัดสินว่าเป็น CAR หรือ OBS ต้องระบุ วันที่ รายละเอียด(ชื่อ/รหัสเอกสาร ที่กำหนดให้ปฏิบัติ) หากพบประเด็นเดียวกันซ้ำๆ หลายครั้ง ควรระบุด้วย เพื่อให้ทราบความถี่ที่ไม่สอดคล้อง เพื่ใช้พิจารณาร่วมด้วย
ถูก
ผิด
การออกรายงาน CAR หรือ OBS ไม่จำเป็นต้องระบุข้อกำหนด เนื่องจาก Auditee สามารถตรวจดูได้จาก Check list
ถูก
ผิด
หลังจาก Auditor สรุปประเด็นต่างๆ ลงใบรายงาน Check list เรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งสรุปประเด็นความไม่สอดคล้อง ต้องดำเนินการอย่างไรต่อ
ส่งรายงานให้ Lead Auditor พิจารณา และ QMR/Food Safety Team Leader อนุมัติก่อน จึงนำไปจัดทำรายงานความไม่สอดคล้อง หรือข้อสังเกตให้กับ Auditee ต่อได้
สามารถนำรายงานมา Start เข้าระบบ Alfresco ได้เลย เนื่องจาก Lead Auditor และ QMR/Food Safety Team Leader จะพิจารณาและอนุมัติผ่านระบบ
ต้องให้ Auditee หา Root Cause และ Action ให้เรียบร้อย จึงจะนำมา Start เข้าระบบ Alfresco เพื่อให้การตอบกลับใช้เวลาสั้นลง
ไม่มีข้อใดถูก
ระหว่างตรวจ IQA ระบบ FSSC22000 และพบว่าการฏิบัติในจุดที่ตรวจ พบความสอดคล้องตามข้อกำหนด และในมาตรฐานไม่ได้บังคับให้เขียนเป็นเอกสารวิธีการปฏิบัติงาน (Documented procedure/WI) แต่ Auditor พิจารณาว่าควรมีการจัดทำเป็นเอกสารไว้ด้วยเพื่อความชัดเจนมากยิ่งขึ้นและลดโอกาสผิดพลาดในอนาคต จึงให้ประเด็น NC/CAR
ถูก
ผิด
Auditor สุ่มตรวจเอกสารสัญญาการผลิตสินค้าให้ลูกค้า พบว่าลูกค้ากำหนดให้เก็บสินค้าสำเร็จรูปที่อุณหภูมิไม่เกิน 10 องศา ซึ่งฝ่ายผลิตเก็บสินค้าไว้ในอุณหภูมิปกติและไม่ได้ตรวจเช็คอุณหภูมิในพื้นที่จัดเก็บสินค้าตามที่ลูกค้ากำหนด จึงให้ประเด็น NC ใน Check list ให้กับ Auditee
ถูก
ผิด
Effectiveness คือ ประสิทธิผลของการนำระบบมาตรฐานไปใช้ หรือ ประสิทธิผลของการ ทำ Corrective action ในการจัดการกับ NC/CAR โดยผู้ประเมิน IQA ต้องมั่นใจว่า วิธีการทำที่กำหนด ใน Corrective action เพียงพอและถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิผล และมั่นใจได้ว่าปัญหาเดิมจะไม่เกิดซ้ำอีก จึงจะสามารถทำการเสนอปิดประเด็น NC/CAR ได้
ถูก
ผิด
เมื่อมีประเด็น NC/CAR เกิดขึ้น หลายๆ ครั้ง corrective action ที่กำหนดขึ้นไม่เพียงพอ และเกิดปัญหาเดิมซ้ำขึ้นอีก ข้อกำหนดในมาตรฐานต่างๆ จึงกำหนด ให้ มี Process approach ที่สำคัญอันหนึ่ง คือ PDCA ( Plan, DO, Check, Action) เพื่อให้องค์กรได้สามารถขับเคลื่อนงานไป สู่การปรับปรุงเพิ่มเติม ได้ ตลอดเวลา จนกว่าจะมั่นใจว่าปัญหานั้นๆ ได้ ถูกขจัดหมดไป
ถูก
ผิด
