Worksheetsแบบทดสอบภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
Total questions: 32
Worksheet time: 16mins
การอ่านวินิจสารควรใช้ทักษะการอ่านพื้นฐานใดเป็นสําคัญ
การอ่านแบบกวาดสายตา
การอ่านจับใจความสําคัญ
การอ่านเพื่อประเมินค่า
การอ่านแปลความ
การอ่านสารชนิดใด ที่ไม่ควรใช้การอ่านแปลความ
การอ่านบทกวีนิพนธ์
การอ่านตําราวิชาการ
การอ่านป้ายโฆษณาสินค้า
การอ่านข่าวพยากรณ์อากาศ
หลักการสําคัญของการอ่านแปลความ คือข้อใด
ควรจับประเด็นสําคัญของผู้เขียนให้ได้
ควรแปลเพื่อให้เข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายขึ้น
ควรแปลความหมายทุกคําที่ปรากฏในเรื่อง
ควรแปลแล้วยังรักษาเนื้อหาและสาระความสําคัญของเรื่องภาษาต่างประเทศ
สัญลักษณ์ดังกล่าว หมายความว่าอย่างไร
ระวังอันตรายจากฝุ่นละออง
ระวังอันตรายจากคลื่นเสียง
ระวังอันตรายจากไฟฟ้าแรงสูง
ระวังอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี
สัญลักษณ์ดังกล่าว หมายความว่าอย่างไร
ระวังอันตรายจากฝุ่นละออง
ระวังอันตรายจากคลื่นเสียง
ระวังอันตรายจากไฟฟ้าแรงสูง
ระวังอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี
ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์การอ่านตีความ
ต้องมีความคิดแทรกขณะที่อ่าน
ต้องเข้าใจความหมายของศัพท์ที่อ่าน
ต้องคาดคะเนสิ่งที่น่าจะเป็นขณะที่อ่าน
ต้องจับประเด็นสําคัญของเรื่องที่อ่านได้
ข้อความในข้อใดที่ตีความได้มากกว่าหนึ่งความหมาย
เหล้าเก่าในขวดใหม่
แม่ดอกโสนบานเช้า
สามวันจากนารีเป็นอื่น
กินเหมือนหมูอยู่เหมือนหมา
ข้อใดไม่ใช่วิธีการอ่านขยายความ
การกล่าวถึงสาเหตุและผลที่สัมพันธ์กัน
ถ้อยคําที่เขียนจะต้องมีความหมายที่ชัดเจน
การอธิบายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเพิ่มเติม
การยกตัวอย่างหรือข้อเท็จจริงมาประกอบเนื้อเรื่องเดิม
“อาหารดีสุขภาพดี” แนวคิดสําคัญของข้อความนี้คือข้อใด
อาหารที่มีประโยชน์ส่งผลดีต่อสุขภาพให้แข็งแรง
อาหารดีช่วยให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายแข็งแรง
สุขภาพที่แข็งแรงเกิดจากการรับประทานอาหารที่สดสะอาด
สุขภาพไม่แข็งแรงเพราะรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์
สิ่งสําคัญสําหรับการอ่านตีความ คือข้อใด
ใช้ความคิดสร้างสรรค์ตีความหมายของข้อความ
พิจารณาสาระและเจตนาของผู้เขียนที่ต้องการสื่อ
อ่านเรื่องให้ละเอียดแล้วจับประเด็นสําคัญของผู้เขียน
อาศัยบริบทเพื่อช่วยในการอธิบายความหมายของคํา
ข้อใดไม่ใช่หลักการอ่านเพื่อประเมินค่า
พิจารณาความรู้สึก
พิจารณาภาษาที่ใช้
พิจารณากลวิธีการแต่ง
พิจารณาเกี่ยวกับรูปแบบคําประพันธ์
วิธีการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ ต้องอาศัยการอ่านแบบใดเพื่อย่อยข้อมูลจากสิ่งที่อ่าน
การอ่านในใจและการอ่านวิเคราะห์
การอ่านออกเสียงและการอ่านตีความ
การอ่านสรุปความและการอ่านจับใจความ
การอ่านแปลความและการอ่านแสดงความคิดเห็น
ข้อใดกล่าวถึงความสําคัญของการอ่านเพื่อสังเคราะห์ได้ถูกต้อง
ช่วยให้จับประเด็นสําคัญจากเรื่องที่อ่านได้รวดเร็วขึ้น
ทําให้มีวิจารณญาณในการรับสารและเกิดความคิด
ช่วยผ่อนคลายอารมณ์และสร้างความเพลิดเพลิน
ทําให้ทักษะการสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
การอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้มีแนวทางสําคัญที่ใช้ในการอ่านแบบใด
อ่านเพื่อพิจารณาข้อบกพร่องและข้อดีของงานเขียน
อ่านแบบกวาดสายตาเพื่อหาข้อมูลที่ไม่ตรงประเด็น
เลือกบทอ่านหลายบทเพื่อให้ได้เนื้อหาที่ต้องการครบถ้วน
ควรอ่านงานอย่างมีอคติเพื่อช่วยให้มองงานได้ครอบคลุม
วิธีการใดช่วยให้การจัดกลุ่มความคิดรวบยอดจากการอ่านได้ชัดเจนที่สุด
ทําบัตรบันทึกข้อความ
การขีดเส้นใต้ข้อความ
การวาดภาพประกอบ
การเขียนผังความคิด
การอ่านสารใดที่ไม่เหมาะกับการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้
โปสเตอร์เชิญชวนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
โปสเตอร์รายงานผลการวิจัยด้านสุขภาพ
โปสเตอร์วิธีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
โปสเตอร์ประวัติวัฒนธรรมท้องถิ่น
บุคคลในข้อใดมีวิธีการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ถูกต้อง
เกริกอ่านข้อมูลจากแหล่งสารสนเทศเท่านั้น
ไม้งามเลือกบทอ่านที่สามารถอ้างอิงที่มาได้
แก้วอ่านเฉพาะบทสรุปตอนท้ายของบทอ่าน
มณีเลือกเฉพาะบทอ่านที่ตนเองสนใจและชื่นชอบ
ข้อใดไม่ใช่ความสําคัญของการเขียนกรอบแนวคิด
เป็นเครื่องมือในการจดบันทึกสาระสําคัญและช่วยจํา
ใช้ในการวางแผนเพื่อเตรียมงานหรือการเขียนรายงาน
ช่วยสรุปความหมายจากการปฏิบัติงานภาคสนาม
ช่วยต่อยอดและขยายความรู้ที่มีอยู่เดิมให้เพิ่มขึ้น
การเขียนความคิดรวบยอดไว้ส่วนบนแล้วลากเส้นให้สัมพันธ์กับความคิดรวบยอดอื่นๆ เป็นการเขียนกรอบแนวคิดแบบใด
ผังมโนภาพ
ผังก้างปลา
ผังใยแมงมุม
แผนภูมิเวนน์
ข้อใดเป็นวิธีการการเขียนกรอบแนวคิดที่เหมาะสม
ปรุงแสดงความคิดนอกเหนือจากเรื่องที่อ่าน
ปรางจัดลําดับรายละเอียดตามเหตุผลและเวลา
โป้งใช้ศัพท์เฉพาะของตนเพื่อประหยัดถ้อยคํา
แป้งโยงประเด็นทุกประเด็นรวมกันเพื่อความชัดเจน
วิธีการใดแสดงถึงมารยาทในการเขียนกรอบแนวคิด
เขียนโดยบอกแหล่งที่มาของข้อมูลเดิมเสมอ
คัดลอกบทความหรือเนื้อความบางตอนของผู้อื่น
เขียนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแก่ตนเองเป็นสําคัญ
เขียนตามความสนใจและความรู้เดิมของตนเองที่มี
ข้อใดไม่ใช่การประเมินคุณค่างานเขียน
เป็นการตัดสินคุณค่างานเขียน
เป็นการวิเคราะห์แยกแยะรายละเอียดเรื่องที่อ่าน
เป็นการพิจารณางานอย่างมีวิจารณญาณและมีเหตุผล
เป็นการใช้ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัววิจารณ์งาน
การประเมินคุณค่างานเขียน ควรพิจารณาถึงประเด็นใดเป็นสําคัญ
วิธีการเปิดและปิดเรื่อง
สาระสําคัญหรือแนวคิดของผู้เขียน
ประสบการณ์และความรู้ของผู้เขียน
วัตถุดิบที่ใช้เป็นข้อมูลในการเขียนเรื่อง
แก่นเรื่องเปรียบเสมือนหัวใจของเรื่องเพราะเหตุใด
เพราะแก่นเรื่องช่วยกําหนดแนวคิดของผู้เขียน
เพราะแก่นเรื่องช่วยควบคุมเนื้อหาของแก่นเรื่อง
เพราะแก่นเรื่องช่วยในการวางโครงเรื่องและองค์ประกอบอื่นๆ
เพราะแก่นเรื่องช่วยให้ผู้อ่านทราบได้ว่าผู้เขียนต้องการสื่อถึงเรื่องใด
การใช้ถ้อยคําที่มีชั้นเชิงอย่างมีศิลปะและมีนัยทางความหมายแฝงอยู่หมายถึงสิ่งใด
โวหาร
จินตภาพ
อัตลักษณ์
ภาพพจน์
ข้อใดเป็นประเด็นของการประเมินคุณค่าเรื่องสั้น
แนวคิด กลวิธีการนําเสนอ การใช้ภาษา คุณค่าของเรื่อง
การตั้งชื่อเรื่อง แก่นเรื่อง สํานวนภาษา การเล่าเรื่อง
โครงเรื่อง บทสนทนา ข้อคิดของเรื่อง บรรยากาศ
ลักษณะตัวละคร วิธีการดําเนินเรื่อง ฉาก เนื้อหา
ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของวิธีการที่ผู้แต่งใช้เพื่อเล่าเรื่องเหตุการณ์
การดําเนินเรื่องแบบสลับไปมา
การดําเนินเรื่องทวนเข็มนาฬิกา
การดําเนินเรื่องตามเข็มนาฬิกา
การดําเนินเรื่องโดยคํานึงถึงแก่นเรื่อง
ข้อใดไม่ใช่ประเด็นของการศึกษาความงามด้านการประพันธ์
กลวิธี
เนื้อหา
ภาพพจน์
การจัดวางคํา
ข้อใดไม่ใช่ประเด็นของการศึกษาความงามด้านการประพันธ์
กลวิธี
เนื้อหา
ภาพพจน์
การจัดวางคํา
ข้อใดกล่าวถึงการประเมินคุณค่าเรื่องสั้นไม่ถูกต้อง
พิจารณาความสมเหตุสมผลในการนําเสนอ
พิจารณาเฉพาะองค์ประกอบของเรื่องสั้นให้ครบถ้วน
นําประวัติของผู้เขียนพิจารณาและประเมินงานเขียน
พิจารณาภาษาที่ใช้ว่ามีลีลาเฉพาะและเหมาะกับเนื้อเรื่อง
การประเมินคุณค่ากวีนิพนธ์ควรใช้หลักเกณฑ์ในข้อใด
ความถูกต้องด้านฉันทลักษณ์เป็นหลัก
คุณค่าของกวีนิพนธ์และกลวิธีการประพันธ์
การนําเสนอทรรศนะและความงามของบทกวี
การสร้างจินตนาการและการแสดงตัวตนของกวี
วิธีการประเมินคุณค่ากวีนิพนธ์ที่ถูกต้องคือข้อใด
น้ําเสียงและอารมณ์ของกวีที่ซ่อนอยู่ในกวีนิพนธ์
การร้อยเรียงเนื้อหาให้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ
ปฏิภาณของกวีที่ใช้คําซ้ําหลายแห่งภายในบท
ความสร้างสรรค์ในการนําเสนอคําประพันธ์แบบใหม่ๆ
