NEW
Font size
Worksheetsฟิสิกส์อะตอม
Total questions: 40
Worksheet time: 30mins
1. ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกคืออะไร?
A) การที่แสงทำให้โลหะร้อนขึ้น
B) การที่แสงทำให้อิเล็กตรอนหลุดออกจากโลหะ
C) การที่แสงเปลี่ยนสีเมื่อผ่านปริซึม
D) การที่แสงสะท้อนออกจากพื้นผิวโลหะ
2. สมการของปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริกคืออะไร?
A) hf=mc2
B) E=mc2
C) hf=KE+W
D) V=IR
3. เมื่อแสงตกกระทบโลหะ ถ้าพลังงานของโฟตอนแสงต่ำกว่างานฟังก์ชันของโลหะ จะเกิดอะไรขึ้น?
A) อิเล็กตรอนไม่หลุดออกจากโลหะ
B) อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง
C) จำนวนอิเล็กตรอนที่หลุดออกจะเพิ่มขึ้น
D) ความยาวคลื่นของแสงลดลง
4. ถ้าความถี่ของแสงเพิ่มขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นกับพลังงานของโฟตอน?
A) เพิ่มขึ้น
B) ลดลง
C) คงที่
D) ไม่สามารถระบุได้
5. พลังงานของ 1 อิเล็กตรอนโวลต์ (eV) เท่ากับกี่จูล?
A) 1.6×10−19 จูล
B) 9.1×10−31 จูล
C) 3.0×108 จูล
D) 6.63×10−34 จูล
6. รังสีเอกซ์คืออะไร?
A) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่นยาวมาก
B) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่ต่ำกว่าแสงที่มองเห็น
C) คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานสูงและสามารถทะลุผ่านวัตถุได้บางชนิด
D) คลื่นกลที่ต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่
7. รังสีเอกซ์สามารถผลิตได้โดยใช้อะไร?
A) เลเซอร์ความเข้มสูง
B) หลอดรังสีเอกซ์
C) กระแสไฟฟ้าแรงสูงโดยตรง
D) คลื่นเสียงความถี่สูง
8. รังสีเอกซ์สามารถใช้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง?
A) การถ่ายภาพเอกซเรย์ทางการแพทย์
B) การทำให้วัตถุเย็นลง
C) การสื่อสารด้วยคลื่นวิทยุ
D) การทำให้สารเรืองแสงในที่มืด
9. หน่วยของพลังงานที่มักใช้วัดรังสีเอกซ์คืออะไร?
A) จูล (J)
B) โวลต์ (V)
C) อิเล็กตรอนโวลต์ (eV)
D) วัตต์ (W)
10. รังสีชนิดใดมีมวลมากที่สุด?
a) รังสีแอลฟา (α)
b) รังสีนิวตรอน
c) รังสีเบตา (β)
d) รังสีแกมมา (γ)
11.รังสีชนิดใดมีความสามารถในการทะลุทะลวงสูงที่สุด?
a) รังสีแอลฟา (α)
b) รังสีเบตา (β)
c) รังสีแกมมา (γ)
d) รังสีนิวตรอน
12.รังสีชนิดใดมีพลังงานสูงสุด?
a) รังสีเบตา (β)
b) รังสีแอลฟา (α)
c) รังสีแกมมา (γ)
d) รังสีนิวตรอน
13.โปรตอน (p) มีประจุไฟฟ้าเท่าไร?
a) 0
b) +1e
c) -1e
d) +2e
14.นิวตรอน (n) มีประจุไฟฟ้าเท่าไร?
a) +1e
b) -1e
c) 0
d) +2e
15.ธาตุที่มีเลขมวล 238 และเลขอะตอม 92 คือธาตุใด?
a) ฮีเลียม (He)
b) ยูเรเนียม (U)
c) คาร์บอน (C)
d) ทองแดง (Cu)
16.รังสีเบตา (β) มีประจุไฟฟ้าเท่าไร?
a) +1e
b) -1e
c) +2e
d) 0
17.รังสีชนิดใดไม่มีมวลและไม่มีประจุไฟฟ้า?
a) รังสีแอลฟา (α)
b) รังสีเบตา (β)
c) รังสีแกมมา (γ)
d) นิวตรอน (n)
18.นิวเคลียสของธาตุประกอบด้วยอะไรบ้าง?
a) โปรตอนและอิเล็กตรอน
b) โปรตอนและนิวตรอน
c) นิวตรอนและอิเล็กตรอน
d) อิเล็กตรอนและรังสีแกมมา
19.ถ้าธาตุกัมมันตรังสีมีค่าครึ่งชีวิต 2 ชั่วโมง หลังจาก 4 ชั่วโมง กัมมันตรังสีจะเหลือกี่เปอร์เซ็นต์?
a) 25%
b) 50%
c) 12.5%
d) 75%
20.การสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสีสามารถเปรียบเทียบกับการทำอะไร?
a) การเทน้ำลงในถัง
b) การหยดน้ำตาลลงในกาแฟ
c) การตอกตะปู
d) การถอดลูกเต๋าออกจากกอง
21.ไอโซโทป (Isotope) หมายถึงอะไร?
a) ธาตุที่มีเลขมวลเท่ากันแต่จำนวนโปรตอนต่างกัน
b) ธาตุที่มีจำนวนโปรตอนเท่ากันแต่จำนวนจำนวนนิวตรอนต่างกัน
c) ธาตุที่มีสมบัติทางเคมีต่างกันแต่สมบัติทางฟิสิกส์เหมือนกัน
d) ธาตุที่มีจำนวนโปรตอนและนิวตรอนเท่ากัน
22.ตัวอย่างใดต่อไปนี้เป็นไอโซโทปของธาตุเดียวกัน?
a
b
c
d
23พลังงานที่ปล่อยออกมาจากปฏิกิริยานิวเคลียร์อาจอยู่ในรูปแบบใดบ้าง?
a) แรงแม่เหล็กไฟฟ้าเท่านั้น
b) รังสีแกมมา หรือพลังงานจลน์
c) แรงโน้มถ่วง
d) ความดันอากาศ
24สมการใดแสดงถึงการสลายตัวแบบแอลฟา?
a
b
c
d
25พลังงานที่เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์สามารถคำนวณได้จากสูตรใด?
a) F=ma
b) E=mc2
c) V=IR
d) P=IV
26ข้อใดเป็นผลกระทบของกัมมันตภาพรังสีต่อร่างกายมนุษย์
A) ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
B) ทำให้เซลล์และเนื้อเยื่อถูกทำลาย
C) เพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงาน
D) ลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง
27กัมมันตภาพรังสีสามารถทำให้เกิดโรคร้ายแรงใดได้
A) โรคหัวใจ
B) โรคเบาหวาน
C) โรคมะเร็ง
D) โรคไขข้ออักเสบ
28ข้อใดเป็นแนวทางการป้องกันอันตรายจากกัมมันตภาพรังสีที่ดีที่สุด
A) หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้แหล่งกัมมันตภาพรังสีนานเกินไป
B) รับประทานอาหารที่มีวิตามินสูง
C) ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
D) ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
29อาการใดที่อาจเกิดขึ้นเมื่อได้รับกัมมันตภาพรังสีในปริมาณสูง
A) ผมร่วงและปวดศีรษะ
B) ผิวหนังชุ่มชื้นและเปล่งปลั่ง
C) กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
D) ร่างกายมีพลังงานมากขึ้น
30สาเหตุหลักที่ทำให้กัมมันตภาพรังสีเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์คืออะไร
A) ทำให้เซลล์และ DNA ถูกทำลาย
B) ทำให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้น
C) เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ
D) ลดอุณหภูมิร่างกาย
การศึกษาเรื่องรังสีแคโทดทำให้ทราบว่าอิเล็กตรอนเป็นส่วนประกอบของอะตอม นอกจากนี้ยังนำไปสู่การค้นพบ
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
โปรตอน
รังสีเอ็กซ์
นิวตรอน
เมื่ออิเล็กตรอนของไฮโดรเจนเปลี่ยนจากระดับพลังงาน n = 4 เป็นระดับพลังงาน n = 2 จะให้แสงสีน้ำเงิน ถ้าอิเล็กตรอนเปลี่ยนระดับพลังงานจาก n = 5 เป็นระดับพลังงาน n = 2 จะให้แสงสีใด
ม่วง
เขียว
เหลือง
แดง
จากการวิเคราะห์สเปกตรัมของธาตุไฮโดรเจน พบว่าชุดความถี่ของเส้นสเปกตรัมในช่วงที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั้นมีชื่อเรียกว่า......
Lyman series
Balmer series
Paschen series
Brackett series
เมื่อผ่านรังสีเอกซ์เข้าไปในสนามแม่เหล็ก หรือสนามไฟฟ้าแล้ว รังสีเอกซ์จะเป็นอย่างไร
ไม่มีการเบี่ยงเบนในทิศทางใด ๆ ในสนามนั้น ๆ
เบี่ยงเบนเข้าหาขั้วบวกของสนามแม่เหล็กหรือสนามไฟฟ้านั้น
เบี่ยงเบนเข้าหาขั้วลบของสนามแม่เหล็กหรือสนามไฟฟ้านั้น
มีการเคลื่อนที่เป็นรูปคลื่นไซน์
พลังงานต่ำสุดของอิเล็กตรอนอะตอมของไฮโดรเจนคือ -13.6 eV ถ้าอิเล็กตรอนเปลี่ยนสถานะจาก n = 3 ไปสู่สถานะ n = 2 จะให้แสงที่มีพลังงานควอนตัมเท่าใด
1.51 eV
1.89 eV
3.40 eV
4.91 eV
โฟตอนของแสงสีใดมีพลังงานมากที่สุด
สีแดง
สีเขียว
สีเหลือง
สีม่วง
ทอมสันทราบได้อย่างไรว่ารังสีแคโทดคือลำอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า
เบี่ยงเบนเมื่อผ่านสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก
เคลื่อนที่เป็นไปตามกฏการเคลื่อนที่ของนิวตัน
สามารถทราบได้ว่ามีมวล 9.1 x 10 -31 กิโลกรัม
เมื่ออนุภาคเคลื่อนที่ทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้
ข้อใดไม่ใช่ ลักษณะอะตอมตามแนวคิดของทอมสัน
อะตอมเป็นทรงกลม
อะตอมเป็นกลางทางไฟฟ้า
อะตอมของธาตุต่างชนิดกัน ต่างกันทั้งส่วนประกอบและโครงสร้าง
อะตอมมีประจุบวกอัดแน่นเป็นแกนกลาง
มีอิเล็กตรอนเคลื่อนที่รอบแกนกลาง
ทอมสัน ทราบด้วยวิธีตามข้อใดว่ารังสีแคโทดมีประจุไฟฟ้าลบ
โลหะที่ใช้ทำขั้วไฟฟ้าลบ
ใช้แผ่นโลหะกั้นรังสีแคโทดเปลี่ยน
ดัดหลอดแก้วความดันต่ำให้เป็นรูปตัว
L
รังสีแคโทดเบี่ยงเบนในสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็ก
