wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเสียง

Total questions: 20

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับคลื่นเสียง

a)

1.เมื่อเสียงเดินทางผ่านตัวกลางจะทำให้ตัวกลางเกิดการสั่นสะเทือน

b)

2.สียงเดินทางผ่านตัวกลางต่างชนิดได้ดีไม่เท่ากัน

c)

3.อัตราเร็วของเสียงในอากาศลดลงเมื่ออุณหภูมิของอากาศเพิ่มขึ้น

d)

ข้อ1และ2

2.

ข้อใดเป็นการแทรกสอดของเสียง

a)

การสั่นพ้อง

b)

บีตส์

c)

ดอปเพลอร์

d)

คลื่นกระแทก

3.

การเทียบเสียงดนตรีกับเสียงมาตรฐาน ใช้ประโยชน์ของเรื่องใด

a)

การสั่นพ้อง

b)

บีตส์

c)

ดอปเปลอร์

d)

คลื่นกระแทก

4.

เสียงก้อง เกี่ยวข้องกับสมบัติด้านใดของเสียง

a)

การสะท้อน

b)

การหักเห

c)

การเลี้ยวเบน

d)

การแทรกสอด

5.

การที่วัตถุถูกกระทำด้วยความถี่ค่าหนึ่งซึ่งตรงกับความถี่ธรรมชาติของวัตถุนั้นพอดี ทำให้แอมพลิจูดการสั่นสูงสุดเรียกว่า

a)

ความถี่ธรรมชาติ

b)

โอเวอร์โทน

c)

ฮาร์มอนิก

d)

การสั่นพ้อง

6.

ข้อใดถูกต้อง

a)

1.ในทางการแพทย์อุลตร้าโซนิกตรวจดูอวัยวะภายใน ใช้คุณสมบัติของเสียง คือ การสะท้อน

b)

2.การเทียบเสียงของกีตาร์ให้มีความถี่เท่ากับความถี่ของหลอดเสียงมาตรฐานที่ต้องการ นักดนตรีอาศัยหลักการแทรกสอดของเสียง

c)

3.การหักเหของเสียง  มีประโยชน์ในการตรวจหาแหล่งแร่ธาตุ

d)

ข้อ1และ2

7.

ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์เกี่ยวข้องกับเรื่องใด

a)

ความดัง

b)

ระดับเสียง

c)

คุณภาพเสียง

d)

ความถี่

8.

เสียงบีตส์ที่ได้ยินเป็นเสียงดัง สลับกันเป็นจังหวะ ทุก ๆ ครึ่งวินาที มีความถี่เท่าใด

a)

1 Hz

b)

2 Hz

c)

15 Hz

d)

20 Hz

9.

เหตุการณ์ใดไม่เกิดปรากฏการณ์ดอปเพลอร์

a)

แหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ ผู้ฟังเคลื่อนที่

b)

แหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ ผู้ฟังหยุดนิ่ง

c)

แหล่งกำเนิดเสียงหยุดนิ่ง ผู้ฟังเคลื่อนที่

d)

แหล่งกำเนิดเสียงหยุดนิ่ง ผู้ฟังหยุดนิ่ง

10.

ถ้าเราเปิดวิทยุเครื่องหนึ่งไว้ในที่โล่งกลางสนาม แล้วเดินเข้าไปหาจากจุดที่ไม่ได้ยินเสียง จนได้ยินเสียงดังที่สุด ที่เราได้ยินเสียงดังขึ้น เป็นผลมาจากปริมาณใดของเสียงเพิ่มขึ้น

a)

ความถี่เสียง

b)

ความเข้มเสียง

c)

คุณภาพเสียง

d)

ระดับสูงต่ำของเสียง

11.

ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก

a)

ความถี่ธรรมชาติของวัตถุ คือ ความถี่ของการแกว่งหรือการสั่นที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงของโลก

b)

การสั่นพ้อง คือ การเคาะส้อมเสียงที่มีความถี่ต่างกัน 2 อันพร้อมกัน

c)

การสั่นพ้อง คือ การออกแรงแกว่งชิงช้า โดยความถี่ของแรงเท่ากับความถี่ธรรมชาติของชิงช้า

d)

ถูกทุกข้อ

12.

สิ่งที่ช่วยแยกประเภทของแหล่งกำเนิดเสียงได้คือ

a)

คุณภาพเสียง

b)

ความเข้มเสียง

c)

ระดับเสียง

d)

ระดับความเข้มเสียง

13.

นักดนตรีคนหนึ่งเล่นไวโอลิน ความถี่ 504 เฮิรตซ์ นักดนตรีอีกคนเล่นกีตาร์พร้อมกัน เกิดบีตส์ 5 เฮิรตซ์ แสดงว่า นักดนตรีเล่นกีตาร์ที่ความถี่กี่เฮิรตซ์

a)

499

b)

509

c)

ถูกทั้ง 499 และ509

d)

ผิดทั้ง 499และ 509

14.

เมื่อแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่เข้าหาผู้ฟัง ผู้ฟังจะได้ยินเสียงความถี่เป็นอย่างไร

a)

ความถี่เท่าเดิม

b)

ความถี่สูงขึ้น

c)

ความถี่ลดลง

d)

ความถี่ไม่คงที่

15.

ในการทดลองการสั่นพ้องของเสียงโดยใช้หลอดเรโซแนนซ์ ผลปรากฏว่าตำแหน่งที่ได้ยินเสียงดังที่สุด ครั้งแรกอยู่ห่างจากปากหลอดกี่เท่าของความยาวคลื่น

a)

1.25

b)

0.75

c)

0.50

d)

0.25

16.

ข้อความต่อไปนี้ ข้อใดถูก

a)

ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ ผู้ฟังเสียงจะได้ยินเสียงที่มีความเข้มเสียงต่างไปจากเดิม

b)

ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ แหล่งกำเนิดเสียงจะให้เสียงที่มีความถี่เสียงเท่าเดิม

c)

ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ ผู้ฟังเสียงจะได้ยินเสียงที่มีความถี่เสียงต่างไปจากเดิม

17.

ในการแบ่งเสียงดนตรีทางวิทยาศาสตร์ ถ้าเสียง E// เป็น 1,280 เฮิรตซ์ เสียง E จะมีความถี่กี่เฮิรตซ์

a)

160 เฮิรตซ์

b)

320 เฮิรตซ์

c)

640 เฮิรตซ์

d)

960 เฮิรตซ์

18.

ค่า Mach = 2 มีความหมายว่าอย่างไร

a)

ความดังเสียงสูงเป็น 2 เท่า

b)

พลังงานเสียงมากกว่าแหล่งกำเนิด 2 เท่า

c)

เกิดค่ามุมหน้าคลื่นกระแทกกว้างเป็น 2 เท่า

d)

แหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่เร็วเป็น 2 เท่าของอัตราเร็วเสียง

19.

ถ้าต้องการให้เครื่องบินมีอัตราเร็วเป็นสองเท่าของอัตราเร็วเสียง หน้าคลื่นกระแทกที่เกิดจากเครื่องบินลำนี้ จะต้องทำมุมกันกี่องศา

a)

15

b)

30

c)

45

d)

60

20.

ตำแหน่งเสียงดังสองครั้งติดกันในหลอดเรโซแนนซ์ จะห่างกันเท่าใด

a)

ครี่งหนึ่งของความยาวคลื่น
  

b)

หนึ่งส่วนสี่เท่ากับความยาวคลื่น

c)

สองเท่าของความยาวคลื่น 

d)

สี่เท่าของความยาวคลื่น