wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบคัมภีร์

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

"เสมอดวงทินกร แลดวงจันทร์กระจ่างตา" ข้อความนี้เกี่ยวข้องกับข้อใด

a)

ลอกได้แต่ตำรา เที่ยวรักษาโดยโวหาร

b)

ผู้ใดจะเรียนรู้ พิเคราะห์ดูผู้อาจารย์

c)

เรียนรู้คัมภีร์ไสย สุขุมไว้อย่าแพร่งพราย

d)

จะกล่าวคัมภีร์ฉัน ทศาสตร์บรรพ์ที่ครูสอน

2.

ให้ดำรงกษัตริย์ไว้ คือดวงใจให้เร่งยา
อนึ่งห้ามอย่าโกรธา ข้าศึกมาจะอันตราย

a)

ดวงใจ รักษา โรค

b)

ร่างกาย รักษา ความโกรธ

c)

เจ้าแผ่นดิน รักษาเมือง ศัตรูที่มาตีเมือง

d)

สมอง รักษาโรค ความโกรธ

3.

อนึ่งห้ามอย่าโกรธา ข้าศึกมาจะอันตราย เพราะเหตุใดจึงห้ามโกรธ

a)

เพราะทำให้แพ้ข้าศึก

b)

เพราะจะกระทบกระเทือนหัวใจ

c)

เพราะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ

d)

เพราะทำให้สมองพิการ

4.

หนทางทั้งสามแห่ง เร่งจัดแจงอยู่รักษา ห้ามอย่าให้ข้าศึกมา ปิดทางได้จะเสียที

a)

โลภ โกรธ หลง

b)

กาย วาจา ใจ

c)

พระราชา พระราชินี พระโอรส

d)

หัวใจ น้ำดี อาหาร

5.

คัมภีร์ฉันทศาสตร์แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทใด

a)

อินทรวิเชียรฉันท์

b)

กาพย์ยานี11

c)

กลอนสุภาพ

d)

โคลงสี่สุภาพ

6.

ข้อใดใช้โวหารต่างจากข้ออื่น

a)

เสมอดวงทินกร แลดวงจันทร์กระจ่างตา

b)

ดวงจิตคือกษัตริย์ ผ่านสมบัติอันโอฬาร์

c)

โรคนั้นคือโทโส จะภิยโยเร่งวัฒนา

d)

เปรียบแพทย์คือทหาร อันชำนาญรู้ลำเนา

7.

ข้อใดเป็นข้อเท็จจริง

a)

ปิตตํคือวังหน้า เร่งรักษาเขม้นหมาย อาหารอยู่ในกายคือเสบียงเลี้ยงโยธา

b)

เปรียบแพทย์คือทหาร อันชำนาญรู้ลำเนา ข้าศึกมาอย่าใจเบา ห้อมล้อมรอบทุกทิศา

c)

ไม่รู้คัมภีร์เวช ห่อนเห็นเหตุซึ่งโรคทำ แพทย์เอ๋ยอย่างมคลำ จักขุมือบ่เห็นหน

d)

อนึ่งจะกล่าวสอน กายนครมีมากหลาย ประเทียบเปรียบในกาย ทุกหญิงชายในโลกา

8.

เรียนรู้ให้เจนจัด จบจังหวัดคัมภีร์ไสย คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึงข้อใด

a)

พื้นที่ขนาดเล็ก

b)

เรื่องราว

c)

เนื้อหา

d)

ความชำนาญ

9.

ลอกได้แต่ตำรา เที่ยวรักษาโดยโวหาร อวดรู้ว่าชำนาญ จะแก้ไขให้พลันหาย ผู้กล่าวข้อความนี้มีน้ำเสียงอย่างไร

a)

เยาะเย้ย

b)

ประชดประชัน

c)

แนะนำ

d)

ตำหนิ

10.

ข้อใดมีความเชื่อทางพระพุทธศาสนา

a)

เรียนรู้คัมภีร์ไสย สุขุมไว้อย่าแพร่งพราย

b)

โรคคือครุกรรม บรรจบจำอย่าพึงทาย

c)

หินชาติแพทย์เหล่านี้ เวรามีมิได้กลัว

d)

รู้น้อยอย่าบังอาจ หมิ่นประมาทในโรคา

11.

ต่อโรคเข้าระวาง ตรีโทษแล้วจึ่งออกตัว คำที่ขีดเส้นใต้มีความหมายว่าอย่างไร

a)

อาการหนัก อยุ่ในระยะ หัวใจ น้ำดี อาการเป็นพิษขึ้นพร้อมกัน

b)

อาการหนัก อยู่ในระดับที่ตับ น้ำดี เลือด เป็นพิษขึ้นพร้อมกัน

c)

อาการหนัก อยู่ในระดับที่ส่วนสมอง หน้าอก และเท้าเป็นพิษขึ้นพร้อมกัน

d)

อาการหนัก อยู่ในระยะที่ เลือด สม เสมหะเป็นพิษขึ้นพร้อมกัน

12.

ควรเติมข้อความใดลงในช่องว่างต่อไปนี้ "เมื่ออ่อนรักษาได้ แก่แล้วไซร้ยากนักหนา ไข้นั้นอุปมา ..........................................."

a)

ข้าศึกมาจะอันตราย

b)

เหมือนเพลิงป่าไหม้ลุกลาม

c)

เกิดเข่นฆ่าในกายเรา

d)

เห็นโรคาอย่าถอยหนี

13.

ข้อใดตรงกับสำนวน "ลางเนื้อชอบลางยา"

a)

บางทีก็ยาชอบ แต่เคราะห์ครอบจึ่งหันหวน

b)

ต่างเนื้อก็ต่างยา จะชอบโรคอันแปรปรวน

c)

แรงโรคว่าแรงยา มิควรถือคือแรงกรรม

d)

รู้น้อยอย่าบังอาจ หมิ่นประมาทในโรคา

14.

ข้อใดมีเจตนาในการส่งสารต่างจากข้ออื่น

a)

เป็นแพทย์นี้ยากนัก จะรู้จักซึ่งกองกรรม ตัดเสียซึ่งบาปธรรม สิบสี่ตัวจึ่งเที่ยงตรง

b)

ศีลแปดแลศีลห้า เร่งรักษาสมาทาน ทรงไว้เป็นนิจกาล ทั้งไตรรัตน์สรณา

c)

บางทีก็เกียจกัน ที่พักอันแพทย์รักษา บ้างกล่าวเป็นมารยา เขาเจ็บน้อยว่ามากครัน

d)

ให้ดำรงกษัตริย์ไว้ คือดวงใจให้เร่งยา อนึ่งห้ามอย่าโกธา ข้าศึกมาจะอันตราย

15.

เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าแพทย์สงเคราะห์เป็นสมบัติทางวัฒนธรรม

a)

เพราะเป็นประโยชน์แก่ราษฎรได้รู้จักการรักษาเบื้องต้น

b)

เพราะเป็นวิชาที่น่าศึกษาโดยเฉพาะแพทย์

c)

เพราะเป็นบทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ ๖

d)

เพราะได้บันทึกเป็นตำราแพทย์ของไทยโบราณ

16.

ใครมีส่วนทำให้แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์เป็นฉบับสมบูรณ์

a)

พระยาพิศณุปราสาทเวช

b)

กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

c)

หมอชีวกโกมารภัทร

d)

พระยาอุปกิจศิลปาสาร

17.

อโนตัปปังบทบังคับ บาปที่ลับอย่าพึงทำ กลัวบาปแล้วจึงจำ ทั้งที่แจ้งจงเว้นวาง ข้อความนี้ตรงกับข้อใด

a)

ไม่ควรทำบาปทั้งต่อหน้าและลับหลัง

b)

ไม่ทำชั่วทั้งที่มืดและที่สว่าง

c)

ให้เข้าถึงพระรัตนไตร

d)

ไม่ตั้งอยู่่ในความประมาท

18.

อโนตัปปัง หมายถึง

a)

ความถือดี

b)

ความลังเลใจ

c)

ความไม่ประมาท

d)

ความไม่กลัวบาป

19.

กษัตริย์องค์ใดทรงเกี่ยวข้องกับแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์

a)

พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

b)

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

20.

ข้อใดกล่าวถึงความลังเลใจที่เป็นบาป ที่แพทย์ควรเลี่ยง

a)

วิจิกิจฉาเล่า อย่าถือเอาซึ่งครูตน

b)

อุทธัจจังอย่าอุจธัจ เห็นถนัดในโรคา

c)

วิตักโกนั้นบทหนึ่ง ให้ตัดซึ่งวิตักกา

d)

อโนตัปปังบทบังคับ บาปที่ลับอย่าพึงทำ