wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การติดตั้งไฟฟ้า1

Total questions: 50

Worksheet time: 44mins

Name
Class
Date
1.

หม้อแปลงขนาดเท่าใดเหมาะสมกับอาคารขนาดเล็กหรือระบบไฟสำรอง

a)

100-200KVA

b)

300-500KVA

c)

50KVA

d)

5555KVA

2.

ส่วนประกอบใดของหม้อแปลงที่ทำหน้าที่กำหนดที่ลดการสูญเสียพลังงาน

a)

ฉนวนไฟฟ้า

b)

ขดลวดทองแดง

c)

แกนเหล็ก

d)

น้ำมันหม้อแปลง

3.

หม้อแปลงไฟฟ้าแบบแห้ง (Dry-Type Transformer) เหมาะสำหรับการใช้งานแบบใด?

a)

ภายนอกอาคารที่มีความชื้นสูง

b)

พื้นที่ภายในอาคารที่มีความเสี่ยงจากไฟไหม้

c)

โรงไฟฟ้าพลังน้ำ

d)

โรงงานขนาดใหญ่ในพื้นที่เปิด

4.

หม้อแปลงที่มีความสามารถจ่ายพลังงานได้ 500 kVA หมายถึงอะไร?

a)

จ่ายกำลังไฟฟ้าได้ 500 โวลต์

b)

จ่ายกำลังไฟฟ้าได้ 500 กิโลวัตต์

c)

จ่ายกำลังไฟฟ้าได้ 500 กิโลโวลต์-แอมป์

d)

จ่ายกำลังไฟฟ้าได้ 500 แอมป์

5.

หม้อแปลงไฟฟ้าทำงานโดยใช้หลักการใด?

a)

การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้า

b)

การแปลงพลังงานกล

c)

การแปลงพลังงานความร้อน

d)
6.

อัตราส่วนแรงดันของหม้อแปลงขึ้นอยู่กับอะไร?

a)

ความเร็วรอบของแกน

b)

จำนวนรอบของขดลวด

c)

ขนาดของหม้อแปลง

d)

อุณหภูมิของหม้อแปลง

7.

หม้อแปลงแบบน้ำมันมีคุณสมบัติพิเศษใด?

a)

ใช้ในพื้นที่เปียกชื้นได้

b)

ระบายความร้อนด้วยน้ำมัน

c)

ไม่ต้องการการบำรุงรักษา

d)

ติดตั้งภายในอาคาร

8.

หม้อแปลงไฟฟ้าแปลงพลังงานได้ดีที่สุดที่ความถี่ใด?

a)

25 Hz

b)

50 Hz

c)

60 Hz

d)

100 Hz

9.

ส่วนประกอบใดของหม้อแปลงที่ลดการสูญเสียพลังงานแม่เหล็ก?

a)

ขดลวดทองแดง

b)

แกนเหล็กแบบแผ่นบาง

c)

น้ำมันหม้อแปลง

d)

ฉนวนไฟฟ้า

10.

หม้อแปลงไฟฟ้าทำงานได้ดีในระบบไฟฟ้าแบบใด?

a)

ไฟฟ้ากระแสตรง

b)

ไฟฟ้ากระแสสลับ

c)

ไฟฟ้ากระแสสลับและตรง

d)

ไม่เกี่ยวข้องกับประเภทไฟฟ้า

11.

หม้อแปลงไฟฟ้าแบบแห้งใช้สำหรับอะไร?

a)

การใช้งานภายในอาคาร

b)

การใช้งานในโรงไฟฟ้า

c)

การใช้งานในระบบไฟฟ้าแรงสูง

d)

การใช้งานในที่ที่มีความชื้นสูง

12.

ค่าความสูญเสียพลังงานในหม้อแปลงส่วนใหญ่เกิดจากอะไร?

a)

แกนเหล็กและขดลวด

b)

การระบายความร้อน

c)

การไหลของกระแสไฟฟ้า

d)

ฉนวนไฟฟ้า

13.

หม้อแปลงไฟฟ้า 500 kVA หมายถึงอะไร?

a)

สามารถแปลงแรงดันไฟฟ้าได้ 500 โวลต์

b)

จ่ายพลังงานไฟฟ้าได้ 500 กิโลวัตต์

c)

จ่ายกำลังไฟฟ้าได้ 500 กิโลโวลต์-แอมป์

d)

รองรับกระแสไฟฟ้าได้ 500 แอมป์

14.

ความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันและกระแสในหม้อแปลงคืออะไร?

a)

แรงดันและกระแสแปรผันตรง

b)

แรงดันแปรผกผันกับกระแส

c)

แรงดันคงที่ กระแสเปลี่ยนแปลง

d)

กระแสคงที่ แรงดันเปลี่ยนแปลง

15.

ความสัมพันธ์ระหว่างแรงดันและกระแสในหม้อแปลงคืออะไร?

a)

แรงดันและกระแสแปรผันตรง

b)

แรงดันแปรผกผันกับกระแส

c)

แรงดันคงที่ กระแสเปลี่ยนแปลง

d)

กระแสคงที่ แรงดันเปลี่ยนแปลง

16.

ข้อใดคือประโยชน์ของการใช้หม้อแปลงแบบน้ำมัน?

a)

ไม่เกิดความร้อน

b)

ไม่ต้องบำรุงรักษา

c)

ระบายความร้อนได้ดี

d)

ขนาดเล็กและเบา

17.

น้ำมันในหม้อแปลงใช้เพื่ออะไร?

a)

เพิ่มประสิทธิภาพของแรงดันไฟฟ้า

b)

ระบายความร้อนและเป็นฉนวน

c)

ลดการสูญเสียพลังงาน

d)

เพิ่มแรงดันไฟฟ้า

18.

การเลือกหม้อแปลงขึ้นอยู่กับปัจจัยใด?

a)

กำลังไฟฟ้าและแรงดันไฟฟ้าที่ต้องการ

b)

น้ำหนักของหม้อแปลง

c)

ขนาดของสายไฟ

d)

ระยะทางการติดตั้ง

19.

หม้อแปลงไฟฟ้าชนิดใดเหมาะกับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากไฟไหม้?

a)

หม้อแปลงแบบน้ำมัน

b)

หม้อแปลงแบบแห้ง

c)

หม้อแปลงแรงสูง

d)

หม้อแปลงแรงต่ำ

20.

หม้อแปลงไฟฟ้าทำหน้าที่อะไร

a)

A. แปลงแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น

b)

B. แปลงแรงดันไฟฟ้าให้ลดลง

c)

C. เปลี่ยนกระแสตรงให้เป็นกระแสสลับ

d)

ข้อ A. และ B. ถูกต้อง

21.

หม้อแปลงไฟฟ้าทำหน้าที่อะไร

a)

A. แปลงแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น

b)

B. แปลงแรงดันไฟฟ้าให้ลดลง

c)

C. เปลี่ยนกระแสตรงให้เป็นกระแสสลับ

d)

ข้อ A. และ B. ถูกต้อง

22.

กระแสไฟฟ้าสลับในขดลวดทุติยภูมิของหม้อแปลงไฟฟ้าเกิดขึ้นได้เนื่องจาก

a)

การเปลี่ยนแปลงสนามไฟฟ้า

b)

การเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็ก

c)

แกนเหล็กของหม้อแปลงไฟฟ้า

d)

กระแสไฟฟ้าในขดปฐมภูมิ

23.

หม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งใช้ไฟฟ้า 100 โวลต์ มีขดลวดปฐมภูมิ 100 รอบ ถ้าต้องการให้หม้อแปลงนี้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ 2000 โวลต์ ขดลวดทุติยภูมิต้องมีจานวนรอบเท่าไร

a)

750 รอบ

b)

1500 รอบ

c)

2000 รอบ

d)

4500 รอบ

24.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ส่วนประกอบหลักของหม้อแปลงไฟฟ้า

a)

ขดลวด

b)

ฉนวน

c)

คาปาซิเตอร์

d)

แกนเหล็ก

25.

จากวงจรของหม้อแปลงดังรูป ข้อสรุปใดถูกต้อง

a)

หลอดไฟในรูป (ข) สว่างมากกว่าหลอดไฟในรูป (ก)

b)

หลอดไฟในรูป (ก) สว่างมากกว่าหลอดไฟในรูป (ข)

c)

หลอดไฟทั้งสองรูปสว่างเท่ากัน

d)

หลอดไฟในรูป (ข) ไม่สว่างเลย

26.

ขดลวดที่ทำหน้าที่จ่ายแรงดันไฟฟ้าออกของหม้อแปลงคือข้อใด

a)

ปฐมภูมิ

b)

ทุติยภูมิ

c)

primary

d)

coil load

27.

ต้องการแปลงแรงดันไฟฟ้าจาก 220 โวลต์เป็น 2200 โวลต์ ต้องใช้หม้อแปลงในข้อใด

a)

หม้อแปลงแบบแกนอากาศ

b)

หม้อแปลงอัตโนมัติ

c)

หม้อแปลงขึ้น

d)

หม้อแปลงลง

28.

หม้อแปลงไฟฟ้าใช้กับแรงดันไฟฟ้าในข้อใด

a)

กระแสตรงเท่านั้น

b)

กระแสวน

c)

กระแสตรงและสลับ

d)

กระแสสลับเท่านั้น

29.

หม้อแปลงเครื่องหนึ่ง มีจำนวนรอบของขดลวดปฐมภูมิต่อจำนวนรอบของขดลวด ทุติยภูมิเป็น 1 : 2 ถ้ามีความต่างศักย์ในขดลวดทุติยภูมิเท่ากับ 1000 โวลต์ จงหาความต่างศักย์ในขดลวดปฐมภูมิ

a)

500 V

b)

750 V

c)

1500 V

d)

2000 V

30.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับหม้อแปลงประกอบเครื่องวัดกระแสไฟฟ้า

a)

เรียกว่า หม้อแปลงกระแส (C.T.) ต่อใช้งานเข้ากับแอมป์มิเตอร์

b)

เรียกว่า หม้อแปลงแรงดัน (P.T.) ต่อใช้งานเข้ากับโวลต์มิเตอร์

c)

หม้อแปลงที่ใช้แปลงกระแสให้สูงขึ้นก่อนเข้าเครื่องวัด

d)

หม้อแปลงที่ใช้จ่ายไฟให้โหลดที่กินกระแสไฟฟ้าสูง

31.

หากการคำนวณมีผลคือ "การพันขดลวด 1 รอบ = แรงดัน 1 โวลต์" เมื่อต้องการแรงดันด้านปฐมภูมิ 220 V จะต้องพันขดลวดจำนวนกี่รอบ

a)

20 รอบ

b)

110 รอบ

c)

220 รอบ

d)

440 รอบ

32.

ถ้าหม้อแปลงที่เราต้องการพันมีขนาด 220/12 โวลต์ ข้อใดอธิบายหลักการพันหม้อแปลงถูกต้อง

a)

ด้านปฐมภูมิพันรอบมากกว่า และขดลวดขนาดเล็กกว่าด้านทุติยภูมิ

b)

ด้านทุติยภูมิพันรอบมากกว่า และขดลวดขนาดเล็กกว่าด้านปฐมภูมิ

c)

ขดลวดทั้งสองชุดพัน จำนวนรอบเท่ากัน

d)

ด้าน 12 V คือด้านปฐมภูมิและด้าน 220 V คือด้านทุติยภูมิ

33.

จากการออกแบบ และพันหม้อแปลงไฟฟ้าที่ผ่านมา พบว่าข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

จำนวนรอบของขดลวดทองแดงที่พันน้อยรอบ จะมีผลต่อแรงดันไฟฟ้าที่ได้น้อยตามด้วย

b)

จำนวนรอบของขดลวดทองแดงที่พันมากรอบจะมีผลต่อแรงดันไฟฟ้าสูง

c)

การพันขดลวดทองแดง ของหม้อแปลงชนิดแยกขด จะพันขดลวดปฐมภูมิ หรือทุติยภูมิก่อนก็ได้

d)

ถูกทุกข้อ

34.

หม้อแปลงลง (step-down)หม้อแปลงไฟฟ้าที่เอาท์พุท (รอง)แรงดันไฟฟ้าเป็นแบบใด

a)

มากกว่าด้านอินพุท

b)

น้อยกว่าด้านอินพุท

c)

เท่ากับด้านอินพุท

d)

เท่ากับแหล่งจ่าย

35.

หม้อแปลง step-up จะทำหน้าที่เพิ่มแรงดันไฟฟ้าให้สูงขึ้น เพื่ออะไร

a)

เพื่อให้ได้แรงดันน้อยมากขึ้น

b)

เพื่อให้ได้แรงดันที่คงที่ขึ้น

c)

เพื่อการส่งจ่ายไฟฟ้าระยะไกลขึ้น

d)

ถูกทุกข้อ

36.

ตามเนื้อหาที่กำหนด "การบำรุงรักษา" หมายถึงข้อใด

a)

การซ่อมแซมอุปกรณ์เมื่อเกิดการชำรุดเสียหายเท่านั้น

b)

การปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น

c)

การกระทำที่ผสมผสานทั้งด้านเทคนิคและการจัดการเพื่อรักษาสภาพหรือฟื้นฟูระบบให้พร้อมใช้งาน

d)

การเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทั้งหมดเมื่อหมดอายุการใช้งาน

37.

ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักที่สำคัญที่สุดของการบำรุงรักษาตามที่กล่าวในเนื้อหา

a)

เพื่อลดต้นทุนการผลิต

b)

เพื่อให้ระบบและบริภัณฑ์ไฟฟ้ามีความปลอดภัย

c)

เพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

d)

เพื่อให้พนักงานมีขวัญและกำลังใจที่ดี

38.

“การบำรุงรักษาแบบทันทีทันใด” ตามเนื้อหาคือข้อใด

a)

การบำรุงรักษาที่ทำอย่างเร่งด่วนเมื่อพบข้อผิดพลาดเล็กน้อย

b)

การบำรุงรักษาเพื่อป้องกันการชำรุดแบบทันทีทันใด

c)

การชำรุดที่เกิดขึ้นโดยไม่มีอาการแสดงให้เห็นก่อน

d)

การซ่อมแซมทันทีที่อุปกรณ์ทำงานผิดพลาด

39.

ข้อใดคือความหมายของ "การบำรุงรักษาเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance)"

a)

การซ่อมแซมเมื่ออุปกรณ์เกิดการขัดข้อง

b)

การปรับปรุงหรือดัดแปลงอุปกรณ์เพื่อขจัดเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

c)

การบำรุงรักษาตามตารางเวลาที่กำหนด

d)

การออกแบบระบบใหม่เพื่อลดการบำรุงรักษา

40.

"การบำรุงรักษาทวีผลรวม (Total Productive Maintenance - TPM)" มีหลักคิดสำคัญในข้อใด

a)

การซ่อมบำรุงโดยช่างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

b)

การเน้นการบำรุงรักษาเชิงป้องกันเป็นหลัก

c)

การระดมคนทุกคนที่เกี่ยวข้องให้มีส่วนร่วมในการบำรุงรักษา

d)

การเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่เมื่อหมดอายุการใช้งานเท่านั้น

41.

การเตรียมข้อมูลใดที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพ

a)

ชื่อผู้ผลิตและหมายเลขรุ่นของอุปกรณ์

b)

แบบแปลนไฟฟ้า (Single Line & Schematic Diagram) ที่ทันสมัย

c)

ข้อมูลบน Name Plate ของอุปกรณ์

d)

ประวัติการบำรุงรักษาที่ผ่านมา

42.

สายเมนแรงสูงมีหน้าที่อะไรในระบบไฟฟ้า?

a)

จ่ายไฟไปยังบ้านเรือนโดยตรง

b)

นำกระแสไฟฟ้าจากสถานีจ่ายไฟมายังพื้นที่ใช้งาน

c)

แปลงแรงดันไฟฟ้าจากแรงต่ำเป็นแรงสูง

d)

ควบคุมการเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าภายในอาคาร

43.

บริภัณฑ์ประธานหรือเมนสวิตซ์มีความสำคัญอย่างไร?

a)

ป้องกันกระแสไฟฟ้าเกิน

b)

ป้องกันฟ้าผ่า

c)

ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าทั้งหมดในอาคาร

d)

ดแรงดันไฟฟ้าเพื่อใช้งานในบ้าน

44.

อุปกรณ์ป้องกันแรงสูงมักติดตั้งที่จุดใดของระบบไฟฟ้า?

a)

ที่ปลายสายเมนแรงต่ำก่อนเข้าบ้าน

b)

ก่อนถึงหม้อแปลงไฟฟ้า

c)

ในห้องใต้ดินของอาคาร

d)

จุดต่อลงดินหลัก

45.

ข้อใดคือความหมายของคำว่า "บริภัณฑ์ประธาน"?

a)

อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในระบบ

b)

สวิตช์หลักที่ควบคุมการจ่ายไฟทั้งหมด

c)

หม้อแปลงไฟฟ้าที่ใช้ในอาคารขนาดใหญ่

d)

อุปกรณ์สำหรับวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้า

46.

อุปกรณ์ใดที่ช่วยป้องกันความเสียหายจากแรงดันไฟฟ้าเกินที่เกิดจากฟ้าผ่า?

a)

หม้อแปลงไฟฟ้า

b)

ล่อฟ้าแรงสูง

c)

บริภัณฑ์ประธาน

d)

อุปกรณ์ป้องกันแรงต่ำ

47.

ข้อใดคือเหตุผลสำคัญที่สุดในการติดตั้งระบบสายดินในระบบไฟฟ้า?

a)

เพื่อให้การติดตั้งง่ายขึ้น

b)

เพื่อลดต้นทุนการก่อสร้าง

c)

เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

d)

เพื่อเพิ่มความสวยงามของการเดินสาย

48.

การกำหนดขนาดของหม้อแปลงไฟฟ้าควรพิจารณาจากข้อใดเป็นหลัก?

a)

จำนวนหลอดไฟในอาคาร

b)

กำลังไฟฟ้ารวมของอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้

c)

ความยาวของสายเมนแรงต่ำ

d)

จำนวนบริภัณฑ์ประธานที่ติดตั้ง

49.

วัตถุประสงค์หลักของการใช้ "อุปกรณ์ป้องกัน" ในระบบไฟฟ้าคืออะไร?

a)

เพื่อควบคุมการใช้พลังงาน

b)

เพื่อลดความผันผวนของแรงดันไฟฟ้า

c)

เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและกระแสเกิน

d)

เพื่อเพิ่มความเร็วในการส่งกระแสไฟฟ้า

50.

หากเกิดปัญหากระแสไฟฟ้าเกินในระบบแรงสูง อุปกรณ์ใดที่ควรทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้หม้อแปลงเสียหาย?

a)

เซอร์กิตเบรกเกอร์แรงต่ำ

b)

บริภัณฑ์ประธาน

c)

ฟิวส์แรงสูง

d)

ระบบสายดิน