Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ ปลายภาคความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต

Total questions: 40

Worksheet time: 36mins

Name
Class
Date
1.

10. การทุจริตมี 3 ประเภทได้แก่

a)

การคอร์รัปชั่น , ยักยอกทรัพย์ ,การทุจริตด้านการรายงาน

b)

การขโมยสิ่งของ , การลักทรัพย์ , การเพิกเฉย

c)

การยักยอกทรัพย์ , ตกแต่งตัวเลขทางการเงิน , การเพิกเฉย

d)

การทุจริตด้านรายงาน , การขโมยเงิน สินค้า , การเบิกเงินที่เกิดความจริง

2.

"ความไม่ทน" (Ottappa) ต่อการทุจริตสะท้อนออกมาในพฤติกรรมใด?

a)

การนิ่งเฉยเมื่อเห็นเพื่อนลอกข้อสอบเพราะไม่อยากมีปัญหา

b)

การแจ้งเบาะแสเมื่อพบเห็นการทุจริตในโรงเรียน

c)

การบ่นในโซเชียลมีเดียแต่ไม่กล้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่

d)

การเดินหนีจากเหตุการณ์ที่มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ

3.

ข้อใดคือลักษณะของผู้ที่มี "จิตสำนึกสาธารณะ" ในการป้องกันการทุจริต?

a)

รักษาผลประโยชน์ของตนเองเป็นอันดับแรก

b)

มองว่าการโกงเพียงเล็กน้อยเพื่อความสะดวกเป็นเรื่องยอมรับได้

c)

ยึดถือความถูกต้องและประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าความสะดวกส่วนตัว

d)

ปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะเวลาที่มีกล้องวงจรปิด

4.

"ความละอาย" (Hiri) ในบริบทของการป้องกันการทุจริตหมายถึงข้อใด?

a)

การกลัวถูกตำรวจจับดำเนินคดี

b)

ความรู้สึกอายเมื่อต้องไปยืนพูดหน้าเสาธง

c)

ความละอายใจต่อการกระทำผิดแม้ไม่มีใครเห็น

d)

การอายที่ตนเองมีฐานะยากจนกว่าเพื่อน

5.

การสร้างวัฒนธรรม "ไม่ทนต่อการทุจริต" เริ่มต้นได้ง่ายที่สุดจากที่ใด?

a)

รัฐสภา

b)

องค์กรสหประชาชาติ

c)

ตนเองและครอบครัว

d)

สถานีตำรวจ

6.

นักเรียนสามารถแสดงความไม่ทนต่อการทุจริตในสถานศึกษาได้อย่างไร?

a)

รวมกลุ่มกันต่อต้านการซื้อขายตำแหน่งสภานักเรียน

b)

แอบถ่ายภาพเพื่อนที่ทำผิดระเบียบไปโพสต์ประจาน

c)

ทำการบ้านให้เพื่อนเพื่อแลกกับขนม

d)

เพิกเฉยต่อการเก็บเงินห้องที่โปร่งใส

7.

ข้อใดคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้การทุจริตยังคงมีอยู่ในสังคมไทย?

a)

กฎหมายมีบทลงโทษที่รุนแรงเกินไป

b)

วัฒนธรรมระบบอุปถัมภ์และการเกรงใจในทางที่ผิด

c)

การมีการศึกษาที่สูงเกินไปของประชากร

d)

การที่ทุกคนเคร่งครัดในระเบียบวินัยมากเกินไป

8.

การเข้าแถวซื้ออาหารตามลำดับก่อนหลัง เป็นการฝึกนิสัยในเรื่องใด?

a)

การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม

b)

ความเป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น

c)

ความละอายที่จะแซงคิวผู้อื่น (ความเท่าเทียมและสิทธิ)

d)

ถูกทั้ง ก และ ค

9.

หากเพื่อนสนิทของท่านขอลอกข้อสอบกลางภาค ท่านควรทำอย่างไรเพื่อแสดงถึงความไม่ทนต่อการทุจริต?

a)

ให้ลอกเพราะเห็นแก่ความเป็นเพื่อน

b)

ปฏิเสธอย่างสุภาพและอธิบายถึงผลเสียของการทุจริต

c)

ให้ลอกแต่ขอค่าตอบแทนเป็นเงิน

d)

ตะโกนด่าเพื่อนกลางห้องสอบ

10.

ข้อใดคือหัวใจสำคัญของการปฏิบัติตนตามหลัก "โตไปไม่โกง"?

a)

การมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ตั้ง

b)

การฉลาดหาช่องว่างทางกฎหมาย

c)

การทำงานให้เสร็จโดยไม่สนใจวิธีการ

d)

การเชื่อฟังคำสั่งผู้ใหญ่ทุกอย่างโดยไม่โต้แย้ง

11.

การกระทำในข้อใดถือว่ามี "ความละอาย" ต่อการทุจริตเชิงนโยบาย?

a)

นักการเมืองที่ไม่ยอมยกมืออนุมัติโครงการที่เอื้อประโยชน์ต่อบริษัทตนเอง

b)

ประชาชนที่รับเงินซื้อเสียงแต่ไปกาเบอร์อื่น

c)

เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนแล้วทำงานให้เร็วขึ้น

d)

ผู้ประกอบการที่หลีกเลี่ยงภาษีเพื่อนำเงินไปบริจาคการกุศล

12.

"การไม่นำความเดือดร้อนส่วนตัวมาเป็นข้ออ้างในการกระทำผิด" จัดเป็นผลเรียนรู้ด้านใด?

a)

ความรู้เรื่องกฎหมาย

b)

การแยกแยะส่วนตนและส่วนรวม

c)

ความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต

d)

การมีส่วนร่วมทางการเมือง

13.

ในฐานะเยาวชนรุ่นใหม่ ท่านจะรณรงค์เรื่องการป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดอย่างไร?

a)

บังคับให้ทุกคนต้องทำตามความคิดของตน

b)

เป็นแบบอย่างที่ดี (Role Model) ในการรักษาความถูกต้องและใช้สื่อโซเชียลในทางสร้างสรรค์

c)

เขียนป้ายประท้วงด่าทอผู้ที่ทุจริตด้วยคำหยาบคาย

d)

เข้าไปตรวจสอบบัญชีธนาคารของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

14.

การทุจริตหมายถึงข้อใด

a)

การทำงานตามหน้าที่อย่างโปร่งใส

b)

การแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ

c)

การช่วยเหลือผู้อื่นโดยสุจริต

d)

การปฏิบัติตามกฎระเบียบ

15.

คำว่า “โปร่งใส” ในการป้องกันการทุจริต หมายถึงข้อใด

a)

การทำงานที่ตรวจสอบได้

b)

การทำงานโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้

c)

การปิดบังข้อมูลทั้งหมด

d)

การตัดสินใจตามความพอใจส่วนตัว

16.

ข้อใดเป็นผลเสียของการทุจริต

a)

สังคมเกิดความเป็นธรรม

b)

ประเทศชาติเสียหาย

c)

ประชาชนมีความไว้วางใจมากขึ้น

d)

การพัฒนาประเทศรวดเร็วขึ้น

17.

คำว่า “ความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต” หมายถึงข้อใด

a)

รู้สึกผิดและไม่ยอมรับการทุจริต

b)

ยอมทำผิดเมื่อไม่มีใครเห็น

c)

สนับสนุนเพื่อนให้โกง

d)

ไม่สนใจผลกระทบของการทุจริต

18.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริต

a)

เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น

b)

เป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

c)

ไม่เกี่ยวข้องกับนักเรียน

d)

ทำได้เฉพาะเมื่อมีผู้สั่ง

19.

"เจ้าหน้าที่รัฐกล่าวปฏิเสธ เมื่อมีบริษัทแห่งหนึ่งยื่นข้อเสนอ แลกกับการดำเนินการที่รวดเร็วขึ้น" จากข้อความดังกล่าว สอดคล้องกับข้อใด 

a)

ไม่ทนต่อการทุจริต 

b)

ลงโทษทางสังคมเชิงบวก 

c)

ไม่ให้ความร่วมมือในสังคม 

d)

ละอายต่อการทุจริต 

20.

ข้อใดเป็นการลงโทษทางสังคมเชิงลบ 

a)

การถูกประจบประแจง 

b)

การได้รับรางวัลเพราะแจ้งเบาะแสการทุจริต 

c)

การประณามผู้รับสินบนบนสื่อสังคมออนไลน์ 

d)

การยกย่องรัฐมนตรีที่มีผลงานดีจนเป็นที่ประจักษ์ 

21.

นักเรียนคนหนึ่งเห็นเพื่อนลอกคำตอบจากโทรศัพท์มือถือระหว่างทำข้อสอบ แต่เพื่อนขอร้องไม่ให้บอกครู เพราะกลัวถูกลงโทษ นักเรียนควรทำอย่างไรจึงแสดงถึง “ความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต” 

a)

ไม่สนใจ เพราะไม่ใช่เรื่องของตน 

b)

ช่วยปิดบังเพื่อรักษาความเป็นเพื่อน 

c)

ถ่ายคลิปเพื่อนแล้วนำไปเผยแพร่ในกลุ่มห้อง 

d)

เตือนเพื่อนให้หยุดการกระทำและแจ้งครูอย่างเหมาะสม 

22.

นักเรียนพบว่ากลุ่มของตนมีสมาชิกคนหนึ่งไม่ได้ทำงาน แต่เพื่อนในกลุ่มต้องการใส่ชื่อให้เพื่อให้ได้รับคะแนนเท่ากัน
นักเรียนควรทำอย่างไร

a)

ยอมเพราะเป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม

b)

ตัดชื่อเพื่อนออกทันทีโดยไม่พูดคุย

c)

พูดคุยและเสนอให้ประเมินตามการมีส่วนร่วมจริง

d)

ใส่ชื่อเพราะทุกคนควรได้คะแนนเท่ากัน

23.

นักเรียนพบว่าเพื่อนใช้สิทธิ์ของผู้อื่นในการรับของแจกโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของเพื่อนขัดต่อหลักใด

a)

ความสามัคคี

b)

ความประหยัด

c)

ความคิดสร้างสรรค์

d)

ความรับผิดชอบและความซื่อสัตย์

24.

หากประชาชนกล่าวว่า “แม้ไม่มีใครเห็น เราก็ไม่ควรโกง” คำกล่าวนี้สะท้อนคุณธรรมใดมากที่สุด

a)

ความกลัว

b)

ความอดทน

c)

ความเสียสละ

d)

ความซื่อสัตย์และความละอายต่อการทุจริต

25.

การที่คนในสังคมไม่ยอมให้เพื่อนใช้เส้นสายเพื่อได้รับสิทธิพิเศษ แสดงถึงอะไร

a)

การขาดความมีน้ำใจ

b)

การไม่ทนต่อความไม่เป็นธรรมและการทุจริต

c)

การไม่เคารพเพื่อน

d)

การแข่งขันเพื่อเอาชนะ

26.
เมื่อนักเรียนเรียนรู้เรื่อง “ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต” แล้ว นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งแรกที่ควรทำคือข้อใด
a)
คอยจับผิดและโพสต์ตำหนิผู้อื่นในสังคม
b)
ตั้งตนเป็นผู้ลงโทษผู้กระทำความผิด
c)
สำรวจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้ซื่อสัตย์สุจริต ไม่ปกปิดบังส่วนรวม และกล้าปฏิเสธการโกง
d)
รอให้ผู้อื่นทำก่อนแล้วจึงทำตาม
27.
หากเพื่อนในกลุ่มชวนให้เปิดดูเฉลยขณะทำแบบทดสอบออนไลน์ที่บ้าน โดยอ้างว่า “ไม่มีใครเห็น ครูตรวจไม่ได้หรอก” การปฏิเสธคำชวนนั้นต้องใช้อะไรเป็นหลักสำคัญ
a)
ความละอายต่อตนเอง (Self-Respect) และความซื่อสัตย์เมื่ออยู่ลำพัง
b)
ความเกรงใจเพื่อนในกลุ่ม
c)
ความเกียจคร้านในการทำข้อสอบ
d)
ความกลัวว่าระบบคอมพิวเตอร์จะแฮก
28.
เมื่อนักเรียนพบเห็นการแขวนคอในศูนย์อาหาร การแสดงออกตามหลัก “ความไม่ทนต่อการทุจริต” ที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดคือข้อใด
a)
ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงให้ขายหน้า
b)
แอบถ่ายคลิปแล้วนำไปโพสต์ด่าทอในโซเชียลมีเดีย
c)
สื่อสารอย่างสุภาพแจ้งให้ผู้แจ้งทราบว่ามีคิว หรือแจ้งผู้ดูแลศูนย์อาหารช่วยจัดระเบียบ
d)
เดินไปแทรกคิวข้างหน้าบ้าง
29.
ในการประชุมเพื่อนนักเรียนคนหนึ่งแอบอ้างใส่ชื่อเพื่อนที่ไม่ได้ช่วยงานลงในใบรายงาน โดยอ้างว่า “สงสารเพื่อนเพราะเพื่อนป่วย” พฤติกรรมนั้นในเชิงจริยธรรมศาสตร์ด้านทุจริตได้ว่าอย่างไร
a)
เป็นความเมตตากรุณาที่สมควรได้รับการยกย่อง
b)
เป็นการบิดเบือนความจริงและขาดความซื่อสัตย์ทางวิชาการโดยให้ความสงสารมาบังหน้า
c)
เป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงในทีม
d)
เป็นการสร้างความเท่าเทียมในชั้นเรียน
30.
สถานการณ์ใดสะท้อนถึงการขาด “ความละอายต่อการทุจริต” ในบริบทดิจิทัล (Digital Plagiarism) ได้ชัดเจนที่สุด
a)
ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตแล้วเรียบเรียงเป็นคำพูดของตนเองพร้อมอ้างอิง
b)
ใช้เว็บไซต์แปลภาษาช่วยแปลบทความวิจัยต่างประเทศมาอ่านทำความเข้าใจ
c)
คัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์มาใส่ในรายงานส่งครูโดยตรงโดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มา
d)
นำแนวคิดจากวิดีโอบน YouTube มาอภิปรายต่อยอดในชั้นเรียน
31.
การที่นักเรียนเห็นว่ามีการทุจริตในการรับคะแนน เลือกตั้งประธานนักเรียน แล้วรวบรวมหลักฐานการทุจริต แจ้งอาจารย์ฝ่ายปกครอง จัดเป็นการกระทำที่สะท้อนถึงสิ่งใด
a)
การอยากมีชื่อเสียงในโรงเรียน
b)
การปกป้องความยุติธรรมและแสดงความไม่ทนต่อการทุจริตในระบบประชาธิปไตย
c)
การทำลายบรรยากาศความสามัคคี
d)
การพยายามเพื่อร้องเรียนแก่ฝ่ายตรงข้าม
32.
หากเพื่อนสนิทของท่านชวนไปลักทรัพย์ในร้านค้าสะดวกซื้อ โดยสัญญาว่าจะแบ่งสินค้าให้ ท่านควรทำอย่างไรตามหลักความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
a)
ปฏิเสธทันที ตักเตือนเพื่อน และยับยั้งไม่ให้เพื่อนกระทำความผิด
b)
ร่วมมือด้วยเพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน
c)
ยอมไม่ช่วยยืนยันเพราะระวังให้ แต่ไม่ขอแบ่งสินค้า
d)
ไม่ร่วมมือแต่ขอรับสินค้าที่เพื่อนลักมา
33.
ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมที่แสดงถึง “ความไม่ทนต่อการทุจริต”
a)
การเข้าคิวรอรับบริการตามลำดับก่อน-หลัง
b)
การทักท้วงเมื่อพบเห็นผู้ทิ้งขยะในที่ห้ามทิ้ง
c)
การยอมจ่ายเงินแป๊ะเจี๊ยะเพื่อให้ลูกได้เข้าโรงเรียนชื่อดัง
d)
การปฏิเสธการรับของขวัญที่มีมูลค่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
34.
นาย ข พบว่าเพื่อนในห้องนำข้อสอบเก่าที่แอบถ่ายไว้มาปนกับใบข้อสอบใหม่ ขณะนาย ข มีจิตสำนึก “ละอายและไม่ทนต่อการทุจริต” นาย ข ควรปฏิบัติตนอย่างไร
a)
นิ่งเฉยและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพราะไม่อยากมีปัญหากับเพื่อน
b)
ปฏิเสธการดูข้อสอบนั้น และแจ้งครูผู้สอนเพื่อขอเปลี่ยนชุดข้อสอบ
c)
อ่านข้อสอบนั้นเฉพาะข้อที่จำไม่ได้เพื่อรักษาเกรดของตนเอง
d)
นำข้อสอบนั้นไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเพื่อประจานเพื่อนในกลุ่ม
35.
พฤติกรรมใดต่อไปนี้ถือเป็น “การทุจริตทางวิชาการ” (Academic Dishonesty) ที่สะท้อนถึงการขาดความละอายใจอย่างร้ายแรง
a)
การคัดลอกข้อความจากอินเทอร์เน็ตมาอ้างในรายงานโดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มา
b)
การสอบถามแนวทางการตอบคำถามจากรุ่นพี่เพื่อนำมาปรับใช้
c)
การให้อ้างอิงหนังสือที่อ่านจริงแต่เขียนรูปแบบอ้างอิงผิดหลักสากล
d)
การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ค้นไอเดีย แล้วนำมาเรียบเรียงเป็นภาษาของตนเอง
36.
การลงชื่อปฏิบัติงานทำเวรทำความสะอาดห้องเรียนแทนเพื่อนที่ไม่ได้มาทำ ถือเป็นพฤติกรรมประเภทใด
a)
ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่ควรยกย่อง
b)
การทุจริตต่อหน้าที่และความซื่อสัตย์สุจริต
c)
การสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ
d)
การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพ
37.
ในการทำงานกลุ่ม เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งไม่เคยช่วยงานเลย แต่ขอให้ใส่ชื่อในรายงานด้วย หากสมาชิกในกลุ่มมีความ “ไม่ทนต่อการทุจริต” ควรจัดการอย่างไรจึงจะเหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิชาการที่สุด
a)
ใส่ชื่อให้ตามปกติเพื่อรักษาบรรยากาศความสัมพันธ์ในกลุ่ม
b)
ตัดชื่อออกทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวเพื่อนล่วงหน้า
c)
ชี้แจงบทบาทหน้าที่ ตัดชื่อออกตามความเป็นจริง และรายงานครูผู้สอนพร้อมหลักฐานการทำงาน
d)
ทำงานแทนเพื่อนทั้งหมดแล้วเรียกเก็บเงินค่าจ้างทำรายงานเป็นการชดเชย
38.
ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง “ความละอายต่อการทุจริต” (Moral Shame) และ “ความไม่ทนต่อการทุจริต” (Zero Tolerance) ได้ถูกต้องที่สุด
a)
ความละอายเกิดขึ้นหลังจากทำผิด แต่ความไม่ทนเกิดขึ้นก่อนทำผิด
b)
ความละอายเป็นเกราะป้องกันตนเอง ส่วนความไม่ทนเป็นพลังในการปกป้องสังคม
c)
ความละอายใช้ควบคุมบุคคลอื่น ส่วนความไม่ทนใช้ควบคุมตนเอง
d)
ความละอายและประเมินผลจากกฎหมาย ส่วนความไม่ทนประเมินผลจากแรงกดดันทางสังคม
39.
หากนักเรียนพบเห็นครูผู้สอนให้เกรดพิเศษแก่คนที่เรียนพิเศษตัวต่อตัวกับครู พฤติกรรมใดของนักเรียนแสดงถึง “ละอายและไม่ทนต่อการทุจริต”
a)
ไปสมัครเรียนพิเศษกับครูคนนั้นทันทีเพื่อรักษาเกรด
b)
การลงโทษเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานดีเด่นไม่ให้ได้รับรางวัลจากประชาชน
c)
นำเรื่องไปนินทากับเพื่อนต่างโรงเรียน
d)
รวบรวมหลักฐานและส่งเรื่องร้องเรียนผ่านช่องทางรับเรื่องร้องเรียนของโรงเรียนอย่างเป็นระบบ
40.
สิ่งใดคืออุปสรรคสำคัญที่สุดในการสร้าง “ความไม่ทนต่อการทุจริต” ในบริบทสังคมไทย
a)
การขาดสมาร์ตโฟนในการถ่ายรูปหลักฐาน
b)
วัฒนธรรม “ธุระไม่ใช่” และการมองว่าเรื่องทุจริตไม่ใช่เรื่องของตนเอง
c)
การไม่มีวิชาจริยธรรมในโรงเรียน
d)
การที่กฎหมายไม่มีการพิมพ์เป็นเล่มแจกประชาชน