wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Pre-Test AI by Morning

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 20mins

Name
Class
Date
1.

AI ย่อมาจากอะไร และหมายถึงอะไร?

a)
Automated Intelligence
b)
Artificial Intelligence
c)
Artificial Interaction
d)

Architecture Intelligence

2.

AI ที่มีความสามารถเทียบเท่ามนุษย์ในทุกด้านเรียกว่าอะไร?

a)
Artificial General Intelligence (AGI)
b)
Artificial Narrow Intelligence (ANI)
c)
Superintelligent AI
d)

Machine Learning

3.

ในปัจจุบันนี้ AI ที่เราใช้งานกันอยู่จัดอยู่ในประเภท

a)

Artificial Narrow Intelligence (ANI)

b)

Artificial General Intelligence (AGI)

c)

Artificial Superintelligence (ASI)

d)

Artificial Best Intelligence (ABI)

4.

Search Algorithms คืออะไร?

a)

อัลกอริธึมที่ใช้ในการแก้ปัญหาคำนวณทางคณิตศาสตร์

b)

อัลกอริธึมที่ใช้ค้นหาข้อมูลในโครงสร้างข้อมูลหรือกราฟ

c)

อัลกอริธึมที่ใช้ในการทำการจัดกลุ่มข้อมูล

d)

อัลกอริธึมที่ใช้หาทางออกจากเขาวงกต

5.

Search Algorithms โดยหลักๆแบ่งออกเป็นกี่ประเภท

a)
2 ประเภท (Uninformed และ Informed)
b)
4 ประเภท (Depth, Breadth, Best-First, และ A*)
c)
3 ประเภท (Linear, Binary, และ Graph)
d)

1 ประเภท (Only you)

6.

Uninformed Search ทำงานอย่างไร

a)

ค้นหาโดยใช้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Goal State เพื่อนำทางการค้นหาให้เร็วขึ้น

b)

ค้นหาโดยเริ่มจากStart Stateและขยายสถานะไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพบ Goal State โดยไม่มีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับGoal State

c)

ค้นหาโดยใช้ฟังก์ชัน Heuristic เพื่อประมาณค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปยัง Goal State

d)

ค้นหาโดยเริ่มจาก Start State โดยใช้หลักการ Evaluation Function เพื่อนำทางไปยัง Goal State อย่างเป็นลำดับ

7.

ข้อใดต่อไปนี้เป็น Uninformed Search

a)

Breadth-First Search

b)

Greedy Best-First Search

c)

Depth-First Search

d)

A* Search

8.

Breadth-First Search เป็น Search Algoritms ที่นิยมใช้สำรวจ Data Structure ประเภทใด

a)
Hash Table
b)
Linked List
c)
Graph and Tree
d)
Array
9.

Breadth-First Search ใช้ Data Structure ประเภทใดในการค้นหาและจัดการNode

a)
Stack
b)
Queue
c)
Linked List
d)
Array
10.

ข้อใดถือเป็นข้อเสียของ Breadth-First Search

a)

ไม่รับประกันว่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

b)

ต้องปรับค่าพารามิเตอร์อย่างถูกต้อง

c)

ต้องกำหนด Heuristic อย่างมีประสิทธิภาพ

d)

ใช้หน่วยความจำมาก

11.

Depth-First Search ใช้ Data Structure ประเภทใดในการค้นหาและจัดการNode

a)

FIFO

b)
Linked List
c)
Stack
d)
Queue
12.

ข้อใดถือเป็นข้อดีของ Depth-First Search

a)

ใช้ Data Struecture แบบ Stack ทำให้เข้าใจยากและประมวลผลนาน

b)
ใช้หน่วยความจำน้อยกว่า Breadth-First Search และสามารถค้นหาได้เร็วกว่าในบางกรณี
c)

รับประกัน Optimal Solution

d)

มีความทนทานต่อข้อมูลที่ผิดพลาด

13.

BFS และ DFS มี Time Complexity และ Space Complexity แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร

a)

BFS และ DFS มี Time Complexity เท่ากันที่ O(V - E)
Space Complexity ของ BFS และ DFS เท่ากันที่ O(V)

b)

BFS และ DFS มี Time Complexity เท่ากันที่ O(V + E)
Space Complexity ของ BFS และ DFS เท่ากันที่ O(V)

c)

BFS และ DFS มี Time Complexity เท่ากันที่ O(V)
Space Complexity ของ BFS และ DFS เท่ากันที่ O(V+E)

d)

BFS และ DFS มี Time Complexity เท่ากันที่ O(V)
แต่ Space Complexity ของ BFS เป็น O(V+E) DFS เป็น O(V-E)

14.

A* Search Algorithm คำนวณ Evaluation Function อย่างไร?

a)

f(n) = g(n) / h(n)

b)

f(n) = g(n) + h(n)

c)

f(n) = g(n) * h(n)

d)

f(n) = g(n) - h(n)

15.

A* Search มี Time Complexity และ Space Complexity อย่างไร?

a)
Time Complexity: O(d), Space Complexity: O(b)
b)

Time Complexity: O(d^b), Space Complexity: O(d^b)

c)
Time Complexity: O(b^2), Space Complexity: O(b)
d)
Time Complexity: O(b^d), Space Complexity: O(b^d)
16.

ข้อใดเป็นคุณสมบัติสำคัญของ A* Search Algorithm?

a)

ไม่ใช้หน่วยความจำสูง

b)

ไม่สนใจ Heuristic Function

c)

รับประกันคำตอบที่ดีที่สุด (Optimal Solution)

d)

ใช้สำหรับปัญหา Non-linear เท่านั้น

17.

Greedy Best-First Search แตกต่างจาก A* Search อย่างไร?

a)

ใช้ Heuristic Function อย่างเดียว

b)

ใช้ค่า g(n) + h(n)

c)

รับประกัน Optimal Solution

d)

เสียงดังเพราะกรี๊ดดิ้

18.

Heuristic Function ใน A* Search ควรมีคุณสมบัติอย่างไรเพื่อรับประกัน Optimal Solution?

a)

ต้องสูงกว่าต้นทุนจริงเสมอ

b)

ต้องเท่ากับต้นทุนจริงเสมอ

c)

ต้องไม่เกินต้นทุนจริง

d)

ต้องไม่ต่ำกว่าต้นทุนจริง

19.

Greedy Best-First Search อาจให้คำตอบที่ไม่ใช่ Optimal เพราะเหตุใด?

a)

ใช้เวลาในการค้นหานาน

b)

ไม่สนใจต้นทุนสะสม g(n)

c)

ไม่สามารถหลีกเลี่ยง Local Optima

d)

เพราะเราเขียนโค้ดผิด

20.

g(n) ใน A* Search หมายถึง ?

a)
ค่าใช้จ่ายจากจุดปัจจุบันไปยังจุดสิ้นสุด
b)
ค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดในเส้นทาง
c)
ค่าใช้จ่ายจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดปัจจุบัน n
d)
ค่าใช้จ่ายจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดสิ้นสุด
21.

ข้อใดอธิบายถึง "Open List" ใน A* Search ได้ถูกต้อง?

a)

รายการของโหนดที่ขยายแล้ว

b)

รายการของโหนดที่ยังไม่ได้ขยาย

c)

โหนดที่ใกล้เป้าหมายที่สุด

d)

โหนดเริ่มต้นหรือเรียกอีกอย่างว่า "Start State"

22.

A* Search ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีที่ฟังก์ชัน Heuristic มีคุณสมบัติอย่างไร?

a)

Admissible

b)

Inadmissible

c)

Consistent

d)

Accurate

23.

ข้อใดเป็นข้อเสียหลักของ Hill Climbing

a)

เป็น Algoritms ที่เข้าใจได้ยาก

b)

อาจติดอยู่กับ Local Optimum

c)

ใช้เพียงค่า g(n) ในการคำนวณผลลัพธ์

d)

ทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพในชุดข้อมูลที่น้อย

24.

ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ Hill Climbing?

a)

การสำรวจในทิศทางเดียว

b)

คำนวณค่า Heuristic ในแต่ละโหนด

c)

สามารถไปถึง Global Maximum ได้

d)

ใช้เวลาคำนวณและประมวลผลน้อย

25.

ในการทำงานของ Genetic Algorithm, ข้อใดเป็นการกระทำที่ช่วยให้หลีกเลี่ยง Local Optima?

a)

การคัดเลือก (Selection)

b)

การสร้างประชากร (Crossover)

c)

การปรับแต่ง (Mutation)

d)

การใช้ Heuristic

26.

Genetic Algorithms, กระบวนการเลือก (Selection) ทำงานอย่างไร?

a)

เลือกโดยใช้ฟังก์ชัน Fitness เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับChromesomeที่เหมาะสมที่สุด

b)

เลือกโดยใช้ฟังก์ชัน g(n) เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับChromesomeที่เหมาะสมที่สุด

c)

เลือกโดยใช้การ Cross-Validation เพื่อเพิ่มโอกาสให้กับ Chromesomeที่เหมาะสมที่สุด

d)

เลือกโดยใช้ Sence

27.

Genetic Algorithms, Mutation มีบทบาทอย่างไรในการปรับปรุงการค้นหา?

a)

การใช้ Mutation ทำให้โค้ดคงที่ไม่ผันผวน

b)

Mutation จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลแบบสุ่มเพื่อหลีกเลี่ยง Local Optima

c)

Mutation จะคัดเลือกโค้ดที่ดีที่สุดเท่านั้น

d)

Mutation จะลดการค้นหาพื้นที่การค้นหาทั้งหมด

28.

Genetic Algorithms, การทำ Crossover มีวัตถุประสงค์อะไร?

a)

การสลับยีนระหว่างพ่อแม่เพื่อสร้างลูกที่มีคุณสมบัติที่ดีที่สุด

b)

การปรับปรุงฟังก์ชัน Fitness โดยการใช้ข้อมูลจากพ่อแม่

c)

การเปลี่ยนแปลงพ่อแม่ไปยังตำแหน่งใหม่

d)

เพื่อหลอกล่อคู่ต่อสู้ว่าเราจะไปทางนี้แต่Crossover ลูกบาสมาอีกทาง เพื่อเปลี่ยนทิศทางหลบคู่ต่อสู้ เอ๋?

29.

Machine Learning คืออะไร?
ข้อนี้ให้พักหายใจ ฮึบบบบ

a)
Machine Learning คือการสร้างโปรแกรมที่ไม่ต้องการข้อมูล
b)
Machine Learning คือการเรียนรู้ของเครื่องจากข้อมูลเพื่อทำการทำนายหรือการตัดสินใจ
c)
Machine Learning คือการเรียนรู้ของมนุษย์จากเครื่อง
d)
Machine Learning คือการวิเคราะห์ข้อมูลโดยไม่ใช้เทคโนโลยี
30.

Supervised Learning มีลักษณะอย่างไร ?

a)

ใช้ข้อมูลที่ไม่มีป้ายกำกับ

b)

ใช้ข้อมูลที่มีป้ายกำกับ

c)

ใช้การทดลองแบบสุ่ม

d)

ใช้กับข้อมูลที่เป็นตัวเลข

31.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของ Reinforcement Learning?

a)

การจำแนกประเภทดอกไม้จากภาพถ่าย

b)

การฝึกหุ่นยนต์ให้เดินโดยได้รับรางวัลเมื่อเดินถูกต้อง

c)

การหาค่าความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสองตัว

d)

การสร้างโมเดลทางคณิตศาสตร์โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือหลักในการเรียนรู้

32.

ข้อมูลที่ประกอบด้วยคุณลักษณะ (Features) แต่ไม่มีป้ายกำกับ (Labels) เหมาะกับอัลกอริธึมแบบใด?

a)

Supervised Learning

b)

Unsupervised Learning

c)

Reinforcement Learning

d)

Deep Learning

33.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นอัลกอริธึมสำหรับการจัดกลุ่ม (Clustering)?

a)

Support Vector Machine (SVM)

b)

K-Means

c)

Logistic Regression

d)

Random Forest

34.

Metrics ใดที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของโมเดล Regression?

a)

Accuracy

b)

Mean Squared Error (MSE)

c)

Precision

d)

Error

35.

การแบ่งข้อมูลเป็น Training Set และ Test Set มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?

a)

ลดเวลาในการ Train โมเดล

b)

ปรับปรุงคุณภาพข้อมูล

c)

ป้องกันการ Overfitting

d)

ป้องกันให้โมเดล Error

36.

คำว่า "Overfitting" หมายถึงอะไร?

a)

โมเดลที่แม่นยำสูงมาก

b)

โมเดลที่ทำงานได้ดีเฉพาะกับ Training Data

c)

โมเดลที่มีความซับซ้อนน้อยเกินไป

d)

โมเดลที่ทำงานได้ดีเฉพาะ Testing Data

37.

การทำ Cross-Validation มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?

a)
เร่งความเร็วในการฝึกโมเดล
b)
ประเมินประสิทธิภาพของโมเดลและป้องกัน Overfitting.
c)
ลดขนาดของข้อมูล
d)
เพิ่มความซับซ้อนของโมเดล
38.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการทำ Data Preprocessing

a)
Data normalization
b)
Data cleaning
c)
Data visualization
d)

ไม่ใช่ทั้งData normalization และ Data visualization

39.

การแบ่งข้อมูลสำหรับ Training Model สามารถทำได้อย่างไรบ้าง

a)

Training Set (10%-15%)
Validation Set
(10%-15%)

Testing Set
(70%-80%)

b)

Training Set (70%-80%)
Validation Set
(10%-15%)

Testing Set
(10%-15%)

c)

Training Set (10%-15%)
Validation Set
(70%-80%)

Testing Set
(10%-15%)

d)

Training Set (30%-35%)
Validation Set
(30%-35%)

Testing Set
(30%-35%)

40.

ขอให้การสอบพรุ่งนี้เป็นไปได้ด้วยดี ที่ไม่ใช่ D

a)

สาธุ

b)

สาธุ สาธุ

c)

สาธุ สาธุ สาธุ

d)

สาธุ สาธุ สาธุ A จงมา !