wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บันทึกข้อตกลง ข้อ 17 - 37

Total questions: 38

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

พลฯ เก๋า กว่าใคร อายุ 25 ปี เข้ารับราชการทหารเมื่อ 15 พ.ค. 66 มีกำหนดรับราชการหนึ่งปี ได้ก่อเหตุขโมยอาหารของสิบเวรไปกิน จึงถูกจำขังในเรือนจำทหารเป็นเวลา 3 เดือน พลฯ เก๋า กว่าใคร จะปลดเป็นทหารกองหนุนชั้นที่ 1 เมื่อใด

a)

1 พ.ค. 67

b)

1 ส.ค. 67

c)

1 ม.ค. 71

d)

1 พ.ค. 71

2.

การคำนวณวันรับราชการกองประจำการนั้น ไม่ให้นับวันใดร่วมด้วย

a)

วันป่วย

b)

วันลา

c)

วันถูกควบคุม

d)

วันหนี

3.

ผู้ที่ครบกำหนดปลดระหว่างที่ถูกควบคุมหรือต้องโทษ ให้ดำเนินการอย่างไร

a)

นำปลดทีเดียว ไม่ต้องรอจนพ้นโทษ

b)

รอจนพ้นโทษ แล้วจึงนำปลด

c)

รอพ้นโทษ แล้วจึงนำปลดวันที่ 1 ของเดือนถัดไป

d)

ไม่มีข้อถูก

4.

ผู้ที่ครบกำหนดปลดระหว่างที่ถูกควบคุมหรือต้องโทษ ให้ดำเนินการปล่อยตัวเมื่อใด

a)

เมื่อครบกำหนดปลดแล้วให้ปล่อยตัว

b)

รอจนพ้นโทษ แล้วจึงปล่อยตัวไป

c)

เมื่อครบกำหนดปลดแล้วให้ปล่อยตัวในวันถัดไป

d)

ไม่มีข้อถูก

5.

การปลดทหารหรือตำรวจกองประจำการ สัสดีจังหวัดต้องถึอหลักฐานวันรับราชการตามเอกสารใด

a)

ก. หางว่าวนำปลด

b)

ข. ทะเบียนกองประจำการ

c)

ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.

d)

ผิดทุกข้อ

6.

ทหารที่อยู่ในกองประจำการ ถ้าปรากฎว่าพิการทุพพลภาพ ต้องให้แพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 เป็นกรรมการกี่นายจัดการตรวจ จึงจะนำปลดพ้นราชการทหารได้

a)

อย่างน้อยหนึ่งนาย

b)

อย่างน้อยสองนาย

c)

อย่างน้อยสามนาย

d)

อย่างน้อยสี่นาย

7.

ทหารที่อยู่ในกองประจำการ ถ้าปรากฎว่าพิการทุพพลภาพ ต้องให้แพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 เป็นกรรมการในจำนวนนี้ต้องเป็นแพทย์ในหน่วยทหารกี่นายจัดการตรวจ จึงจะปลดพ้นราชการทหารได้

a)

อย่างน้อยหนึ่งนาย

b)

อย่างน้อยสองนาย

c)

อย่างน้อยสามนาย

d)

อย่างน้อยสี่นาย

8.

การปลดผู้ซึ่งสำเร็จการฝึกวิชาทหาร สัสดีจังหวัดต้องถือหลักฐาน ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

บัญชีรายชื่อขอนำตัวขึ้นทะเบียนกองประจำการและนำปลด

b)

ทะเบียนกองประจำการ

c)

หนังสือสำคัญประจำตัวแสดงวิทยฐานะ

d)

ไม่มีข้อใดไม่ถูกต้อง

9.

การปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ให้นับครบกำหนดปลดชั้นต่อไปอย่างไรจึงจะถูกต้องที่สุด

a)

ปลดชั้นต่อไปในวันที่ 1 ของเดือนที่ครบกำหนดปลดนั้น ไม่ต้องคิดรายวัน

b)

ปลดชั้นต่อไปในวันที่ 1 ของเดือนที่ครบกำหนดปลดนั้น คิดรายวัน

c)

ปลดชั้นต่อไปในวันที่ 1 ของเดือนถัดไปที่ครบกำหนดปลดนั้น คิดรายวัน

d)

ปลดชั้นต่อไปในวันที่ 1 ของเดือนถัดไปที่ครบกำหนดปลดนั้น ไม่ต้องคิดรายวัน

10.

การปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 2 ให้ปลดอย่างไรจึงจะถูกต้องที่สุด

a)

ปลดในวันที่ 1 ของเดือนที่อายุครบกำหนดไม่ต้องคิดรายวันรับราชการ

b)

ปลดในวันที่ 1 ของเดือนถัดไปที่อายุครบกำหนดไม่ต้องคิดรายวันรับราชการ

c)

ปลดในวันที่ 1 ของปีที่อายุครบกำหนดไม่ต้องคิดรายวันรับราชการ

d)

ปลดในวันที่ 1 ของปีถัดไปที่อายุครบกำหนดไม่ต้องคิดรายวันรับราชการ

11.

ในการเรียกเข้าฝึกวิชาทหาร ถ้าปรากฎว่าทหารกองหนุนพิการทุพพลภาพ ซึ่งจะต้องปลดเป็นพ้นราชการทหารตามมาตรา 41 ใครเป็นผู้ลงชื่อในใบสำคัญ(สด.6)

a)

แพทย์ที่ตรวจร่างกาย 1

b)

นายทหารผู้อำนวยการ 1

c)

นายทหารสัญญาบัตรซึ่งแทนหน่วยทหารในการนั้น 1

d)

แพทย์แผนปัจจุบันชั้น 1 อย่างน้อย 3 นาย

12.

ใครเป็นผู้มีหน้าที่ออกหนังสือสำคัญ (สด.8) ซึ่งออกให้ตามมาตรา 9

a)

ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัด

b)

ผู้ว่าราชการจังหวัดและสัสดีจังหวัด

c)

นายอำเภอพร้อมด้วยสัสดีอำเภอ

d)

นายอำเภอและสัสดีอำเภอ

13.

ใครเป็นผู้มีหน้าที่ออกใบสำคัญ (สด.9) ซึ่งออกให้ตามมาตรา 40

a)

ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัด

b)

ผู้ว่าราชการจังหวัดและสัสดีจังหวัด

c)

นายอำเภอพร้อมด้วยสัสดีอำเภอ

d)

นายอำเภอและสัสดีอำเภอ

14.

การออกใบสำคัญ (สด.9) ซึ่งออกให้ตามมาตรา 40 ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ผู้ว่าราชการจังหวัดพร้อมด้วยสัสดีจังหวัดเป็นผู้ออก

b)

แก้ตำแหน่งนายอำเภอเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด

c)

แก้ตำแหน่งสัสดีอำเภอเป็นสัสดีจังหวัด

d)

ไม่มีข้อใดไม่ถูกต้อง

15.

การปลดพ้นราชการทหารประเภทที่ 2 ตามมาตรา 41 จะได้รับหลักฐานใด

a)

สด.6

b)

สด.8

c)

สด.9

d)

สด.10

16.

ใบสำคัญซึ่งออกให้ตามมาตรา 16,มาตรา 18 หรือมาตรา 19 ให้สัสดีอำเภอลงชื่อรับรองว่าเป็นการถูกต้องที่ใด

a)

ในต้นขั้วใบสำคัญ

b)

ในหลังต้นขั้วใบสำคัญ

c)

ในมุมล่างด้านขวาใบสำคัญ

d)

ในหลังใบสำคัญ

17.

การออกหนังสือสำคัญ (สด.8) สำหรับการปลดตำรวจในจังหวัดที่เรียกคนเข้ารับราชการแต่เฉพาะตำรวจนั้น ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ผู้ว่าราชการจังหวัดลงชื่อ

b)

ผู้กำกับหรือผู้บังคับกองตำรวจลงชื่อในหนังสือสำคัญ

c)

สัสดีจังหวัดลงชื่อรับรองว่าเป็นการถูกต้องในหลังหนังสือสำคัญ

d)

ไม่มีข้อใดไม่ถูกต้อง

18.

ใบสำคัญซึ่งออกให้ตามมาตรา 40 นั้น ใครเป็นผู้จัดการมอบให้ตัวรับไป

a)

สัสดีจังหวัด

b)

เจ้าหน้าที่ผู้ขอปลด

c)

หน่วยต้นสังกัด

d)

สัสดีอำเภอ

19.

นายอำเภอท้องที่ได้รับหลักฐานการขอเปลี่ยนชื่อตามมาตรา 12 วรรคท้าย เมื่อตรวจสอบถูกต้องแล้ว ข้อใดดำเนินการไม่ถูกต้อง

a)

แก้ใบสำคัญเฉพาะที่อำเภอออกให้

b)

ขีดฆ่าคำเดิมด้วยหมึกดำ

c)

เขียนคำที่ขอแก้ลงใต้หรือต่อคำที่ขีดฆ่า

d)

นายอำเภอลงชื่อกำกับตรงที่ขีดฆ่า

20.

นาย แมกิโต ได้เปลี่ยนชื่อตัว ในวันดังกล่าวจึงนำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อมาให้ ร.ต. ปัด สด.อ.เมืองสระแก้ว เพื่อขอแก้ไขชื่อในหนังสือสำคัญที่จังหวัดออกให้ ร.ต. ปัด ต้องดำเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้องที่สุด

a)

ปรับก่อน 200 แล้วจึงดำเนินการแก้หนังสือสำคัญให้

b)

ไล่กลับให้ไปดำเนินการแก้ที่จังหวัด

c)

ปรับก่อน 200 และบอกให้จังหวัดแก้ไขให้

d)

ส่งสำเนาหลักฐานเปลี่ยนชื่อให้จังหวัดแก้ไข

21.

ทหารกองประจำการตายให้ใครเป็นผู้แจ้งต่อนายอำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของผู้ตาย เพื่อจำหน่ายทะเบียนบัญชีตามระเบียบ

a)

หน่วยต้นสังกัด

b)

ผู้บังคับหน่วย

c)

สัสดีจังหวัด

d)

สัสดีอำเภอ

22.

ทหารหรือตำรวจกองประจำการ ทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุน ตายให้ส่วนที่เกี่ยวข้องแจ้งต่อกันภายใน

a)

เจ็ดวัน

b)

สิบสามวัน

c)

สิบห้าวัน

d)

สามสิบวัน

23.

ทหารกองเกินย้ายที่อยู่เปลี่ยนตำบล ให้นายอำเภอดำเนินการอย่างไร

a)

แก้ไขบัญชีให้ถูกต้อง

b)

หมายเหตุบัญชีไว้

c)

แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดของตนทราบ

d)

ไม่มีข้อถูก

24.

ทหารกองเกินถ้าไปอยู่ต่างตำบลชั่วคราวเกินกว่าสามสิบวัน เมื่อนายอำเภอภูมิลำเนาทหารเดิม ได้รับการแจ้งการย้ายจากนายอำเภอที่ไปอยู่ชั่วคราวนั้น ให้ดำเนินการอย่างไร

a)

แก้ไขบัญชีให้ถูกต้อง

b)

หมายเหตุบัญชีไว้

c)

แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดของตนทราบ

d)

ไม่มีข้อถูก

25.

ในการรับแจ้งย้ายที่อยู่หรือการรับแจ้งย้ายภูมิลำเนาทหาร ให้นายอำเภอออกหลักฐานใดให้แก่ผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน

a)

สด.10

b)

สด.11

c)

สด.12

d)

สด.32

26.

ทหารกองเกินที่ต้องโทษตามคำพิพากษาของศาล เมื่อย้ายไปคุมขังประจำเรือนจำ ใครมีหน้าที่แจ้งไปยังนายอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหารของผู้นั้น

a)

เจ้าหน้าที่ควบคุมเดิม

b)

เจ้าหน้าที่ควบคุมใหม่

c)

นายอำเภอท้องที่ที่ถูกคุมขัง

d)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

27.

การย้ายภูมิลำเนาทหารต่างอำเภอหรือต่างจังหวัด สำหรับทหารกองเกินนั้น เมื่อนายอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหารเดิม ได้รับการแจ้งย้ายจากนายอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหารใหม่ ตามมาตรา 12 แล้วให้ดำเนินการอย่างไร

a)

จัดการสอบสวน

b)

แก้บัญชีให้ถูกต้อง

c)

หมายเหตุบัญชีไว้

d)

ไม่มีข้อถูก

28.

เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับแจ้งการย้ายภูมิลำเนาทหารต่างอำเภอแล้ว ข้อใดดำเนินการไม่ถูกต้อง

a)

ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ให้คัดสำเนาทะเบียนส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตามภูมิลำเนาทหารใหม่

b)

ทหารกองหนุนประเภทที่ 2 ให้คัดสำเนาทะเบียนส่งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตามภูมิลำเนาทหารใหม่

c)

ทหารกองเกิน ให้ทำบัญชีตามแบบ สด.12 ส่งไปยังจังหวัดตามภูมิลำเนาทหารใหม่

d)

ดำเนินการถูกต้องทุกข้อ

29.

การบันทึกจำหน่ายผู้ที่ย้ายภูมิลำเนาทหาร สำหรับจัดหวัดที่เรียกคนเข้ารับราชการทหาร ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ให้บันทึกหลังทะเบียนกองประจำการในช่องย้ายภูมิลำเนาทหาร

b)

ทหารกองหนุนประเภทที่ 2 ให้บันทึกหลังทะเบียนกองประจำการในช่องย้ายภูมิลำเนาทหาร

c)

ทหารกองเกิน ให้จำหน่ายบัญชีทหารกองเกิน

d)

ทหารกองเกิน ให้จำหน่ายบัญชีรายชื่อทหารกองเกินและทหารกองหนุนประเภทที่ 2

30.

จังหวัดที่มิได้เรียกคนเข้ารับราชการทหาร เมื่อได้รับแจ้งการย้ายภูมิลำเนาทหารเข้ามา หรือย้ายออกไป หรือตาย ให้แจ้งต่อสัสดีจังหวัดที่ทำการแทน ภายในกำหนดกี่วัน

a)

สามวัน

b)

สิบสามวัน

c)

สามสิบวัน

d)

สามสิบเอ็ดวัน

31.

เพื่อให้การระดมพลเป็นไปด้วยความพรั่งพร้อมและรวดเร็วให้.....เตรียมการส่วงหน้าไว้ และทำความตกลงกับ..... ให้เตรียมที่จะเรียกระดมได้ทุกขณะ

a)

กระทรวงกลาโหม, กระทรวงมหาดไทย

b)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

c)

เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร, นายอำเภอท้องที่

d)

เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร, เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่

32.

เมื่อถึงคราวจะระดม ให้ฝ่ายทหารสั่งการตรงต่อใคร

a)

ผู้ว่าราชการจังหวัด

b)

นายอำเภอ

c)

ปลัดอำเภอ

d)

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่ในตำแหน่งใดๆ ก็ได้

33.

การเรียกเข้าฝึกิชาทหาร หรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อมนั้น ถ้าไม่ใช่ในกรณีพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารทำความตกลงกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่ ก่อนถึงวันกำหนดเท่าใด

a)

อย่างน้อยสามเดือน

b)

ภายในสามเดือน

c)

ไม่น้อยกว่าสามเดือน

d)

ไม่เกินกว่าสามเดือน

34.

จังหวัดที่เรียกคนเข้ารับราชการแต่เฉพาะตำรวจ ไม่มีหน่วยสัสดี หากทหารกองเกิน หรือทหารกองหนุนประเภทที่ 2 ทำใบสำคัญชำรุดหรือสูญหาย ให้ดำเนินการอย่างไร

a)

ออกหนังสือสำคัญให้ใหม่ โดยให้นายอำเภอ แจ้งไปยังสัสดีจังหวัดที่ทำการแทน จัดการออกใบสำคัญแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย

b)

ออกหนังสือสำคัญให้ใหม่ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งไปยังสัสดีอำเภอที่ทำการแทน จัดการออกใบสำคัญแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย

c)

ออกหนังสือสำคัญให้ใหม่ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด แจ้งไปยังสัสดีจังหวัดที่ทำการแทน จัดการออกใบสำคัญแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย

d)

ไม่ต้องออกใบสำคัญแทนให้ใหม่

35.

ทหารกองเกินหรือทหารกองหนุนที่ไปอยู่ต่างจังหวัดชั่วคราว ทำหนังสือสำคัญหรือใบสำคัญชำรุดหรือสูญหายขอรับใหม่ ถ้าเป็นใบสำคัญที่อำเภอออกให้ ให้ดำเนินการอย่างไร

a)

นายอำเภอที่รับแจ้งจัดการสอบสวน

b)

ถ้าได้ความจริง ก็ให้บอกไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาทหาร โดยผ่านจังหวัดที่มาอยู่ชั่วคราว เพื่อจัดการออกให้

c)

ถ้าได้ความจริง ก็ให้บอกไปยังนายอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหาร โดยผ่านจังหวัดที่มาอยู่ชั่วคราว เพื่อจัดการออกให้

d)

ถ้าได้ความจริง ก็ให้ร้องขอไปยังนายอำเภอที่เป็นภูมิลำเนาทหารเดิม เพื่อจัดการออกให้

36.

เงินค่าธรรมเนียมในการออกหนังสือสำคัญหรือใบสำคัญแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหาย ให้ใครเป็นผู้เรียกเก็บ

a)

สัสดีอำเภอ

b)

เจ้าหน้าที่สัสดีอำเภอ

c)

ฝ่ายปกครองท้องที่

d)

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่

37.

บันทึกข้อตกลงระหว่ากระทรวงกลาโหมกับกระทรวงมหาไทยในระเบียบการอันเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 บันทึก ณ วันที่

a)

5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497

b)

16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2497

c)

9 เมษายน พ.ศ. 2498

d)

9 เมษายน พ.ศ. 2499

38.

บันทึกข้อตกลงระหว่ากระทรวงกลาโหมกับกระทรวงมหาไทยในระเบียบการอันเกี่ยวกับพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ใครเป็นผู้ลงนาม

a)

พลเอก สถิตยุทธการ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม,

ส. ไทยวัฒน์ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย

b)

พลเอก ส. ยุทธการ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม,

ส. ไทยวัฒน์ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย

c)

พลเอก ส. ยุทธการ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม,

ศ. ไทยวัฒน์ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย

d)

พลเอก สถิตยุทธการ ผู้แทนกระทรวงกลาโหม,

ศ. ไทยวัฒน์ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย