Font size
Worksheetsคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
Total questions: 29
Worksheet time: 1hrs 20mins
ส่วนประกอบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
หลักการทํางานของอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
คลื่น(wave) คือ ปรากฏการณที่เกิดการรบกวนสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วมีการส่งผ่านพลังงานของการรบกวนนั้นออกไป เช่น คลื่นผิวน ้า คลื่นเสียง เป็นต้น
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (electromagnetic waves) เกิดจากการรบกวนอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า เช่น การทําให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่กลับไปกลับมา ส่งผลให้เกิดการส่งผ่านพลังงานของการรบกวนไปยังบริเวณรอบ ๆ ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าประกอบด้วยสนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กที่สะสมพลังงานสำหรับการส่งผ่านไปยังบริเวณรอบ ๆ เนื่องจากสนามแม่เหล็กและสนามไฟฟ้าสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในบริเวณที่ไม่มีสสาร คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ได้จึงสามารถเคลื่อนที่และส่งผ่านพลังงานโดยไม่อาศัยตัวกลาง สําหรับบริเวณที่เป็นสุญญากาศคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะมีความเร็วประมาณ 300,000 กิโลเมตรต่อวินาที แต่ในตัวกลางอื่น จะเคลื่อนที่ได้ช้าลง
สุญญากาศ
อากาศ
น้ำ
แก้ว
เพชร
สนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กที่เป็นส่วนประกอบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะมีทิศตั้งฉากซึ่งกันและกันและตั้งฉากกับทิศทางความเร็วในการเคลื่อนที่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วย
สนามไฟฟ้าและสนามแม่เหล็กที่เป็นส่วนประกอบของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะมีทิศตั้งฉากซึ่งกันและกันและตั้งฉากกับทิศทางความเร็วในการเคลื่อนที่ของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วย ดังนั้น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจึงเป็นคลื่นตามขวาง
หลักการทํางานของอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ขั้นตอนการทํางานของรีโมทคอนโทลเลอร์
หลักการทำงานของรีโมทคอนโทลเลอร์ คืออะไร?
กดปุ่ม
แผงวงจรสร้างรหัสคำสั่ง
ส่งสัญญาณไฟฟ้า
ส่วนรับสัญญาณ
หลักการทำงานของเครื่อง CT Scan คืออะไร?
แหล่งกำเนิดรังสีเอกซ์หมุนรอบร่างกาย
ฉายรังสีผ่านร่างกาย
ตรวจวัดด้วยอุปกรณ์
สร้างภาพภาคตัดขวาง
ดรังสีเอกซ์จะหมุนรอบร่างกายพร้อมฉายรังสีผ่านร่างกาย รังสีจะถูกตรวจวัดด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดรังสี แล้วแปลงสัญญาณไฟฟ้าและถูกสร้างเป็นภาพภาคตัดขวางด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ผู้ป่วยจะถูกเลื่อนเข้าไปในเครื่องและสร้างภาพภาคตัดขวางอย่างต่อเนื่อง เมื่อนำภาพภาคตัดขวางมาต่อกันจะได้ภาพที่เป็น 3 มิติ โดยภาพที่ได้จะเป็นภาพขาวดำ ภาพภาคตัดขวางของศรีษะจาก CT Scan
หลักการทำงานของอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า2. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องMRI เครื่องถ่ายภาพการสั่นพ้องของแม่เหล็กหรือ เครื่อง MRIเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงคลื่นวิทยุ สำหรับการสร้างภาพอวัยวะภายในร่างกาย โดยเครื่อง MRIมีส่วนประกอบหลักสำคัญ คือ แม่เหล็กเครื่องกำเนิดคลื่นวิทยุและสแกนเนอร์
หลักการทำงานของอุปกรณ์ที่ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า2. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ในการสร้างภาพ แม่เหล็กของเครื่องMRIจะสร้างสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงรอบอวัยวะที่ต้องการวินิจฉัย ส่งผลให้ไฮโดรเจนในน้ำและไขมัน
ในการสร้างภาพ แม่เหล็กของเครื่องMRIจะสร้างสนามแม่เหล็กที่มีความเข้มสูงรอบอวัยวะที่ต้องการวินิจฉัย ส่งผลให้ไฮโดรเจนในน ้าและไขมันเรียงตัวตามสนามแม่เหล็ก จากนั้น เครื่องกําเนิดคลื่นวิทยุจะส่งคลื่นวิทยุที่มีค่าความถี่สั่นพ้อง เมื่อหยุดส่งคลื่นวิทยุ นิวเคลียสจะกลับมาเรียงตัวในลักษณะเดิมพร้อมกับปล่อยคลื่นวิทยุออกมา โดยคลื่นวิทยุที่ถูกปล่อยออกมาจะถูกตรวจวัดโดยสแกนเนอร์ แล้วส่งผลไปยังระบบคอมพิวเตอร์เพื่อประมวลผลและสร้างเป็นภาพ 3 มิติออกมา
การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นวิทยุ คลื่นวิทยุเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่นิยมนํามาใช้ในการสื่อสารมากที่สุด มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาก เช่น การกระจายเสียงของสถานีวิทยุ การส่งและรับสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ และการส่งและรับสัญญาณอินเตอเน็ตแบบไร้สาย
การส่งสัญญาณของสถานีวิทยุและการรับสัญญาณเสียงของวิทยุ
การรับและส่งสัญญาณของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
ขอบเขตการให้บริการรับและส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่
การสื่อสารโดยอาศัยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า3.
การรับส่งสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย หรือ Wi-Fiมีการรับส่งคล้ายกับการรับส่งสัญญาณของโทรศัพท์เคลื่อนที่ แต่จะใช้คลื่นวิทยุที่มีความถี่สูงยิ่ง ขนาด 2. 4 GHz หรือ 5 GHz
การสื่อสารโดยอาศัยไมโครเวฟ
ฟ้าที่ใช้ในการสื่อสารทั้งในระบบเครือข่ายโทรศัพท์และดาวเทียมมีกระบวนการส่งและรับสัญญาณเหมือนกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ การใช้คลื่นไมโครเวฟในการสื่อสารจะต้องจํากัดเฉพาะในกรณีที่ไม่มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนที่ของสัญญาณ เนื่องจากไมโครเวฟไม่สามารถผ่านสิ่งกีดขวางขนาดใหญ่ได้
การสื่อสารโดยอาศัยแสงแสงสามารถนํามาใช้ในการสื่อสารได้ โดยอาศัยอุปกรณ์เชื่อมต่อระบบส่งกับระบบรับสัญญาณโดยตรง โดยอุปกรณ์ที่ใช้อย่างแพร่หลาย คือ เส้นใยนําแสง (optical fiber) ซึ่งสามารถนําแสงให้เคลื่อนที่ไปตามสายที่โค้งงอและสามารถส่งข้อมูลได้จํานวนมากในเวลาสั้น ๆ
สัญญาณแอนะล็อก (analog signal) คือ สัญญาณที่มีค่าต่าง ๆ ของสัญญาณเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องตามเวลา มีข้อเสีย คือ ถูกรบกวนได้ง่าย
สัญญาณแอนะล็อก (analog signal) คือ สัญญาณที่มีค่าต่าง ๆ ของสัญญาณเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องตามเวลา มีข้อเสีย คือ ถูกรบกวนได้ง่าย
สัญญาณดิจิทัล (digital signal) คือ สัญญาณที่มีค่าต่าง ๆ ของสัญญาณเปลี่ยนแปลงเพียงสองสถานะ เช่น มีหรือไม่มี ปิดหรือเปิด
การส่งผ่านสารสนเทศด้วยสัญญาณดิจิทัลสามารถส่งผ่านได้โดยมีความผิดพลาดน้อยกว่าสัญญาณแอนะล็อก เพราะถึงแม้จะมีการรบกวนจากสิ่งแวดล้อม สัญญาณดิจิทัลก็จะสามารถแปลงสัญญาณและแยกแยะสัญญาณดิจิทัลออกมา ทำให้ข้อมูลที่ส่งมาเหมือนกับต้นฉบับ
