NEW
Font size
Worksheetsแบบทดสอบ (Pre-test) การอบรมผู้ดำเนินการคัดกรอง
Total questions: 30
Worksheet time: 30mins
1. ข้อใดไม่ใช่สิทธิทางการศึกษาของคนพิการ
ก. ได้รับทุนการศึกษา
ข. ได้รับการศึกษาโดยไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย
ค. ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน
ง. ได้รับเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวกสื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา
2. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องกำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการทางการศึกษา ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติฉบับใด
ก. พรบ. การศึกษาแห่งชาติ
ข. พรบ. การศึกษาสำหรับคนพิการ
ค. พรบ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิติคนพิการ
ง. ถูกทั้ง ข และ ค
3. คนพิการตามประกาศกระทรวงในข้อ 2 มีกี่ประเภท
ก. 5
ข. 7
ค. 9
ง. 11
4. ตามประกาศคณะกรรมการพิจารณาการให้คนพิการได้รับสิทธิช่วยเหลือทางการศึกษา เรื่องกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการ การรับรองบุคคลของสถานการศึกษาว่าเป็นคนพิการ ผู้ทำการคัดกรองได้ตามแบบคัดกรองแนบท้ายประกาศคือใคร
ก. ครูผู้สอน
ข. ครูการศึกษาพิเศษ
ค. ครูผู้ได้รับการอบรมการใช้แบบคัดกรอง
ง. ครูหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าสถานศึกษา
5. เด็กบกพร่องทางการเห็น แบ่งได้กี่ประเภท
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4
6. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยินแบ่งออกเป็นกี่ประเภท
ก. 1
ข. 2
ค. 3
ง. 4
7. Learning Disability หมายถึงเด็กที่มีความบกพร่องประเภทใด
ก. เด็กสมาธิสั้น
ข. เด็กออทิสติก
ค. เด็กเรียนรู้ช้า
ง. เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้
8. เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน คือเด็กที่สูญเสียการได้ยินระดับใด
ก. ตั้งแต่ 26 เดซิเบลขึ้นไป
ข. มากกว่า 90 เดซิเบล
ค. 71-90 เดซิเบล
ง. 56-70 เดซิเบล
9. ข้อใดเป็นลักษณะความบกพร่องของเด็ก LD
ก. มีปัญหาในการอ่านหนังสือ
ข. มีปัญหาในการเขียนหนังสือ
ค. มีปัญหาในการคำนวณ
ง. ถูกทุกข้อ
10. Cerebral palsy หมายถึงเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านใด
ก. ด้านการเรียนรู้
ข. ด้านการพูดและภาษา
ค. ด้านพฤติกรรมและอารมณ์
ง. ด้านร่างกายหรือสุขภาพหรือการเคลื่อนไหว
11. IQ ระดับใดถือว่าเป็นคนไม่บกพร่องทางสติปัญญา
ก. 61 ขึ้นไป
ข. 71 ขึ้นไป
ค. 81 ขึ้นไป
ง. 91 ขึ้นไป
12. เด็กที่มีระดับเชาว์ปัญญา IQ ประมาณ 50-70 จัดว่ามีความบกพร่องทางสติปัญญาระดับใด
ก. ระดับรุนแรงมาก
ข. ระดับเล็กน้อย
ค. ระดับปานกลาง
ง. ระดับรุนแรง
13. เด็กที่ไม่มองสบตาคนอื่น ไม่มีอาการแสดงออกทางสีหน้า เล่นกับเพื่อนไม่เป็น คือลักษณะเด็กบกพร่องประเภทใด
8 บุคคลออทิสติก
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
6 เด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
3 เด็กบกพร่องทางสติปัญญา
14. ขณะอ่านหนังสือมักจะอ่านซ้ำบรรทัดเดิมหรืออ่านข้ามบรรทัด เป็นลักษณะเด็กบกพร่องประเภทใด
1 เด็กบกพร่องทางการเห็น
3 เด็กบกพร่องทางสติปัญญา
5 เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
15. ในการสนทนาจะมองปากหรือจ้องหน้าจ้องตาผู้พูดตลอดเวลา เป็นลักษณะเด็กบกพร่องประเภทใด
2 เด็กบกพร่องทางการได้ยิน
4 เด็กบกพร่องทางการร่างกายหรือสุขภาพหรือการเคลื่อนไหว
6 เด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
16. มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติทิศทางการเคลื่อนไหวและจังหวะการเคลื่อนไหวเช่นการกระตุกเกรง เป็นลักษณะเด็กที่มีความบกพร่องประเภทใด
2 เด็กบกพร่องทางการได้ยิน
4 เด็กบกพร่องทางการร่างกายหรือสุขภาพหรือการเคลื่อนไหว
5 เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
17. ชอบเล่นกับเด็กที่มีอายุน้อยกว่าหรือไม่สามารถเล่นกับเพื่อนตามวัย เป็นลักษณะเด็กพิการประเภทใด
3 เด็กบกพร่องทางสติปัญญา
4 เด็กบกพร่องทางการร่างกายหรือสุขภาพหรือการเคลื่อนไหว
5 เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
18. มีปัญหาด้านการอ่าน เขียน คิดคำนวณ เป็นลักษณะเด็กที่มีความบกพร่องประเภทใด
6 เด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
5 เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้
4 เด็กบกพร่องทางการร่างกายหรือสุขภาพหรือการเคลื่อนไหว
3 เด็กบกพร่องทางสติปัญญา
19. พูดตะกุกตะกักหรือพูดติดอ่างเป็นลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องประเภทใด
4 เด็กบกพร่องทางการร่างกายหรือสุขภาพหรือการเคลื่อนไหว
5 เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้
6 เด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
20. ก้าวร้าวก่อกวนเป็นอันตรายแก่ตนเองและผู้อื่นเป็นลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องประเภทใด
4 เด็กบกพร่องทางการร่างกายหรือสุขภาพหรือการเคลื่อนไหว
5 เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้
6 เด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
21. พูดไม่ถูกลำดับขั้นตอน ไม่เป็นไปตามโครงสร้างของภาษา เป็นลักษณะเด็กที่มีความบกพร่องประเภทใด
5 เด็กบกพร่องทางการเรียนรู้
6 เด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
8 บุคคลออทิสติก
22. มีพฤติกรรมกระตุ้นตัวเองซึ่งเป็นพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น สะบัดนิ้วมือ เล่นมือ ดม เคาะหรือหมุนสิ่งของเป็นลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องประเภทใด
6 เด็กบกพร่องทางการพูดและภาษา
7 เด็กบกพร่องทางพฤติกรรมหรืออารมณ์
8 บุคคลออทิสติก
9 เด็กพิการซ้อน
23. บุคคลใด สำคัญที่สุด ในการพัฒนาเด็กพิเศษ
ก. แพทย์
ข. ครู
ค. ผู้ปกครอง
ง. ศูนย์การศึกษาพิเศษ
24. วิธีการใดที่ใช้กับผู้ปกครองแล้วเกิด ผลดีที่สุด ในการสร้างความเข้าใจ และการยอมรับความบกพร่องของลูกหลาน
ก. การคัดกรอง
ข. การให้มีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ
ค. การให้การศึกษาเกี่ยวกับความพิการประเภทนั้นๆ
ง. การสร้างเจตคติที่ดีในข้อจำกัดของบุตรหลานของเขา
25. ข้อใดไม่ใช่สิ่งที่ผู้คัดกรอง/ครูจำเป็นต้องรู้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการให้คำปรึกษากับผู้ปกครอง
ก. ข้อมูลทางครอบครัว
ข. เจตคติต่อความพิการ
ค. ความคาดหวังของผู้ปกครอง
ง. ผู้ที่ผู้ปกครองให้ความเคารพนับถือ
26. ข้อใดเป็นสิ่ง สำคัญที่สุด ที่ผู้ให้คำปรึกษาจะต้องสร้างให้เกิดแก่ผู้ปกครอง
ก. ความรับผิดชอบต่อบุตรหลานของตน
ข. การประสานประโยชน์กับแพทย์และครู
ค. การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ
ง. ความตระหนักรู้ต่อการพัฒนาบุตรหลาน
27. เมื่อคัดกรองแล้วพบว่าเด็กมีแนวโน้มบกพร่องทางการศึกษาสิ่งที่ครู/ผู้คัดกรองต้องดำเนินการต่อไปคือข้อใด
ก. ส่งเด็กไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอีกครั้งหนึ่ง
ข. วางแผนช่วยเหลือด้านการศึกษาเป็นพิเศษ
ค. จัดทำแผนพัฒนาเด็กและครอบครัว
ง. ส่งต่อเด็กไปรับการบริการด้านอื่นๆ ควบคู่กับการศึกษา
28. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลมีองค์ประกอบทั้งหมดกี่องค์ประกอบ
ก. 6
ข. 7
ค. 8
ง. 9
29. บุคคลใดที่ สำคัญที่สุด ในการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
ก. ครูประจำชั้น
ข. ผู้ปกครอง
ค. ผู้บริหารหรือผู้ได้รับมอบหมาย
ง. นักสหวิชาชีพ
30. ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับ “แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ( IEP )”
ก. เป็นแผนที่ใช้สอนคนพิการคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ
ข. เป็นแผนที่ใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรม สื่อ ฯลฯ ให้กับคนพิการคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ
ค. เป็นแผนที่ใช้ประกอบในการเบิกเงินอุดหนุนทางการศึกษา ของคนพิการคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ
ง. เป็นแผนที่ใช้ประกันคุณภาพทางการศึกษาของคนพิการ คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ
