wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Biology 4.2.1

Total questions: 30

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

นิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอ 1 โมเลกุล ประกอบด้วยอะไรบ้าง

a)

น้ำตาลไรโบส ไนโตรจีนัสเบสชนิดไทมีน และหมู่ฟอสเฟต 1 หมู่

b)

น้ำตาลไรโบส ไนโตรจีนัสเบสชนิดอะดีนีน และหมู่ฟอสเฟต 2 หมู่

c)

น้ำตาลดีออกซีไรโบส ไนโตรจีนัสเบสชนิดกวานีน และหมู่ฟอสเฟต 1 หมู่

d)

น้ำตาลดีออกซีไรโบส ไนโตรจีนัสเบสชนิดยูราซิล และหมู่ฟอสเฟต 1 หมู่

2.

พอลินิวคลีโอไทด์ทั้ง 2 สาย เชื่อมต่อกันด้วยองค์ประกอบใด

a)

พันธะไฮโดรเจนระหว่างน้ำตาลเพนโทสของแต่ละสาย

b)

พันธะไฮโดรเจนระหว่างเบสคู่สมของแต่ละสาย

c)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ระหว่างเบสคู่สมของแต่ละสาย

d)

พันธะฟอสโฟไดเอสเทอร์ระหว่างหมู่ฟอสเฟตของแต่ละสาย

3.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ DNA และ RNA

a)

ในโมเลกุล DNA จะไม่มีเบสไทมีน แต่จะมีเบสยูราซิลแทน

b)

โมเลกุล DNA และ RNA ประกอบด้วยน้ำตาลเพนโทสเหมือนกัน

c)

ในโมเลกุล RNA เบส A จะจับกับเบส U ด้วยพันธะไฮโดรเจน 2 พันธะ

d)

ในโมเลกุล DNA เบส C จะจับกับเบส G ด้วยพันธะไฮโดรเจน 3 พันธะ

4.

สายดีเอ็นเอที่พันรอบกลุ่มโปรตีนฮีสโตนคือข้อใด

a)

nucleoid

b)

nucleoside

c)

nucleotide

d)

nucleosome

5.

ถ้าดีเอ็นเอสายหนึ่งประกอบด้วยเบส C 15% จะมีเบสชนิดอื่นๆ ในปริมาณเท่าใด

a)

A 15% G 35% T 35%

b)

A 35% G 15% T 35%

c)

A 35% G 35% T 15%

d)

A 35% G 35% T 35%

6.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่คุณสมบัติของสารพันธุกรรม

a)

สามารถสังเคราะห์สารได้

b)

สามารถถ่ายทอดจากรุ่นหนึ่งสู่รุ่นหนึ่งได้

c)

สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์ได้

d)

สามารถเพิ่มจำนวนได้

7.

โครงสร้างใดไม่พบในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนในไซโทพลาซึม

a)

rRNA

b)

tRNA

c)

DNA

d)

mRNA

8.

ในการทำลายพันธะไฮโดรเจนของเบสคู่สมในดีเอ็นเอด้วยความร้อน ดีเอ็นเอในข้อใดต้องใช้ความร้อนมากที่สุด

a)

DNA ที่ประกอบด้วยอะดีนีน 25%

b)

DNA ที่ประกอบด้วยกวานีน 25%

c)

DNA ที่ประกอบด้วยไทมีน 30%

d)

DNA ที่ประกอบด้วยไซโทซีน 30%

9.

กระบวนการใดที่เกิดขึ้นภายในนิวเคลียสของมนุษย์

a)

หมายเลข 1

b)

หมายเลข 2

c)

หมายเลข 1 และ 2

d)

หมายเลข 2 และ 3

10.

กระบวนการที่ 1 และ 2 เกิดขึ้นที่บริเวณใดของเซลล์แบคทีเรีย

a)

ไซโทพลาซึม

b)

นิวเคลียส

c)

ไรโบโซม

d)

เยื่อหุ้มเซลล์

11.

หมายเลข 1 2 และ 3 คือกระบวนการใด ตามลำดับ

a)

transcription translation replication

b)

replication transcription translation

c)

translation transcription replication

d)

replication translation transcription

12.

DNA แม่แบบสายหนึ่งมีลำดับเบส ดังนี้ 5' TCCTTAGTACGGCATATC 3' เมื่อสิ้นสุดกระบวนการแปลรหัสจะได้สายพอลอเพปไทด์ที่มีกรดอะมิโนจำนวนเท่าใด

a)

6

b)

5

c)

4

d)

3

13.

ในการเริ่มต้นการแปลรหัสเพื่อสังเคราะห์โปรตีน แอนติโคดอนของกรดอะมิโนตัวแรกคือข้อใด

a)

UAC

b)

UAA

c)

AUG

d)

UAG

14.

mRNA สายหนึ่งมีลำดับเบส ดังนี้ 5' AUGCAUGCAUGC 3' ในการแปลรหัสเพื่อสังเคราะห์โปรตีนจะต้องมีแอนติโคดอนแบบใด ตามลำดับ

a)

ACC GAT GUA AUG

b)

AUG CAU GCA UGC

c)

UAC GUA CGU ACG

d)

GTA UAA UTA AUA

15.

ข้อใดระบุหน้าที่ของ RNA ได้ถูกต้อง

a)

mRNA ทำหน้าที่นำรหัสพันธุกรรมของ DNA มาสังเคราะห์โปรตีน

b)

mRNA ทำหน้าที่นำกรดอะมิโนมาต่อเป็นสายพอลิเพปไทด์

c)

rRNA ทำหน้าที่นำแอนติโคดอนที่มีกรดอะมิโนมาเข้าคู่กับโคดอน

d)

tRNA ทำหน้าที่นำข้อมูลทางพันธุกรรมไปส่งต่อให้กับ mRNA

16.

จากภาพ หมายเลข 1 และหมายเลข 2 คืออะไร ตามลำดับ

a)

replication transcription

b)

transcription translation

c)

mRNA translation

d)

mRNA transcription

17.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการสังเคราะห์โปรตีน

a)

การสังเคราะห์โปรตีนในเซลล์ของแบคทีเรียจะเริ่มต้นก็ต่อเมื่อการถอดรหัสหยุดลง

b)

สายพอลิเพปไทด์เกิดจากการสร้างพันธะเพปไทด์ของกรดอะมิโนที่อยู่ติดกัน

c)

การสังเคราะห์โปรตีนจะหยุดลงเมื่อเจอรหัสพันธุกรรม UAG UAA และ UGA

d)

กรดอะมิโนตัวแรกในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน คือ เมไทโอนีน

18.

DNA ที่เป็นแม่แบบให้ mRNA มีลำดับเบสดังต่อไปนี้ จะมีพันธะไฮโดรเจนกี่พันธะ 5' AUGACGUUUCGAGUCAAGAAAUGCACC 3'

a)

27 พันธะ

b)

66 พันธะ

c)

81 พันธะ

d)

54 พันธะ

19.

DNA สายหนึ่งมีลำดับเบสดังนี้ 3’ GAGCAGTGATTGCCA 5’ กรดอะมิโนที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมีลำดับอย่างไร

a)

ลิวซีน ซีรีน ทีโอนีน วาลีน อะลานีน

b)

ลิวซีน วาลีน ทรีโอนีน อะลานีน เมไทโอนีน

c)

ลิวซีน ซีลีน ทรีโอนีน แอสพาราจีน เมไทโอนีน

d)

ลิวซีน วาลีน ทรีโอนีน แอสพาราจีน ไกลซีน

20.

กำหนดให้สายพอลิเพปไทด์มีลำดับกรดอะมิโนประกอบด้วย Met-Arg-Ile ข้อใดคือสายต้นแบบ mRNA ที่กำหนดกรดอะมิโนดังกล่าว

a)

5' AUGCGUAGG 3'

b)

5' AUGGGUGAU 3'

c)

5' AUGCGGAUU 3'

d)

5' AUGUGUUGG 3'

21.

จากตาราง แอนติโคดอนหมายเลข 1 2 และ 3 คือข้อใด ตามลำดับ

a)

UCG GGA และ UCG

b)

UAC GCA และ UGC

c)

AGU ACG และ CGU

d)

UUG CGA และ CGU

22.

จากภาพที่กำหนดให้ กระบวนการหมายเลข 1 และ 2 คือกระบวนการใด และเกิดขึ้นที่ใด

a)

หมายเลข 1 translation เกิดขึ้นที่นิวเคลียส หมายเลข 2 transcription เกิดขึ้นที่ไซโทพลาซึม

b)

หมายเลข 1 repication เกิดขึ้นที่นิวเคลียส หมายเลข 2 transcription เกิดขึ้นที่นิวเคลียส

c)

หมายเลข 1 translation เกิดขึ้นที่นิวเคลียส หมายเลข 2 repication เกิดขึ้นที่นิวเคลียส

d)

หมายเลข 1 repication เกิดขึ้นที่นิวเคลียส หมายเลข 2 tran

23.

พอลิเพปไทด์สายหนึ่งประกอบด้วยกรดอะมิโนจำนวน 153 โมเลกุล ลำดับเบสบนสาย mRNA ของพอลิเพปไทด์สายนี้จะมีจำนวนอย่างน้อยกี่ลำดับเบส

a)

51 ลำดับเบส

b)

153 ลำดับเบส

c)

306 ลำดับเบส

d)

459 ลำดับเบส

24.

การกลายรูปแบบใดไม่ส่งผลกระทบต่อลักษณะพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

a)

nonsense mulation

b)

silent mutation

c)

missense mulation

d)

frameshift mutation

25.

โรคทางพันธุกรรมในข้อใดเกิดจากปรากฏการณ์นอนดิสจังชัน

a)

โรคฮีโมฟิเลีย

b)

โรคธาลัสซีเมีย

c)

กลุ่มอาการดาวน์

d)

กลุ่มอาการคริดูชาต์

26.

"ลักษณะความผิดปกติเกิดได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีโครโมโซมมากกว่าคนปกติ มีอาการปากแหว่ง เพดานโหว่ และหูหนวก" ลักษณะความผิดปกติข้างต้นพบในกลุ่มอาการของความผิดปกติทางพันธุกรรมใด

a)

กลุ่มอาการพาทัว

b)

กลุ่มอาการดาวน์

c)

กลุ่มอาหาร XXY

d)

กลุ่มอาการเทอร์เนอร์

27.

จากคารีโอไทป์ที่กำหนดให้ เป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมของกลุ่มอาการใด

a)

กลุ่มอาการพาทัว

b)

กลุ่มอาการเทอร์เนอร์

c)

กลุ่มอาการ XXY

d)

กลุ่มอาการดาวน์

28.

ผู้ป่วยมีอาการปัญญาอ่อน ศีรษะเล็กกว่าปกติ ใบหูอยู่ต่ำกว่าปกติ และมีเสียงร้องคล้ายเสียงแมว จากลักษณะอาการข้างต้น เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมใด และผิดปกติอย่างไร

a)

โครโมโซมคูที่ 5 มีส่วนหนึ่งของแขนข้างสั้นขาดหายไป

b)

โครโมโซมคู่ที่ 21 มีจำนวนเพิ่มมา 1 โครโมโซม

c)

โครโมโซมคู่ที่ 5 มีจำนวนลดลง 1 โครโมโซม

d)

โครโมโซมคู่ที่ 21 มีส่วนหนึ่งของแขนข้างสั้นขาดหายไป

29.

จากแผนภาพคารีโอไทป์ เป็นความผิดปกติของกลุ่มอาการใด

a)

กลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด

b)

กลุ่มอาการดาวน์

c)

กลุ่มอาการพาทัว

d)

กลุ่มอาการเทอร์เนอร์

30.

กลุ่มอาการไคลน์เฟลเทอร์เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซมใด และผิดปกติอย่างไร

a)

โครโมโซมเพศของเพศชาย มีโครโมโซม X เกินมา

b)

โครโมโซมร่างกายคู่ที่ 5 มีแขนข้างหนึ่งสั้นกว่าปกติ

c)

โครโมโซมร่างกายคู่ที่ 13 เกินมา 1 แท่ง

d)

โครโมโซมเพศของเพศชาย มีโคร