Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบวิชาประวัติศาสตร์

Total questions: 31

Worksheet time: 21mins

Name
Class
Date
1.

หลักฐานที่เด่นมากในเรื่องของรายละเอียดและความถูกต้องของเวลา คือหลักฐานใด

a)

พงศาวดาร

b)

จดหมายเหตุ

c)

ตำนาน

d)

จารึก

2.

บิดาแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทย คือใคร

a)

พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์

b)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

d)

ศาสตราจารย์ขจร สุขพานิช

3.

ลักษณะนิสัยใด ที่มีความจำเป็นน้อยสำหรับนักประวัติศาสตร์

a)

ชอบวาดภาพ

b)

ชอบจดบันทึก

c)

ชอบค้นหา

d)

ชอบสังเกต

4.

เรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นมาแล้วจะมีความน่าเชื่อถือหากเป็นกรณีใด

a)

ผู้เขียนเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ

b)

มีการเรียบเรียงอย่างสละสลวย

c)

มีหลักฐานอ้างอิงสนับสนุน

d)

ผู้เขียนเป็นราชนิกูล

5.

ถ้ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาประเทศไทย แล้วเขียนหนังสือบรรยายว่าประเทศไทยล้าหลัง ด้อยพัฒนา เพราะยังมีการกินอาหารด้วยมือหรือไม่สวมเสื้อผ้า นักเรียนคิดว่า ข้อความนี้จะใช้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ในอนาคตได้หรือไม่

a)

ได้ แต่ต้องมีการตีความหลักฐาน

b)

ได้ เพราะเป็นหลักฐานชั้นต้น

c)

ไม่ได้ เพราะผู้เขียนไม่ใช่คนไทย

d)

ไม่ได้ เพราะเป็นหลักฐานเท็จ

6.

ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกของวิธีการทางประวัติศาสตร์

a)

การเรียบเรียงหรือการนำเสนอ

b)

การประเมินคุณค่าของหลักฐาน

c)

การกำหนดหัวเรื่องที่จะศึกษา

d)

การรวบรวมหลักฐาน

7.

บันทึกเหตุการณ์ของ วัน วลิต ชาวต่างชาติที่เดินทาง เข้ามาในสมัยอยุธยา เป็นหลักฐานประเภทใด

a)

หลักฐานชั้นรอง-ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

b)

หลักฐานชั้นต้น-ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร

c)

หลักฐานชั้นรอง-เป็นลายลักษณ์อักษร

d)

หลักฐานชั้นต้น-เป็นลายลักษณ์อักษร

8.

เรื่องราวที่ปรากฏในพงศาวดารจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรเป็นส่วนใหญ่

a)

พระราชกรณียกิจของกษัตริย์

b)

การเผยแผ่พระพุทธศาสนา

c)

ความเป็นอยู่ของไพร่ฟ้า

d)

สงครามกับเพื่อนบ้าน

9.

เรื่องราวของมะกะโทที่เข้ามารับราชการในสมัยพระร่วง จัดเป็นหลักฐานประเภทใด

a)

ตำนานหรือนิทานพื้นบ้าน

b)

หลักฐานโบราณคดี

c)

บันทึกชาวต่างชาติ

d)

พงศาวดาร

10.

เพราะเหตุใด จึงต้องมีการประเมินคุณค่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์

a)

หลักฐานอาจมากหรือน้อย

b)

หลักฐานอาจมีหรือไม่มี

c)

หลักฐานอาจจริงหรือเท็จ

d)

หลักฐานอาจเก่าหรือใหม่

11.

เพราะเหตุใด จึงต้องมีการประเมินคุณค่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์

a)

หลักฐานอาจมากหรือน้อย

b)

หลักฐานอาจมีหรือไม่มี

c)

หลักฐานอาจจริงหรือเท็จ

d)

หลักฐานอาจเก่าหรือใหม่

12.

ความสัมพันธ์กับต่างประเทศโดยเฉพาะชาติตะวันตกมีความเจริญสูงสุดในสมัยใด

a)

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ

b)

สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

c)

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช

d)

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช

13.

หน่วยงานสำคัญที่ทำหน้าที่ในการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ คือหน่วยงานใด

a)

พระคลังมหาสมบัติ

b)

กองสำเภาหลวง

c)

พระคลังสินค้า

d)

กรมพาณิชย์

14.

กรุงศรีอยุธยาใช้การค้ารูปแบบใดในการติดต่อค้าขายกับประเทศจีน

a)

การค้าแบบแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน

b)

การค้าแบบใช้ทองคำเป็นสื่อกลาง

c)

การค้าแบบต่างตอบแทน

d)

การค้าแบบบรรณาการ

15.

ข้อใดไม่ถือเป็นปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญ ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการของอาณาจักรอยุธยา

a)

พระมหากษัตริย์ทรงส่งเสริมให้ราษฎรประกอบอาชีพได้อย่างเสรี

b)

เป็นเมืองที่สำคัญทางการค้ากับต่างประเทศ

c)

มีทำเลที่ตั้งเหมาะสมแก่การเพาะปลูก

d)

ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดี

16.

ความสัมพันธ์ของอยุธยากับประเทศใดมีลักษณะของการผูกมิตร และเชื่อมสัมพันธไมตรี

a)

พม่า

b)

ญวน

c)

ล้านนา

d)

ล้า

17.

ความสัมพันธ์ของอยุธยากับประเทศใดมีลักษณะของการผูกมิตร และเชื่อมสัมพันธไมตรี

a)

พม่า

b)

ญวน

c)

ล้านนา

d)

ล้านช้าง

18.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับวัฒนธรรมในสมัยอยุธยา

a)

ชาวอยุธยานิยมความสนุกสนานจึงมักสร้างสรรค์ประเพณีที่รื่นเริง

b)

วัฒนธรรมจากต่างชาติไม่ได้รับการยอมรับจากคนในกรุงศรีอยุธยา

c)

วัฒนธรรมส่วนใหญ่ในสมัยอยุธยามักเกี่ยวข้องกับชนชั้นสูงเป็นหลัก

d)

อาชีพหลักในสมัยอยุธยาคือเกษตรกรรม ประเพณีส่วนใหญ่จึงเกี่ยวข้องกับการเกษตร

19.

ศิลปกรรมของไทยสมัยอยุธยาที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันได้แก่อะไร

a)

เครื่องถ้วยชามเบญจรงค์

b)

เครื่องถ้วยชามสังคโลก

c)

ภาพวาดสีน้ำมัน

d)

การทอผ้าไหม

20.

ข้อใดคือชนชั้นพิเศษที่ได้รับความเคารพจากทุกชนชั้นในสมัยอยุธยา

a)

พระบรมวงศานุวงศ์

b)

พระมหากษัตริย์

c)

พระสงฆ์

d)

ขุนนาง

21.

สาเหตุสำคัญที่ทำให้สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างฝ่ายทหารกับฝ่ายพลเรือน ออกจากกัน คือข้อใด

a)

เพื่อให้ราษฎรจดจำหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายได้ง่ายและถูกต้อง

b)

เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากจน��กินไป

c)

เพื่อป้องกันเหตุกระทบกระทั่

22.

น้าที่ระหว่างฝ่ายทหารกับฝ่ายพลเรือน ออกจากกัน คือข้อใด

a)

เพื่อให้ราษฎรจดจำหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายได้ง่ายและถูกต้อง

b)

เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจมากจนกินไป

c)

เพื่อป้องกันเหตุกระทบกระทั่งกันระหว่างสองฝ่าย

d)

เพื่อให้หน้าที่ของทั้งสองฝ่ายชัดเจนขึ้น

23.

กรุงศรีอยุธยาทำสงครามครั้งแรกกับพม่าในกรณีที่สืบเนื่องมาจากเมืองใด

a)

ล้านช้าง

b)

มลายู

c)

มอญ

d)

ญวน

24.

"โกษาธิบดี" ถือเป็นสิ่งใดที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดศักดินา

a)

ราชทินนาม

b)

บรรดาศักดิ์

c)

ตำแหน่ง

d)

ยศ

25.

อาณาจักรอยุธยาเกิดจากการรวมตัวกันระหว่างแคว้นสำคัญ 2 แคว้น ได้แก่แคว้นใด

a)

แคว้นสุพรรณภูมิ กับแคว้นสุโขทัย

b)

แคว้นสุพรรณภูมิ กับแคว้นไทรบุรี

c)

แคว้นละโว้ กับแคว้นสุพรรณภูมิ

d)

แคว้นละโว้ กับแคว้นไทรบุรี

26.

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยามีหลายประการ ยกเว้นข้อใด

a)

การมีรายได้จากการเก็บภาษีบางประเภท

b)

ลักษณะทางภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

c)

ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม

d)

การติดต่อกับชาวต่างชาติ

27.

หัวเมืองระดับใดในการปกครองส่วนภูมิภาคที่เจ้าเมืองมีอำนาจปกครองตนเอง แต่จะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายพระมหากษัตริย์ตามเวลาที่กำหนด

a)

หัวเมืองประเทศราช

b)

หัวเมืองชั้นนอก

c)

หัวเมืองชั้นใน

d)

เมืองลูกหลวง

28.

อาณาจักรอยุธยาปกครองด้วยพระมหากษัตริย์ 33 พระองค์ ประกอบด้วยราชวงศ์ใดบ้าง

4 lines
29.

หลักฐานที่แสดงว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) รับรูปแบบการปกครองมาจากสุโขทัย และเขมร คืออะไร

4 lines
30.

ข้อใดเป็นความสัมพันธ์ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดระหว่าง กรุงศรีอยุธยากับเขมร

a)

ความสัมพันธ์ทางการปกครอง

b)

ความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม

c)

ความสัมพันธ์ทางการเมือง

d)

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ

31.

รองส่วนภูมิภาคที่เจ้าเมืองมีอำนาจปกครองตนเอง แต่จะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการมาถวายพระมหากษัตริย์ตามเวลาที่กำหนด

a)

หัวเมืองประเทศราช

b)

หัวเมืองชั้นนอก

c)

หัวเมืองชั้นใน

d)

เมืองลูกหลวง