wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การแลกเปลี่ยนแก๊ส

Total questions: 40

Worksheet time: 37mins

Name
Class
Date
1.

1. การแลกเปลี่ยนแก๊สของมนุษย์เกิดขึ้นที่บริเวณใด

a)

จมูก               

b)

 หลอดลม

c)

ท่อลม

d)

ถุงลม

2.

2. ปริมาณ COในเลือดมีผลต่ออัตราการหายใจอย่างไร

a)

ถ้าปริมาณ CO2  ต่ำจะทำให้หายใจเร็วขึ้น   

b)

ถ้าปริมาณ CO2  สูงจะทำให้หายใจช้าลง  

c)

    ถ้าปริมาณ COสูงจะทำให้หายใจเร็วขึ้น

3.

3. กระบวนการใดที่ร่างกายสลายสารอาหารแล้วได้สารพลังงานสูง

a)

       การหายใจโดยระบบทางเดินหายใจ

b)

       การหายใจระดับเซลล์

c)

       การดูดซึมอาหารของระบบย่อยอาหาร

d)

การหมุนเวียนเลือดของระบบหมุนเวียนเลือด

4.

4. เมื่อร่างกายขาดออกซิเจน ร่างกายจะตอบสนองอย่างไร

a)

ไอ

b)

หาว

c)

จาม

d)

สะอึก

5.

5. เมื่อสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะขับสิ่งแปลกปลอมออกด้วยวิธีการใด

a)

ไอ

b)

หาว

c)

จาม

d)

สะอึก

6.

6. ข้อใดกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างกะบังลมกับกระดูกซี่โครงขณะหายใจเข้าถูกต้อง

a)

กะบังลมจะเลื่อนสูงขึ้นและกระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง

b)

      กะบังลมจะเลื่อนสูงขึ้นและกระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น

c)

กะบังลมจะเลื่อนต่ำลงและกระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น

7.

7. สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวมีการแลกเปลี่ยนแก๊สอย่างไร

a)

ผิวหนังลำตัว           

b)

ระบบหมุนเวียนเลือด

c)

เยื่อหุ้มเซลล์            

d)

ผ่านระบบน้ำเหลือง

8.

8.ข้อใดไม่ใช่ลักษณะโครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊ส

a)

ผนังบาง

b)

มีความชื้น

c)

พื้นที่ผิวในการแลกเปลี่ยนแก๊สน้อย

9.

10. อวัยวะใดเกี่ยวข้องกับระบบหายใจทั้งหมด

a)

    หลอดอาหาร จมูก ปอด

b)

    คอหอย กล่องเสียง หลอดลม

c)

จมูก หลอดอาหาร หัวใจ

d)

รูจมูก กล่องเสียง กระเพาะอาหาร

10.

11.โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สคือข้อใด

a)

Skin

b)

Cell membrane

c)

Tracheal system

d)

Skin, Lung

11.

12.โครงสร้างที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนแก๊สคือข้อใด

a)

Skin 

b)

Cell membrane

c)

Tracheal system      

d)

Skin,Lung

12.

13. นกหายใจเข้าครั้งที่ 1 อากาศเข้าสู่บริเวณใด

a)

ปอด

b)

ถุงลมส่วนหน้า

c)

ท่อลม

d)

ถุงลมส่วนหลัง

13.

15. Countercurrent exchange พบในสัตว์ชนิดใด

a)

b)

c)

d)

14.

16. สัตว์ชนิดใดมีอัตราการหายใจต่ำที่สุด

a)
b)
c)
d)
15.

ข้อใดคือความหมายของการหายใจ

a)

การแลกเปลี่ยนแก๊สในร่างกาย

b)

การสลายสารอาหาร

c)

กระบวนการสร้างอาหาร

d)

การเต้นของชีพจร

16.

ข้อใดเรียงลำดับการเคลื่อนที่ของอากาศจากภายนอกเข้าสู่ร่างกายได้ถูกต้อง

a)

รูจมูก ท่อลม ถุงลม ปอด โพรงจมูก

b)

รูจมูก โพรงจมูก ปอด ท่อลม ถุงลม

c)

ถุงลม ปอด ท่อลม โพรงจมูก รูจมูก

d)

รูจมูก โพรงจมูก ท่อลม ปอด ถุงลม

17.

อวัยวะในระบบหายใจบริเวณใดที่ประกอบด้วยกระดูกอ่อนรูปเกือกม้าเรียงตัวกัน ทำหน้าที่เป็นทางผ่านของอากาศ

a)

ปอด

b)

ท่อลม

c)

จมูก

d)

โพรงจมูก

18.

ข้อใดทำให้เกิดการหายใจออก

a)

กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง, กล้ามเนื้อกระบังเลื่อนต่ำลง

b)

กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง, กล้ามเนื้อกระบังเลื่อนสูงขึ้น

c)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น, กล้ามเนื้อกระบังเลื่อนต่ำลง

d)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น, กล้ามเนื้อกระบังเลื่อนสูงขึ้น

19.

การแลกเปลี่ยนแก๊สในระบบหายใจเกิดขึ้นที่ใด

a)
b)
c)
d)
20.

สิ่งใดที่จับกับแก๊สออกซิเจนแล้วลำเลียงไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย

a)

เซลล์เม็ดเลือดขาว

b)

เซลล์เม็ดเลือดแดง

c)

เฮโมโกลบิน

d)

เกล็ดเลือด

21.

สิ่งใดที่แพร่จากเซลล์เข้าสู่หลอดเลือดฝอย เพื่อนำไปยังถุงลมปอดต่อไป

a)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

b)

แก๊สไนโตรเจน

c)

แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

d)

แก๊สไฮโดรเจน

22.

เหตุใดผู้ที่เป็นโรคถุงลมโป่งพองจึงมีการหายใจเข้าออกลำบาก เหนื่อย หอบ

a)

ถุงลมในปอดไม่ยืดหยุ่นทำให้หายใจลำบาก

b)

หัวใจต้องสูบฉีดแรงขึ้นเพื่อส่งเลือดไปที่ปอด

c)

ปอดต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ได้แก๊สมากพอ

d)

พื้นที่ปอดสำหรับแลกเปลี่ยนแก๊สลดน้อยลง เนื่องจากถุงลมถูกทำลาย

23.

ภาพต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ยกเว้นข้อใด

a)
b)
c)
d)
24.

ระบบหายใจทำงานเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับระบบใดมากที่สุด

a)

ระบบประสาท

b)

ระบบขับถ่าย

c)

ระบบหมุนเวียนเลือด

d)

ระบบสืบพันธุ์

25.

เมื่อร่างกายหายใจเอาอากาศที่ไม่สะอาด หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไป ร่างกายจะพยายามขับสิ่งแปลกปลอมออกด้วยวิธีการใด

a)

ไอ

b)

หาว

c)

จาม

d)

สะอึก

26.

ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีผลต่ออัตราการหายใจหรือไม่ อย่างไร

a)

มี เพราะถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะทำให้หายใจช้าลง

b)

มี เพราะถ้าปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สูงจะทำให้หายใจเร็วขึ้น

c)

ไม่มี เพราะปริมาณแก๊สที่เกี่ยวข้องกับอัตราการหายใจ คือแก๊สออกซิเจน

d)

ไม่มี เพราะปริมาณแก๊สที่เกี่ยวข้องกับอัตราการหายใจ คือแก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์

27.

แก๊สที่ถูกส่งต่อจากปอดให้เม็ดเลือดแดงคือ

a)

O2

b)

CO2

c)

C

d)

O3

28.

เมื่อหายใจออก ของเสียที่ถูกขับออกมาด้วยคือ

a)

O3 + H2O

b)

O2 + H2O

c)

CO2 + H2O

d)

CO2 + H2

29.

ขนจมูก ทำหน้าที่

a)

กรองฝุ่นละออง เชื้อโรค สิ่งแปลกปลอม

b)

ป้องกันจมูก และเป็นที่สะสมน้ำมูก

c)

สร้างความสวยงามแก่จมูก

d)

ไม่มีหน้าที่อะไร

30.

ภายในโพรงจมูก มีส่วนที่เป็นปลายประสาทใช้รับกลิ่นเรียกชื่อว่าอะไร

a)

olfactory nerve

b)

nostil

c)

nasal cavity

d)

pharynx

31.

การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจนกับคาร์บอนไดออกไซต์ อาศัยหลักการใด

a)

การออสโมซิส

b)

การแพร่

c)

การละลาย

d)

การเปลี่ยนสถานะของสาร

32.

เมื่อหายใจเข้า ปริมาตรช่องอก...

a)

ลดลง ความดันอากาศในช่องอกลดลง

b)

เพิ่มขึ้น ความดันอากาศในช่องอกลดลง

c)

ลดลง ความดันอากาศในช่องอกเพิ่มขึ้น

d)

เพิ่มขึ้น ความดันอากาศในช่องอกเพิ่มขึ้น

33.

เมื่อหายใจออก ปริมาตรช่องอก...

a)

ลดลง ความดันอากาศในช่องอกลดลง

b)

เพิ่มขึ้น ความดันอากาศในช่องอกลดลง

c)

ลดลง ความดันอากาศในช่องอกเพิ่มขึ้น

d)

เพิ่มขึ้น ความดันอากาศในช่องอกเพิ่มขึ้น

34.

โรคถุงลมโป่งพอง เกิดจากสาเหตุหลักคือ

a)

PM 2.5

b)

การสูดดมแก๊สพิษ

c)

การอยู่ในที่มีฝุ่นละอองนานๆ

d)

การสูบบุหรี่

35.

Mycobacterium tuberculosis ก่อให้เกิดโรคใด

a)

วัณโรค

b)

ถุงลมโป่งพอง

c)

หลอดลมอักเสบ

d)

หอบหืด

e)

มะเร็งปอด

36.

การสูดอากาศที่เป็นพิษ เช่น

บุหรี่ ควันจากท่อไอเสีย ฝุ่นละออง ก่อให้เกิดโรคใด

a)

วัณโรค

b)

ถุงลมโป่งพอง

c)

หลอดลมอักเสบ

d)

หอบหืด

e)

มะเร็งปอด

37.

หมึก มีการแลกเปลี่ยนแก๊สโดยใช้โครงสร้างใด

a)

respiratory

tree

b)

book lung

c)

dibranchia

d)

parapodia

e)

book gill

38.

แมงมุม มีการแลกเปลี่ยนแก๊สโดยใช้โครงสร้างใด

a)

respiratory

tree

b)

book lung

c)

dibranchia

d)

parapodia

e)

book gill

39.

แม่เพียง มีการแลกเปลี่ยนแก๊สโดยใช้โครงสร้างใด

a)

respiratory

tree

b)

book lung

c)

dibranchia

d)

parapodia

e)

book gill

40.

ปลิงทะเล มีการแลกเปลี่ยนแก๊สโดยใช้โครงสร้างใด

a)

respiratory

tree

b)

book lung

c)

dibranchia

d)

parapodia

e)

book gill