wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบวิชาการศึกษาค้นคว้าอิสระ

Total questions: 64

Worksheet time: 32mins

Name
Class
Date
1.

บทแรกของงานวิจัยมีชื่อว่าอะไร?

a)

บททบทวนวรรณกรรม

b)

บทวิจัย

c)

บทนำ

d)

บทสรุป

2.

การเลือกหัวข้อวิจัยที่ดีควรมีลักษณะใด?

a)

หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

b)

หัวข้อที่มีความชัดเจนและสามารถศึกษาได้จริง

c)

หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง

d)

หัวข้อที่ยากและซับซ้อน

3.

การทบทวนวรรณกรรมในงานวิจัยช่วยอะไร?

a)

เพื่อสร้างคำถามวิจัย

b)

เพื่อค้นหาวิธีการวิจัย

c)

เพื่อศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ

d)

เพื่อเขียนบทสรุปของงานวิจัย

4.

วิธีการเก็บข้อมูลในงานวิจัยสามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งวิธีใดที่เหมาะสมที่สุดในการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์?

a)

การสัมภาษณ์

b)

การสอบถามผ่านแบบสอบถาม

c)

การทดลองในห้องปฏิบัติการ

d)

การสังเกตพฤติกรรม

5.

ในบทที่ 3 ของงานวิจัย คืออะไร?

a)

บทนำ

b)

วิธีดำเนินการวิจัย

c)

ผลการวิจัย

d)

บททบทวนวรรณกรรม

6.

อะไรคือจุดประสงค์หลักของการเขียนบทสรุปในงานวิจัย?

a)

เพื่อสรุปผลการวิจัยและให้ข้อเสนอแนะ

b)

เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาทั้งหมดของงานวิจัย

c)

เพื่อให้ผู้อ่านสามารถประเมินผลการวิจัย

d)

เพื่อเขียนวิธีการวิจัยทั้งหมด

7.

การเขียนวัตถุประสงค์ของการวิจัยในบทนำ ควรเขียนอย่างไร?

a)

เขียนให้สั้นและกระชับ

b)

เขียนให้ยาวและละเอียด

c)

เขียนเป็นคำถาม

d)

เขียนให้สอดคล้องกับคำตอบ

8.

ข้อใดเป็นการเก็บข้อมูลในรูปแบบเชิงปริมาณ?

a)

การสัมภาษณ์

b)

การสำรวจด้วยแบบสอบถาม

c)

การสังเกตพฤติกรรม

d)

การทดสอบเชิงปฏิบัติ

9.

การทำงานวิจัยเชิงคุณภาพมักใช้วิธีใดในการเก็บข้อมูล?

a)

แบบสอบถาม

b)

การสัมภาษณ์เชิงลึก

c)

การทดสอบในห้องปฏิบัติการ

d)

การเก็บข้อมูลจากการทดลอง

10.

การเขียนสรุปผลการวิจัยในบทสุดท้าย ควรมีเนื้อหาหลักๆ อะไรบ้าง?

a)

ข้อเสนอแนะและสรุปผล

b)

รายละเอียดของขั้นตอนวิจัย

c)

การประเมินวิธีการวิจัย

d)

ข้อสังเกตเกี่ยวกับอุปสรรคในการวิจัย

11.

การเลือกวิธีการเก็บข้อมูลในงานวิจัยจะต้องพิจารณาจากอะไรเป็นหลัก?

a)

ความสะดวกในการเก็บข้อมูล

b)

ลักษณะของข้อมูลและวัตถุประสงค์การวิจัย

c)

จำนวนของผู้วิจัย

d)

งบประมาณที่ใช้ในการวิจัย

12.

งานวิจัยที่ใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามส่วนใหญ่จะเป็นการวิจัยประเภทใด?

a)

งานวิจัยเชิงคุณภาพ

b)

งานวิจัยเชิงปริมาณ

c)

งานวิจัยทดลอง

d)

งานวิจัยเชิงพรรณนา

13.

ผลการวิจัยในบทที่ 4 ของงานวิจัยคืออะไร?

a)

การวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลที่เก็บมา

b)

การเลือกหัวข้อและวิธีการวิจัย

c)

ข้อสรุปจากข้อมูลที่ได้

d)

ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย

14.

ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการทำวิจัย?

a)

การเลือกวิธีการวิจัย

b)

การกำหนดคำถามวิจัย

c)

การรวบรวมข้อมูล

d)

การเขียนบทสรุป

15.

ข้อใดเป็นลักษณะของการวิจัยเชิงปริมาณ?

a)

การเก็บข้อมูลจากคำบอกเล่าของผู้ให้สัมภาษณ์

b)

การใช้แบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูล

c)

การศึกษาลักษณะพฤติกรรมของมนุษย์

d)

การวิเคราะห์เนื้อหาจากเอกสาร

16.

ข้อใดเป็นลักษณะของการวิจัยเชิงปริมาณ?

a)

การเก็บข้อมูลจากคำบอกเล่าของผู้ให้สัมภาษณ์

b)

การใช้แบบสอบถามเพื่อเก็บข้อมูล

c)

การศึกษาลักษณะพฤติกรรมของมนุษย์

d)

การวิเคราะห์เนื้อหาจากเอกสาร

17.

การวิจัยเชิงคุณภาพเหมาะสำหรับการศึกษาเรื่องใด?

a)

การศึกษาความรู้สึกของผู้คน

b)

การวัดผลการเรียนรู้

c)

การคำนวณตัวเลขทางเศรษฐกิจ

d)

การทดลองทางวิทยาศาสตร์

18.

ผลการวิจัยสามารถสรุปได้จาก?

a)

การวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้

b)

การถามคำถามจากผู้เข้าร่วมการวิจัย

c)

การเก็บข้อมูลทางสถิติ

d)

การตั้งคำถามใหม่

19.

วิธีการที่เหมาะสมในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่คืออะไร?

a)

การสัมภาษณ์เชิงลึก

b)

การทดลอง

c)

การใช้แบบสอบถาม

d)

การสังเกตพฤติกรรม

20.

ในการเขียนรายงานวิจัย บทที่ 2 จะต้องเกี่ยวข้องกับอะไร?

a)

วิธีการดำเนินการวิจัย

b)

การทบทวนวรรณกรรม

c)

ผลการวิจัย

d)

บทสรุป

21.

การเขียนคำถามวิจัยจะต้องมีลักษณะอย่างไร?

a)

เป็นคำถามที่กว้างและคลุมเครือ

b)

เป็นคำถามที่สามารถตอบได้ด้วยข้อมูลที่เก็บมา

c)

เป็นคำถามที่ยาวและซับซ้อน

d)

เป็นคำถามที่สามารถทำกา

22.

การเขียนคำถามวิจัยจะต้องมีลักษณะอย่างไร?

a)

เป็นคำถามที่กว้างและคลุมเครือ

b)

เป็นคำถามที่สามารถตอบได้ด้วยข้อมูลที่เก็บมา

c)

เป็นคำถามที่ยาวและซับซ้อน

d)

เป็นคำถามที่สามารถทำการทดลองได้

23.

วิธีการวิจัยประเภทใดที่ใช้การทดลองในห้องปฏิบัติการ?

a)

การวิจัยเชิงคุณภาพ

b)

การวิจัยเชิงปริมาณ

c)

การวิจัยเชิงทดลอง

d)

การวิจัยเชิงพรรณนา

24.

ผลการวิจัยในบทที่ 4 ควรจะนำเสนอในลักษณะใด?

a)

สรุปผลที่ได้จากการศึกษาและอธิบาย

b)

แนวคิดใหม่ในการทำวิจัย

c)

วิธีการดำเนินการในงานวิจัย

d)

การทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

25.

อะไรคือข้อดีของการวิจัยเชิงคุณภาพ?

a)

ได้ผลที่สามารถวัดได้อย่างแม่นยำ

b)

สามารถศึกษาปรากฏการณ์ในเชิงลึก

c)

สามารถเก็บข้อมูลจากจำนวนมากได้ง่าย

d)

ได้ข้อมูลที่เป็นเชิงสถิติ

26.

ข้อใดคือข้อเสียของการวิจัยเชิงปริมาณ?

a)

ข้อมูลอาจไม่สามารถบ่งชี้ถึงความลึกซึ้งของพฤติกรรม

b)

ข้อมูลมักจะไม่ตรงตามความเป็นจริง

c)

การเก็บข้อมูลต้องใช้เวลาและทรัพยากรมาก

d)

ไม่มีข้อเสีย

27.

การเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ต้องใช้วิธีใด?

a)

การสัมภาษณ์เชิงลึก

b)

การใช้แบบสอบถาม

c)

การสังเกต

d)

การทดลอง

28.

ในการเขียนรายงานวิจัย บทที่ 3 ควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?

a)

การทบทวนวรรณกรรม

b)

วิธีการวิจัย

c)

ผลการวิจัย

d)

บทสรุป

29.

การตั้งคำถามวิจัยในงานวิจัยจะต้องพิจารณาจากอะไร?

a)

ความสนใจส่วนตัวของผู้วิจัย

b)

ความสามารถในการเก็บข้อมูล

c)

ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล

d)

ความเป็นไปได้ในการตอบคำถาม

30.

การเลือกวิธีการวิจัยจะขึ้นอยู่กับอะไร?

a)

ประสบการณ์ของผู้วิจัย

b)

คำถามที่ต้องการคำตอบ

c)

งบประมาณที่ใช้

d)

ตัวเลือกทั้่งหมดถูกต้อง

31.

ในการทำวิจัย ผู้วิจัยควรทำการทบทวนวรรณกรรมเพราะเหตุใด?

a)

เพื่อค้นหาคำตอบจากงานวิจัยก่อนหน้า

b)

เพื่อให้สามารถเขียนบทสรุปได้ง่าย

c)

เพื่อเข้าใจวิธีการวิจัยที่ใช้

d)

เพื่อหาคำถามวิจัยที่เหมาะสม

32.

การสื่อสารหมายถึงอะไร?

a)

การส่งข้อมูลจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง

b)

การพูดคุยกันในกลุ่ม

c)

การเขียนรายงาน

d)

การทำงานเป็นทีม

33.

อะไรคือวัตถุประสงค์หลักของการสื่อสาร?

a)

เพื่อทำให้ผู้ฟังมีความสุข

b)

เพื่อส่งสารหรือข้อมูลไปยังผู้รับ

c)

เพื่อสร้างความบันเทิง

d)

เพื่อเพิ่มความสัมพันธ์ในทีม

34.

การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดที่เหมาะสมในการสื่อสารทางวิชาการ?

a)

การพูดพร้อมกับการใช้ภาพประกอบ

b)

การใช้ข้อความยาวๆ เพื่ออธิบายรายละเอียด

c)

การแสดงออกแบบสนุกสนาน

d)

การเขียนย่อหน้าแยกกัน

35.

การนำเสนอข้อมูลในที่ประชุมควรมีสิ่งใดเป็นอันดับแรก?

a)

การทักทายและแนะนำตัว

b)

การพูดเกี่ยวกับหัวข้อหลักของการประชุม

c)

การขอโทษสำหรับความล่าช้า

d)

การให้ข้อมูลในเชิงลึกทันที

36.

การใช้สื่อการนำเสนอ เช่น PowerPoint หรือแผนภูมิช่วยอะไรในการสื่อสาร?

a)

ช่วยทำให้ข้อมูลดูน่าสนใจและเข้าใจง่าย

b)

ช่วยให้ผู้ฟังไม่เบื่อ

c)

ช่วยให้การนำเสนอล่าช้า

d)

ช่วยให้การพูดเป็นที่จดจำ

37.

การใช้ภาษากายในการนำเสนอคืออะไร?

a)

การพูดให้ดังขึ้น

b)

การใช้ท่าทางหรือการเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อช่วยในการสื่อสาร

c)

การเขียนบนกระดาน

d)

การใช้เสียงเพียงอย่างเดียว

38.

สิ่งใดที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อทำการนำเสนอข้อมูล?

a)

การใช้สื่อเสริมที่หลากหลาย

b)

การพูดเร็วเกินไป

c)

การทำให้ผู้ฟังมีส่วนร่วม

d)

การใช้สไลด์ที่สั้นและกระชับ

39.

การใช้สีในสื่อการนำเสนอควรเลือกอย่างไร?

a)

ใช้สีที่สว่างและมีความแตกต่างเพื่อดึงดูดความสนใจ

b)

ใช้สีเดียวทั้งหมดเพื่อความเรียบง่าย

c)

ใช้สีเข้มทั้งหมดเพื่อเพิ่มความหนักแน่น

d)

ใช้สีที่ไม่ตัดกันมากเกินไป

40.

การเตรียมตัวก่อนการนำเสนอสำคัญอย่างไร?

a)

ช่วยให้มั่นใจในการพูดและการสื่อสาร

b)

ช่วยให้สามารถใช้สื่อการนำเสนอได้ดี

c)

ช่วยให้ผู้ฟังสนใจ

d)

ตัวเลือกทุกข้อ

41.

การเตรียมตัวก่อนการนำเสนอสำคัญอย่างไร?

a)

ช่วยให้มั่นใจในการพูดและการสื่อสาร

b)

ช่วยให้สามารถใช้สื่อการนำเสนอได้ดี

c)

ช่วยให้ผู้ฟังสนใจ

d)

ตัวเลือกทุกข้อ

42.

การใช้คำพูดที่ชัดเจนในการนำเสนอช่วยอะไร?

a)

ช่วยให้ผู้ฟังเข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น

b)

ทำให้ผู้ฟังสนใจมากขึ้น

c)

ทำให้ผู้ฟังจำเนื้อหาได้ดี

d)

ทำให้ผู้ฟังสามารถถามคำถามได้

43.

การนำเสนอที่ดีควรทำอย่างไร?

a)

พูดเร็วๆ เพื่อให้เสร็จเร็ว

b)

แสดงความมั่นใจและชัดเจน

c)

เน้นการใช้คำพูดยาวๆ

d)

ข้ามส่วนที่สำคัญไป

44.

สิ่งใดเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการนำเสนอที่สำคัญ?

a)

การสร้างคำถามสำหรับผู้ฟัง

b)

การหาทางเลือกต่างๆ สำหรับการนำเสนอ

c)

การเตรียมสไลด์หรือสื่อการนำเสนอ

d)

การตอบคำถามจากผู้ฟัง

45.

เมื่อผู้ฟังถามคำถามในการนำเสนอ ควรทำอย่างไร?

a)

ตอบคำถามอย่างชัดเจนและตรงประเด็น

b)

เลี่ยงคำถามที่ยาก

c)

ตอบคำถามด้วยข้อมูลเท่าที่รู้

d)

ไม่ต้องตอบคำถามหากไม่มั่นใจ

46.

การจัดระเบียบเนื้อหาของการนำเสนอสำคัญอย่างไร?

a)

ช่วยให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจเนื้อหาที่นำเสนอได้ง่าย

b)

ช่วยทำให้เนื้อหายาวขึ้น

c)

ช่วยเพิ่มความน่าสนใจ

d)

ช่วยให้การพูดดูมีความเชื่อมั่น

47.

การเตรียมข้อมูลให้พร้อมในระหว่างการนำเสนอช่วยอะไร?

a)

ช่วยให้สามารถอธิบายรายละเอียดได้อย่างครบถ้วน

b)

ช่วยให้เวลานำเสนอดูยาวขึ้น

c)

ช่วยให้ผู้ฟังมีความสุข

d)

ช่วยให้ข้อมูลดูน่าสนใจมากขึ้น

48.

การใช้ตัวอย่างในงานนำเสนอช่วยอะไร?

a)

ทำให้ผู้ฟังเข้าใจเนื้อหามากขึ้น

b)

ทำให้ข้อมูลดูซับซ้อน

c)

ทำให้การนำเสนอเร็วขึ้น

d)

ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเบื่อหน่าย

49.

ข้อใดเป็นประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอ?

a)

ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการนำเสนอ

b)

ทำให้เนื้อหามีความหลากหลาย

c)

ช่วยให้การสื่อสารมีความชัดเจน

d)

ตัวเลือกทุกข้อ

50.

การพูดในการนำเสนอควรทำอย่างไร?

a)

ควรพูดช้าและมีการหยุดพักให้เหมาะสม

b)

ควรพูดเร็วๆ เพื่อทำให้เสร็จเร็ว

c)

ควรพูดเสียงต่ำตลอดเวลา

d)

ควรหลีกเลี่ยงการพูด

51.

การพูดในการนำเสนอควรทำอย่างไร?

a)

ควรพูดช้าและมีการหยุดพักให้เหมาะสม

b)

ควรพูดเร็วๆ เพื่อทำให้เสร็จเร็ว

c)

ควรพูดเสียงต่ำตลอดเวลา

d)

ควรหลีกเลี่ยงการพูด

52.

การใช้สไลด์ในการนำเสนอควรมีลักษณะอย่างไร?

a)

มีข้อมูลเยอะและยาว

b)

มีข้อความสั้น กระชับ และเน้นภาพ

c)

ใช้สีที่สดใสและสว่างมากๆ

d)

ใช้สไลด์ที่มีข้อมูลมาก

53.

หากต้องการให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการนำเสนอ ควรทำอย่างไร?

a)

ถามคำถามและเปิดโอกาสให้ผู้ฟังตอบ

b)

พูดเฉพาะข้อมูลที่ตนเองรู้

c)

ใช้สไลด์ทั้งหมด

d)

หลีกเลี่ยงการพูดคุยกับผู้ฟัง

54.

การฝึกซ้อมการนำเสนอก่อนวันจริงมีประโยชน์อย่างไร?

a)

ช่วยให้มั่นใจในการพูด

b)

ช่วยให้การนำเสนอมีความราบรื่น

c)

ช่วยให้สามารถตอบคำถามได้ดี

d)

ตัวเลือกทุกข้อ

55.

การใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไมโครโฟนหรือเครื่องโปรเจคเตอร์ควรเตรียมอย่างไร?

a)

ควรทดสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งาน

b)

ควรใช้ในขณะที่นำเสนอ

c)

ควรไม่ใช้เลย

d)

ควรเตรียมอุปกรณ์ใหม่ทุกครั้ง

56.

การจัดการกับความเครียดในการนำเสนอทำอย่างไร?

a)

หายใจลึกๆ และพูดช้าๆ

b)

หลีกเลี่ยงการมองผู้ฟัง

c)

พูดเร็วๆ เพื่อลดเวลา

d)

ไม่ต้องพูดอะไรเลย

57.

การเตรียมตัวเพื่อถามคำถามจากผู้ฟังควรทำอย่างไร?

a)

เตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่อาจจะเกิดขึ้น

b)

หลีกเลี่ยงการตอบคำถาม

c)

ทำให้คำตอบยาวๆ

d)

ไม่ต้องเตรียมอะไร

58.

การใช้สื่อช่วยในการนำเสนอทำให้การสื่อสารเป็นอย่างไร?

a)

เพิ่มความเข้าใจ

b)

ลดความน่าสนใจ

c)

ทำให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง

d)

ทำให้ผู้ฟังไม่เข้าใจ

59.

การพูดในการนำเสนอควรมีอารมณ์อย่างไร?

a)

มีความมั่นใจและเป็นธรรมชาติ

b)

โกรธและมีเสียงดัง

c)

ไม่พูดอะไรเลย

d)

พูดเฉพาะสิ่งที่เขียนไว้เท่านั้น

60.

สิ่งใดที่ควรหลีกเลี่ยงในการนำเสนอ?

a)

การพูดชัดเจนและมั่นใจ

b)

การข้ามหัวข้อสำคัญ

c)

การใช้สไลด์ที่ชัดเจน

d)

การตอบคำถามจากผู้ฟัง

61.

การทำงานร่วมกับทีมในการเตรียมการนำเสนอควรทำอย่างไร?

a)

แบ่งงานให้แต่ละคนทำหน้าที่

b)

ทำงานคนเดียว

c)

ไม่ต้องพูดคุยกัน

d)

ให้ทุกคนทำงานเหมือนกันทั้งหมด

62.

การใช้เวลาในการนำเสนอสำคัญอย่างไร?

a)

ช่วยให้การนำเสนอไม่ยาวหรือสั้นเกินไป

b)

ช่วยให้ผู้ฟังไม่เบื่อ

c)

ช่วยให้ทุกคนเข้าใจข้อมูล

d)

ตัวเลือกทุกข้อ

63.

การนำเสนอแบบ Interactive คืออะไร?

a)

การนำเสนอที่ผู้ฟังสามารถถามคำถามและตอบกลับ

b)

การนำเสนอที่ผู้ฟังไม่สามารถตอบกลับ

c)

การนำเสนอที่ใช้เสียงดังๆ

d)

การนำเสนอที่ไม่มีคำพูด

64.

การสร้างความสนใจให้กับผู้ฟังในการนำเสนอควรทำอย่างไร?

a)

เริ่มต้นด้วยคำถามหรือเรื่องที่น่าสนใจ

b)

เริ่มต้นด้วยข้อมูลที่ยาก

c)

เริ่มต้นด้วยการพูดเรื่องส่วนตัว

d)

เริ่มต้นด้วยการขอโทษ