Worksheetsแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ระบบหมุนเวียนเลือด
Total questions: 33
Worksheet time: 17mins
Name
Class
Date
1.
คำนำหน้า
a)
นาย
b)
นางสาว
2.
ชื่อ-สกุล
4 lines
3.
เลขที่
4 lines
4.
1. สัตว์ในข้อใดพบเลือดในช่องว่างภายในลำตัว
a)
ก. หมึก หอย
b)
ข. ผึ้ง ตั๊กแตน
c)
ค. ไส้เดือนดิน กุ้ง
d)
ง. หอยฝาเดียว ตั๊กแตน
5.
2. ส่วนประกอบใดทำให้เลือดของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังบางชนิดมีสีน้ำเงิน
a)
ก. น้ำเหลือง
b)
ข. ฮีโมโกลบิน
c)
ค. ฮีโมไซยานิน
d)
ง. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์
6.
3. สัตว์ในข้อใดมีหัวใจเทียม (pseudoheart) ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
a)
ก. หมึก
b)
ข. ไฮดรา
c)
ค. ตั๊กแตน
d)
ง. ไส้เดือนดิน
7.
4. ข้อใดกล่าวถึงจำนวนห้องหัวใจของสัตว์ไม่ถูกต้อง
a)
ก. กบมีหัวใจ 3 ห้อง ประกอบด้วย ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 1 ห้อง
b)
ข. นกมีหัวใจ 4 ห้อง ประกอบด้วย ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 2 ห้อง
c)
ค. ปลามีหัวใจ 2 ห้อง ประกอบด้วย ห้องบน 1 ห้อง และห้องล่าง 1 ห้อง
d)
ง. จระเข้มีหัวใจ 4 ห้องไม่สมบูรณ์ ประกอบด้วย ห้องบน 2 ห้อง และห้องล่าง 1 ห้องที่มีแผ่นกั้นไม่สมบูรณ์
8.
5. เพราะเหตุใดหัวใจห้องล่างซ้ายจึงมีผนังหนากว่าหัวใจห้องอื่น
a)
ก. เพื่อสูบฉีดเลือดเข้าสู่หลอดเลือดขนาดใหญ่
b)
ข. เพื่อสูบฉีดเลือดที่มีแรงดันแก๊สออกซิเจนสูง
c)
ค. เพื่อสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ
d)
ง. เพื่อสูบฉีดเลือดที่มีปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูง
9.
6. ลิ้นหัวใจไบคัสปิดทำหน้าที่ใด
a)
ก. กั้นหัวใจห้องบนขวากับห้องล่างขวา
b)
ข. กั้นหัวใจห้องบนขวากับห้องล่างซ้าย
c)
ค. กั้นหัวใจห้องบนซ้ายกับห้องล่างซ้าย
d)
ง. กั้นหัวใจห้องบนซ้ายกับห้องล่างขวา
10.
7. ลิ้นหัวใจชนิดใดที่ทำหน้าที่กั้นหัวใจห้องบนขวากับห้องล่างขวา
a)
ก. ลิ้นไบคัสปิด
b)
ข. ลิ้นไตรคัสปิด
c)
ค. ลิ้นเอออร์ติกเซมิลูนาร์
d)
ง. ลิ้นพัลโมนารีเซมิลูนาร์
11.
8. ถ้าลิ้นกั้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายและห้องล่างซ้ายทำงานบกพร่องจะเกิดผลเสียอย่างไร
a)
ก. เลือดในร่างกายมีปริมาณลดลง
b)
ข. เลือดในร่างกายมีความดันลดลง
c)
ค. เลือดถูกส่งไปยังปอดมากเกินไป
d)
ง. เลือดถูกส่งไปยังส่วนต่าง ๆ น้อยลง
12.
9. การวัดอัตราการเต้นของหัวใจควรวัดที่บริเวณใดของร่างกาย
a)
ก. หลอดเลือดเวนบริเวณคอ
b)
ข. หลอดเลือดอาร์เทอรีบริเวณขา
c)
ค. หลอดเลือดเวนบริเวณข้อพับแขน
d)
ง. หลอดเลือดอาร์เทอรีบริเวณข้อมือ
13.
10. ค่าความดันเลือดของคนปกติมีค่าเฉลี่ยประมาณเท่าไร
a)
ก. 90/60 มิลลิเมตรปรอท
b)
ข. 110/70 มิลลิเมตรปรอท
c)
ค. 120/80 มิลลิเมตรปรอท
d)
ง. 130/90 มิลลิเมตรปรอท
14.
11. เพราะเหตุใดเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ความดันเลือดจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
a)
ก. ผนังหลอดเลือดยืดหยุ่นน้อยลง
b)
ข. เซลล์ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพ
c)
ค. หัวใจต้องใช้แรงดันสูบฉีดเลือดมากขึ้น
d)
ง. อัตราการบีบและคลายตัวของหัวใจช้าลง
15.
12. ข้อใดไม่เป็นองค์ประกอบของเลือด
a)
ก. เซลล์เม็ดเลือด
b)
ข. น้ำเลือดหรือพลาสมา
c)
ค. ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
d)
ง. เกล็ดเลือดหรือแผ่นเลือด
16.
13. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเลือด
a)
ก. เกล็ดเลือดมีอายุน้อยที่สุด
b)
ข. หัวใจเป็นอวัยวะที่ไม่เคยหยุดทำงาน
c)
ค. ฮีโมโกลบินเป็นองค์ประกอบของเซลล์เม็ดเลือดแดง
d)
ง. เซลล์เม็ดเลือดแดงไม่มีนิวเคลียสแต่เซลล์เม็ดเลือดขาวมีนิวเคลียส
17.
14. เพราะเหตุใดหลอดเลือดเวนจึงต้องมีลิ้นภายในหลอดเลือด
a)
ก. แรงดันในหลอดเลือดต่ำ
b)
ข. ผนังหลอดเลือดบางมาก
c)
ค. ช่องภายในหลอดเลือดกว้าง
d)
ง. ลำเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำ
18.
15. ข้อใดกล่าวถึงความแตกต่างของหลอดเลือดอาร์เทอรีและหลอดเลือดเวนได้ถูกต้อง
a)
ก. ลิ้นในหลอดเลือดพบเฉพาะในหลอดเลือดอาร์ทอรี
b)
ข. ช่องภายในหลอดเลือดอาร์เทอรี่กว้างกว่าหลอดเลือดเวน
c)
ค. หลอดเลือดอาร์เทอรีมีความยืดหยุ่นสูงกว่าหลอดเลือดเวน
d)
ง. หลอดเลือดเวนมีแรงดันในหลอดเลือดสูงกว่าหลอดเลือดอาร์เทอรี
19.
16. การเจาะเลือดเพื่อตรวจหรือบริจาค ควรเจาะเลือดจากหลอดเลือดใด เพราะเหตุใด
a)
ก. หลอดเลือดฝอย เพราะมีผนังบางที่สุด
b)
ข. หลอดเลือดเวน เพราะมีแรงดันเลือดต่ำ
c)
ค. หลอดเลือดอาร์เทอรี เพราะมีแรงดันเลือดสูงและคงที่
d)
ง. หลอดเลือดเวน เพราะลำเลียงเลือดที่มีแก๊สออกซิเจนต่ำ
20.
17. หลอดเลือดเวนมีหลักการลำเลียงเลือดอย่างไร
a)
ก. การแพร่
b)
ข. ออสโมซิส
c)
ค. แรงดันเลือด
d)
ง. การหดตัวของกล้ามเนื้อลาย
21.
18. ฮีโมโกลบินมีความสามารถสูงสุดในการวมตัวกับสารในข้อใด
a)
ก. O2
b)
ข. N2
c)
ค. CO
d)
ง. CO2
22.
19. โปรตีนชนิดใดไม่พบในพลาสมา
a)
ก. อัลบูมิน
b)
ข. โกลบูมิน
c)
ค. ฮีโมโกลบิน
d)
ง. ไฟบริโนเจน
23.
20. ในวัยผู้ใหญ่เซลล์เม็ดเลือดแดงถูกสร้างขึ้นที่อวัยวะใด
a)
ก. ตับ
b)
ข. ม้าม
c)
ค. ไขกระดูก
d)
ง.ต่อมไทมัส
24.
21. ลักษณะของเซลล์เม็ดเลือดแดงส่งผลต่อการทำงานอย่างไร
a)
ก. เพิ่มพื้นที่ผิวลำเลียงแก๊สออกซิเจน
b)
ข. จับและปล่อยแก๊สออกซิเจนง่ายขึ้น
c)
ค. ยับยั้งการจับของฮีโมโกลบินกับแก๊สชนิดอื่น
d)
ง. กระตุ้นการจับของฮีโมโกลบินกับแก๊สออกซิเจน
25.
22. หากย้อมเซลล์เม็ดเลือด พบเซลล์เม็ดเลือดขาวมีนิวเคลียส 2 พู สีชมพู และมีเม็ดกลมเล็ก ๆ ลอยอยู่ในไซโทพลาซึม ลักษณะดังกล่าวเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใด
a)
ก. โมโนไซต์
b)
ข. เบโซฟิลล์
c)
ค. นิวโทรฟิลล์
d)
ง. อีโอซิโนฟิลล์
26.
23. ข้อใดกล่าวถึงลักษณะนิวเคลียสกับชนิดของเซลล์เม็ดเลือดขาวได้ถูกต้อง
a)
ก. เบโซฟิล : นิวเคลียสบิดเบี้ยว
b)
ข. นิวโทรฟิล : นิวเคลียสมี 2 พู
c)
ค. ลิมโฟไซต์ : นิวเคลียสรูปเกือกม้า
d)
ง. โมโนไซต์ : นิวเคลียสกลมเกือบเต็มเซลล์
27.
24. เซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คือข้อใด
a)
ก. Basophil
b)
ข. Monocyte
c)
ค. Eosinophil
d)
ง. Lymphocyte
28.
25. จากกระบวนการข้างต้น A และ B คือโปรตีนชนิดใด
a)
ก. A คือ โกลบูลิน C คือ ไฟบริโนเจน
b)
ข. A คือ อัลบูมิน C คือ ทรอมโบพลาสติน
c)
ค. A คือ ทรอมโบพลาสติน C คือ ทรอมบิน
d)
ง. A คือ ทรอมโบพลาสติน C คือ ไฟบริโนเจน
29.
26. เซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดใดที่ทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมโดยวิธีฟาโกไซโทซิส
a)
ก. เบโซฟิล (basophil)
b)
ข. โมโนไซต์ (monocyte)
c)
ค. นิวโทรฟิลล์ (neutrophill)
d)
ง. อีโอซิโนฟิลล์ (eosinophill)
30.
27. ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับซีรัมได้ถูกต้อง
a)
ก. เลือดที่เอาเซลล์เม็ดเลือดแดงออก
b)
ข. เลือดที่เอาพลาสมาโปรตีนและไอออนต่าง ๆ ออก
c)
ค. เลือดที่เอาเซลล์เม็ดเลือดและพลาสมาโปรตีนออก
d)
ง. เลือดที่เอาเซลล์เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และไฟบริโนเจนออก
31.
28. ข้อใดคือลักษณะสำคัญของเซลล์เม็ดเลือดแดง
a)
ก. สร้างจากตับ ไม่มีนิวเคลียส มีไมโทรคอนเดรีย
b)
ข. สร้างจากตับ ไม่มีนิวเคลียส ไมมีไมโทรคอนเดรีย
c)
ค. สร้างจากไขกระดูก ไม่มีนิวเคลียส มีไมโทรคอนเดรีย
d)
ง. สร้างจากไขกระดูก ไม่มีนิวเคลียส ไม่มีไมโทรคอนเดรีย
32.
29. หลอดเลือดที่ทำหน้าที่นำเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ เรียกว่าอะไร
a)
ก. อาร์เทอรี (artery)
b)
ข. เวนาคาวา (vena cava)
c)
ค. อาร์เทอริโอล (arteriole)
d)
ง. โคโรนารีอาร์เทอรี (coronary artery)
33.
30. ถ้านักเรียนมีเลือดหมู่ AB นักเรียนสามารถบริจาคเลือดให้แก่ผู้มีเลือดหมู่ใดได้บ้าง และนักเรียนจะรับหมู่ใดได้บ้าง
a)
ก. บริจาคเลือดให้ผู้ที่มีหมู่เลือด A และรับหมู่เลือด O
b)
ข. บริจาคเลือดให้ผู้ที่มีหมู่เลือด B และรับหมู่เลือด A,B
c)
ค. บริจาคเลือดให้ผู้ที่มีหมู่เลือด A,B และรับหมู่เลือด AB
d)
ง. บริจาคเลือดให้ผู้ที่มีหมู่เลือด AB และรับเลือดได้ทุกหมู่เลือด
100 %
