wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

กลางภาค-พระพุทธศาสนา ม.3 -2-2567

Total questions: 27

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

โยนิโสมนสิการ มีความหมายว่าอย่างไร

a)

การคิดวิเคราะห์

b)

การคิดให้จิตใจให้สงบสุข

c)

การคิดที่ทำให้เกิดปัญญา

d)

การคิดพิจารณาอย่างแยบคาย

2.

ข้อใดบอกถึงความหมายของ "วิธีคิดแบบเป็นอยู่ในปัจจุบัน" ได้ถูกต้อง

a)

ปานยังคิดถึงแต่เรื่องราวในอดีต

b)

เซฟคิดว่าจะตั้งใจเรียนในคาบนี้

c)

ปุ๊กกี้ยังนึกถึงความถูกต้องอยู่เสมอ

d)

เนยใสคิดว่าเที่ยงนี้จะกินข้าวกับอะไร

3.

หลักไตรลักษณ์ มีความสัมพันธ์กับวิธีคิดแบบใด

a)

วิธีแบบสามัญลักษณะ

b)

วิธีคิดแบบวิภัชชวาท

c)

วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย

d)

วิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์

4.

การคิดแบบใดถือเป็นการคิดแบบโยนิโสมนสิการ

a)

คิดทบทวนเหตุการณ์ในอดีต

b)

คิดการณ์ไกลวางแผนในอนาคต

c)

คิดเฉพาะเรื่องราวที่มีความสำคัญ

d)

คิดบนพื้นฐานข้อมูลและสภาพความเป็นจริง

5.

"การคิดพิจารณาโดยแยบคายเพื่อเข้าถึงความจริง โดยสืบค้นหาเหตุผลไปตามลำดับ หรือตริตรองให้รู้จักสิ่งที่ดีและสิ่งที่ชั่ว" ข้อความดังกล่าวหมายถึงวิธีการคิดแบบใด

a)

จักรวรรดิวัตร

b)

โยนิโสมนสิการ

c)

อปริหานิยธรรม

d)

ปฏิจจสมุปบาท

6.

“เมื่อน้องเมย์สอบตก จึงคิดทบทวนว่าเกิดจากสาเหตุใดก็พบว่าเกิดจากการไม่ตั้งใจเรียนและทบทวนบทเรียนน้อยไป จากนั้นจึงลงมือแก้ไขโดยตั้งใจเรียนและทบทวนบทเรียนให้มากขึ้นจนกระทั่งสอบผ่านและได้คะแนนดี” แสดงว่าน้องเมย์กำลังคิดแบบโยนิโสมนสิการวิธีใด

a)

คิดแบบอรรถสัมพันธ์

b)

คิดแบบรู้เท่าทันธรรมดา

c)

คิดแบบสืบสาวหตุปัจจัย

d)

คิดแบบอริยสัจหรือแก้ปัญหา

7.

ข้อใดเป็นความหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน

a)

การพัฒนาโดยใช้พลังงานจากธรรมชาติให้มากที่สุด

b)

การพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าทัดเทียมชาติตะวันตก

c)

การพัฒนาที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ แต่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว

d)

การพัฒนาที่ตอบสนองคนรุ่นปัจจุบัน แต่ไม่ส่งผลกระทบกับคนรุ่นต่อไป

8.

หลักไตรลักษณ์ มีความสัมพันธ์กับวิธีคิดแบบใด

a)

วิธีคิดแบบวิภัชชวาท

b)

วิธีแบบสามัญลักษณะ

c)

วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย

d)

วิธีคิดแบบอรรถธรรมสัมพันธ์

9.

ข้อใดเป็นการคิดแบบคุณ-โทษและทางออก

a)

เล่นเกมนี้ทีไร ไม่เคยชนะสักครั้ง เลิกเล่นดีกว่า

b)

ไปเที่ยวแล้วต้องกลับดึก แม่ว่าแน่ ๆ ไม่ไปดีกว่า

c)

แบบนั้นก็ดี แบบนี้ก็ดี แต่เลือกแบบที่คุ้มค่าดีกว่า

d)

ไม่อยากได้เท่าไร แต่ดีใจที่ลดราคา ซื้อไว้ก่อนดีกว่า

10.

หากนักเรียนเข้าใจวิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย ในการแก้ปัญหาชีวิตจะมีประโยชน์อย่างไรต่อนักเรียน

a)

ตัดสินใจเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

b)

ละเลยการพิจารณาเหตุและผล

c)

ตัดสินใจแบบสุ่มโดยไม่คิดถึงเหตุและผล

d)

พิจารณาแต่ละปัจจัยที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจ

11.

ข้อใดคือสิ่งที่สำคัญในการใช้หลักการสืบสาวเหตุปัจจัย ในการแก้ปัญหาทางจิตใจ

a)

การละทิ้งการพิจารณาเหตุและผล

b)

การมองปัญหาเป็นเรื่องของโชคชะตา

c)

การเข้าใจว่าปัญหามีหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกัน

d)

การหลีกเลี่ยงการตั้งคำถามเกี่ยวกับเหตุผลของปัญหา

12.
  1.  1. บทแผ่เมตตา

2. บทสวดพระพุทธคุณ

3. บทสวดพระสังฆคุณ

4. บทสวดพระธรรมคุณ

5. บทนมัสการพระรัตนตรัย

ข้อใดเรียงลำดับการสวดมนต์แปลและแผ่เมตตาได้ถูกต้อง

a)

5 4 3 2 1

b)

5 2 3 4 1

c)

5 2 4 3 1

d)

5 3 4 2 1

13.

ข้อใดจัดเป็นประโยชน์ของการสวดมนต์แปล

a)

ทำให้เกิดความขลังและความศักดิ์สิทธิ์

b)

ทำให้รู้และเข้าใจความหมายของบทสวดมนต์

c)

ทำให้เกิดฌานได้เร็ว ปราศจากความกังวลใดๆ

d)

ทำให้จิตมีสมาธิในการมองเห็นความจริงของชีวิต

14.

ข้อใดคือบทสวดพระพุทธคุณ

a)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม...

b)

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา...

c)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ...

d)

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ...

15.

ข้อใดคือบทสวดพระธรรมคุณ

a)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม...

b)

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา...

c)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ...

d)

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ...

16.

ข้อใดคือบทสวดพระสังฆคุณ

a)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม...

b)

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา...

c)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ...

d)

อิติปิโส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ...

17.

ข้อใดเป็นประโยชน์จากการสวดมนต์

a)

สามารถแปลบทสวดมนต์ได้

b)

มีพลังอำนาจพิเศษเหนือมนุษย์

c)

ช่วยให้จิตใจสงบสุขและเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

d)

เป็นการสั่งสมบุญเพื่อให้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นสูงสุด

18.

การบริหารจิต มีความหมายตรงตามข้อใด

a)

การสะกดจิต

b)

การฝึกจิตให้เกิดสมาธิ

c)

การลดความเครียดทางจิต

d)

การควบคุมจิตใจให้เป็นไปตามต้องการ

19.

"การบริหารจิต" ส่งเสริมการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีให้แก่ผู้ปฏิบัติอย่างไร

a)

สร้างนิสัยให้เป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว

b)

มีภาวะผู้นำที่แข็งกร้าวและหนักแน่นในทุกสถานการณ์

c)

ควบคุมสติและการแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

d)

มีความอดทนอดกลั้นไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกไปในทุกสถานการณ์

20.

สติปัฏฐานหมายถึงอะไร

a)

การฝึกสมาธิด้วยการทำความเข้าใจในทุกข์

b)

การพิจารณาและฝึกสติในแง่มุมต่างๆ ของชีวิต

c)

การตั้งจิตให้ที่การวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต

d)

การฝึกบริหารจิตโดยกำหนดพิจารณาตามร่างกาย

21.

การกระทำของบุคคลในข้อใด แสดงให้เห็นถึงการมี "สติปัฏฐาน"

a)

พลพล นำเงินไปบริจาคให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

b)

ฟอร์ด เป็นคนมีน้ำใจช่วยพาคนสูงอายุข้ามถนน

c)

นีโน่ ชอบดูรายการโทรทัศน์ที่ให้ความบันเทิง

d)

ใหม่ ไม่แสดงอาการโกรธเมื่อเพื่อนล้อเลียนปมด้อยของตน

22.

การตั้งสติกำหนดรู้เท่าทันเรื่องของกาย เช่น ยืน นั่ง นอน กิน ดื่ม พูด เป็นต้น คือ "สติปัฏฐาน" แบบใด

a)

กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน

b)

ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน

c)

เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน

d)

จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน

23.

ข้อใดมีความเกี่ยวข้องกับการฝึกสติปัฏฐานขั้นพิจารณาเห็นภายในกาย

a)

การกำหนดลมหายใจเข้า-ออก

b)

การตั้งสติกำหนดจิตให้รู้ถึงความจริง

c)

การกำหนดจิตให้รู้ถึงวิธีการแก้ไขปัญหา

d)

การพิจารณาธรรมให้เกิดสติปัญญาที่บริสุทธิ์

24.

ข้อใดไม่ใช่การฝึกสมาธิ

a)

นั่งสมาธิ

b)

เดินจงกลม

c)

กำหนดลมหาย

d)

การคิดวิเคราะห์

25.

ข้อใดคือระยะเวลาในการฝึกสมาธิที่เหมาะสม

a)

ทำาครั้งละนานๆ

b)

ทำาทุกครั้งที่ต้องการ

c)

ทำเป็นประจําทุกวัน

d)

ทำาบ่อยๆ ครั้งละไม่นาน

26.

การสมาธิทุกครั้ง ผู้ปฏิบัติต้องตัดกังวลให้หมด เรียกว่าอะไร

a)

ปลิโพธ

b)

กัมมะนีโย

c)

อานาปานสติ

d)

อารักขสัมปทา

27.

การเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติช่วยให้เกิดการพัฒนาในด้านใดมากที่สุด

a)

การมีสมาธิและการรู้ตัว

b)

การเพิ่มปัญญาในการวิเคราะห์

c)

การฝึกทักษะการพูดและการฟัง

d)

การเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในโลก