Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖

Total questions: 32

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

การอ่านวินิจสารควรใช้ทักษะการอ่านพื้นฐานใดเป็นสําคัญ

a)

การอ่านแบบกวาดสายตา

b)

การอ่านจับใจความสําคัญ

c)

การอ่านเพื่อประเมินค่า

d)

การอ่านแปลความ

2.

การอ่านสารชนิดใด ที่ไม่ควรใช้การอ่านแปลความ

a)

การอ่านบทกวีนิพนธ์

b)

การอ่านตําราวิชาการ

c)

การอ่านป้ายโฆษณาสินค้า

d)

การอ่านข่าวพยากรณ์อากาศ

3.

หลักการสําคัญของการอ่านแปลความ คือข้อใด

a)

ควรจับประเด็นสําคัญของผู้เขียนให้ได้

b)

ควรแปลเพื่อให้เข้าใจเรื่องที่อ่านได้ง่ายขึ้น

c)

ควรแปลความหมายทุกคําที่ปรากฏในเรื่อง

d)

ควรแปลแล้วยังรักษาเนื้อหาและสาระความสําคัญของเรื่องภาษาต่างประเทศ

4.

สัญลักษณ์ดังกล่าว หมายความว่าอย่างไร

a)

ระวังอันตรายจากฝุ่นละออง

b)

ระวังอันตรายจากคลื่นเสียง

c)

ระวังอันตรายจากไฟฟ้าแรงสูง

d)

ระวังอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี

5.

สัญลักษณ์ดังกล่าว หมายความว่าอย่างไร

a)

ระวังอันตรายจากฝุ่นละออง

b)

ระวังอันตรายจากคลื่นเสียง

c)

ระวังอันตรายจากไฟฟ้าแรงสูง

d)

ระวังอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี

6.

ข้อใดเป็นหลักเกณฑ์การอ่านตีความ

a)

ต้องมีความคิดแทรกขณะที่อ่าน

b)

ต้องเข้าใจความหมายของศัพท์ที่อ่าน

c)

ต้องคาดคะเนสิ่งที่น่าจะเป็นขณะที่อ่าน

d)

ต้องจับประเด็นสําคัญของเรื่องที่อ่านได้

7.

ข้อความในข้อใดที่ตีความได้มากกว่าหนึ่งความหมาย

a)

เหล้าเก่าในขวดใหม่

b)

แม่ดอกโสนบานเช้า

c)

สามวันจากนารีเป็นอื่น

d)

กินเหมือนหมูอยู่เหมือนหมา

8.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการอ่านขยายความ

a)

การกล่าวถึงสาเหตุและผลที่สัมพันธ์กัน

b)

ถ้อยคําที่เขียนจะต้องมีความหมายที่ชัดเจน

c)

การอธิบายสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเพิ่มเติม

d)

การยกตัวอย่างหรือข้อเท็จจริงมาประกอบเนื้อเรื่องเดิม

9.

“อาหารดีสุขภาพดี” แนวคิดสําคัญของข้อความนี้คือข้อใด

a)

อาหารที่มีประโยชน์ส่งผลดีต่อสุขภาพให้แข็งแรง

b)

อาหารดีช่วยให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายแข็งแรง

c)

สุขภาพที่แข็งแรงเกิดจากการรับประทานอาหารที่สดสะอาด

d)

สุขภาพไม่แข็งแรงเพราะรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์

10.

สิ่งสําคัญสําหรับการอ่านตีความ คือข้อใด

a)

ใช้ความคิดสร้างสรรค์ตีความหมายของข้อความ

b)

พิจารณาสาระและเจตนาของผู้เขียนที่ต้องการสื่อ

c)

อ่านเรื่องให้ละเอียดแล้วจับประเด็นสําคัญของผู้เขียน

d)

อาศัยบริบทเพื่อช่วยในการอธิบายความหมายของคํา

11.

ข้อใดไม่ใช่หลักการอ่านเพื่อประเมินค่า

a)

พิจารณาความรู้สึก

b)

พิจารณาภาษาที่ใช้

c)

พิจารณากลวิธีการแต่ง

d)

พิจารณาเกี่ยวกับรูปแบบคําประพันธ์

12.

วิธีการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ ต้องอาศัยการอ่านแบบใดเพื่อย่อยข้อมูลจากสิ่งที่อ่าน

a)

การอ่านในใจและการอ่านวิเคราะห์

b)

การอ่านออกเสียงและการอ่านตีความ

c)

การอ่านสรุปความและการอ่านจับใจความ

d)

การอ่านแปลความและการอ่านแสดงความคิดเห็น

13.

ข้อใดกล่าวถึงความสําคัญของการอ่านเพื่อสังเคราะห์ได้ถูกต้อง

a)

ช่วยให้จับประเด็นสําคัญจากเรื่องที่อ่านได้รวดเร็วขึ้น

b)

ทําให้มีวิจารณญาณในการรับสารและเกิดความคิด

c)

ช่วยผ่อนคลายอารมณ์และสร้างความเพลิดเพลิน

d)

ทําให้ทักษะการสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

14.

การอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้มีแนวทางสําคัญที่ใช้ในการอ่านแบบใด

a)

อ่านเพื่อพิจารณาข้อบกพร่องและข้อดีของงานเขียน

b)

อ่านแบบกวาดสายตาเพื่อหาข้อมูลที่ไม่ตรงประเด็น

c)

เลือกบทอ่านหลายบทเพื่อให้ได้เนื้อหาที่ต้องการครบถ้วน

d)

ควรอ่านงานอย่างมีอคติเพื่อช่วยให้มองงานได้ครอบคลุม

15.

วิธีการใดช่วยให้การจัดกลุ่มความคิดรวบยอดจากการอ่านได้ชัดเจนที่สุด

a)

ทําบัตรบันทึกข้อความ

b)

การขีดเส้นใต้ข้อความ

c)

การวาดภาพประกอบ

d)

การเขียนผังความคิด

16.

การอ่านสารใดที่ไม่เหมาะกับการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้

a)

โปสเตอร์เชิญชวนซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงาม

b)

โปสเตอร์รายงานผลการวิจัยด้านสุขภาพ

c)

โปสเตอร์วิธีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

d)

โปสเตอร์ประวัติวัฒนธรรมท้องถิ่น

17.

บุคคลในข้อใดมีวิธีการอ่านเพื่อสังเคราะห์ความรู้ถูกต้อง

a)

เกริกอ่านข้อมูลจากแหล่งสารสนเทศเท่านั้น

b)

ไม้งามเลือกบทอ่านที่สามารถอ้างอิงที่มาได้

c)

แก้วอ่านเฉพาะบทสรุปตอนท้ายของบทอ่าน

d)

มณีเลือกเฉพาะบทอ่านที่ตนเองสนใจและชื่นชอบ

18.

ข้อใดไม่ใช่ความสําคัญของการเขียนกรอบแนวคิด

a)

เป็นเครื่องมือในการจดบันทึกสาระสําคัญและช่วยจํา

b)

ใช้ในการวางแผนเพื่อเตรียมงานหรือการเขียนรายงาน

c)

ช่วยสรุปความหมายจากการปฏิบัติงานภาคสนาม

d)

ช่วยต่อยอดและขยายความรู้ที่มีอยู่เดิมให้เพิ่มขึ้น

19.

การเขียนความคิดรวบยอดไว้ส่วนบนแล้วลากเส้นให้สัมพันธ์กับความคิดรวบยอดอื่นๆ เป็นการเขียนกรอบแนวคิดแบบใด

a)

ผังมโนภาพ

b)

ผังก้างปลา

c)

ผังใยแมงมุม

d)

แผนภูมิเวนน์

20.

ข้อใดเป็นวิธีการการเขียนกรอบแนวคิดที่เหมาะสม

a)

ปรุงแสดงความคิดนอกเหนือจากเรื่องที่อ่าน

b)

ปรางจัดลําดับรายละเอียดตามเหตุผลและเวลา

c)

โป้งใช้ศัพท์เฉพาะของตนเพื่อประหยัดถ้อยคํา

d)

แป้งโยงประเด็นทุกประเด็นรวมกันเพื่อความชัดเจน

21.

วิธีการใดแสดงถึงมารยาทในการเขียนกรอบแนวคิด

a)

เขียนโดยบอกแหล่งที่มาของข้อมูลเดิมเสมอ

b)

คัดลอกบทความหรือเนื้อความบางตอนของผู้อื่น

c)

เขียนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแก่ตนเองเป็นสําคัญ

d)

เขียนตามความสนใจและความรู้เดิมของตนเองที่มี

22.

ข้อใดไม่ใช่การประเมินคุณค่างานเขียน

a)

เป็นการตัดสินคุณค่างานเขียน

b)

เป็นการวิเคราะห์แยกแยะรายละเอียดเรื่องที่อ่าน

c)

เป็นการพิจารณางานอย่างมีวิจารณญาณและมีเหตุผล

d)

เป็นการใช้ความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตัววิจารณ์งาน

23.

การประเมินคุณค่างานเขียน ควรพิจารณาถึงประเด็นใดเป็นสําคัญ

a)

วิธีการเปิดและปิดเรื่อง

b)

สาระสําคัญหรือแนวคิดของผู้เขียน

c)

ประสบการณ์และความรู้ของผู้เขียน

d)

วัตถุดิบที่ใช้เป็นข้อมูลในการเขียนเรื่อง

24.

แก่นเรื่องเปรียบเสมือนหัวใจของเรื่องเพราะเหตุใด

a)

เพราะแก่นเรื่องช่วยกําหนดแนวคิดของผู้เขียน

b)

เพราะแก่นเรื่องช่วยควบคุมเนื้อหาของแก่นเรื่อง

c)

เพราะแก่นเรื่องช่วยในการวางโครงเรื่องและองค์ประกอบอื่นๆ

d)

เพราะแก่นเรื่องช่วยให้ผู้อ่านทราบได้ว่าผู้เขียนต้องการสื่อถึงเรื่องใด

25.

การใช้ถ้อยคําที่มีชั้นเชิงอย่างมีศิลปะและมีนัยทางความหมายแฝงอยู่หมายถึงสิ่งใด

a)

โวหาร

b)

จินตภาพ

c)

อัตลักษณ์

d)

ภาพพจน์

26.

ข้อใดเป็นประเด็นของการประเมินคุณค่าเรื่องสั้น

a)

แนวคิด กลวิธีการนําเสนอ การใช้ภาษา คุณค่าของเรื่อง

b)

การตั้งชื่อเรื่อง แก่นเรื่อง สํานวนภาษา การเล่าเรื่อง

c)

โครงเรื่อง บทสนทนา ข้อคิดของเรื่อง บรรยากาศ

d)

ลักษณะตัวละคร วิธีการดําเนินเรื่อง ฉาก เนื้อหา

27.

ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของวิธีการที่ผู้แต่งใช้เพื่อเล่าเรื่องเหตุการณ์

a)

การดําเนินเรื่องแบบสลับไปมา

b)

การดําเนินเรื่องทวนเข็มนาฬิกา

c)

การดําเนินเรื่องตามเข็มนาฬิกา

d)

การดําเนินเรื่องโดยคํานึงถึงแก่นเรื่อง

28.

ข้อใดไม่ใช่ประเด็นของการศึกษาความงามด้านการประพันธ์

a)

กลวิธี

b)

เนื้อหา

c)

ภาพพจน์

d)

การจัดวางคํา

29.

ข้อใดไม่ใช่ประเด็นของการศึกษาความงามด้านการประพันธ์

a)

กลวิธี

b)

เนื้อหา

c)

ภาพพจน์

d)

การจัดวางคํา

30.

ข้อใดกล่าวถึงการประเมินคุณค่าเรื่องสั้นไม่ถูกต้อง

a)

พิจารณาความสมเหตุสมผลในการนําเสนอ

b)

พิจารณาเฉพาะองค์ประกอบของเรื่องสั้นให้ครบถ้วน

c)

นําประวัติของผู้เขียนพิจารณาและประเมินงานเขียน

d)

พิจารณาภาษาที่ใช้ว่ามีลีลาเฉพาะและเหมาะกับเนื้อเรื่อง

31.

การประเมินคุณค่ากวีนิพนธ์ควรใช้หลักเกณฑ์ในข้อใด

a)

ความถูกต้องด้านฉันทลักษณ์เป็นหลัก

b)

คุณค่าของกวีนิพนธ์และกลวิธีการประพันธ์

c)

การนําเสนอทรรศนะและความงามของบทกวี

d)

การสร้างจินตนาการและการแสดงตัวตนของกวี

32.

วิธีการประเมินคุณค่ากวีนิพนธ์ที่ถูกต้องคือข้อใด

a)

น้ําเสียงและอารมณ์ของกวีที่ซ่อนอยู่ในกวีนิพนธ์

b)

การร้อยเรียงเนื้อหาให้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นจนจบ

c)

ปฏิภาณของกวีที่ใช้คําซ้ําหลายแห่งภายในบท

d)

ความสร้างสรรค์ในการนําเสนอคําประพันธ์แบบใหม่ๆ