Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ความรู้พื้นฐานการขาย

Total questions: 140

Worksheet time: 2hrs 33mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดกล่าวถึงความหมายของการขายได้ถูกต้อง

a)

การขายเป็นศิลปะการชักจูงให้ลูกค้าคิดหรือกระทำตามความคิดของนักขาย

b)

การขายเป็นการให้บริการชักจูงใจ และตอบสนองความต้องการให้เกิดความพึงพอใจแก่ผู้บริโภค

c)

การขายเป็นกิจกรรมทางธุรกิจที่ทุกคนได้พบในชีวิตประจำวันในฐานะผู้บริโภค

d)

การขายเป็นการชักจูงให้ผู้บริโภคมีความสนใจในสินค้าและบริการ

e)

การขายเป็นการสร้างความพึงพอใจจากการซื้อสินค้าและบริการ

2.

ข้อใดให้ความหมายของการขายตามวิวัฒนาการของการขายในอดีตได้ถูกต้อง

a)

การนำผลิตภัณฑ์ไปถึงลูกค้าเพื่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้า

b)

การวางแผน การบังคับบัญชา และการควบคุมงานการขายโดยใช้ตัวบุคคล

c)

การชักชวนหรือจูงใจให้คนต้องการสิ่งที่นักขายมีอยู่

d)

การวางแผนและการบริหารแนวความคิดเกี่ยวกับการขาย

e)

การจัดกิจกรรมทางธุรกิจที่ทุกคนได้พบในชีวิตประจำวันในฐานะผู้บริโภค

3.

ข้อใดมีความสัมพันธ์กับการขายมากที่สุด

a)

การให้บริการ

b)

การชักจูงใจ

c)

การติดต่อสื่อสาร

d)

การนำผลิตภัณฑ์ไปถึงลูกค้า

e)

การจัดกิจกรรมทางธุรกิจ

4.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

4 lines
5.

ข้อใดมีความสัมพันธ์กับการขายมากที่สุด

a)

การให้บริการ

b)

การชักจูงใจ

c)

การติดต่อสื่อสาร

d)

การนำผลิตภัณฑ์ไปถึงลูกค้า

e)

การจัดกิจกรรมทางธุรกิจ

6.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

การขายมีความสำคัญต่อทุกหน่วยงาน

b)

การขายเป็นหน้าที่ของนักขายเท่านั้น

c)

การขายมีความสำคัญต่อกิจการที่หวังผลกำไรเท่านั้น

d)

การขายมีความสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศมากกว่าในประเทศ

e)

การขายเป็นการวางแผนและการบริหารแนวคิดเกี่ยวกับการตั้งราคา

7.

"การขายมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ" ข้อความนี้มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ทำให้คนมีงานทำ

b)

ช่วยให้เกิดการพัฒนาทางการผลิต

c)

ช่วยให้คนในประเทศมีงานทำมากขึ้น

d)

ทำให้ช่วยลดปัญหาอาชญากรรมได้

e)

ทำให้กิจการดำเนินการครบวงจร

8.

การขายมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างไร

a)

ทำให้คนมีงานทำ

b)

ก่อให้เกิดการผลิต

c)

ทำให้กิจการดำเนินการครบวงจร

d)

ช่วยให้คนในประเทศมีรายได้มากขึ้น

e)

ทำให้กิจการมีรายได้มากขึ้น มั่นคงขึ้น

9.

"การขายหมายถึงการให้ความช่วยเหลือ" ข้อความนี้มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ช่วยให้ลูกค้าฉลาดขึ้น

b)

ช่วยลดต้นทุนในการผลิตของผู้ผลิต

c)

ช่วยให้ลูกค้ามีสินค้าบริโภคตลอดปี

d)

ช่วยให้ลูกค้าซื

10.

การขายหมายถึงการให้ความช่วยเหลือ ข้อความนี้มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ช่วยให้ลูกค้าฉลาดขึ้น

b)

ช่วยลดต้นทุนในการผลิตของผู้ผลิต

c)

ช่วยให้ลูกค้ามีสินค้าบริโภคตลอดปี

d)

ช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ตรงกับความต้องการ

e)

ช่วยให้คนในประเทศมีงานทำมากขึ้น

11.

ปริมาณสินค้าเพิ่มมากขึ้นในระบบการตลาดจะก่อให้เกิดผลทางธุรกิจตามข้อใด

a)

การลดการผลิตจากผู้ผลิต

b)

สินค้าจำหน่ายมากขึ้น

c)

การแข่งขันทางการขาย

d)

การต่อต้านจากผู้บริโภค

e)

การขายทำให้มีการเพิ่มค่าใช้จ่าย

12.

การขายทำให้ผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปรู้จักสินค้าและเกิดความต้องการสินค้า ข้อความดังกล่าวมีความสำคัญด้านใด

a)

ด้านระบบเศรษฐกิจ

b)

ด้านระบบสังคม

c)

ด้านการตอบสนอง

d)

ด้านจิตวิทยา

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 2.

13.

หากผู้เรียนเป็นนักธุรกิจในกลุ่มประชาคมอาเซียน หลักการขายเรื่องใดควรนำมาใช้ในการเริ่มต้นธุรกิจ

a)

การบริการ

b)

การบริการหลังการขาย

c)

การติดตามผลการให้บริการ

d)

การเข้าพบลูกค้า เสนอขาย และสาธิต

e)

การเพิ่มยอดจำหน่ายให้แก่กิจการ

14.

ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้

4 lines
15.

ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดการตลาด

a)

มีสินค้าและตรายี่ห้อ

b)

มีบริการหลังการขาย

c)

มีสินค้าและราคา

d)

มีโฆษณาและสินค้า

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 2.

16.

ข้อใดเป็นความสำคัญของการตลาดที่มีต่อระบบเศรษฐกิจ

a)

ผู้บริโภคมีความรอบรู้ในการเลือกสินค้า

b)

เกิดรายได้แก่องค์กรและสร้างกำไร

c)

เกิดการหมุนเวียนของปัจจัยการผลิตมากขึ้น

d)

เกิดการเคลื่อนย้ายสินค้ารวดเร็วทันต่อความต้องการ

e)

เกิดการศึกษาสภาวะทั่วไปของผลิตภัณฑ์

17.

แนวความคิดในการจัดจำหน่ายสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดตรงกับข้อใด

a)

มุ่งเน้นการผลิต

b)

มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์

c)

มุ่งเน้นการขาย

d)

มุ่งเน้นการตลาด

e)

มุ่งการยอมรับของสังคม

18.

แนวความคิดด้านใดที่นักธุรกิจเน้นถึงการปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์เพื่อนำออกขายในตลาด

a)

มุ่งเน้นการขาย

b)

มุ่งเน้นสังคม

c)

มุ่งเน้นการตลาด

d)

มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์

e)

มุ่งเน้นการเงิน

19.

แนวความคิดที่ธุรกิจนิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบันคือข้อใด

(a)  

20.

แนวความคิดที่ธุรกิจนิยมใช้มากที่สุดในปัจจุบันคือข้อใด

a)

มุ่งเน้นสังคม

b)

มุ่งเน้นการขาย

c)

มุ่งเน้นการตลาด

d)

มุ่งเน้นผลิตภัณฑ์

e)

มุ่งเน้นกระบวนการธุรกิจ

21.

การจัดหาสินค้าจากแหล่งผลิตหรือแหล่งจำหน่ายเพื่อนำไปสนองความต้องการของผู้บริโภคตรงกับข้อใด

a)

การซื้อ

b)

การขนส่ง

c)

การขาย

d)

การเก็บรักษา

e)

การลงทุน

22.

การซื้อ การขาย การขนส่ง การจัดมาตรฐานสินค้า และการเก็บรักษา เป็นการศึกษาการตลาดจากข้อใด

a)

การบริหาร การจัดการ

b)

การบริหารสินค้า

c)

หน้าที่ทางการตลาด

d)

การบริหารการขาย

e)

ถูกทุกข้อ

23.

ข้อใดคือการส่งเสริมการตลาดโดยใช้พนักงานขาย

a)

การจัดจำหน่าย

b)

การโฆษณา ประชาสัมพันธ์

c)

การสร้างตลาดเป้าหมาย

d)

การบริหารการขาย

e)

การศึกษาวิเคราะห์ข้อมูล

24.

ข้อใดเป็นวิธีที่จะสื่อข้อความทางการตลาดได้มากที่สุด

a)

การจัดหาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

b)

การจัดระบบการขนส่งให้เหมาะสมและมีคุณภาพ

c)

การกำหนดมาตรฐานสินค้า

d)

การวิจัยตลาด

e)

การโฆษณา

25.

ใดเป็นวิธีที่จะสื่อข้อความทางการตลาดได้มากที่สุด

a)

การจัดหาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

b)

การจัดระบบการขนส่งให้เหมาะสมและมีคุณภาพ

c)

การกำหนดมาตรฐานสินค้า

d)

การวิจัยตลาด

e)

การโฆษณา

26.

หน้าที่ของตลาดในข้อใดที่เป็นการอำนวยความสะดวกและเพื่อลดความเสี่ยงของธุรกิจมากที่สุด

a)

การจัดประกันอุบัติภัย

b)

การจัดบริการด้านสินเชื่อ

c)

การจัดบริการให้การซ่อมแซม

d)

การบรรจุหีบห่อใหม่

e)

ถูกทุกข้อ

27.

ข้อใดคืองานสำคัญของนักขายในร้านขายปลีก

a)

การขายสินค้า

b)

การบริการลูกค้า

c)

การช่วยเหลือลูกค้า

d)

การจัดแสดงสินค้าในร้าน

e)

การให้ความรู้ด้านการส่งเสริมการขายแก่ลูกค้า

28.

คนกลางที่มีกรรมสิทธิ์ในสินค้าที่ตนจำหน่าย มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ตัวแทนผู้ผลิต

b)

ตัวแทนขาย

c)

พ่อค้าคนกลาง

d)

ตัวแทนจำหน่าย

e)

ตัวแทนผลิต

29.

คนกลางที่ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากที่สุดคือข้อใด

a)

พ่อค้าส่ง

b)

พ่อค้าปลีก

c)

นักขายตามบ้าน

d)

นักขายฝ่ายบริการ

e)

นักขายในอุตสาหกรรม

30.

ผู้บริโภคคนสุดท้ายมีความสัมพันธ์กับตัวแทนประเภทใดมากที่สุด

a)

พ่อค้าส่ง

b)

พ่อค้าปลีก

c)

ตัวแทนจำหน่าย

d)

ตัวแทนผู้บร

31.

ผู้บริโภคคนสุดท้ายมีความสัมพันธ์กับตัวแทนประเภทใดมากที่สุด

a)

พ่อค้าส่ง

b)

พ่อค้าปลีก

c)

ตัวแทนจำหน่าย

d)

ตัวแทนผู้บริโภค

e)

ตัวแทนผู้ผลิต

32.

ข้อใดคืองานขายปลีก

a)

เก่งขายสินค้าจำนวนมากเพื่อนำไปขายต่อ

b)

กวางขายสินค้าที่มีขั้นตอนที่สั้นที่สุด

c)

ก้อยขายสินค้าที่ผ่านตัวแทนขาย

d)

กุ้งขายสินค้าครั้งละไม่มาก

e)

กบขายสินค้าประเภททุน เพื่อนำไปผลิตสินค้า

33.

ข้อใดคืองานขายอุตสาหกรรม

a)

หัวหอมขายสินค้าจำนวนมากเพื่อนำไปขายต่อ

b)

ต้นหอมขายสินค้าที่มีขนาดใหญ่ และมีราคาแพง

c)

ข้าวหอมขายสินค้าที่ผ่านตัวแทนประเภทต่างๆ

d)

เทียนหอมขายสินค้าครั้งละไม่มาก

e)

หอมใหญ่ขายสินค้าประเภททุน เพื่อนำไปผลิตสินค้า

34.

ผู้ใดเป็นนักขายตามเส้นทาง

a)

พุฒิพัฒน์ประกอบอาชีพเป็นนักขายปลีก

b)

ปวรรุฒิประกอบอาชีพเป็นนักขายฝ่ายบริการ

c)

รณพีร์ประกอบอาชีพเป็นนักขายส่ง

d)

รัชชานนท์ประกอบอาชีพเป็นนักขายในอุตสาหกรรม

e)

ธราธรประกอบอาชีพเป็นนักขายบุกเบิก

35.

นักขายในข้อใดมุ่งการเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด

a)

นักขายปลีก

b)

นักขายฝ่ายบริการ

c)

นักขายส่ง

d)

นักขายในอุตสาหกรรม

36.

นักขายในข้อใดมุ่งการเข้าถึงลูกค้ามากที่สุด

a)

นักขายปลีก

b)

นักขายฝ่ายบริการ

c)

นักขายส่ง

d)

นักขายในอุตสาหกรรม

e)

นักขายบุกเบิก

37.

ข้อใดเป็นลักษณะการขายที่เข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด

a)

ปัทมนันท์ขายสินค้าโดยไม่ใช้นักขายช่วยเหลือ

b)

จิรายุศขายสินค้าโดยเครื่องจักรอัตโนมัติ

c)

สุจินดาจัดสินค้าให้ดึงดูดความสนใจลูกค้า

d)

ศรัญญาขายสินค้าโดยจัดทำใบปลิวแจกตามบ้าน

e)

สุวดีจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ลด แลก แจก แถม

38.

ตัวแทนขายประเภทใดมีมากที่สุด

a)

พ่อค้าส่ง

b)

พ่อค้าปลีก

c)

ตัวแทนจำหน่าย

d)

ตัวแทนผู้ผลิต

e)

นักขายตามบ้าน

39.

ข้อใดกล่าวถึงธรรมชาติของมนุษย์ได้ถูกต้อง

a)

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม

b)

มนุษย์ชอบเอาชนะ

c)

มนุษย์ชอบแก่งแย่งชิงดีกัน

d)

มนุษย์ชอบโอ้อวด

e)

มนุษย์ชอบเห็นแก่ตัว

40.

สาเหตุหลักที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างกัน คือข้อใด

a)

การศึกษาและการเลี้ยงดู

b)

พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

c)

เศรษฐกิจและค่านิยม

d)

ศีลธรรมและจริยธรรม

e)

ถูกทุกข้อ

41.

IQ (Intelligence Quotient) หมายถ

4 lines
42.

สาเหตุหลักที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่างกัน คือข้อใด

a)

การศึกษาและการเลี้ยงดู

b)

พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

c)

เศรษฐกิจและค่านิยม

d)

ศีลธรรมและจริยธรรม

e)

ถูกทุกข้อ

43.

IQ (Intelligence Quotient) หมายถึงข้อใด

a)

วุฒิภาวะทางอารมณ์

b)

ความสามารถในการคิด การกระทำ และการแก้ปัญหาของบุคคล

c)

ความถนัดและความสนใจของบุคคล

d)

บุคลิกภาพ

e)

ธรรมชาติของมนุษย์

44.

EQ (Emotion Quotient) หมายถึงข้อใด

a)

วุฒิภาวะทางอารมณ์

b)

ความสามารถในการคิด การกระทำ และการแก้ปัญหาของบุคคล

c)

ความถนัดและความสนใจของบุคคล

d)

บุคลิกภาพ

e)

ธรรมชาติของมนุษย์

45.

ความต้องการด้านใดสำคัญต่อมนุษย์มากที่สุด

a)

ด้านร่างกาย

b)

ด้านสังคม

c)

ด้านจิตใจ

d)

ด้านอารมณ์

e)

ด้านอสังหาริมทรัพย์

46.

บุคลิกภาพแบบใดเหมาะกับงานขาย

a)

กล้าได้กล้าเสีย

b)

มีความคิดสร้างสรรค์

c)

สุขุม รอบคอบ

d)

มีมนุษยสัมพันธ์

e)

ไม่มีข้อใดถูก

47.

อิทธิพลในข้อใดที่ส่งผลต่อการเกิดบุคลิกภาพมากที่สุด

a)

การศึกษาและเศรษฐกิจ

b)

การอบรมเลี้ยงดู

c)

ประสบการณ์

d)

พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

e)

เพื่อน

48.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

บุคลิกภาพของบุคคลสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้

b)

ผู้ที่มี

49.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

บุคลิกภาพของบุคคลสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้

b)

ผู้ที่มีบุคลิกภาพดีคือผู้ที่เอาใจผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา

c)

บุคคลที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพกล้าได้กล้าเสีย

d)

พวกที่มีบุคลิกภาพด้อยมักจะผสมผสานกลมกลืนไปกับคนส่วนใหญ่

e)

อิทธิพลที่ส่งผลต่อการเกิดบุคลิกภาพมากที่สุด คือ การศึกษาและเศรษฐกิจ

50.

ข้อใดคือทฤษฎีพัฒนาการด้านบุคลิกภาพของซิกมันด์ ฟรอยด์

a)

บุคลิกภาพแบบเด่น-ด้อย

b)

ทฤษฎีจิตวิเคราะห์

c)

บุคลิกภาพแบบเก็บตัว-แสดงตัว

d)

ทฤษฎีแรงจูงใจ

e)

ทฤษฎีบุคลิกภาพที่แบ่งตามลักษณะของพฤติกรรม

51.

ข้อใดไม่ใช่การพัฒนาตนเอง

a)

หมี่รู้จักการสำรวจตนเอง

b)

โบแต่งกายสวยงาม สะอาด เรียบร้อย

c)

แหม่มสร้างสถานการณ์ให้ตนเองดูดีในสายตาเพื่อนร่วมงาน

d)

ฝนรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา

e)

ก้อยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องตามระเบียบของหน่วยงาน

52.

ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อชื่อเสียงของกิจการตรงกับข้อใด

a)

ผู้บริหารทุกคน

b)

เจ้าของกิจการ

53.

ผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อชื่อเสียงของกิจการตรงกับข้อใด

a)

ผู้บริหารทุกคน

b)

เจ้าของกิจการ

c)

นักขายของกิจการ

d)

ทุกคนที่เป็นสมาชิกของกิจการ

e)

นักขาย

54.

สิ่งแรกที่นักขายควรรู้เกี่ยวกับกิจการคือข้อใด

a)

สถานที่ตั้งกิจการ

b)

เงินทุนของกิจการ

c)

นโยบายของกิจการ

d)

ชื่อเจ้าของกิจการ

e)

รายได้ของนักขาย

55.

ข้อใดคือสิ่งที่ที่นักขายไม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับกิจการ

a)

ประวัติของผู้บริหารงานขาย

b)

ประวัติความเป็นมาของกิจการ

c)

ลักษณะของกิจการ

d)

ลักษณะการจัดองค์กร

e)

แหล่งเงินทุน

56.

หากผู้เรียนและเพื่อนรวมกลุ่มกันได้ 7 คน ต้องการประกอบธุรกิจโดยร่วมลงทุนคนละ 100,000 บาท ผู้เรียนควรทำธุรกิจประเภทใด

a)

เจ้าของคนเดียว

b)

ห้างหุ้นส่วน

c)

บริษัทจำกัด

d)

สหกรณ์

e)

บริษัทมหาชนจำกัด

57.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่ต้องจดทะเบียนการค้า

b)

ห้างหุ้นส่วนสามัญต้องจดทะเบียนการค้า

c)

ห้างหุ้นส่วนสามัญเหมือนห้างหุ้นส่วนจำกัด

d)

การประกอบกิจการห้างหุ้นส่วนประกอบด้วยบุคคลต

58.

ใดต่อไปนี้กล่าวถูกต้อง

a)

ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่ต้องจดทะเบียนการค้า

b)

ห้างหุ้นส่วนสามัญต้องจดทะเบียนการค้า

c)

ห้างหุ้นส่วนสามัญเหมือนห้างหุ้นส่วนจำกัด

d)

การประกอบกิจการห้างหุ้นส่วนประกอบด้วยบุคคลตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป

e)

ห้างหุ้นส่วนมีสัญญาระหว่างบุคคล 2-20 คน

59.

หากผู้เรียนต้องการประกอบธุรกิจประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด คุณลักษณะของธุรกิจในข้อใดที่ต้องรู้

a)

ไม่ต้องจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

b)

มีสภาพเป็นนิติบุคคล

c)

หุ้นส่วนทุกคนเป็นผู้จัดการได้

d)

เป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดเพียงประเภทเดียว

e)

กรรมการบริษัทมีหน้าที่บริหารงาน

60.

เอทำธุรกิจประเภทสหกรณ์ร้านค้าและบีทำธุรกิจประเภทห้างหุ้นส่วนสามัญ ข้อใดไม่ใช่ข้อแตกต่างของธุรกิจทั้ง 2 ประเภท

a)

วัตถุประสงค์ไม่หวังผลกำไร

b)

สมาชิกสหกรณ์ 1 คน มีสิทธิ์ออกเสียง 1 เสียง

c)

สมาชิกสหกรณ์ได้รับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลเท่านั้น

d)

คณะกรรมการสหกรณ์ต้องมาจากสมาชิกเท่านั้น

e)

มีวัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน

61.

ข้อใดคือข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์

a)

ประสิทธิภาพการทำงานดี

b)

กลยุทธ์ทางการตลาดเหนือธุรกิจอื่น

c)

ภาพลักษณ์เหมือนธุรกิจขนาดใหญ่

d)

กลยุทธ์ทางการโฆษณา

62.

ข้อใดคือข้อดีของธุรกิจแฟรนไชส์

a)

ประสิทธิภาพการทำงานดี

b)

กลยุทธ์ทางการตลาดเหนือธุรกิจอื่น

c)

ภาพลักษณ์เหมือนธุรกิจขนาดใหญ่

d)

กลยุทธ์ทางการโฆษณาเหนือธุรกิจอื่น

e)

ผลกำไรให้ผู้บริหารเป็นผู้ชี้ขาด

63.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

นักขายไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใครเริ่มก่อตั้งกิจการ

b)

นักขายไม่ควรพูดถึงนักขายเก่าๆ ของกิจการกับลูกค้า

c)

นักขายไม่จำเป็นต้องรู้ว่ากิจการมียอดขายปีละเท่าไร

d)

นักขายไม่ควรบอกลูกค้าว่าปีที่แล้วกิจการจ่ายโบนัสเท่าใด

e)

ถูกทุกข้อ

64.

ปัทต้องการประกอบธุรกิจประเภทแฟรนไชส์ ควรหาความรู้จากแหล่งใดมากที่สุด

a)

การฝึกอบรม

b)

การบอกเล่า

c)

รายงานประจำปี

d)

สอบถามจากผู้บังคับบัญชา

e)

นักขาย

65.

ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าไม่ได้วางแผนการซื้อ แต่เมื่อพบเห็นแล้วเกิดความต้องการในการซื้อ คิือผลิตภัณฑ์ประเภทใด

a)

ผลิตภัณฑ์สะดวกซื้อ

b)

ผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจง

c)

ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อโดยแรงกระตุ้น

d)

ผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบ

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และ 2.

66.

ข้อใดคือวัตถุดิบประเภทอุตสาหกรรมที่ได้จากธรรมชาติ

(a)  

67.

ข้อใดคือวัตถุดิบประเภทอุตสาหกรรมที่ได้จากธรรมชาติ

a)

สมุนไพรไทย

b)

ผลไม้ชาวสวน

c)

ผักสวนครัว

d)

หิน ทราย กรวด

e)

ปุ๋ยหมัก

68.

ข้อใดไม่ใช่ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

a)

เครื่องจักร

b)

วัตถุดิบ

c)

เสื้อผ้าสำเร็จรูป

d)

เคมีภัณฑ์

e)

ปุ๋ยเคมี

69.

หากผู้เรียนต้องการซื้อผลิตภัณฑ์เฉพาะเจาะจง ผู้เรียนควรพิจารณาตามข้อใด

a)

สินค้าที่มีราคาต่ำและไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามแฟชั่น

b)

สินค้าที่ผู้บริโภคมีข้อมูลเป็นอย่างดีในการซื้อและหาซื้อได้ง่าย

c)

สินค้าที่ผู้บริโภคมีความจงรักภักดีในตราสินค้าและใช้เวลานานในการตัดสินใจซื้อ

d)

เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคยังไม่รู้จักและยังไม่ต้องการ

e)

ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เกิดความชอบเมื่อแรกเห็น

70.

ข้อใดไม่ใช่สินค้าที่ลูกค้าซื้อเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองและครอบครัว

a)

เครื่องมือช่างอุตสาหกรรม

b)

เสื้อผ้าสำเร็จรูป

c)

เคมีภัณฑ์

d)

อาหารสำเร็จรูป

e)

เครื่องสำอาง

71.

หากปัทมนันท์ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อนำไปอุปโภคบริโภค ควรพิจารณาข้อใด

a)

หาซื้อได้สะดวก

b)

ซื้อปริมาณมากเพื่อได้ส่วนลดมากๆ

c)

ซื้อมาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบ

d)

ราคาแพง

e)

ซื้อปริมาณจำกัด

72.

"นักขายที่มีความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์จะช่วยให้การขายบรรลุวัตถุประสงค์" ข้อความนี้ตรงกับข้อใด

a)

บริการลูกค้ารวดเร็วขึ้น

b)

ยอดขายสูงขึ้นและมีรายได้ดี

c)

มีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งงานที่สูงขึ้น

d)

ตอบคำถามและข้อโต้แย้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

e)

ถูกทุกข้อ

73.

ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มีความหมายตรงกับข้อใด

a)

ตลาดของสินค้า

b)

ส่วนประกอบของสินค้า

c)

วิธีการใช้ประโยชน์จากสินค้า

d)

ประโยชน์และความจำเป็นของสินค้า

e)

รู้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค

74.

หากผู้เรียนเป็นนักขายใหม่ ข้อมูลเบื้องต้นที่นักขายใหม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์คือข้อใด

a)

นโยบายการขาย

b)

ความต้องการของลูกค้า

c)

ค่าตอบแทนจากการขายสินค้า

d)

ความเป็นมาและประเภทสินค้า

e)

ถู

75.

กผู้เรียนเป็นนักขายใหม่ ข้อมูลเบื้องต้นที่นักขายใหม่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์คือข้อใด

a)

นโยบายการขาย

b)

ความต้องการของลูกค้า

c)

ค่าตอบแทนจากการขายสินค้า

d)

ความเป็นมาและประเภทสินค้า

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 2.

76.

แหล่งข้อมูลที่ให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ดีที่สุดตรงกับข้อใด

a)

คู่มือขาย

b)

ตัวสินค้า

c)

คู่มือสินค้า

d)

การอบรม

e)

ผู้ผลิตสินค้า

77.

สาเหตุที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าเพราะสาเหตุใด

a)

ความเฉลียวฉลาดของลูกค้าเอง

b)

การแนะนำของนักขาย

c)

การให้เหตุผลของนักขาย

d)

การแนะนำและให้เหตุผลของนักขาย

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 4.

78.

ข้อใดมีความสำคัญที่สุดในกิจกรรมการขาย

a)

ร้านค้า

b)

สินค้า

c)

ลูกค้า

d)

นักขาย

e)

ตัวแทนขาย

79.

นักขายควรใช้วิธีใดในการเสนอขายสินค้าให้ลูกค้าที่ใจร้อน

a)

เป็นผู้ฟังที่ดีและให้การยกย่องชมเชยลูกค้า

b)

อดทนและให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น

c)

ใช้หลักฐานการรับประกันสินค้าพร้อมข้อมูลสินค้า

d)

ใจเย็นและให้เหตุผลเสนอเฉพาะจุดที่เป็นประเด็นสำคัญของสินค้า

e)

ถูกทุกข้อ

80.

การซื้อเครื่องกันขโมยเป็นการซื้อโดยใช้แรงจูงใจข้อใด

4 lines
81.

การซื้อเครื่องกันขโมยเป็นการซื้อโดยใช้แรงจูงใจข้อใด

a)

ความปลอดภัย

b)

ความสุข

c)

ความสมหวัง

d)

ได้รับการยกย่อง

e)

ปัจจัย 4

82.

ข้อใดมีผลต่อการซื้อสินค้าของลูกค้าที่มีความลังเลใจ

a)

ความต้องการการยอมรับ

b)

การสนับสนุนของกิจการ

c)

แรงจูงใจเพื่อให้เกิดความพอใจ

d)

หน้าที่และความรับผิดชอบ

e)

แรงจูงใจในการขายสินค้า

83.

ถ้านักขายต้องการขายสินค้าให้ลูกค้าประเภทวัยรุ่นควรใช้แรงจูงใจข้อใด

a)

ความเด่น

b)

ราคาประหยัด

c)

บริการหลังการขาย

d)

ประสิทธิภาพของสินค้า

84.

ข้อใดไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่นักขายต้องรู้

a)

ความต้องการของลูกค้า

b)

ข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า

c)

ลักษณะสินค้าของคู่แข่ง

d)

สินค้าที่ใช้ส่วนตัวประเภทอื่นของลูกค้า

e)

ประวัติสินค้า

85.

การขายสินค้าให้กับลูกค้าที่มีความต้องการในข้อใดมีความยากที่สุด

a)

ความต้องการความสำเร็จ

b)

ความต้องการทางด้านการยกย่อง

c)

ความต้องการการยอมรับ

d)

ความต้องการความปลอดภัย

86.

การขายสินค้าให้กับลูกค้าที่มีความต้องการในข้อใดมีความยากที่สุด

a)

ความต้องการความสำเร็จ

b)

ความต้องการทางด้านการยกย่อง

c)

ความต้องการการยอมรับ

d)

ความต้องการความปลอดภัย

e)

ความต้องการทางปัจจัย 4

87.

การดำเนินการขายให้มีประสิทธิภาพ นักขายควรเริ่มดำเนินงานข้อใดเป็นขั้นตอนแรก

a)

ขั้นกระทำ

b)

ขั้นสนใจ

c)

ขั้นสะดุดใจ

d)

ขั้นเชื่อมั่น

e)

ขั้นปิดการขาย

88.

นักขายต้องเสริมสร้างความพอใจให้กับลูกค้าและทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจเพื่อที่จะได้กลับมาซื้อใหม่ตรงกับลำาดับขั้นในการตัดสินใจซื้อข้อใด

a)

ขั้นกระทำ

b)

ขั้นความพอใจ

c)

ขั้นสะดุดใจ

d)

ขั้นเชื่อมั่น

e)

ขั้นปิดการขาย

89.

ข้อใดเป็นข้อมูลที่นักขายควรรู้

a)

การแข่งขันทำให้ระบบเศรษฐกิจปั่นป่วน

b)

การแข่งขันทำให้เกิดอุปสรรคต่อการลงทุน

c)

การแข่งขันทำให้เศรษฐกิจขยายตัว

d)

การแข่งขันทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากร

e)

ถูกทั้งข้อ 1. ละข้อ 2.

90.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

คู่แข่งขัน หมายถึง ผู้ขายสินค้าคนละประเภท

b)

คู่แข่งขัน หมายถึง ผู้ผลิตคนเดียวกัน

c)

คู่แข่งขัน หมายถึง ผู้ขายสินค้าชนิดเดียวกัน

d)

คู่แข่งขั

91.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

คู่แข่งขัน หมายถึง ผู้ขายสินค้าคนละประเภท

b)

คู่แข่งขัน หมายถึง ผู้ผลิตคนเดียวกัน

c)

คู่แข่งขัน หมายถึง ผู้ขายสินค้าชนิดเดียวกัน

d)

คู่แข่งขัน หมายถึง ผู้ตั้งราคาขายเท่ากัน

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 3.

92.

ข้อใดคือคู่แข่งขันทางการค้า

a)

แป้งจอห์นสัน-แป้งตรางู

b)

เนสกาแฟ-โอวัลติน

c)

ไอศกรีมวอลล์-ไอศกรีมเนสท์เล่

d)

นมตราหมี-นมตรามะลิ

e)

ชาอิชิตัน-ชาตรามือ

93.

เพราะเหตุใดจึงเกิดการแข่งขันทางธุรกิจ

a)

ต้องการทำลายคู่แข่งขัน

b)

ต้องการผลิตสินค้าใหม่

c)

ต้องการผูกขาดการขายสินค้า

d)

ต้องการมีลูกค้าและขายสินค้ามากขึ้น

e)

ต้องการลูกค้าของคู่แข่งขัน

94.

สินค้าที่มีคู่แข่งขันมากมีผลดีโดยตรงต่อลูกค้าอย่างไร

a)

ทำให้มีงานทำและรายได้ดี

b)

เศรษฐกิจขยายตัวเพราะผลิตมากขึ้น

c)

มีสินค้าคุณภาพดีและราคาถูก

d)

มีการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์แปลกใหม่มากขึ้น

e)

ลูกค้าได้ซื้อสินค้าในราคาที่ถูกกว่าเดิม

95.

การที่นักขายมีความรู้เกี่ยวกับคู่แข่งขันทำให้เกิดประโยชน์ในข้อใด

a)

สร้างความมั่นใจ

b)

เพิ่มยอดขายมากขึ้น

c)

สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง

d)

รู้จักเพื่อนนักขายมากขึ้น

96.

การที่นักขายมีความรู้เกี่ยวกับคู่แข่งขันทำให้เกิดประโยชน์ในข้อใด

a)

สร้างความมั่นใจ

b)

เพิ่มยอดขายมากขึ้น

c)

สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง

d)

รู้จักเพื่อนนักขายมากขึ้น

e)

สร้างคู่แข่งขันทางธุรกิจ

97.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

การแข่งขันทำให้สินค้ามีราคาสูงขึ้น

b)

การแข่งขันทำให้ลูกค้าเสียประโยชน์

c)

นักขายควรโจมตีคู่แข่งขันเพราะถือเป็นโอกาส

d)

ลูกค้าของคู่แข่งขันสามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งขันได้เป็นอย่างดี

e)

ไม่มีข้อใดถูก

98.

หากผู้เรียนเป็นนักขายรายใหม่ ข้อใดคือสิ่งแรกที่ควรรู้เกี่ยวกับคู่แข่งขัน

a)

ผู้ก่อตั้งกิจการ

b)

การขยายสาขาของคู่แข่งขัน

c)

ขนาดของตลาดคู่แข่งขัน

d)

ประวัติความเป็นมาของคู่แข่งขัน

e)

ราคาสินค้าของคู่แข่งขัน

99.

นักขายทดลองใช้สินค้าของคู่แข่งขันทำให้เกิดผลข้อใด

a)

รู้ประสิทธิภาพของสินค้าคู่แข่งขัน

b)

รู้ราคาต้นทุนของสินค้าคู่แข่งขัน

c)

รู้ยอดขายโดยประมาณของคู่แข่งขัน

d)

รู้วัตถุดิบและวิธีการผลิตสินค้าของคู่แข่งขัน

e)

ประมาณการค่าใช้จ่ายของคู่แข่งขันได้

100.

ข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งขันข้อใดที่นักขายสามารถหาได้ง่ายที่สุด

a)

ห้องสมุดประชาชน

b)

ลูกค้า

101.

รู้วัตถุดิบและวิธีการผลิตสินค้าของคู่แข่งขัน

4 lines
102.

ประมาณการค่าใช้จ่ายของคู่แข่งขันได้

4 lines
103.

ข้อมูลเกี่ยวกับคู่แข่งขันข้อใดที่นักขายสามารถหาได้ง่ายที่สุด

a)

ห้องสมุดประชาชน

b)

ลูกค้าของคู่แข่งขัน

c)

สินค้าของคู่แข่งขัน

d)

สอบถามจากนักขาย

e)

สื่อสิ่งพิมพ์

104.

บุคลิกภาพหมายถึงข้อใด

a)

พฤติกรรมภายนอกที่สามารถมองเห็น

b)

ลักษณะเฉพาะของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน

c)

ความประทับใจที่ลูกค้าจะได้รับจากบุคลิกภาพของนักขาย

d)

ลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลที่ได้ปรับปรุงให้เหมาะสมกับงาน

e)

ไม่มีข้อใดถูก

105.

นักขายควรมีคุณสมบัติข้อใดจึงสามารถสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าได้

a)

มีความจริงใจ

b)

มีความซื่อสัตย์

c)

มีบุคลิกภาพดี

d)

มีมนุษยสัมพันธ์ดี

e)

มีการศึกษาที่ดี

106.

บุคลิกภาพนักขาย หมายถึงข้อใด

a)

ลักษณะเฉพาะของแต่ละคนซึ่งไม่เหมือนกัน

b)

ลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคลที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับงานขาย

c)

พฤติกรรมภายนอกและพฤติกรรมภายในของนักขาย

d)

พฤติกรรมภายนอกและพฤติกรรมภายในของนักขายที่ถูกปรับเปลี่ยน

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 2.

107.

บุคลิกภาพนักขายเกิดขึ้นได้อย่างไร

(a)  

108.

พฤติกรรมภายนอกและพฤติกรรมภายในของนักขาย

4 lines
109.

พฤติกรรมภายนอกและพฤติกรรมภายในของนักขายที่ถูกปรับเปลี่ยน

4 lines
110.

บุคลิกภาพนักขายเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

มีมาแต่กำเนิดและมีการปรับปรุงแก้ไข

b)

มีมาแต่กำเนิดไม่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข

c)

ไม่มีมาแต่กำเนิด แต่ต้องสร้างขึ้นมาในภายหลัง

d)

การอบรมก่อนการขาย

111.

คุณสมบัติข้อใดของนักขายที่จูงใจลูกค้าเมื่อแรกพบ

a)

การพูด

b)

รอยยิ้ม

c)

รูปร่าง

d)

ความมีน้ำใจ

e)

การเตรียมความพร้อมที่ดี

112.

ลูกค้าต้องการซื้อสินค้ากับนักขายที่มีลักษณะตรงกับข้อใด

a)

เคร่งขรึม จริงจัง และน่าศรัทธา

b)

เพิ่มผลประโยชน์ให้สมำ่าเสมอ

c)

ซื่อสัตย์ สุภาพ และร่าเริงแจ่มใส

d)

เฮฮาและร่วมสังสรรค์กับลูกค้าได้ทุกโอกาส

e)

ยิ้มแย้มแจ่มใสและมีไหวพริบที่ดี

113.

ข้อใดมีความหมายตรงกับการแต่งกายดีของนักขาย

a)

เสื้อผ้าราคาแพง

b)

เข้าชุดกับเครื่องประดับ

c)

แต่งกายตามกาลเทศะ

d)

ไม่เลียนแบบใคร

e)

ไม่มีข้อใดถูก

114.

นักขายสินค้าอุตสาหกรรมควรแต่งกายตามลักษณะใด

a)

สะอาด สุภาพ ประณีต

b)

สะอาด สุภาพ ประหยัด ประณีต

c)

สะอาด สุภาพ ประณีต หรูหรา

115.

นักขายสินค้าอุตสาหกรรมควรแต่งกายตามลักษณะใด

a)

สะอาด สุภาพ ประณีต

b)

สะอาด สุภาพ ประหยัด ประณีต

c)

สะอาด สุภาพ ประณีต หรูหรา

d)

สะอาด สุภาพ ประหยัด ประทับใจ

e)

สะอาด ประณีต ประทับใจ

116.

คุณสมบัติข้อใดที่สามารถถ่ายทอดจากนักขายไปสู่ลูกค้าได้

a)

ความสนใจ

b)

ความจริงใจ

c)

ความร่วมมือ

d)

ความแนบเนียน

e)

ไม่มีข้อใดถูก

117.

คุณสมบัติของนักขายข้อใดที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด

a)

ความสนใจ

b)

ความจริงใจ

c)

ความร่วมมือ

d)

ความซื่อสัตย์สุจริต

e)

ความสวยและความน่ารัก

118.

สิ่งใดจำเป็นที่สุดกับการประกอบอาชีพนักขาย

a)

หน้าตาและรูปร่างดี

b)

ความมีมนุษยสัมพันธ์ดี

c)

นำเสนอเฉพาะสินค้าคุณภาพและราคาสูง

d)

ให้คำแนะนำและช่วยลูกค้าตัดสินใจได้

e)

ตอบคำถามที่ลูกค้าสงสัยได้ถูกต้อง

119.

ข้อใดเป็นปัจจัยสนับสนุนของการประกอบอาชีพการขาย

a)

ก้าวหน้าได้เร็วตามความตั้งใจ

b)

รู้จักกับบุคคลได้มาก

c)

เป็นงานอิสระและรายได้ดี

d)

ขายสินค้าได้หลายชนิดในเวลาเดียวกัน

e)

เงินและสวัสดิการ

120.

คุณสมบัติข้อใดของนักขายที่จูงใจลูกค้าตั้งแต่แรกพบ

a)

รอยยิ้ม

b)

การพูดจา

c)

รูปร่าง

d)

ความมีน้ำใจ

e)

ถูกทุกข้อ

121.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบที่ทำให้อาชีพการขายประสบผลสำเร็จ

a)

มีจรรยาบรรณในอาชีพ

b)

สร้างจุดเด่นให้กับตนเอง

c)

การทำให้คู่แข่งขันไม่มีทางสู้

d)

ลูกค้าสนับสนุน

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 2.

122.

หากผู้เรียนต้องการเป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จ ผู้เรียนต้องมีลักษณะเช่นใด

a)

พูดเก่ง แต่งตัวดี

b)

มีเพื่อนมาก หมั่นหาประสบการณ์

c)

ขยัน อดทน เชื่อมั่นในตนเอง

d)

มีเงินทุน ทำงานหลายที่

e)

ถูกทุกข้อ

123.

นักขายควรมีคุณสมบัติข้อใดจึงจะสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้

a)

มีบุคลิกภาพดี

b)

มีมนุษยสัมพันธ์

c)

มีความซื่อสัตย์

d)

มีบริการดี

e)

มีรอยยิ้มประทับใจลูกค้า

124.

ข้อใดคือหน้าที่ของนักขายหน้าใหม่

a)

เป็นผู้แสวงหากำไร

b)

เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่ลูกค้า

c)

ออกแบบและจัดส่งสินค้า

d)

สรุปรายได้เป็นรายเดือนแก่เจ้าของกิจการ

125.

ข้อใดคือหน้าที่ของนักขายหน้าใหม่

a)

เป็นผู้แสวงหากำไร

b)

เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำแก่ลูกค้า

c)

ออกแบบและจัดส่งสินค้า

d)

สรุปรายได้เป็นรายเดือนแก่เจ้าของกิจการ

e)

เป็นผู้แสวงหาลูกค้าด้วยตนเอง

126.

ลักษณะของนักขายที่ดีตรงกับข้อใด

a)

พูดได้

b)

พูดเก่ง

c)

พูดน้อย

d)

พูดมาก

e)

พูดตรง

127.

หากผู้เรียนมีภาระงานทางด้านการจัดองค์กรขายและการตลาด ผู้เรียนควรอยู่ในตำแหน่งใด

a)

ผู้จัดการฝ่ายขาย

b)

ผู้จัดการแผนก

c)

หัวหน้าหน่วยขาย

d)

รองประธานบริษัทฝ่ายการตลาด

e)

ผู้จัดการอาวุโส

128.

ผลตอบแทนที่นักขายต้องการได้รับจากการหาจำนวนลูกค้าได้มากที่สุด ควรอยู่ในรูปแบบใด

a)

เลื่อนตำแหน่ง

b)

ส่วนลดในการซื้อสินค้า

c)

คอมมิชชันและโบนัส

d)

โล่เกียรติยศ

e)

บ้านและที่ดิน

129.

สื่ออิเล็กทรอนิกส์หมายถึงข้อใด

a)

การใช้สื่อโทรทัศน์

b)

เคเบิลทีวี

c)

อินเทอร์เน็ต

d)

สื่อที่ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 2.

130.

ความจำเป็นที่ต้องนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจคือข้อใด

4 lines
131.

ความจำเป็นที่ต้องนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจคือข้อใด

a)

ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการขาย

b)

เทคโนโลยีต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลง

c)

ช่วยลดการใช้แรงงานคน

d)

เศรษฐกิจมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 2.

132.

ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

a)

ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการขาย

b)

นำเสนอข้อมูลของสินค้าหรือบริการได้น้อย

c)

ช่วยเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้า

d)

สามารถขายสินค้าหรือบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง

e)

ถูกทั้งข้อ 1. และข้อ 2.

133.

การทำธุรกิจระหว่างธุรกิจกับธุรกิจคือข้อใด

a)

B to C

b)

B to B

c)

B to G

d)

C to C

e)

C to G

134.

การทำธุรกิจระหว่างผู้บริโภคกับผู้บริโภคคือข้อใด

a)

B to C

b)

B to B

c)

B to G

d)

C to C

e)

C to G

135.

สินค้าที่จับต้องได้ที่ซื้อขายผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะจัดส่งทางใด

a)

มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

b)

ส่งทางพัสดุไปรษณีย์

c)

รถส่งสินค้าของกิจการ

d)

พนักงานขายส่งเอง

e)

ถูกทุกข้อ

136.

ขายผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะจัดส่งทางใด

a)

มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

b)

ส่งทางพัสดุไปรษณีย์

c)

รถส่งสินค้าของกิจการ

d)

พนักงานขายส่งเอง

e)

ถูกทุกข้อ

137.

การซื้อสินค้าผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถชำระเงินด้วยวิธีใด

a)

ชำระเงินสด

b)

การโอนเงินหักบัญชี

c)

การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต

d)

เช็ค

e)

ดราฟต์

138.

การนำระบบบาร์โคดมาใช้ในธุรกิจมีประโยชน์อย่างไร

a)

ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

b)

ช่วยขายสินค้าได้ง่ายขึ้น

c)

ช่วยให้หีบห่อสวยงาม

d)

ช่วยให้สินค้าได้รับการยอมรับ

e)

ช่วยในการสื่อสาร

139.

หน่วยงานในประเทศไทยที่เป็นนายทะเบียนออกสัญลักษณ์รหัสแท่งไทยคือข้อใด

a)

กรมทะเบียนการค้า

b)

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

c)

สถาบันสัญลักษณ์รหัสแท่งไทย

d)

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

e)

กรมทรัพย์สินทางปัญญา

140.

ประเทศที่คิดค้นคิวอาร์โคดคือประเทศอะไร

a)

สหรัฐอเมริกา

b)

อังกฤษ

c)

ญี่ปุ่น

d)

ไต้หวัน

e)

ไทย