wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Strategic Managnement

Total questions: 90

Worksheet time: 45mins

Name
Class
Date
1.
การจัดการเชิงกลยุทธ์หมายถึงอะไร?
a)
การวิเคราะห์และตัดสินใจที่สำคัญในการบริหารธุรกิจ
b)
การจัดการผลิตภัณฑ์ใหม่
c)
การสร้างภาพลักษณ์ให้กับองค์กร
d)
การวางแผนเฉพาะกิจ
e)
การควบคุมคุณภาพ
2.
กระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ประกอบด้วยขั้นตอนใดต่อไปนี้?
a)
วิเคราะห์สภาพแวดล้อม, กำหนดทิศทาง, กำหนดกลยุทธ์
b)
ประเมินสภาพแวดล้อม, พัฒนาแผนงาน, นำไปปฏิบัติ
c)
ตรวจสอบการผลิต, การตลาด, การเงิน
d)
การจัดซื้อ, การผลิต, การขาย
e)
การจัดการสต็อก, การกระจายสินค้า, การบริการลูกค้า
3.
ขั้นตอนแรกของกระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์คืออะไร?
a)
การกำหนดกลยุทธ์
b)
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
c)
การควบคุมกลยุทธ์
d)
การวางแผนการตลาด
e)
การเพิ่มประสิทธิภาพ
4.
การวิเคราะห์ SWOT ประกอบด้วยอะไรบ้าง?
a)
การวิเคราะห์ตลาด, การเงิน, การผลิต
b)
จุดแข็ง, จุดอ่อน, โอกาส, อุปสรรค
c)
การกำหนดวิสัยทัศน์, พันธกิจ, เป้าหมาย
d)
การตรวจสอบ, การประเมิน, การจัดการ
e)
การจัดการพนักงาน, ลูกค้า, ผู้ขาย
5.
ใครเป็นผู้กำหนดกลยุทธ์องค์การ (Corporate Strategy)?
a)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์การ
b)
ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
c)
พนักงานทั่วไป
d)
ผู้จัดการฝ่ายผลิต
e)
พนักงานฝ่ายการเงิน
6.
การกำหนดกลยุทธ์ธุรกิจ (Business Strategy) คืออะไร?
a)
การจัดการผลิตภัณฑ์ใหม่ในตลาด
b)
การแข่งขันเพื่อสร้างความได้เปรียบให้หน่วยธุรกิจ
c)
การควบคุมการเงินของธุรกิจ
d)
การจัดซื้อวัตถุดิบ
e)
การส่งเสริมการขายสินค้า
7.
กระบวนการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ (Strategy Implementation) หมายถึงอะไร?
a)
การสร้างกลยุทธ์ใหม่
b)
การนำกลยุทธ์ไปใช้งานจริง
c)
การวิเคราะห์ผลลัพธ์
d)
การตรวจสอบการตลาด
e)
การประชาสัมพันธ์กลยุทธ์
8.
การควบคุมและการประเมินกลยุทธ์ (Strategy Evaluation and Control) มีความสำคัญอย่างไร?
a)
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุน
b)
เพื่อตรวจสอบและปรับปรุงกลยุทธ์ให้ตรงกับสถานการณ์จริง
c)
เพื่อเพิ่มยอดขายขององค์กร
d)
เพื่อสร้างโฆษณาใหม่
e)
เพื่อปรับปรุงการผลิตสินค้า
9.
Michael E. Porter มีความเชี่ยวชาญด้านใดในงานเขียนของเขา?
a)
กลยุทธ์การตลาด
b)
การจัดการการผลิต
c)
การพัฒนาบุคลากร
d)
การแข่งขันเชิงกลยุทธ์
e)
การควบคุมต้นทุน
10.
กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Function Strategy) ถูกกำหนดโดยใคร?
a)
ผู้จัดการในแต่ละหน้าที่ของธุรกิจ
b)
ผู้จัดการทั่วไป
c)
พนักงานระดับล่าง
d)
นักวิเคราะห์การตลาด
e)
นักพัฒนาผลิตภัณฑ์
11.
สภาพแวดล้อมภายนอกของธุรกิจมีความสำคัญอย่างไร?
a)
เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
b)
เพิ่มโอกาสทางการตลาด
c)
ควบคุมภายในองค์กร
d)
ลดต้นทุนการผลิต
e)
ส่งเสริมภาพลักษณ์ขององค์กร
12.
สภาพแวดล้อมภายนอกแบ่งเป็นกี่ระดับ?
a)
1 ระดับ
b)
2 ระดับ
c)
3 ระดับ
d)
4 ระดับ
e)
5 ระดับ
13.
อิทธิพลทางการเมืองและการปกครองในสภาพแวดล้อมภายนอกประกอบด้วยอะไรบ้าง?
a)
นโยบายของรัฐบาล
b)
กฎหมายและข้อบังคับ
c)
การศึกษาความสัมพันธ์ทางการเมือง
d)
ความร่วมมือกับต่างประเทศ
e)
การสร้างกฎหมายใหม่
14.
อิทธิพลทางเศรษฐกิจมีผลต่อองค์กรอย่างไร?
a)
ช่วยเพิ่มทรัพยากรในองค์กร
b)
ช่วยปรับปรุงการจัดการการเงิน
c)
ช่วยเพิ่มยอดขายในตลาดต่างประเทศ
d)
ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิต
e)
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด
15.
อิทธิพลทางเทคโนโลยีมีความสำคัญอย่างไรในธุรกิจ?
a)
พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการผลิต
b)
ใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่
c)
การนำ AI มาปรับใช้
d)
การทดลองเทคโนโลยีใหม่
e)
ปรับปรุงการบริการ
16.
อิทธิพลทางสังคมและวัฒนธรรมในสภาพแวดล้อมภายนอกคืออะไร?
a)
ค่านิยมของสังคม
b)
การศึกษารูปแบบพฤติกรรมผู้บริโภค
c)
การวิจัยวิธีการส่งเสริมการขาย
d)
การให้บริการที่เหมาะสม
e)
การใช้การโฆษณา
17.
สภาพแวดล้อมในการดำเนินงานประกอบด้วยอะไรบ้าง?
a)
ลูกค้า, ผู้ขายวัตถุดิบ
b)
ลูกค้า, คู่แข่ง
c)
ผู้ขาย, กฎระเบียบ
d)
กฎระเบียบ, แรงงาน
e)
ลูกค้า, กฎระเบียบ
18.
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมมีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กร?
a)
ช่วยกำหนดวิสัยทัศน์องค์กร
b)
ช่วยในการพัฒนาศักยภาพ
c)
วางแผนการดำเนินการทางธุรกิจ
d)
พัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์
e)
เพิ่มโอกาสการลงทุน
19.
วิธีการพยากรณ์สภาพแวดล้อมแบบการอนุมานแนวโน้มหมายถึงอะไร?
a)
การพิจารณาความสัมพันธ์ของเหตุการณ์
b)
การใช้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ
c)
การใช้ข้อมูลสถิติ
d)
การสร้างสมการคณิตศาสตร์
e)
การศึกษาความสัมพันธ์ในอดีต
20.
Cross-impact Analysis ใช้เพื่ออะไรในกระบวนการพยากรณ์สภาพแวดล้อม?
a)
วิเคราะห์แนวโน้มหลักที่สำคัญ
b)
กำหนดเหตุการณ์สำคัญในอนาคต
c)
คาดการณ์ความเป็นไปได้ของเหตุการณ์
d)
กำหนดแนวทางการวิเคราะห์
e)
วิเคราะห์สภาพแวดล้อมปัจจุบัน
21.
สภาพแวดล้อมภายนอกของธุรกิจมีลักษณะอย่างไร?
a)
องค์กรควบคุมได้ทั้งหมด
b)
องค์กรควบคุมไม่ได้
c)
องค์กรมีอิสระในการควบคุม
d)
องค์กรมีความเสี่ยงทั้งหมด
e)
องค์กรควบคุมบางส่วน
22.
ขั้นตอนแรกในกระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกคืออะไร?
a)
การตรวจสอบ (Scanning)
b)
การวิเคราะห์ (Analyzing)
c)
การตรวจสอบความเสี่ยง
d)
การกำหนดทิศทาง (Directing)
e)
การพัฒนาทรัพยากร (Developing)
23.
การติดตาม (Monitoring) มีความสำคัญในด้านใด?
a)
ติดตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
b)
ติดตามการเปลี่ยนแปลงในตลาด
c)
ติดตามการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
d)
ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านการเงิน
e)
ติดตามการเปลี่ยนแปลงด้านการแข่งขัน
24.
การพยากรณ์ (Forecasting) ในกระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมหมายถึงอะไร?
a)
การกำหนดทิศทางองค์กร
b)
การพยากรณ์แนวโน้มเศรษฐกิจ
c)
การคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต
d)
การวิเคราะห์ตลาด
e)
การปรับตัวให้เหมาะสม
25.
การประเมิน (Assessing) ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมช่วยในเรื่องใด?
a)
เพื่อกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม
b)
เพื่อการปรับปรุงผลิตภัณฑ์
c)
เพื่อการจัดการทรัพยากร
d)
เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า
e)
เพื่อการวางแผนระยะยาว
26.
อิทธิพลด้านสังคมและวัฒนธรรมมีผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจ?
a)
ส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงสินค้า
b)
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
c)
พัฒนาการตลาด
d)
กำหนดทิศทางการผลิต
e)
ลดการเปลี่ยนแปลง
27.
การวิเคราะห์ทางเทคโนโลยีมีประโยชน์อย่างไรต่อธุรกิจ?
a)
ช่วยสร้างนวัตกรรมใหม่
b)
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
c)
ช่วยควบคุมต้นทุน
d)
พัฒนาสินค้าและบริการ
e)
ปรับใช้เทคโนโลยีใหม่
28.
ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมีองค์ประกอบใดบ้าง?
a)
ดัชนีอัตราการเจริญเติบโต
b)
ดัชนีรายได้ประชาชาติ
c)
ดัชนีอัตราการจ้างงาน
d)
อัตราดอกเบี้ย
e)
อัตราภาษีและการเงิน
29.
กฎหมายและการเมืองมีอิทธิพลอย่างไรต่อธุรกิจ?
a)
เพื่อส่งเสริมการผลิตสินค้า
b)
เพื่อควบคุมการผูกขาด
c)
เพื่อสร้างการผูกขาดในตลาด
d)
เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ
e)
เพื่อให้เกิดการพัฒนา
30.
โมเดลเพชรแห่งความได้เปรียบของชาติ (Diamond Model) ของ Michael Porter ประกอบด้วยปัจจัยใดบ้าง?
a)
การจัดการด้านเทคโนโลยี
b)
การปรับปรุงโครงสร้างองค์กร
c)
การสร้างความได้เปรียบระดับโลก
d)
การสร้างและควบคุมความได้เปรียบ
e)
การวิเคราะห์การขยายตลาด
31.
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในองค์กรมีจุดประสงค์หลักคืออะไร?
a)
การวางแผนระยะยาว
b)
การประเมินความสามารถขององค์กร
c)
การเพิ่มผลผลิต
d)
การสร้างแผนกลยุทธ์ใหม่
e)
การทบทวนแผนธุรกิจ
32.
วิธีการระบุและแยกประเภทของทรัพยากรขององค์กรมีเป้าหมายเพื่ออะไร?
a)
เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการ
b)
เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขัน
c)
ประเมินจุดแข็งและจุดอ่อน
d)
กำหนดจุดเด่นขององค์กร
e)
ประเมินตลาดเป้าหมาย
33.
การประเมินศักยภาพของทรัพยากรมีประโยชน์อย่างไรต่อองค์กร?
a)
เพิ่มกำไรขององค์กร
b)
ลดจุดอ่อนในองค์กร
c)
ควบคุมต้นทุนของทรัพยากร
d)
ใช้ประโยชน์จากทรัพยากร
e)
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
34.
การเลือกกลยุทธ์ขององค์กรควรอ้างอิงกับสิ่งใดเป็นหลัก?
a)
อ้างอิงกับข้อกำหนดภายใน
b)
อ้างอิงกับจุดแข็งขององค์กร
c)
อ้างอิงกับโอกาสภายนอก
d)
อ้างอิงกับปัจจัยภายนอก
e)
อ้างอิงกับทรัพยากรและความสามารถ
35.
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในควรพิจารณาจุดแข็งและจุดอ่อนของอะไรบ้าง?
a)
ทรัพยากรมนุษย์เท่านั้น
b)
ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด
c)
ผลการดำเนินงานในอดีตเท่านั้น
d)
อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
e)
การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม
36.
การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมตามหน้าที่ทางธุรกิจจะรวมถึงหน้าที่ใดบ้าง?
a)
ฝ่ายการเงินและการตลาด
b)
ฝ่ายการตลาดและการผลิต
c)
ฝ่ายการผลิตและทรัพยากรมนุษย์
d)
ฝ่ายการตลาดและระบบสารสนเทศ
e)
ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และการเงิน
37.
หน้าที่หลักของฝ่ายการเงินคืออะไรในองค์กร?
a)
จัดหาเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
b)
ควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
c)
จัดการงบประมาณขององค์กร
d)
การวางแผนการจัดการเงินทุน
e)
การประเมินผลการเงิน
38.
ระบบการผลิตแบบต่อเนื่องมีข้อได้เปรียบด้านใดเป็นหลัก?
a)
ลดต้นทุนในการผลิต
b)
เพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์
c)
เพิ่มกำไรสูงสุด
d)
ลดอัตราความผิดพลาด
e)
เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
39.
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีเป้าหมายใดเป็นสำคัญในองค์กร?
a)
เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
b)
เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
c)
ลดอัตราการออกจากงาน
d)
พัฒนาความสามารถในการทำงาน
e)
สร้างความสามารถในการทำงานเป็นทีม
40.
ระบบสารสนเทศมีความสำคัญต่อองค์กรเนื่องจากอะไร?
a)
ช่วยสนับสนุนข้อมูลในการตัดสินใจ
b)
ช่วยในการกระจายอำนาจภายในองค์กร
c)
ช่วยเพิ่มความซับซ้อนในระบบ
d)
ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผน
e)
ช่วยให้ข้อมูลมีความถูกต้องและครบถ้วน
41.
กระบวนการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมเชิงกลยุทธ์มีเป้าหมายหลักคืออะไร?
a)
เพิ่มกำไรสูงสุด
b)
สร้างโอกาสในการแข่งขัน
c)
สร้างแนวทางในการวางแผน
d)
ปรับปรุงการบริหารจัดการ
e)
ลดต้นทุนการผลิต
42.
แบบจำลองเพชรแห่งความได้เปรียบของชาติใช้สำหรับวิเคราะห์อะไร?
a)
เพื่อการวิเคราะห์ด้านเทคโนโลยี
b)
เพื่อประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์
c)
เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างขององค์กร
d)
เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคล
e)
เพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของประเทศ
43.
แบบจำลองแรงผลักดัน 5 ประการของ Michael Porter มีวัตถุประสงค์อะไร?
a)
เพื่อสร้างข้อได้เปรียบด้านต้นทุน
b)
เพื่อวางแผนกลยุทธ์ในตลาด
c)
เพื่อวางแผนการออกจากตลาด
d)
เพื่อสร้างกลยุทธ์การแข่งขันที่แข็งแกร่ง
e)
เพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย
44.
การคุกคามของผู้เข้ามาใหม่ในตลาดส่งผลกระทบอย่างไรต่อธุรกิจเดิม?
a)
ลดความต้องการในตลาด
b)
เพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์
c)
เพิ่มต้นทุนการผลิต
d)
ลดโอกาสในการแข่งขัน
e)
ลดการขยายตลาด
45.
การประหยัดโดยขนาด (Economy of Scale) มีประโยชน์อย่างไรต่อธุรกิจ?
a)
เพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์
b)
ลดต้นทุนการผลิต
c)
ทำให้ต้นทุนต่ำลง
d)
เพิ่มความต้องการของลูกค้า
e)
ลดความเสี่ยงจากการแข่งขัน
46.
ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ช่วยให้ธุรกิจมีข้อได้เปรียบอย่างไร?
a)
สร้างเอกลักษณ์ที่น่าจดจำ
b)
ช่วยเพิ่มยอดขาย
c)
สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
d)
เพิ่มความพึงพอใจในสินค้า
e)
สร้างความเชื่อมั่นในสินค้า
47.
ต้นทุนการเปลี่ยนผู้ขาย (Switching Costs) คืออะไรในบริบทของธุรกิจ?
a)
ค่าใช้จ่ายในการโฆษณา
b)
ค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายข้อมูล
c)
ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนผู้ให้บริการ
d)
ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
e)
ค่าใช้จ่ายในการวิจัยและพัฒนา
48.
การแข่งขันระหว่างธุรกิจที่มีอยู่ในอุตสาหกรรมเกิดจากปัจจัยใด?
a)
การลดต้นทุน
b)
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
c)
การเพิ่มยอดขาย
d)
การรักษาความพึงพอใจของลูกค้า
e)
การสร้างความได้เปรียบ
49.
ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันส่งผลให้เกิดอะไร?
a)
การสร้างภาพลักษณ์
b)
การต่อสู้ทางการตลาด
c)
สงครามราคา
d)
การเพิ่มคุณภาพสินค้า
e)
การลดความเสี่ยง
50.
อุปสรรคของการออกจากอุตสาหกรรมหมายถึงอะไร?
a)
ต้นทุนการผลิตสูง
b)
ต้นทุนคงที่ต่ำ
c)
การมีอุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะด้าน
d)
การมีข้อจำกัดทางกฎหมาย
e)
การมีความหลากหลายของกลยุทธ์
51.
การกำหนดกลยุทธ์คืออะไรในบริบทของการบริหารองค์กร?
a)
การวางแผนการผลิต
b)
การวิเคราะห์จุดอ่อน
c)
การกำหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมาย
d)
การสร้างแผนระยะยาว
e)
การปรับปรุงกระบวนการ
52.
กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) มีกี่ประเภท?
a)
2 ประเภท
b)
3 ประเภท
c)
4 ประเภท
d)
5 ประเภท
e)
6 ประเภท
53.
กลยุทธ์การเจริญเติบโต (Growth Strategy) ใช้เพื่ออะไรในองค์กร?
a)
เพื่อรักษาระดับการผลิต
b)
เพื่อเพิ่มยอดขาย
c)
เพื่อขยายตลาดและเพิ่มกำไร
d)
เพื่อควบคุมการผลิต
e)
เพื่อยุติการผลิตบางส่วน
54.
กลยุทธ์การรักษาเสถียรภาพมีกี่ประเภทหลัก?
a)
1 ประเภท
b)
2 ประเภท
c)
3 ประเภท
d)
4 ประเภท
e)
5 ประเภท
55.
กลยุทธ์การฟื้นฟู (Turnaround Strategy) เป็นกลยุทธ์ประเภทใด?
a)
การขยายตลาดในต่างประเทศ
b)
การลดค่าใช้จ่าย
c)
การปรับโครงสร้างองค์กร
d)
การลดปัญหาทางการเงิน
e)
การจัดการทรัพยากรมนุษย์
56.
การเป็นผู้นำด้านต้นทุน (Cost Leadership) มีความหมายอย่างไร?
a)
การควบคุมตลาด
b)
การเป็นผู้ควบคุมตลาด
c)
ลดต้นทุนในการผลิต
d)
การเพิ่มยอดขาย
e)
ลดการพึ่งพาคู่แข่ง
57.
กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) ใช้เพื่อสร้างอะไรในตลาด?
a)
สร้างมูลค่าเพิ่ม
b)
เพิ่มความพึงพอใจให้กับลูกค้า
c)
สร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์
d)
ปรับปรุงคุณภาพการผลิต
e)
รักษาภาพลักษณ์ที่ดีในองค์กร
58.
กลยุทธ์การขายทิ้งหรือการถอนการลงทุน (Sell-out or Divestment Strategy) มีวัตถุประสงค์อะไร?
a)
เพิ่มกำไรในระยะสั้น
b)
รักษาลูกค้าเดิม
c)
ลดค่าใช้จ่ายการตลาด
d)
เพิ่มความเชื่อมั่นในแบรนด์
e)
เพิ่มส่วนแบ่งตลาด
59.
กลยุทธ์ระดับหน้าที่ (Functional Strategy) ครอบคลุมหน้าที่ใดบ้างในองค์กร?
a)
การตลาดและการเงิน
b)
การเงินและการผลิต
c)
ทรัพยากรมนุษย์และการผลิต
d)
การผลิตและระบบสารสนเทศ
e)
การตลาดและเทคโนโลยี
60.
การประเมินกลยุทธ์มีความสำคัญอย่างไรต่อองค์กร?
a)
ช่วยลดค่าใช้จ่ายในองค์กร
b)
ช่วยวิเคราะห์ตลาด
c)
ช่วยสร้างความยั่งยืน
d)
สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน
e)
ประเมินผลการดำเนินงาน
61.
การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติมีเป้าหมายเพื่ออะไรในองค์กร?
a)
เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
b)
ลดต้นทุนในระยะยาว
c)
สร้างความเชื่อมั่นในตลาด
d)
กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรม
e)
เพิ่มความยั่งยืนในระยะยาว
62.
ความสำเร็จในเมทริกซ์การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ หมายถึงอะไร?
a)
การดำเนินการที่มีประสิทธิภาพ
b)
การทำให้กลยุทธ์สำเร็จโดยการดำเนินการดี
c)
การสนับสนุนจากทุกฝ่าย
d)
การดำเนินกลยุทธ์อย่างไม่ครบถ้วน
e)
การวางแผนการดำเนินงานที่ดี
63.
ความล้มเหลวในกระบวนการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติเกิดจากอะไร?
a)
การขาดการสนับสนุนจากผู้บริหาร
b)
การดำเนินงานโดยไม่มีแผนที่ชัดเจน
c)
การขาดประสิทธิภาพในขั้นตอนต่าง ๆ
d)
การตัดสินใจที่ล่าช้า
e)
การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง
64.
โครงสร้างองค์กรแบบประเพณีนิยมมีลักษณะอย่างไร?
a)
มีโครงสร้างชัดเจนและมีกฎระเบียบ
b)
มีความยืดหยุ่นในการทำงาน
c)
มีทีมงานที่มีบทบาทสำคัญ
d)
ไม่มีการควบคุมอย่างเป็นระบบ
e)
มีความสามารถในการปรับเปลี่ยน
65.
โครงสร้างองค์กรแบบไม่เป็นประเพณีนิยมมีกี่ประเภทหลัก?
a)
แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
b)
แบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก
c)
แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก
d)
แบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก
e)
แบ่งออกเป็น 6 ประเภทหลัก
66.
วัฒนธรรมองค์กรแบบเน้นความยืดหยุ่นเหมาะกับสถานการณ์ใด?
a)
เหมาะกับองค์กรที่เติบโตเร็ว
b)
เหมาะกับการแก้ปัญหาที่ยืดหยุ่น
c)
เหมาะกับการทำงานในสภาวะปกติ
d)
เหมาะกับการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่
e)
เหมาะกับองค์กรที่ต้องการเสถียรภาพ
67.
วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นความร่วมมือมีลักษณะอย่างไร?
a)
เน้นความยืดหยุ่นและการเปลี่ยนแปลง
b)
เน้นการสื่อสารและความสัมพันธ์
c)
ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม
d)
เน้นความชัดเจนในการสื่อสาร
e)
มุ่งเน้นการสนับสนุนทางการเงิน
68.
แบบจำลอง 7S ของ McKinsey ใช้เพื่ออะไรในองค์กร?
a)
ช่วยปรับปรุงการบริหารภายใน
b)
สร้างแนวทางการพัฒนาทรัพยากร
c)
วางแผนการเปลี่ยนแปลง
d)
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
e)
สร้างความสมดุลในหน้าที่
69.
ค่านิยมร่วม (Shared Value) ในแบบจำลอง 7S หมายถึงอะไร?
a)
เป้าหมายสูงสุดขององค์กร
b)
วิธีการทำงานร่วมกัน
c)
การทำงานอย่างมีมาตรฐาน
d)
การรวมความเชื่อขององค์กร
e)
วางเป้าหมายร่วมกัน
70.
ระบบ (System) ในแบบจำลอง 7S มีบทบาทอย่างไร?
a)
เป็นกระบวนการในการทำงาน
b)
ช่วยในการติดตามและตรวจสอบ
c)
ใช้ควบคุมกระบวนการภายในองค์กร
d)
กำหนดแนวทางปฏิบัติ
e)
ควบคุมการใช้ทรัพยากรภายใน
71.
วัตถุประสงค์หลักของการควบคุมกลยุทธ์คืออะไร?
a)
เพิ่มผลกำไรสูงสุด
b)
ตรวจสอบความสำเร็จของกลยุทธ์
c)
ลดความเสี่ยงในกระบวนการ
d)
สร้างความชัดเจนในกลยุทธ์
e)
ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
72.
ขั้นตอนแรกในกระบวนการควบคุมกลยุทธ์คืออะไร?
a)
การวัดผลการดำเนินงาน
b)
การกำหนดมาตรฐาน
c)
การศึกษาและวิเคราะห์ผล
d)
การกำหนดเป้าหมาย
e)
การดำเนินการแก้ไข
73.
ขั้นตอนการเปรียบเทียบและประเมินผลมีจุดประสงค์อย่างไร?
a)
เปรียบเทียบกับมาตรฐาน
b)
สร้างแนวทางแก้ไข
c)
เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
d)
กำหนดแนวทางปรับปรุง
e)
พัฒนาคุณภาพการผลิต
74.
การควบคุมกลยุทธ์ช่วยให้ผู้บริหารทำอะไรได้บ้าง?
a)
กำหนดมาตรฐานการทำงาน
b)
วิเคราะห์การปฏิบัติงาน
c)
ปรับปรุงการดำเนินงาน
d)
ตรวจสอบความเหมาะสม
e)
เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหาร
75.
มาตรฐานด้านผลิตภาพ (Productivity) หมายถึงอะไร?
a)
กำหนดทิศทางองค์กร
b)
ทดสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์
c)
วัดอัตราการผลิตและความพึงพอใจ
d)
ตรวจสอบการใช้งานทรัพยากร
e)
วัดความสมดุลในการผลิต
76.
การวัดเชิงปริมาณนิยมใช้ในการตรวจสอบกลยุทธ์ด้วยเหตุผลใด?
a)
ช่วยให้วัดผลได้แม่นยำ
b)
เพราะมีความเป็นรูปธรรม
c)
เพราะทำได้ในช่วงเวลาต่าง ๆ
d)
เพราะวัดผลได้ในระยะยาว
e)
เพราะง่ายต่อการประเมิน
77.
ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) คำนวณอย่างไร?
a)
(ผลกำไร / ต้นทุน) x 100
b)
(รายได้ / สินทรัพย์) x 100
c)
((กำไรสุทธิ - ต้นทุนรวม) / ต้นทุนรวม) x 100
d)
((รายได้สุทธิ - สินทรัพย์) / ต้นทุน) x 100
e)
(สินทรัพย์รวม / รายได้) x 100
78.
ค่าคะแนน Z (Z Score) ใช้ในการประเมินอะไร?
a)
วัดระดับความเสี่ยง
b)
ประเมินความล้มเหลว
c)
ประเมินผลสำเร็จขององค์กร
d)
ประเมินมาตรฐานภายใน
e)
ประเมินความสามารถ
79.
การตรวจสอบกลยุทธ์หมายถึงอะไร?
a)
ประเมินขอบเขตผลกระทบ
b)
ตรวจสอบแนวทางแก้ไข
c)
ตรวจสอบคุณภาพสินค้า
d)
กำหนดมาตรฐานการทำงาน
e)
เพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน
80.
มาตรฐานใดที่ช่วยรักษาสมดุลระหว่างเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาว?
a)
ทัศนคติของพนักงาน
b)
การพัฒนาบุคลากร
c)
ตำแหน่งในตลาด
d)
สมดุลระหว่างเป้าหมายระยะสั้นและยาว
e)
การรับผิดชอบต่อส่วนรวม
81.
ธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business) หมายถึงอะไร?
a)
ธุรกิจในประเทศเดียว
b)
ธุรกิจที่ครอบคลุมมากกว่าหนึ่งประเทศ
c)
ธุรกิจที่ทำการลงทุนภายในประเทศ
d)
ธุรกิจที่ผลิตและขายในประเทศเดียว
e)
ธุรกิจที่ควบคุมในท้องถิ่น
82.
กลยุทธ์ระหว่างประเทศ (International Strategy) เหมาะกับธุรกิจประเภทใด?
a)
ธุรกิจที่ทำการผลิตในต่างประเทศ
b)
ธุรกิจที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศของตน
c)
ธุรกิจที่มีการตลาดในทุกประเทศ
d)
ธุรกิจที่มีการขยายการผลิตทั่วโลก
e)
ธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์แบบรวมศูนย์
83.
กลยุทธ์ Multidomestic Strategy มีจุดมุ่งหมายอย่างไร?
a)
เพื่อสร้างมาตรฐานสินค้าทั่วโลก
b)
เพื่อสร้างความแตกต่างในท้องถิ่น
c)
เพื่อเพิ่มกำไรสูงสุดในประเทศเดียว
d)
เพื่อควบคุมการกระจายสินค้า
e)
เพื่อการวางแผนการขยายธุรกิจ
84.
กลยุทธ์ Global Strategy มุ่งเน้นไปที่อะไรเป็นหลัก?
a)
การผลิตสินค้าตามท้องถิ่น
b)
การใช้มาตรฐานสินค้าเดียวกัน
c)
การเน้นความพึงพอใจลูกค้า
d)
การตอบสนองความต้องการตลาดแคบ
e)
การสร้างแบรนด์ในประเทศเดียว
85.
Transnational Strategy เป็นกลยุทธ์ที่ต้องการบรรลุผลใดบ้าง?
a)
ลดต้นทุนการผลิต
b)
สร้างความแตกต่างให้สินค้า
c)
เพิ่มยอดขายและความพึงพอใจ
d)
ตอบสนองทั้งต้นทุนต่ำและความแตกต่าง
e)
ขยายทั้งตลาดและต้นทุนต่ำ
86.
Desk Research เป็นการวิจัยตลาดประเภทใด?
a)
วิจัยจากเอกสารภายในองค์กร
b)
วิจัยผ่านการเดินทางจริง
c)
วิเคราะห์จากข้อมูลระยะยาว
d)
ใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างประเทศ
e)
สำรวจตามมาตรฐานสากล
87.
ปัจจัยใดสำคัญที่สุดในการเลือกตลาดสำหรับส่งออก?
a)
ประชากรและกำลังซื้อ
b)
ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
c)
แนวโน้มการเติบโตของตลาด
d)
กฎหมายและข้อบังคับการนำเข้า
e)
ขนาดของตลาด
88.
การวิจัยภาคสนาม (Field Research) แตกต่างจาก Desk Research อย่างไร?
a)
ใช้ทุนมากและมีข้อมูลจำกัด
b)
ใช้ทุนสูงและครอบคลุมมากกว่า
c)
มีการสำรวจตลาดอย่างละเอียด
d)
ต้องการข้อมูลจากลูกค้าจริง
e)
ไม่ต้องมีการสำรวจในตลาดจริง
89.
เหตุใดการเลือกช่องทางการจำหน่ายถึงมีความสำคัญ?
a)
ช่วยลดต้นทุน
b)
ช่วยให้เลือกตลาดได้ถูกต้อง
c)
ช่วยให้เลือกช่องทางที่เหมาะสม
d)
ช่วยตั้งราคาสินค้าได้เหมาะสม
e)
ช่วยคงภาพลักษณ์แบรนด์
90.
อัตราการนำเข้าและโควต้ามีผลกระทบอย่างไรต่อการส่งออก?
a)
ช่วยให้สินค้าเข้าสู่ตลาดได้ง่าย
b)
ช่วยกำหนดอัตราภาษีส่งออก
c)
ช่วยลดต้นทุนการผลิต
d)
กำหนดเงื่อนไขการส่งออก
e)
ส่งผลต่อโควต้าการส่งออก