wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

หลักสูตรอบรมสัญญาณไฟจราจร

Total questions: 121

Worksheet time: 5hrs 36mins

Name
Class
Date
1.

รูปแบบและองค์ประกอบของทางแยก(Type and components of an intersection)

4 lines
2.

จุดขัดแย้งรูปแบบต่างๆที่เกิดขึ้นบริเวณทางแยก(Conflict area at Intersection)

4 lines
3.

พื้นฐานระยะมองเห็นบริเวณทางแยก(Sight distance)

4 lines
4.

ระดับของการควบคุมทางแยก(Levels of intersection control)

4 lines
5.

เหตุอันควรในการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร(Traffic Warrants)

4 lines
6.

รายละเอียดที่เกี่ยวกับสัญญาณไฟจราจรคําศัพทนิยามและความหมายตางๆที่เกี่ยวของกับสัญญาณไฟจราจร(Details and definitions of traffic signal parameters)

4 lines
7.

ประเภทของสัญญาณไฟจราจร(Type of Traffic Signals)

4 lines
8.

ประวัติสัญญาณไฟจราจร(Traffic light history)

4 lines
9.

สัญญาณไฟจราจร (Traffic light, Traffic signal) ถูกใชเพื่อควบคุมการจราจรบนทองถนน โดยการแสดงสัญญาณใหกับคนขับรถและคนเดินเทาทําตามสัญญาณไ

4 lines
10.

สัญญาณไฟจราจร (Traffic light, Traffic signal) ถูกใชเพื่อควบคุมการจราจรบนทองถนน โดยการแสดงสัญญาณใหกับคนขับรถและคนเดินเทาทําตามสัญญาณไฟ

4 lines
11.

สัญญาณไฟจราจรแหงแรกของโลก ติดตั้งเมื่อป ค.ศ. 1868 กรุงลอนดอน โดย John Peak Knight

4 lines
12.

การประดิษฐสัญญาณไฟจราจร โดยใชไฟฟาควบคุม อันแรกของโลก โดย Lester Wire ในป 1912 ที่เมืองซอลทเลคซิตี้ รัฐยูทาห

4 lines
13.

การประดิษฐสัญญาณไฟจราจร โดยใชไฟฟาควบคุม อันแรกของโลก โดย Lester Wire ในป 1912 ที่เมืองซอลทเลคซิตี้ รัฐยูทาห

4 lines
14.

ระบบไฟจราจรอัตโนมัติระบบแรกถูกนำมาใช้ที่ Broadway ในลอสแองเจลิส

4 lines
15.

Berlin’s Potsdamer Platz (photo), at that time the busiest intersection in Europe, installed the famous five-sided traffic light tower made by Siemens in 1924.

4 lines
16.

ไฟจราจรไฟฟาอันแรกในสหราชอาณาจักร ถูกติดตั้งในป 1926

4 lines
17.

ไฟจราจรไฟฟาอันแรกในสหราชอาณาจักร ถูกติดตั้งในปใด?

a)

1926

b)

1927

c)

1930

18.

การทดลองไฟจราจรอัตโนมัติถูกทดสอบในเดือนใด?

a)

พฤศจิกายน

b)

ธันวาคม

c)

ตุลาคม

19.

การติดตั้งไฟจราจรอัตโนมัติเป็นแบบถาวรในปีใด?

a)

1926

b)

1927

c)

1930

20.

การทดลองไฟจราจรอัตโนมัติประสบความสำเร็จหรือไม่?

a)

สำเร็จ

b)

ไม่สำเร็จ

21.

การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในการควบคุมการจราจรในสหราชอาณาจักรเกิดขึ้นเมื่อใด?

4 lines
22.

สัญญาณไฟจราจรคอมพิวเตอร์ระบบแรกถูกติดตั้งที่ไหน?

a)

ลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

b)

นิวยอร์ก

c)

ชิคาโก

d)

ไมอามี่

23.

ระบบการจัดการจราจรอัจฉริยะเกิดขึ้นในศตวรรษไหน?

a)

ศตวรรษที่ 20

b)

ศตวรรษที่ 21

c)

ศตวรรษที่ 19

d)

ศตวรรษที่ 18

24.

ระบบสัญญาณไฟจราจรที่ซับซ้อนมากขึ้นเริ่มมีขึ้นในช่วงไหน?

a)

1980s

b)

1990s

c)

2000s

d)

1970s

25.

ระบบสัญญาณไฟจราจรคอมพิวเตอร์ช่วยปรับปรุงอะไร?

a)

การไหลของการจราจรและความปลอดภัย

b)

การจราจรติดขัด

c)

การเดินทาง

d)

การขนส่งสินค้า

26.

สัญญาณไฟจราจรแรกที่รู้จักถูกติดตั้งที่ไหน?

a)

ลอนดอน, อังกฤษ

b)

นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา

c)

โตเกียว, ญี่ปุ่น

d)

ปารีส, ฝรั่งเศส

27.

ใครเป็นผู้คิดค้นสัญญาณไฟจราจรไฟฟ้า?

a)

Lester Wire

b)

John Peake Knight

c)

Thomas Edison

d)

Nikola Tesla

28.

สัญญาณไฟจราจรอัตโนมัติถูกติดตั้งที่ไหนในปี 1927?

a)

Prince Square, Wolverhampton, UK

b)

Los Angeles, California

c)

Salt Lake City, Utah

d)

ลอนดอน, อังกฤษ

29.

ระบบสัญญาณไฟจราจรคอมพิวเตอร์ถูกติดตั้งที่ไหนในปี 1952?

a)

ลอสแองเจลิส, แคลิฟอร์เนีย

b)

นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา

c)

โตเกียว, ญี่ปุ่น

d)

ปารีส, ฝรั่งเศส

30.

ระบบไฟจราจรอัตโนมัติถูกติดตั้งที่ไหนในปี 1952?

a)

ลอสแอนเจลิส, แคลิฟอร์เนีย

b)

นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา

c)

ลอนดอน, สหราชอาณาจักร

d)

โตเกียว, ญี่ปุ่น

31.

เทคโนโลยีใดที่ช่วยให้ไฟจราจรสามารถปรับตัวได้ตามรูปแบบการจราจร?

a)

เซ็นเซอร์

b)

กล้อง

c)

อัลกอริธึมขั้นสูง

d)

ทั้งหมดข้างต้น

32.

ในปีใดที่ระบบการจัดการจราจรอัจฉริยะเริ่มปรากฏ?

a)

1980s

b)

1990s

c)

2000s

d)

2010s

33.

สัญญาณไฟจราจรได้พัฒนาจากระบบที่เรียบง่ายไปจนถึงเทคโนโลยีที่ซับซ้อนและคอมพิวเตอร์

4 lines
34.

ทางแยกเป็นบริเวณที่ถนนสองสายหรือมากกว่าตัดกันเกิดลักษณะทางกายภาพของทางแยกซึ่งอาจมีรูปแบบอย่างง่าย ไปจนถึงรูปแบบที่ค่อนข้างซับซ้อนขึ้นกับประเภทของถนนที่มาตัดกัน โดยทั่วไป แบ่งทางแยกออกเป็น

a)

ทางแยกระดับเดียวกัน (At-grade intersection)

b)

ทางแยกต่างระดับ (Grade separated intersection (British English) / Interchanges (American English))

35.

ถ้าจำแนกทางแยกตามจำนวนถนนที่มาตัดกัน รูปแบบจะถูกเรียกตามจำนวนขา (legs)ที่มาตัดกัน คือ

4 lines
36.

ทางแยกสามแยก/ 3 แยก(T-Intersection หรือ Y-Intersection)เปนทางแยกที่มีถนนสองสายมาบรรจบกัน ทําใหเกิดรูปตัวT หรือ ตัว Y ก็ได นับจํานวนขาได 3 ขา

4 lines
37.

ทางแยกสี่แยก/ 4 แยก(Four-Way Intersection) เปนทางแยกที่เกิดจากถนนสองสายมาตัดกัน เปนทางแยก

4 lines
38.

ทางแยกระดับเดียวกัน (At-grade intersection) คืออะไร?

a)

ทางแยกที่มีถนนสองสายมาตัดกัน

b)

ทางแยกที่มีขามากกว่าสี่ขา

c)

ทางแยกที่มีการจัดการจราจรใหรถแลนหมน

d)

ทางแยกที่เกิดจากถนนสองสายมาตัดกัน

39.

ทางแยกสี่แยก (Four-Way Intersection) คืออะไร?

a)

ทางแยกที่มี 4 ขา

b)

ทางแยกที่มีขามากกว่าสี่ขา

c)

ทางแยกที่มีการจัดการจราจรใหรถแลนหมน

d)

ทางแยกที่เกิดจากถนนสองสายมาตัดกัน

40.

ทางแยกหลายขา (Multi-leg Intersection) คืออะไร?

a)

ทางแยกที่มีขามากกวา 4 ขา

b)

ทางแยกที่มี 4 ขา

c)

ทางแยกที่มีการจัดการจราจรใหรถแลนหมน

d)

ทางแยกที่เกิดจากถนนสองสายมาตัดกัน

41.

วงเวียน (Roundabout) คืออะไร?

a)

ทางแยกที่มีการจัดการจราจรใหรถแลนหมน

b)

ทางแยกที่มี 4 ขา

c)

ทางแยกที่มีขามากกว่าสี่ขา

d)

ทางแยกที่เกิดจากถนนสองสายมาตัดกัน

42.

ทางแยกแบบธรรมดาคืออะไร?

a)

ทางแยกที่มีลักษณะเดิมของถนน 2 สายที่มาตัดกัน

b)

ทางแยกที่มีการขยายขนาดของทางเข้า-ออก

c)

ทางแยกที่มีการจัดช่องการไหล

43.

ทางแยกที่มีการขยายขนาดของทางเข้า-ออกคืออะไร?

a)

การออกแบบที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย

b)

การออกแบบที่ช่วยปรับปรุงการไหลของการจราจร

c)

การออกแบบที่มีลักษณะเดิมของถนน 2 สายที่มาตัดกัน

44.

ทางแยกที่มีการจัดช่องการไหลคืออะไร?

a)

การออกแบบที่ช่วยปรับปรุงการไหลของการจราจร

b)

การออกแบบที่มีลักษณะเดิมของถนน 2 สายที่มาตัดกัน

c)

การออกแบบที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัย

45.

ทางแยก แบงตามลักษณะกายภาพ

4 lines
46.

Divided Intersection (ทางแยกที่มีการแบงชองทาง) เปนทางแยกที่มีการแบงชองทางสําหรับการเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงขาม โดยมีสิ่งกีดขวาง (เชน เกาะกลาง) แยกระหวางชองทางไปกลับ

4 lines
47.

Undivided Intersection (ทางแยกที่ไมมีการแบงชองทาง) ทางแยกที่ไมมีการแบงชองทางสําหรับการเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงขาม ทางกายภาพที่ชัดเจน โดยแบงทิศทางดวยเสนจราจร

4 lines
48.

ไฟสัญญาณจราจร(Traffic Signals): ใชในการควบคุมการเคลื่อนที่ของยานพาหนะและคนเดินเทา

4 lines
49.

ป้ายจราจร(Traffic Signs):เช่น ป้ายหยุด ป้ายให้ทาง ป้ายเตือนและป้ายบอกเส้นทาง

4 lines
50.

เครื่องหมายบนผิวถนน(Road Markings

4 lines
51.

ปายจราจร(Traffic Signs):เชน ปายหยุด ปายใหทาง ปายเตือนและปายบอกเสนทาง

4 lines
52.

เครื่องหมายบนผิวถนน(Road Markings): เชนเสนแบงชองจราจรเสนหยุดเสนใหทางและเครื่องหมายทิศทาง

4 lines
53.

ทางมาลาย(Pedestrian Crosswalks): เพื่อใหคนเดินเทาขามถนนไดอยางปลอดภัย

4 lines
54.

เกาะกลาง(Median Islands): ชวยแยกทิศทางการจราจรและเปนที่พักสําหรับคนเดินเทา

4 lines
55.

สัญญาณไฟคนขาม(Pedestrian Signals): สัญญาณไฟสําหรับคนเดินเทาเชนไฟเขียวขามถนนและไฟแดงหยุด

4 lines
56.

ตัวจัดชองการไหล (Channelised): ใช้สิÉงกีดขวางทางกายภาพ เช่น เกาะกลางหรือเกาะจราจร เพืÉอกํากับทิศทางของการจราจร

4 lines
57.

เกาะที่ยกสูง (Raised median), เกาะกลางแบบเซาะรอง (Depress median), หรือ การทําเครื่องหมายดวยสี (painted medians) และ/หรือเกาะจราจร (islands) ซึ่งมักจะใชเลนเสริม (auxiliary lanes) รวมกับการจัดชองทางนี้ เพื่อใหเสนทางการเดินทางมีความชัดเจนสําหรับผูขับขี่ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนที่อาจเกิดขึ้น

4 lines
58.

ตัวจัดชองการไหล (Channelised): ใช้สิÉงกีดขวางทางกายภาพ เช่น เกาะกลางหรือเกาะจราจร เพืÉอกํากับทิศทางของการจราจร

4 lines
59.

ชองรอเลี้ยว (Turn lane): ชองทางบนถนนที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสําหรับการเลี้ยวซายหรือขวา ชวยใหรถที่ตองการเลี้ยวสามารถรอการเคลื่อนที่โดยไมขัดขวางการจราจรที่วิ่งตรงไป การมีชองรอเลี้ยวจะชวยลดการจราจรติดขัดและเพิ่มความปลอดภัยบนถนน

4 lines
60.

ขัดแยงรูปแบบตางๆที่เกิดขึ้นบริเวณทางแยก (Conflict area at Intersection) และพื้นฐานระยะมองเห็นบริเวณทางแยก (Sight distance)

4 lines
61.

จุดขัดแย้งที่เกิดจากการตัดกันของถนนมีลักษณะอย่างไร?

a)

การพบกันที่ก่อให้เกิดจุดขัดแย้งในลักษณะแยกกระแสจราจร

b)

การพบกันที่ก่อให้เกิดจุดขัดแย้งในลักษณะรวมกระแสจราจร

c)

การพบกันที่ก่อให้เกิดจุดขัดแย้งในลักษณะตัดกระแสจราจร

d)

การพบกันที่ก่อให้เกิดจุดขัดแย้งในลักษณะไขว่าสลับ

62.

จุดขัดแย้งบริเวณสี่แยกมีลักษณะอย่างไร?

4 lines
63.

จัดชองจราจรใหรถในทิศทางใดทิศทางหนึ่งใชเปนพิเศษจุดขัดแยงกระแสจราจรระหวางรถกับรถจะมีมากถึง32และในขณะเดียวกันก็มีจุดขัดแยงกระแสจราจรระหวางรถกับคนเดินเทาถึง24 จุดนั่นคือโดยรวมแลวบริเวณนี้มีจุดที่มีแนวโนมที่จะเกิดอุบัติเหตุสูงถึง56 จุดดวยกัน

4 lines
64.

ความเร็วสัมพัทธระหวางยานพาหนะที่แลนเขาสูทางแยกเปนตัวแปรหนึ่งที่สงผลตอโอกาสการเกิดอุบัติเหตุและตอความรุนแรงของอุบัติเหตุความเร็วของยานพาหนะขึ้นอยูกับปจจัยหลายประการไดแก 1) แนวสายทางและลักษณะทางเรขาคณิตของทางแยก 2) สภาวะแวดลอม 3) ปริมาณจราจร และประเภทของยานพาหนะในกระแสจราจร 4) ประเภทของการควบคุมการจราจร

4 lines
65.

การออกแบบและควบคุมความเร็วสัมพัทธระหวางยานพาหนะใหตํ่าลงจะชวยลดอัตราการเกิด อุบัติเหตุจากรถชนกันไดมาก

4 lines
66.

ความเร็วสัมพัทธ คือ คาประกอบของความเร็วระหวางยานพาหนะที่เคลื่อนเขาหากันทํามุมมุมหนึ่งดังนั้นหากความเร็วของยาพาหนะทั้งสองคงที่คาความเร็วสัมพัทธจะเพิ่มขึ้นตามมุมของทิศทางการเคลื่อนที่ของยานพาหนะทั้งสองที่มากขึ้น

4 lines
67.

พื้นที่สามเหลี่ยมการมองเห็นขณะเขาทางแยกชวยใหผูขับขี่ที่ขับเขาทางแยกสามารถมองเห็นลักษณะของทางแยก รถที่เคลื่อนที่เขาทางแยกคนเดินเทาและเครื่องหมายจรจรไดอยางชัดเจนนํามาใชในการวิเคราะหระยะการมองเห็นของทางแยกที่ไมมีการติดตั้งเครื่องหมายจราจร

4 lines
68.

ระยะแตละดานของสามเหลี่ยมควรมีความกวางอยางนอยเทากับระยะทางที่ผูขับขี่ใชเวลาในการประเมินสถานการณปฏิบัติการและเวลาในการเบรก ซึ่งมีคาประมาณ3.00 - 3.50 วินาทีและควรทําการวิเคราะหทุ

4 lines
69.

ระยะแตละดานของสามเหลี่ยมควรมีความกวางอยางนอยเทากับระยะทางที่ผูขับขี่ใชเวลาในการประเมินสถานการณปฏิบัติการและเวลาในการเบรก ซึ่งมีคาประมาณ3.00 - 3.50 วินาทีและควรทําการวิเคราะหทุกดานของทางแยก

4 lines
70.

พื้นที่สามเหลี่ยมการมองเห็นขณะออกจากแยกชวยใหผูขับขี่ที่ขับบนถนนสายรองมีระยะการมองเห็นที่เพียงพอขณะเคลื่อนรถออกจากทางแยกเขาสูทางหลักนํามาใชในการวิเคราะหระยะการมองเห็นของทางแยกที่ติดตั้งเครื่องหมายหยุดหรือเครื่องหมายใหทาง

4 lines
71.

เวลาที่ผูขับขี่บนถนนสายรองใชในการประเมินสถานการณตัดสินใจและเคลื่อนรถนั้นจะอยูระหวาง2 - 4 วินาทีขึ้นอยูกับความเร็วของรถบนถนนสายหลัก

4 lines
72.

ระดับของการควบคุมทางแยกสามารถแบงออกเปนสามระดับหลัก ๆ ไดแก

a)

Passive Control

b)

Semi Control

c)

Active Control

73.

การควบคุมแบบ Passive Control คืออะไร?

a)

การปลอยใหผูใชถนนตัดสินใจเอง

b)

การใชไฟจราจร

c)

การใชปายหยุด

74.

การควบคุมระดับกลางที่ใชเครื่องมือบางอยางเพื่อชวยในการควบคุมการจราจรคืออะไร?

a)

Passive Control

b)

Semi Control

c)

Active Control

75.

การใชไฟจราจรในเวลาที่กําหนดหรือการใชปายสัญญาณไฟกระพริบเพื่อใหผูขับขี่ระมัดระวังมากขึ้น

4 lines
76.

การควบคุมที่มีการใชสัญญาณไฟจราจรหรือเทคโนโลยีที่ซับซอนอื่น ๆ เพื่อจัดระเบียบการจราจรในทางแยกอยางมีประสิทธิภาพ

4 lines
77.

การเลือกรูปแบบการควบคุมการจราจรบริเวณทางแยกขึ้นอยูหลายปจจัย ไดแก ปริมาณการจราจร ลักษณะของกระแสการจราจร (ทางตรงและทางเลี้ยว) และ ความเร็วที่กฎหมายกําหนด

4 lines
78.

การเลือกรูปแบบการควบคุมการจราจรบริเวณทางแยกขึ้นอยู่กับปัจจัยใดบ้าง?

a)

ปริมาณการจราจร

b)

ลักษณะของกระแสการจราจร

c)

ความเร็วที่กฎหมายกำหนด

79.

เหตุอันควรในการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรมีอะไรบ้าง?

a)

ปริมาณจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน

b)

จำนวนอุบัติเหตุ

c)

จำนวนคนข้ามถนน

80.

กรณีติดขัดเนื่องจากปริมาณรถเข้าสู่ทางแยกมีมากทั้งสองทิศทาง?

4 lines
81.

กรณีติดขัดเนื่องจากมีปริมาณรถในทางสายหลักที่เขาสูทางแยกมากจนทําใหทางสายรองติดขัดพิจารณาโดยใชเกณฑขั้นตํ่า

4 lines
82.

พิจารณาจํานวนอุบัติเหตุโดยใหติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยกที่เกิดอุบัติเหตุแลวทําใหมีผูเสียชีวิตผูบาดเจ็บหรือมีทรัพยสินเสียหายตั้งแต20,000 บาทขึ้นไปจํานวนตั้งแต5 ครั้ง ในรอบหนึ่งป

4 lines
83.

พิจารณาปจจัยขอ 1-3 ประกอบกัน โดยใหแตละปจจัยมีปริมาณมากกวา 80%

4 lines
84.

บริเวณทางแยกที่มีการควบคุมสัญญาณไฟจราจรแบบระบบรอบสัญญาณไฟคงที่(Pretimed Operation) โดยทางแยกดังกลาวตองมีจํานวนคนขามถนนเฉลี่ยใน4 ชั่วโมงใด ๆ มากกวา100 คนหรือจํานวนคนขามถนนในชั่วโมงสูงสุดมากกวา190 คนและมีชองวางใหคนขามไดอยางปลอดภัยนอยกวา60 ชวงในหนึ่งชั่วโมง

4 lines
85.

กดังกลาวตองมีจํานวนคนขามถนนเฉลี่ยใน4 ชั่วโมงใด ๆ มากกวา100 คนหรือจํานวนคนขามถนนในชั่วโมงสูงสุดมากกวา190 คนและมีชองวางใหคนขามไดอยางปลอดภัยนอยกวา60 ชวงในหนึ่งชั่วโมง

4 lines
86.

บริเวณทางแยกที่มีการจัดจังหวะสัญญาณไฟเฉพาะสําหรับคนขามถนนโดยหยุดรถในทุกทิศทาง

4 lines
87.

สัญญาณไฟสําหรับคนขามถนนแบบไมมีปุมกดใหติดตั้งในบริเวณตอไปนี้

4 lines
88.

บริเวณชวงถนนที่มีการติดตั้งสัญญาณไฟจราจรตามเหตุอันควรในการติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ที่พิจารณาจากจํานวนคนขามถนน

4 lines
89.

บริเวณทางแยกที่มีการควบคุมสัญญาณไฟจราจรแบบระบบรอบสัญญาณไฟเปลี่ยนแปลงตามปริมาณจราจร(Vehicle Actuated Operation)

4 lines
90.

สัญญาณไฟสําหรับคนขามถนนแบบมีปุมกดใหติดตั้งในบริเวณตอไปนี้

4 lines
91.

การติดตั้งซุ้มสัญญาณไฟจราจรใหเพียงพอในการควบคุมการจราจรบริเวณทางแยกควรติดตั้งอยางนอย2 ดานในหนึ่งทิศทางคือดานใกล(Primary) และดานไกล(Secondary)

4 lines
92.

ซุมสัญญาณไฟจราจรดานใกล(Primary) ในทางแยกปกติมีการติดตั้งใน2 ตําแหนง คือ ซุมสัญญาณไฟจราจรดานซายใกลซึ่งเปนสัญญาณไฟจราจรหลักใหติดตั้งบนทางเทาหรือไหลทางดานซายหลังแนวเสนหยุด โดยติดตั้งใหอยูในระดับเดียวกับแนวเสนหยุดหรือใกลเคียงมากที่สุดแตถาจําเปนตองติดตั้งหางจากแนวเสนหยุดระยะหางจะตองไมเกิน3 เมตร

4 lines
93.

ซุมสัญญาณไฟจราจรมุมขวาใกลซึ่งเปนสัญญานไฟจราจรเสริมใหติดตั้งบนเกาะกลางถนนบริเวณกึ่งกลางเกาะ แตถาเกาะกลางมีขนาดกวางมาก ควรติดตั้งหางจากขอบเกาะกลางไมเกิน2 เมตร และหางจากจมูกเกาะไมนอยกวา1.2 เมตร

4 lines
94.

หลักสูตรอบรมพื้นฐานดานสัญญาณไฟจราจร ตําแหนงการติดตั้งซุมสัญญาณไฟจราจร

4 lines
95.

หลักสูตรอบรมพื้นฐานดานสัญญาณไฟจราจร ตําแหนงการติดตั้งซุมสัญญาณไฟจราจรในออสเตรเลีย

4 lines
96.

ทางสี่แยกแบบไมมีเกาะกลาง

a)

ทางสี่แยกแบบไมมีเกาะกลาง

b)

ทางสี่แยกแบบมีเกาะกลาง

97.

ทางสี่แยกแบบมีเกาะกลาง

a)

ทางสี่แยกแบบไมมีเกาะกลาง

b)

ทางสี่แยกแบบมีเกาะกลาง

98.

สัญญาณไฟทางขาม

a)

สัญญาณไฟทางขาม

b)

ทางสามแยก

99.

Cycle Length หรือCycle Time คือระยะเวลาที่ใชในการแสดงสัญญาณไฟจราจรครบทั้งวงจรของทุกเฟส ซึ่งรวมถึงเวลา ที่สัญญาณไฟสีเขียว สีเหลือง และสีแดงแสดงผล การกําหนดความยาวของรอบสัญญาณไฟนี้เปนการวัดผลของเวลาเพื่อใชในการควบคุมการจราจรในแตละทิศทาง

4 lines
100.

Traffic movement หรือ การเคลื่อนที่ของการจราจร หมายถึง การเคลื่อนที่ของยานพาหนะหรือผูเดินเทาใน ลักษณะเฉพาะตามทิศทางและสิทธิ์การใชถนน (Right-of-Way: ROW) ที่

4 lines
101.

Traffic movement หรือ การเคลื่อนที่ของการจราจร หมายถึง การเคลื่อนที่ของยานพาหนะหรือผูเดินเทาในลักษณะเฉพาะตามทิศทางและสิทธิ์การใชถนน (Right-of-Way: ROW) ที่กําหนดไวในทางแยก

4 lines
102.

การเคลื่อนที่หนึ่งครั้งอาจประกอบดวยหลายชองจราจร:

4 lines
103.

การเคลื่อนที่หนึ่งครั้งอาจรวมถึงการเลี้ยวหลายทิศทาง:

4 lines
104.

การเคลื่อนที่มีการกําหนดทิศทางและการใชชองจราจร:

4 lines
105.

Phasing คือการจัดชวงเวลาของสัญญาณไฟจราจรเพื่อใหยานพาหนะหรือคนเดินเทาเคลื่อนที่ในเวลาที่กําหนดโดยจะมีการจัดเรียงเฟสของสัญญาณไฟตามความตองการของการจราจรในแตละทิศทาง

4 lines
106.

การจัดสรรเวลาไฟเขียวคืออะไร?

a)

การแบ่งเวลาในรอบสัญญาณให้กับแต่ละทิศทาง

b)

การเปลี่ยนสัญญาณไฟจากสีเขียวไปเป็นสีแดง

c)

การแสดงสัญญาณไฟแดงทั้งหมดในทุกทิศทาง

107.

ช่่วงเวลาการเปลี่ยนคืออะไร?

a)

ช่่วงเวลาที่สัญญาณไฟเปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นสีแดง

b)

ช่่วงเวลาที่ไฟเขียวเปิดให้กับทางหลัก

c)

ช่่วงเวลาที่สัญญาณไฟแดงทั้งหมดแสดง

108.

ช่่วงเวลาที่สัญญาณไฟแดงทั้งหมดแสดงในทุกทิศทางคืออะไร?

4 lines
109.

6. Clearance Interval (All-red) ชวงเวลาที่สัญญาณไฟแดงทั้งหมดแสดงในทุกทิศทาง เพื่อใหยานพาหนะที่ยังอยูในทางแยกมีเวลาลางทางกอนที่สัญญาณไฟของทิศทางอื่นจะเปลี่ยนเปนไฟเขียว

4 lines
110.

7. Effective Green คือระยะเวลาไฟเขียวที่สามารถใชประโยชนไดอยางเต็มที่ หลังจากหักเวลาที่เสียไปในชวงเริ่มตนของไฟเขียว(Start Loss) และเวลาที่ไดเพิ่มขึ้นในชวงทาย(End Gain)

4 lines
111.

8. Saturation Flow (อัตราการไหลอิ่มตัว) อัตราการไหลคงที่สูงสุดของปริมาณยานพาหนะที่สามารถผานทางแยกไดในชวงไฟเขียวของรถที่จอดติดสัญญาณไฟ โดยปกติจะวัดเปนจํานวนยานพาหนะตอชั่วโมงตอชองจราจร

4 lines
112.

9. Lost Time (เวลาที่สูญเสีย) คือเวลาที่สูญเสียในแตละรอบสัญญาณไฟจราจรอันเกิดจากชวงเวลาที่การจราจรยังไมเคลื่อนที่แมวาจะเ

4 lines
113.

Lost Time (เวลาที่สูญเสีย) คือเวลาที่สูญเสียในแตละรอบสัญญาณไฟจราจรอันเกิดจากชวงเวลาที่การจราจรยังไมเคลื่อนที่แมวาจะเปนไฟเขียวแลวหรือเวลาที่เกิดขึ้นในชวงการหยุดยานพาหนะกอนสัญญาณไฟจะเปลี่ยน

4 lines
114.

Capacity (ความจุของทางแยก) ความสามารถของทางแยกในการรองรับปริมาณการจราจรในชวงระยะเวลาที่กําหนด สวนใหญจะถูกวัดเปนจํานวนยานพาหนะตอชั่วโมง

4 lines
115.

Dilemma Zone (เขตที่ตองตัดสินใจ) พื้นที่ที่ยานพาหนะกําลังเขาสูทางแยกในชวงที่สัญญาณไฟเปลี่ยนเปนสีเหลืองผูขับขี่จะตองตัดสินใจวาจะเรงผานทางแยกหรือหยุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในชวงการเปลี่ยนสัญญาณไฟ

4 lines
116.

ประเภทของสัญญาณไฟจราจร(Type of Traffic Signals)

4 lines
117.

สัญญาณไฟคงที่(Pre-timed Operation) หมายถึง ระบบการควบคุมที่กําหนดใหระยะเวลาในแตล

4 lines
118.

สัญญาณไฟคงที่(Pre-timed Operation) หมายถึง ระบบการควบคุมที่กําหนดใหระยะเวลาในแตละรอบสัญญาณไฟในชวงเวลาเดียวกันคงที่เสมอไมเปลี่ยนแปลง

4 lines
119.

แบบควบคุมแผนเวลาเดียวหมายถึงระบบการควบคุมที่กําหนดรอบสัญญาณไฟคงที่ตลอดทั้งวันเหมาะกับทางแยกที่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณจราจรในแตละชวงเวลาไมมากนัก

4 lines
120.

แบบควบคุมหลายแผนเวลาหมายถึง ระบบการควบคุมที่กําหนดรอบสัญญาณไฟคงที่ แตมีการเปลี่ยนแปลงในบางชวงเวลาของวันตามปริมาณจราจรที่เปลี่ยนไป

4 lines
121.

สัญญาณไฟเปลี่ยนแปลงตามปริมาณ(Vehicle Actuated Operation) หมายถึงระบบการควบคุมที่กําหนดรอบสัญญาณไฟตามปริมาณจราจรที่เขาสูทางแยกในแตละทิศทางโดยสัญญาณไฟจราจรแตละจังหวะจะสอดคลองกับปริมาณจราจรในทิศทางนั้น ๆ โดยทั่วไปมี2 ระบบ คือ ระบบSemi-Actuated และ ระบบFully-Actuated

a)

ระบบSemi-Actuated

b)

ระบบFully-Actuated