Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาควิทยาศาสตร์กายภาพ 2

Total questions: 57

Worksheet time: 29mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระยะทางและการกระจัด

a)

ระยะทางและการกระจัดเป็นปริมาณเวกเตอร์ทั้งคู่

b)

ระยะทางเป็นปริมาณสเกลาร์ ส่วนการกระจัดเป็นปริมาณเวกเตอร์

c)

ระยะทางและการกระจัดเป็นปริมาณสเกลาร์ทั้งคู่

d)

ระยะทางมีทั้งขนาดและทิศทาง ส่วนการกระจัดมีเพียงขนาด

2.

ในกรณีที่มีการเคลื่อนที่กลับทิศทาง ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระยะทางและขนาดของการกระจัด

a)

ระยะทางและขนาดของการกระจัดมีค่าเท่ากันเสมอ

b)

ระยะทางมีค่าเท่าเดิม ส่วนขนาดของการกระจัดจะลดลง

c)

ระยะทางจะเพิ่มขึ้น ส่วนขนาดของการกระจัดจะลดลง

d)

ระยะทางและขนาดของการกระจัดจะลดลงพร้อมกัน

3.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับอัตราเร็วเฉลี่ยและความเร็วเฉลี่ย

a)

อัตราเร็วเฉลี่ยและความเร็วเฉลี่ยเป็นปริมาณสเกลาร์ทั้งคู่

b)

อัตราเร็วเฉลี่ยเป็นปริมาณเวกเตอร์ ส่วนความเร็วเฉลี่ยเป็นปริมาณสเกลาร์

c)

อัตราเร็วเฉลี่ยเป็นปริมาณสเกลาร์ ส่วนความเร็วเฉลี่ยเป็นปริมาณเวกเตอร์

d)

อัตราเร็วเฉลี่ยและความเร็วเฉลี่ยเป็นปริมาณเวกเตอร์ทั้งคู่

4.

อัตราเร็วเฉลี่ยและอัตราเร็วขณะหนึ่งของวัตถุจะมีค่าเท่ากันในกรณีใด

a)

เมื่อวัตถุมีอัตราเร็วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

b)

เมื่อวัตถุมีการเปลี่ยนแปลงความเร็วในช่วงเวลาที่เคลื่อนที่

c)

เมื่อวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงที่

d)

เมื่อวัตถุมีอัตราเร็วคงตัวตลอดช่วงเวลาในการเคลื่อนที่

5.

ถ้าวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

วัตถุจะมีความเร็วคงตัวเสมอ

b)

วัตถุจะมีความเร็วคงตัวก็ต่อเมื่อความเร่งคงตัวเท่ากับศูนย์

c)

วัตถุจะมีความเร่งคงตัวก็ต่อเมื่อความเร็วคงตัว

d)

วัตถุจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างไม่จํากัด

6.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแรงในชีวิตประจําวัน

a)

แรงมีขนาดแต่ไม่มีทิศทาง

b)

แรงมีทิศทางแต่ไม่มีขนาด

c)

แรงมีขนาดและทิศทาง และสามารถทําให้วัตถุเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ได้

d)

แรงมีแต่คุณสมบัติในการเปลี่ยนรูปร่างของวัตถุเท่านั้น

7.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างแรงที่กระทําต่อวัตถุ มวลของวัตถุ และความเร่งของวัตถุ

a)

ความเร่งของวัตถุแปรผันตรงกับมวลของวัตถุและแปรผกผันกับแรงที่กระทํา

b)

ความเร่งของวัตถุแปรผันตรงกับแรงที่กระทําต่อวัตถุและแปรผันตรงกับมวลของวัตถุ

c)

ความเร่งของวัตถุแปรผกผันกับแรงที่กระทําต่อวัตถุและแปรผันตรงกับมวลของวัตถุ

d)

ความเร่งของวัตถุแปรผันตรงกับแรงที่กระทําต่อวัตถุและแปรผกผันกับมวลของวัตถุ

8.

เหรียญสามเหรียญถูกดีดออกจากขอบโต๊ะด้วยแรงในแนวระดับที่มีค่าแตกต่างกัน ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเวลาที่เหรียญตกถึงพื้น

a)

เหรียญที่ถูกดีดด้วยแรงมากที่สุดจะตกถึงพื้นก่อน

b)

เหรียญทั้งสามตกถึงพื้นพร้อมกัน เนื่องจากแรงในแนวระดับไม่ส่งผลต่อเวลาตกถึงพื้น

c)

เหรียญที่ถูกดีดด้วยแรงน้อยที่สุดจะตกถึงพื้นก่อน

d)

เหรียญทั้งสามตกถึงพื้นพร้อมกัน เนื่องจากแรงในแนวระดับทําให้เพิ่มแรงโน้มถ่วง

9.

จากการทดลองการเคลื่อนที่แบบวงกลม หากเชือกที่ผูกจุกยางขาดจุกยางจะเคลื่อนที่อย่างไร

a)

จุกยางจะเคลื่อนที่ต่อไปตามแนวเส้นสัมผัสของวงกลม

b)

จุกยางจะเคลื่อนที่เป็นเส้นโค้งออกจากจุดศูนย์กลางของวงกลม

c)

จุกยางจะเคลื่อนที่เป็นเส้นตรงในแนวตั้งฉากกับแนวเส้นสัมผัสของวงกลม

d)

จุกยางจะเคลื่อนที่กลับเข้าสู่จุดศูนย์กลางของวงกลม

10.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับความเร่งของวัตถุในการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ แบบวงกลม และแบบสั่น

a)

ในการเคลื่อนที่ทั้งสามแบบ ความเร่งของวัตถุจะคงที่เสมอ

b)

การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์มีความเร่งเข้าสู่ศูนย์กลาง ส่วนแบบวงกลมและแบบสั่นมีความเร่งในแนวดิ่งคงตัว

c)

การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์มีความเร่งในแนวดิ่งคงตัว แบบวงกลมมีความเร่งเข้าสู่ศูนย์กลางและแบบสั่นมีความเร่งเข้าสู่ตําแหน่งสมดุล

d)

การเคลื่อนที่แบบวงกลมและแบบสั่นมีความเร่งในแนวดิ่งเท่ากัน ส่วนแบบโพรเจกไทล์มีความเร่งเข้าสู่ตําแหน่งสมดุล

11.

แรงที่โลกกระทํากับตัวเราเรียกว่าแรงอะไร มีทิศทางอย่างไร และส่งผลให้ตัวเราเคลื่อนที่อย่างไร

a)

แรงเสียดทาน มีทิศทางขนานกับพื้นผิว ส่งผลให้ตัวเราเคลื่อนที่ไปด้านข้าง

b)

แรงแม่เหล็ก มีทิศทางพุ่งออกจากศูนย์กลางของโลก ส่งผลให้ตัวเราลอยออกจากพื้น

c)

แรงไฟฟ้า มีทิศทางสุ่ม ส่งผลให้ตัวเราเคลื่อนที่แบบไม่เป็นระเบียบ

d)

แรงโน้มถ่วงหรือแรงดึงดูด มีทิศพุ่งเข้าหาศูนย์กลางของโลก ส่งผลให้เราเคลื่อนที่เข้าหาศูนย์กลางของโลก

12.

ในขณะเดียวกันมีแรงที่เรากระทํากับโลกหรือไม่ อย่างไร และเหตุใดโลกจึงไม่เคลื่อนที่

a)

ไม่มีแรงที่เรากระทํากับโลก เพราะโลกมีมวลมากเกินกว่าที่เราจะมีผลต่อมัน

b)

มีแรงที่เรากระทํากับโลก โดยแรงนั้นมีขนาดเท่ากับแรงที่โลกกระทํากับเราแต่โลกไม่เคลื่อนที่ เนื่องจากมวลของโลกมากกว่ามาก ทําให้ความเร่งที่เกิดขึ้นน้อยจนไม่สามารถสังเกตได้

c)

มีแรงที่เรากระทํากับโลก โดยแรงนั้นมีขนาดน้อยกว่าแรงที่โลกกระทํากับเราโลกจึงไม่เคลื่อนที่

d)

ง. มีแรงที่เรากระทำกับโลก โดยแรงนั้นมีขนาดเท่ากับแรงที่โลกกระทำกับเราโลกจึงเคลื่อนที่ในทิศตรงข้าม

13.

โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้อย่างไร

a)

แรงโน้มถ่วงจากดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นแรงสู่ศูนย์กลาง ทําให้โลกสามารถโคจรรอบดวงอาทิตย์ได้

b)

แรงแม่เหล็กจากดวงอาทิตย์ดึงดูดโลกและทําให้โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์

c)

แรงลมสุริยะจากดวงอาทิตย์ผลักดันโลกให้โคจรรอบดวงอาทิตย์

d)

แรงหมุนของโลกทําให้โลกสามารถโคจรรอบดวงอาทิตย์

14.

กระแสไฟฟ้าสามารถทําให้เกิดสนามแม่เหล็กได้อย่างไร และสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นเหมือนหรือแตกต่างจากสนามแม่เหล็กจากแท่งแม่เหล็กอย่างไร

a)

ก.กระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดตัวนําทําให้เกิดสนามแม่เหล็กรอบลวดตัวนําทําให้เกิดสนามแม่เหล็กรอบลวดตัวนํา และสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นต่างจากสนามแม่เหล็กจากแท่งแม่เหล็กตรงที่ไม่สามารถกําหนดทิศทางได้

b)

ข. กระแสไฟฟ้าไหลผ่านลวดตัวนำทำให้เกิดสนามแม่เหล็กรอบลวดตัวนำ สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นมีสมบัติไม่แตกต่างจากสนามแม่เหล็กของแท่งแม่เหล็ก แต่สามารถเปลี่ยนรูปแบบได้ตามรูปร่างของลวดตัวนำ

c)

ค. กระแสไฟฟ้าสามารถทำให้เกิดสนามแม่เหล็กเฉพาะในลวดตัวนำที่เป็นวงกลมเท่านั้น และสนามแม่เหล็กมีสมบัติต่างจากแท่งแม่เหล็กโดยสิ้นเชิง

d)

ง. กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านลวดตัวนำทำให้เกิดสนามแม่เหล็กเฉพาะเมื่อมีกระแสไฟฟ้าสูงมาก และสนามแม่เหล็กมีลักษณะเหมือนกับแท่งแม่เหล็กทุกประการ

15.

เมื่อไม่จ่ายกระแสไฟฟ้า สนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นจะยังคงอยู่หรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

สนามแม่เหล็กจะยังคงอยู่ เพราะกระแสไฟฟ้าที่เคยไหลสร้างสนามแม่เหล็กถาวร

b)

สนามแม่เหล็กจะหายไปทันทีที่หยุดจ่ายกระแสไฟฟ้า เพราะลวดตัวนําไม่มีสมบัติแม่เหล็ก

c)

สนามแม่เหล็กจะยังคงอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนหายไป เพราะมีพลังงานสะสมในลวดตัวนํา

d)

สนามแม่เหล็กจะหายไปเพราะเมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าผ่านลวดตัวนําจะไม่มีการสร้างสนามแม่เหล็ก

16.

ถ้าอนุภาคมีประจุลบเคลื่อนที่เข้าไปในสนามแม่เหล็กแล้วพบว่าทิศการเคลื่อนที่เบนขึ้น หากเปลี่ยนจากอนุภาคมีประจุลบเป็นอนุภาคมีประจุบวก แนวการเคลื่อนที่จะเปลี่ยนไปหรือไม่ และเปลี่ยนไปอย่างไร

a)

เปลี่ยนไป โดยอนุภาคมีประจุบวกจะเคลื่อนที่เบนลง ซึ่งเป็นทิศตรงข้ามกับอนุภาคประจุลบ

b)

ไม่เปลี่ยนไป ประจุบวกและประจุลบเคลื่อนที่ในลักษณะเดียวกันในสนามแม่เหล็ก

c)

เปลี่ยนไป โดยอนุภาคมีประจุบวกจะเคลื่อนที่ออกจากสนามแม่เหล็กในแนวเส้นตรง

d)

ไม่เปลี่ยนไป เพราะการเคลื่อนที่ของอนุภาคในสนามแม่เหล็กขึ้นอยู่กับความเร็วเท่านั้น

17.

ถ้ามีเส้นลวดตัวนําสองเส้นวางขนานกัน แล้วผ่านกระแสไฟฟ้าในเส้นลวดทั้งสองจะเกิดแรงกระทํากับลวดแต่ละเส้นหรือไม่ อย่างไร

a)

ไม่เกิดแรงกระทําใด ๆ เพราะสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นจากกระแสไฟฟ้าไม่ส่งผลต่อกัน

b)

เกิดแรงกระทําโดยเป็นแรงแม่เหล็กที่ทําให้ลวดทั

c)

ไม่เกิดแรงกระทำใด ๆ เพราะกระแสไฟฟ้าต้องไหลในลวดที่เป็นวงกลมเท่านั้นจึงจะเกิดแรงแม่เหล็ก

d)

เกิดแรงกระทำโดยเป็นแรงแม่เหล็กระหว่างลวดทั้งสอง ซึ่งอาจดูดหรือผลักกันขึ้นอยู่กับทิศทางของกระแสไฟฟ้าในแต่ละเส้น

18.

เมื่อต่อกระแสไฟฟ้าทําให้แกนมอเตอร์หมุนไปในทิศทางหนึ่งหากกลับทิศของสนามแม่เหล็กทิศการหมุนของมอเตอร์จะเปลี่ยนไปหรือไม่ อย่างไร

a)

ไม่เปลี่ยนไป เพราะการหมุนของมอเตอร์ขึ้นอยู่กับกระแสไฟฟ้าเท่านั้น

b)

เปลี่ยนไป โดยการหมุนของมอเตอร์จะกลับทิศ

c)

ไม่เปลี่ยนไป แต่ความเร็วการหมุนของมอเตอร์อาจลดลง

d)

เปลี่ยนไปเฉพาะในกรณีที่กลับทิศของกระแสไฟฟ้าพร้อมกับสนามแม่เหล็ก

19.

สนามแม่เหล็กและขดลวดทําให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร

a)

เมื่อขดลวดอยู่ในสนามแม่เหล็กจะเกิดกระแสไฟฟ้าโดยทันที

b)

เมื่อขดลวดเคลื่อนที่เข้าไปในสนามแม่เหล็ก กระแสไฟฟ้าจะเกิดขึ้นโดยไม่จําเป็นต้องต่อขดลวดให้ครบวงจร

c)

เมื่อสนามแม่เหล็กแรงมากพอ กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านขดลวดโดยไม่ต้องเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็ก

d)

เมื่อสนามแม่เหล็กที่ผ่านขดลวดเกิดการเปลี่ยนแปลงจะเกิดอีเอ็มเอฟเหนี่ยวนําและหากขดลวดต่อครบวงจรจะทําให้เกิดกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนํา

20.

กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นบนลวดตัวนําจากการเหนี่ยวนําแม่เหล็กไฟฟ้าจะคงอยู่ตลอดไปหรือไม่ อย่างไร

a)

กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจะคงอยู่ตลอดไป ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กหรือไม่

b)

กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจะคงอยู่ตลอดไปก็ต่อเมื่อสนามแม่เหล็กที่ผ่านขดลวดคงที่และต่อขดลวดให้ครบวงจร

c)

กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจะคงอยู่ตลอดไปก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่ผ่านขดลวดตลอดเวลาและต่อขดลวดให้ครบวงจร

d)

กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนําจะคงอยู่ตลอดไปเฉพาะเมื่อขดลวดไม่มีการเคลื่อนที่ในสนามแม่เหล็ก

21.

ในนิวเคลียส โปรตอนและนิวตรอนอยู่รวมกันได้ด้วยแรงชนิดใด

a)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

แรงเสียดทาน

c)

แรงโน้มถ่วง

d)

แรงนิวเคลียร์

22.

การที่นิวเคลียสของสารกัมมันตรังสีสลายให้อนุภาคบีตาแล้วเปลี่ยนไปเป็นนิวเคลียสใหม่ที่มีความเสถียรมากขึ้นเกี่ยวข้องกับแรงใด

a)

แรงอ่อน

b)

แรงแม่เหล็กไฟฟ้า

c)

แรงโน้มถ่วง

d)

แรงนิวเคลียร์

23.

อนุภาคที่เป็นองค์ประกอบของโปรตอนและนิวตรอนคืออะไร และแรงที่ยึดเหนี่ยวอนุภาคเหล่านี้ไว้คืออะไร

a)

อนุภาคอิเล็กตรอน และแรงแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

อนุภาคนิวตริโน และแรงอ่อน

c)

อนุภาคควาร์ก และแรงเข้ม

d)

อนุภาคโฟตอน และแรงโน้มถ่วง

24.

เซลล์สุริยะเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าได้อย่างไร

a)

ใช้ความร้อนจากแสงอาทิตย์เพื่อหมุนกังหันและผลิตไฟฟ้า

b)

ใช้สารกึ่งตัวนําสร้างความต่างศักย์เมื่อได้รับแสงอาทิตย์

c)

ใช้คลื่นแสงอาทิตย์กระตุ้นการเคลื่อนที่ของอนุภาคโฟตอนในสายไฟ

d)

ใช้พลังงานแสงอาทิตย์กระตุ้นวงจรแม่เหล็กไฟฟ้า

25.

ประสิทธิภาพของเซลล์สุริยะสามารถหาได้จากอัตราส่วนระหว่างปริมาณใด

a)

อัตราส่วนระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบเซลล์สุริยะกับพลังงานความร้อนที่สูญเสียไป

b)

อัตราส่วนระหว่างพลังงานแสงที่สะท้อนกลับกับพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ตกกระทบ

c)

อัตราส่วนระหว่างพลังงานไฟฟ้าที่ได้กับพลังงานกลที่เกิดจากแสงอาทิตย์

d)

อัตราส่วนระหว่างพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากเซลล์สุริยะกับพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งหมดที่ตกกระทบ

26.

การนําเซลล์สุริยะมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ในบ้านเรือนทั่วไปต้องใช้อุปกรณ์เสริมอะไรบ้าง

a)

อินเวอร์เตอร์และแบตเตอรี่

b)

ตัวกรองแสงและหม้อแปลงไฟฟ้า

c)

ตัวสะสมพลังงานแสงและสายไฟพิเศษ

d)

เครื่องควบคุมแรงดันไฟฟ้าและตัวต้านทานไฟฟ้า

27.

การเปลี่ยนมาใช้เซลล์สุริยะแทนการใช้ไฟฟ้าปกติทั้งหมดทําให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าหรือไม่ อย่างไร

a)

ใช่ เพราะเซลล์สุริยะใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

b)

ไม่ใช่ เพราะยังมีค่าใช้จ่ายในการบํารุงรักษาและค่าไฟฟ้าสํารองจากระบบปกติ

c)

ไม่ใช่ เพราะต้องลงทุนในค่าซื้อแผงเซลล์สุริยะ ค่าอุปกรณ์เสริม ค่าติดตั้ง และค่าบํารุงรักษา

d)

ใช่ เพราะการติดตั้งเซลล์สุริยะเพียงครั้งเดียวจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีก

28.

ฟิชชัน (Fission) เกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

เมื่อนิวเคลียสของธาตุเบาแตกตัวด้วยการให้ความร้อนสูง

b)

เมื่อนิวตรอนชนกับนิวเคลียสของธาตุหนักบางชนิด ทําให้นิวเคลียสนั้นแตกออก

c)

เมื่อโปรตอนถูกยิงใส่นิวเคลียสของธาตุหนักจนเกิดการแยกตัว

d)

เมื่อนิวเคลียสของธาตุหนักรวมตัวกับนิวตรอนจนเกิดการสลายตัว

29.

สิ่งที่ได้จากฟิชชัน (Fission) มีอะไรบ้าง

a)

นิวเคลียสของธาตุใหม่ 2 นิวเคลียส อนุภาคนิวตรอน และพลังงาน

b)

นิวเคลียสของธาตุใหม่ 1 นิวเคลียส อนุภาคโปรตอน และพลังงาน

c)

นิวเคลียสของธาตุใหม่ 2 นิวเคลียส อนุภาคอิเล็กตรอน และพลังงาน

d)

นิวเคลียสของธาตุใหม่ 1 นิวเคลียส อนุภาคโฟตอน และพลังงาน

30.

พลังงานนิวเคลียร์ที่ได้จากฟิชชัน (Fission) มาจากอะไร

a)

การเคลื่อนที่ของนิวตรอนที่ถูกปล่อยออกมา

b)

การรวมตัวของโปรตอนและนิวตรอนในนิวเคลียส

c)

มวลที่ลดลงหลังจากการเกิดฟิชชัน

d)

พลังงานที่ปล่อยจากการแผ่รังสีแกมมา

31.

หน้าที่หลักของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์คืออะไร

a)

ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานความร้อน

b)

สร้างสารกัมมันตรังสีสําหรับใช้ในงานวิจัย

c)

แปลงพลังงานนิวเคลียร์เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยตรง

d)

ทําให้เกิดฟิชชันอย่างต่อเนื่องและควบคุมปฏิกิริยาลูกโซ่ให้มีอัตราที่เหมาะสม

32.

ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พลังงานนิวเคลียร์ถูกนําไปผลิตไฟฟ้าได้อย่างไร

a)

ใช้ปฏิกิริยาฟิชชันผลิตไฟฟ้าโดยตรง

b)

ใช้พลังงานนิวเคลียร์ทําให้เกิดการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในเครื่องกําเนิดไฟฟ้า

c)

ใช้พลังงานนิวเคลียร์ถ่ายโอนให้กับน้ําทําให้น้ํากลายเป็นไอเพื่อนําไปหมุนกังหันที่เชื่อมต่อกับเครื่องกําเนิดไฟฟ้า

d)

ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์สร้างไฟฟ้าโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการถ่ายโอนพลังงาน

33.

เพราะเหตุใดโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์บางแห่งจึงตั้งอยู่ใกล้แหล่งน้ํา

a)

เพื่อใช้แหล่งน้ําเป็นพลังงานสํารองในกรณีฉุกเฉิน

b)

เพื่อใช้น้ําจํานวนมากในการระบายความร้อนออกจากระบบ

c)

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในกรณีเกิดการรั่วไหลของกัมมันตรังสี

d)

เพื่อสร้างไฟฟ้าจากพลังงานน้ําร่วมกับพลังงานนิวเคลียร์

34.

ในการเกิดฟิวชันนิวเคลียสมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร

a)

นิวเคลียสจะแตกตัวออกเป็นนิวเคลียสเล็ก ๆ หลายตัว

b)

นิวเคลียสจะเพิ่มจํานวนนิวตรอนเพื่อความเสถียร

c)

นิวเคลียสจะเปลี่ยนเป็นอนุภาคพลังงานสูงและสลายตัว

d)

นิวเคลียสจะหลอมรวมกันเป็นนิวเคลียสใหม่

35.

พลังงานนิวเคลียร์ต่อมวลที่ได้จากฟิวชันแตกต่างจากพลังงานนิวเคลียร์ต่อมวลที่ได้จากฟิชชันอย่างไร

a)

พลังงานต่อมวลจากฟิชชันสูงกว่าฟิชชันประมาณ 3-5 เท่า

b)

พลังงานต่อมวลจากฟิวชันสูงกว่าฟิชชันประมาณ 3-5 เท่า

c)

พลังงานต่อมวลจากฟิชชันและฟิวชันมีค่าเท่ากัน

d)

พลังงานต่อมวลจากฟิวชันต่ํากว่าฟิชชันประมาณ 3-5 เท่า

36.

เหตุใดการทําให้เกิดฟิวชันบนโลกจึงยากกว่าฟิชชัน

a)

ฟิวชันต้องการเชื้อเพลิงที่หายากกว่าฟิชชัน

b)

ฟิวชันต้องใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ซับซ้อนกว่าฟิชชันอย่างมาก

c)

ฟิวชันปล่อยพลังงานน้อยกว่าฟิชชัน

d)

ฟิวชันต้องเกิดในสภาวะที่มีอุณหภูมิและความดันสูงมาก ในขณะที่ฟิชชันสามารถเกิดในสภาวะปกติ

37.

แบตเตอรี่เปลี่ยนพลังงานชนิดใดเป็นพลังงานไฟฟ้า

a)

พลังงานกล

b)

พลังงานแสง

c)

พลังงานความร้อน

d)

พลังงานเคมี

38.

เซลล์เชื้อเพลิงใช้อะไรเป็นเชื้อเพลิงและได้ผลผลิตคืออะไร

a)

ใช้แก๊สไฮโดรเจนและออกซิเจนเป็นเชื้อเพลิง ผลผลิตคือพลังงานไฟฟ้า น้ํา และความร้อน

b)

ใช้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนเป็นเชื้อเพลิง ผลผลิตคือพลังงานไฟฟ้าและแก๊สมีเทน

c)

ใช้แก๊สไนโตรเจนและออกซิเจนเป็นเชื้อเพลิง ผลผลิตคือพลังงานความร้อนและน้ํา

d)

ใช้แก๊สมีเทนและออกซิเจนเป็นเชื้อเพลิง ผลผลิตคือพลังงานไฟฟ้าและคาร์บอนไดออกไซด์

39.

จากรูปคลื่นขบวนนี้ มีคลื่นกี่ลูกคลื่น?

a)

1 ลูกคลื่น

b)

2 ลูกคลื่น

c)

3 ลูกคลื่น

d)

4 ลูกคลื่น

40.

ถ้าคลื่นขบวนนี้เคลื่อนที่ได้ตามรูปในเวลา 1 วินาที คลื่นขบวนนี้มีความถี่เท่าใด

a)

1 Hz

b)

2 Hz

c)

3 Hz

d)

4 Hz

41.

คาบในการเคลื่อนที่ของคลื่นขบวนนี้ มีค่าเท่าใด ถ้าความถี่เท่ากับ 2 เฮิร์ต

a)

0.25 วินาที

b)

0.5 วินาที

c)

1 วินาที

d)

2 วินาที

42.

เราสามารถสังเกตพบสันคลื่นและท้องคลื่นได้จากคลื่นกลประเภทใด

a)

คลื่นผสม

b)

คลื่นผิว

c)

คลื่นตามยาว

d)

คลื่นตามขวาง

43.

ในคลื่นตามยาวและคลื่นตามขวาง อนุภาคตัวกลางจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับคลื่นหรือไม่ อย่างไร

a)

เคลื่อนที่ไปพร้อมกับคลื่นทั้งสองประเภท

b)

เคลื่อนที่กลับไปกลับมาในแนวเดียวกับการเคลื่อนที่ของคลื่นทั้งสองประเภท

c)

เคลื่อนที่กลับไปกลับมาในทิศที่แตกต่างกันแล้วกลับสู่ตําแหน่งสมดุลโดยไม่ได้เคลื่อนที่ไปพร้อมกับคลื่น

d)

เคลื่อนที่เฉพาะคลื่นตามยาว แต่ไม่เคลื่อนที่ในคลื่นตามขวาง

44.

คลื่นทะเลที่เคลื่อนที่เข้าหาชายฝั่งแสดงพฤติกรรมใด

a)

การหักเห

b)

การสะท้อน

c)

การเลี้ยวเบน

d)

การแทรกสอด

45.

คลื่นน้ําจากแหล่งกําเนิดคลื่นทั้งสาม เมื่อเคลื่อนที่มาพบกันจะแสดงพฤติกรรมใด

a)

การสะท้อน

b)

การเลี้ยวเบน

c)

การแทรกสอด

d)

การดูดกลืน

46.

เมื่อเคาะระฆัง 1 ครั้ง ความถี่เสียงที่ได้ยินเป็นความถี่ธรรมชาติของระฆังหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ไม่ใช่ เพราะเสียงที่ได้ยินเกิดจากความถี่ที่เราเคาะระฆัง

b)

ไม่ใช่ เพราะระฆังสั่นด้วยความถี่ที่เปลี่ยนแปลงตามแรงเคาะ

c)

ใช่ เพราะความถี่เสียงขึ้นอยู่กับลักษณะของตัวกลางที่ระฆังอยู่

d)

ใช่ เพราะการเคาะระฆังเป็นการกระตุ้นให้สั่นด้วยความถี่ธรรมชาติ

47.

ถ้าต้องการช่วยเพื่อนที่เล่นชิงช้าให้แกว่งได้แอมพลิจูดมากขึ้น ควรช่วยแกว่งชิงช้าให้มีความถี่น้อยกว่า มากกว่า หรือเท่ากับความถี่การแกว่งเดิมของชิงช้า เพราะเหตุใด

a)

น้อยกว่า เพราะจะทําให้ชิงช้าแกว่งได้นานขึ้น

b)

มากกว่า เพราะจะเพิ่มพลังงานให้ชิงช้ามากขึ้น

c)

เท่ากับ เพราะเป็นการกระตุ้นการแกว่งที่ตรงกับความถี่ธรรมชาติของชิงช้า

d)

เท่ากับ เพราะจะทําให้ชิงช้าหยุดการแกว่งเร็วขึ้น

48.

ถ้าเพิ่มความยาวเชือกที่แขวนนอตจํานวน 3 ตัว จาก 80 เซนติเมตร เป็น 120 เซนติเมตร ความถี่ธรรมชาติในการแกว่งของลูกตุ้มจะเปลี่ยนไปอย่างไร

a)

ลดลง เพราะความยาวเชือกที่มากขึ้นทําให้ลูกตุ้มแกว่งช้าลง

b)

เพิ่มขึ้น เพราะความยาวเชือกที่มากขึ้นทําให้ลูกตุ้มแกว่งได้เร็วขึ้น

c)

ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะความถี่ธรรมชาติไม่ขึ้นกับความยาวเชือก

d)

ไม่สามารถบอกได้ เพราะต้องทราบมวลของลูกตุ้มด้วย

49.

สปริงบอร์ดกระโดดน้ํามีประโยชน์ต่อนักกีฬากระโดดน้ําอย่างไร

a)

ช่วยให้การกระโดดมีความแม่นยํามากขึ้น เนื่องจากลดแรงเสียดทานระหว่างนักกีฬากับบอร์ด

b)

ช่วยส่งตัวนักกีฬาให้กระโดดสูงขึ้น เนื่องจากเกิดการสั่นพ้องเมื่อใช้แรงกระโดด

c)

ช่วยลดแรงกระแทกเมื่อกระโดดลงในน้ํา

d)

ช่วยรักษาสมดุลของนักกีฬาในระหว่างกระโดด

50.

ผู้ทดลองอยู่บนยอดตึกมีความสูง 10 เมตร และทําการทดลองกรณีต่างๆ ดังนี้ A. ปล่อยวัตถุตกอย่างเสรี B. ขว้างวัตถุไปตามแนวระดับ ด้วยอัตราเร็ว 8 เมตรต่อวินาที C. ขว้างวัตถุขึ้นโดยทํามุม 45 องศากับแนวระดับ ด้วยความเร็ว 8 เมตรต่อวินาที ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. วัตถุในข้อ A และ B จะตกถึงพื้นพร้อมกัน ข. วัตถุในข้อ B และ C มีอัตราเร็วขณะกระทบพื้นเท่ากัน ค. วัตถุในข้อ C จะมีอัตราเร็วเป็นศูนย์ที่ตําแหน่งสูงสุด ง. วัตถุในข้อ C ตกถึงพื้นโดยมีระยะในแนวระดับมากกว่าวัตถุในข้อ B จ. วัตถุในข้อ A B และ C มีความเร่งเท่ากัน

a)

วัตถุในข้อ A และ B จะตกถึงพื้นพร้อมกัน

b)

วัตถุในข้อ B และ C มีอัตราเร็วขณะกระทบพื้นเท่ากัน

c)

วัตถุในข้อ C จะมีอัตราเร็วเป็นศูนย์ที่ตําแหน่งสูงสุด

d)

วัตถุในข้อ C ตกถึงพื้นโดยมีระยะในแนวระดับมากกว่าวัตถุในข้อ B

e)

วัตถุในข้อ A B และ C มีความเร่งเท่ากัน

51.

ในกิจกรรมการวางเข็มทิศรอบๆ เส้นลวดตรงเส้นหนึ่ง เมื่อมีหรือไม่มีกระแสไฟฟ้า คงที่ พบว่าเข็มของเข็มทิศวางตัวในลักษณะ ตามที่แสดงในภาพ กิจกรรมนี้เป็นการสาธิตเหตุการณ์ในข้อใด

a)

การเกิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

การเกิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนี่ยวนํา

c)

การเกิดสนามไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้า

d)

การเกิดสนามแม่เหล็กจากกระแสไฟฟ้า

e)

การเกิดแรงไฟฟ้าที่กระทําต่อเข็มของเข็มทิศ

52.

คลื่นผิวน้ําเดินทางจากบริเวณ 1 ไปยังบริเวณ II โดยมีทิศการเคลื่อนที่ตามลูกศร ดังภาพ ข้อใดถูกต้อง

a)

น้ําในบริเวณ I ตื้นกว่าน้ําในบริเวณ II

b)

น้ําในบริเวณ 1 ลึกเท่ากับน้ําในบริเวณ II

c)

น้ําในบริเวณ 1 ลึกกว่าน้ําในบริเวณ II

d)

ความยาวคลื่นผิวน้ําในบริเวณ I ยาวกว่าความยาวคลื่นผิวน้ําในบริเวณ II

e)

ความถี่ของคลื่นผิวน้ําในบริเวณ 1 ไม่เท่ากับความถี่ของคลื่นผิวน้ําในบริเวณ II

53.

จากข้อมูลถ้าใช้แกนกลางของแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดและขนาดเดียวกัน ข้อใดสรุปได้ถูกต้อง

a)

แม่เหล็ก A มีกําลังแม่เหล็กมากกว่าแม่เหล็ก B

b)

แม่เหล็ก B มีกําลังแม่เหล็กมากกว่าแม่เหล็ก C

c)

แม่เหล็ก C มีกําลังแม่เหล็กน้อยกว่าแม่เหล็ก D

d)

แม่เหล็ก D มีกําลังแม่เหล็กน้อยกว่าแม่เหล็ก A

54.

จากข้อมูล ข้อสรุปของนักเรียนในข้อใดถูกต้องทั้งหมด

a)

แต้ว และ กาน

b)

แต้ว และ ต้น

c)

กาน และ ต้น

d)

แต้ว กาน และต้น

55.

จากข้อมูล ข้อใดอธิบายปริมาณการเคลื่อนที่ไม่ถูกต้อง

a)

ระยะทางที่รถยนต์เคลื่อนที่ได้ใน 8 วินาที มีค่าเท่ากับขนาดการกระจัด

b)

ความเร่งที่เวลา 2 วินาที มีค่าเท่ากับ 5 เมตรต่อวินาที 2

c)

ความเร่งในช่วงเวลา 4-8 วินาที มีค่าเป็นศูนย์ แสดงว่ารถยนต์หยุดนิ่ง

d)

ความเร็วเฉลี่ยในช่วงเวลา 4-8 วินาที มีค่าเท่ากับ 20 เมตรต่อวินาที

e)

การกระจัดในช่วงเวลา 0-4 วินาที มีค่าน้อยกว่า การกระจัดในช่วงเวลา 4-8 วินาที

56.

จากข้อมูลการอภิปรายเรื่องการรวมกันของคลื่นผิวน้ําของนักเรียนแต่ละคน นักเรียนคนใดอธิบายได้ถูกต้อง

a)

คนที่ 1 และคนที่ 2

b)

คนที่ 2 และคนที่ 3

c)

คนที่ 3 และคนที่ 4

d)

คนที่ 4 และคนที่ 5

e)

คนที่ 5 และคนที่ 1

57.

เราสามารถสังเกตพบส่วนอัดและส่วนขยายได้จากคลื่นกลประเภทใด

a)

คลื่นผสม                

b)

คลื่นผิว                  

c)

คลื่นตามยาว           

d)

คลื่นตามขวาง