wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบ บทที่ 5

Total questions: 24

Worksheet time: 12mins

Name
Class
Date
1.

พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ให้ไว้ ณ วันใด

a)

1 มกราคม พ.ศ. 2538

b)

15 มิถุนายน พ.ศ. 2537

c)

31 ธันวาคม พ.ศ. 2539

d)

14 กมภาพันธ์ พ.ศ. 2540

2.

พระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.2537 ใช้บังคับเมื่อใด นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

a)

พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

b)

พ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

c)

บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

d)

ให้บังคับใช้ทันทีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

3.

พระราชบัญญัติเงินทดแทนฉบับปัจจุบัน เป็นฉบับที่เท่าใด ให้ไว้ ณ วันใด

a)

ฉบับที่ 2 ,ให้ไว้ ณ วันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2561

b)

ฉบับที่ 3 ,ให้ไว้ ณ วันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

c)

ฉบับที่ 4 ,ให้ไว้ ณ วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563


d)

บับที่ 5 ,ให้ไว้ ณ วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2564

4.

พระราชบัญญัติเงินทดแทนฉบับปัจจุบัน บังคับใช้เมื่อใด นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

a)

ให้บังคับใช้ทันทีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

b)

บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

c)

พ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

d)

พ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

5.

ผู้ใดเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้

a)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

b)

นายกรัฐมนตรี

c)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

d)

องคมนตรี

e)

Other:


6.

ข้อใดมิใช่สาเหตุ ของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทนฉบับปัจจุบัน

a)

เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างให้ได้รับอย่างเพียงพอ

b)

เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของนายจ้าง

c)

เพื่อให้ระบบการจ่ายเงินทดแทนเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

d)

ฉบับเดิมมีการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

7.

พระราชบัญญัติเงินทดแทนใช้บังคับกับหน่วยงานใด

a)

หน่วยงานภาคเอกชน

b)

ราชการส่วนท้องถิ่น

c)

ราชการส่วนกลาง

d)

ราชการส่วนภูมิภาค

8.

หน่วยงานใดต่อไปนี้ที่พระราชบัญญัติเงินทดแทนใช้บังคับได้

a)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

b)

การประปานครหลวง

c)

บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

d)

การรถไฟแห่งประเทศไทย

9.

พระราชบัญญัติเงินทดแทน ไม่สามารถใช้บังคับหน่วยงานใด

a)

รัฐวิสาหกิจ

b)

รัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ

c)

ถูกทั้งข้อ 1. และ 2

d)

ไม่มีข้อใดถูกต้อง

10.

ข้อใดมิใช่ความหมายของ “ภัยพิบัติ” ในพระราชบัญญัติเงินทดแทน

a)

อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย หรือธรณีพิบัติภัย

b)

ภัยซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของประชาชน

c)

ความเสียหายแก่ทรัพย์สินเฉพาะของประเทศไทย

d)

ภัยอื่น ๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น

11.

ข้อ 11-13 ให้ตอบคำถามสิ่งที่นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน

(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

 

11. เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยในระหว่างปฏิบัติงาน สิ่งที่นายจ้างควรปฏิบัติคือข้อใด

a)

จ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างงตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

b)

นายจ้างจ่ายค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานของลูกจ้างเท่าที่จ่ายจริง

c)

จ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลูกจ้าง

d)

จัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันทีและจ่ายค่ารักษาพยาบาลลูกจ้างเท่าที่จ่ายจริง


12.

ข้อ 11-13 ให้ตอบคำถามสิ่งที่นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน

(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

12. เมื่อลูกจ้างจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานภายหลังการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย สิ่งที่นายจ้างควรปฏิบัติคือข้อใด

a)

นายจ้างจ่ายค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานของลูกจ้างเท่าที่จ่ายจริง

b)

จ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลูกจ้าง

c)

จัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันทีและจ่ายค่ารักษาพยาบาลลูกจ้างเท่าที่จ่ายจริง

d)

จ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างงตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง


13.

ข้อ 11-13 ให้ตอบคำถามสิ่งที่นายจ้างต้องปฏิบัติต่อลูกจ้างเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน

(ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

13. เมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจนถึงแก่ความตาย หรือสูญหาย สิ่งที่นายจ้างควรปฏิบัติคือข้อใด

a)

จ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างงตามอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง

b)

จัดให้ลูกจ้างได้รับการรักษาพยาบาลทันทีและจ่ายค่ารักษาพยาบาลลูกจ้างเท่าที่จ่ายจริง

c)

จ่ายค่าทำศพแก่ผู้จัดการศพของลูกจ้าง

d)

นายจ้างจ่ายค่าฟื้นฟูสมรรถภาพในการทำงานของลูกจ้างเท่าที่จ่ายจริง

14.

14. กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนในอัตราร้อยละเจ็ดสิบของค่าจ้างรายเดือน" เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้าง จงจับคู่ข้อความที่สัมพันธ์กัน

<กรณีที่ลูกจ้างต้องสูญเสียสมรรถภาพในการทำงานของร่างกาย>

a)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่เกิน 1 ปี

b)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่เกิน 10 ปี

c)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 15 ปี

d)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างมีกำหนด 10 ปี

15.

14. กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนในอัตราร้อยละเจ็ดสิบของค่าจ้างรายเดือน" เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้าง จงจับคู่ข้อความที่สัมพันธ์กัน

<กรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้ ไม่ว่าลูกจ้างจะสูญเสียอวัยวะตามด้วยหรือไม่ก็ตาม โดยจ่ายตั้งแต่วันแรกที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้>

a)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่เกิน 1 ปี

b)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่เกิน 10 ปี

c)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 15 ปี

d)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างมีกำหนด 10 ปี

16.

14. กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนในอัตราร้อยละเจ็ดสิบของค่าจ้างรายเดือน" เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้าง จงจับคู่ข้อความที่สัมพันธ์กัน

<กรณีที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหาย>

a)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่เกิน 1 ปี

b)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่เกิน 10 ปี

c)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 15 ปี

d)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างมีกำหนด 10 ปี


17.

14. กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าทดแทนในอัตราร้อยละเจ็ดสิบของค่าจ้างรายเดือน" เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้าง จงจับคู่ข้อความที่สัมพันธ์กัน

<กรณีที่ลูกจ้างทุพพลภาพโดยจ่ายตามประเภทของการทุพพลภาพ>

a)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่เกิน 1 ปี

b)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่เกิน 10 ปี

c)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 15 ปี

d)

จ่ายค่าทดแทนแก่ลูกจ้างมีกำหนด 10 ปี

18.

ข้อใดมิใช่ความหมายของ “ทุพพลภาพ” ในพระราชบัญญัติเงินทดแทน

a)

สูญเสียสมรรถภาพของจิตใจ

b)

สูญเสียอวัยวะ

c)

สูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะหรือของร่างกาย

d)

สูญเสียสภาวะปกติของจิตใจ

19.

ในกรณีที่นายจ้างจ่ายค่าทดแทนและต่อมาลูกจ้างได้ถึงแก่ความตายในขณะที่ยังรับค่าทดแทนไม่ครบระยะเวลาตามสิทธิดังกล่าว ข้อใดถูกต้อง

a)

ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนต่อไปจนครบกำหนดระยะเวลาตามสิทธินั้น รวมกันต้องไม่เกินสิบปี

b)

สิทธิการจ่ายค่าทดแทนหยุดลงแต่ให้นายจ้างจ่ายทำศพให้แก่ทายาทของลูกจ้างเท่านั้น

c)

ให้นายจ้างหยุดจ่ายค่าทดแทนเนื่องจากลูกจ้างเสียชีวิตไปแล้วก่อนกำหนด

d)

สิทธิการจ่ายค่าทดแทนหยุดลงแต่ให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนการศึกษาแก่ทาญาติลูกจ้างจนจบระดับ ม.6 แทน

20.

นายจ้างซึ่งมีหน้าที่ต้องดำเนินการจ่ายเงินสมทบ ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินสมทบ

b)

นายจ้างมีหน้าที่ยื่นแบบรายการขึ้นทะเบียนนายจ้าง

c)

นายจ้างมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบ

d)

กรณีข้อเท็จจริงในแบบรายการขึ้นทะเบียนนายจ้างเปลี่ยนแปลงไป นายจ้างต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุด

21.

ข้อใดถูกต้องหากนายจ้างผู้ใดไม่จ่ายเงินสมทบภายในกำหนดเวลาหรือจ่ายเงินสมทบไม่ครบจำนวนตามที่จะต้องจ่าย

a)

ให้เสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 2 ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ต้องจ่ายนับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ

b)

ให้เสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 5 ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ต้องจ่ายเดือนถัดไป

c)

ให้เสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 4 ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ต้องจ่ายนับแต่วันถัดจากวันที่ต้องนำส่งเงินสมทบ

d)

ให้เสียเงินเพิ่ม ร้อยละ 3 ต่อเดือน ของเงินสมทบที่ต้องจ่ายเดือนถัดไป

22.

ข้อใดต่อไปนี้ถูกต้อง

a)

1. เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างแจ้งเหตุดังกล่าวต่อสำนักงาน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ

b)

2. เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้ลูกจ้างยื่นคำร้องขอรับเงินทดแทนต่อสำนักงานภายใน 180 วัน

c)

3. เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย ให้นายจ้างแจ้งเหตุดังกล่าวต่อสำนักงาน ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่นายจ้างทราบ

d)

ถูกทั้งข้อ 1. และ 2.

23.

นายจ้างผู้ใดไม่จัดให้ลูกจ้างซึ่งประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยได้รับการรักษาพยาบาล ต้องระวางโทษอย่างไร

a)

ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

b)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

d)

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

24.

นายจ้างผู้ใดไม่จ่ายเงินทดแทนตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือไม่จ่ายเงินทดแทนตามคำวินิจฉัยอุทธรณ ต้องระวางโทษอย่างไร

a)

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท

b)

ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

c)

จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ