wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Unit 14 แบบทดสอบ STEAM Education

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือองค์ประกอบที่ถูกต้องของแนวทางการเรียนรู้แบบ STEAM Education?

a)

Science, Technology, Ecology, Arts, Mathematics

b)

Science, Teaching, Engineering, Arts, Mechanics

c)

Science, Technology, Engineering, Arts, Mathematics

d)

Social, Technology, Engineering, Arts, Marketing

2.

จุดมุ่งหมายหลักของการเรียนรู้แบบ STEAM Education คืออะไร?

a)

เพื่อให้นักเรียนจดจำเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ได้แม่นยำ

b)

เพื่อให้นักเรียนสามารถแข่งขันในระดับสากลได้

c)

เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา และสร้างสรรค์นวัตกรรม

d)

เพื่อให้นักเรียนมีความถนัดเฉพาะทางด้านใดด้านหนึ่ง

3.

การเรียนรู้แบบ STEAM Education มีความสำคัญอย่างไรในการพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21?

a)

ช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะทางสังคมที่ดีขึ้น

b)

ช่วยให้ผู้เรียนสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงและมีความพร้อมสำหรับอาชีพในอนาคต

c)

ช่วยให้ผู้เรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้นในทุกวิชา

d)

ช่วยให้ผู้เรียนมีโอกาสศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษามากขึ้น

4.

กิจกรรมใดที่แสดงถึงการบูรณาการ "Arts" ในแนวทางการเรียนรู้แบบ STEAM Education ได้ชัดเจนที่สุด?

a)

การคำนวณหาปริมาตรของวัตถุ

b)

การเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์

c)

การออกแบบรูปลักษณ์นาฬิกาให้มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์

d)

การทดลองทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ทฤษฎี

5.

การนำหลักการทาง "Technology" มาใช้ในการสร้างนาฬิกา DIY จากฝาครอบครัตช์รถยนต์เก่า อาจรวมถึงเรื่องใด?

a)

การศึกษาประวัติความเป็นมาของนาฬิกา

b)

การใช้เครื่องมือไฟฟ้า เช่น สว่านหรือเครื่อ��เจียร

c)

การคำนวณแรงที่กระทำต่อชิ้นงาน

d)

การวาดภาพร่างนาฬิกาด้วยมือ

6.

หลักการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ดี ควรคำนึงถึงสิ่งใดเป็นสำคัญ?

a)

ราคาวัสดุที่ถูกที่สุด

b)

ความซับซ้อนของโครงสร้าง

c)

ประโยชน์ใช้สอย ความปลอดภัย ความสวยงาม และความเป็นไปได้ในการผลิต

d)

ระยะเวลาในการผลิตที่สั้นที่สุด

7.

ขั้นตอนแรกสุดในการออกแบบชิ้นงาน "นาฬิกา DIY" ควรเริ่มต้นด้วยสิ่งใด?

a)

การเลือกซื้อวัสดุ

b)

การกำหนดปัญหาและความต้องการของผู้ใช้งาน

c)

การลงมือปฏิบัติงานเชื่อม

d)

การพ่นสีตกแต่ง

8.

การร่างแบบ (Sketch) ของชิ้นงานนาฬิกา DIY มีประโยชน์อย่างไร?

a)

เพื่อประหยัดเวลาในการผลิต

b)

เพื่อสื่อสารแนวคิดและแก้ไขข้อบกพร่องก่อนการผลิตจริง

c)

เพื่อใช้เป็นเอกสารทางกฎหมาย

d)

เพื่อทดสอบความทนทานของวัสดุ

9.

ข้อใดคือสิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อออกแบบตำแหน่งของกลไกนาฬิกาบนฝาครอบครัตช์รถยนต์เก่า?

a)

สีของฝาครอบครัตช์

b)

ความสมดุลและความมั่นคงของนาฬิกาเมื่อใช้งาน

c)

ประเภทของรถยนต์ที่เคยใช้ฝาครอบครัตช์นั้น

d)

ความเร็วรอบของเครื่องยนต์

10.

การประเมินผลการออกแบบ (Design Evaluation) มีความสำคัญอย่างไรในการออกแบบผลิตภัณฑ์?

a)

เพื่อตัดสินใจว่าจะผลิตชิ้นงานหรือไม่

b)

เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของชิ้นงานตามวัตถุประสงค์และแก้ไขปรับปรุง

c)

เพื่อคำนวณต้นทุนการผลิตที่แน่นอน

d)

เพื่อเปรียบเทียบกับผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง

11.

Re-cycle ในบริบทของการผลิตนาฬิกา DIY จากวัสดุเหลือใช้ หมายถึงอะไร?

a)

การนำวัสดุเก่ามาซ่อมแซมและใช้งานในรูปแบบเดิม

b)

การนำวัสดุที่ใช้งานแล้วมาแปรรูปเป็นวัสดุใหม่เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่

c)

การซื้อวัสดุใหม่ที่มีส่วนประกอบรีไซเคิล

d)

การบริจาควัสดุเหลือใช้ให้กับองค์กรการกุศล

12.

การเลือกใช้ "ฝาครอบครัตช์รถยนต์เก่า" เป็นวัสดุหลักในการสร้างนาฬิกา DIY เป็นการนำหลักการใดมาใช้?

a)

Re-duce

b)

Re-pair

c)

Re-use

d)

Re-place

13.

นอกจากฝาครอบครัตช์รถยนต์เก่าแล้ว วัสดุเหลือใช้ใดที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นส่วนประกอบของนาฬิกา DIY เพื่อความสวยงามและใช้งานได้?

a)

พลาสติกเหลือใช้จากขวดน้ำดื่ม

b)

โลหะจากชิ้นส่วนเครื่องจักรเก่าที่ไม่เป็นอันตราย

c)

กระดาษหนังสือพิมพ์

d)

เปลือกผลไม้แห้ง

14.

การเลือกวัสดุที่ไม่เหมาะสมในการผลิตชิ้นงานจากวัสดุเหลือใช้ อาจส่งผลเสียอย่างไร?

a)

ทำให้ชิ้นงานมีน้ำหนักมากขึ้น

b)

ชิ้นงานไม่แข็งแรง ทนทาน หรืออาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

c)

ทำให้กระบวนการผลิตซับซ้อนขึ้น

d)

ทำให

15.

ข้อใดไม่ใช่แนวคิดหลักในการจัดการวัสดุเหลือใช้เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์?

a)

การลดปริมาณขยะ

b)

การเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุที่ไม่มีประโยชน์

c)

การส่งเสริมการบริโภคสินค้าใหม่ๆ

d)

การสร้างสรรค์นวัตกรรมจากสิ่งที่มีอยู่

16.

การออกแบบขั้นตอนการผลิตชิ้นงานนาฬิกา DIY อย่างเป็นระบบมีประโยชน์อย่างไร?

a)

ทำให้สามารถผลิตชิ้นงานได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว

b)

ลดข้อผิดพลาด ประหยัดเวลาและทรัพยากร และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

c)

ทำให้ชิ้นงานมีราคาแพงขึ้น

d)

ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานไม่ต้องมีความรู้มาก

17.

ก่อนการเชื่อมโลหะ ควรมีการเตรียมพื้นผิวของชิ้นงานอย่างไร?

a)

ทาสีรองพื้น

b)

ทำความสะอาด กำจัดสนิม คราบน้ำมัน หรือสิ่งสกปรกต่างๆ

c)

ทาน้ำมันหล่อลื่น

d)

ขัดเงาให้เรียบร้อย

18.

ในการเชื่อมโลหะเบื้องต้นด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ (SMAW) ควรคำนึงถึงความปลอดภัยเรื่องใดเป็นพิเศษ?

a)

การสวมถุงมือหนาๆ เท่านั้น

b)

การใช้เครื่องป้องกันตาและใบหน้าจากแสงอาร์คและสะเก็ดไฟ

c)

การทำงานในพื้นที่ที่มีลมแรง

d)

การสัมผัสชิ้นงานขณะทำการเชื่อม

19.

ข้อใดคือบทบาทของฟลั๊กซ์ที่หุ้มลวดเชื่อมในการเชื่อมโลหะ?

a)

เพิ่มความแข็งแรงของรอยเชื่อม

b)

ป้องกันการเกิดออกซิเดชัน และช่วยให้แนวเชื่อมเรียบเนียน

c)

ทำให้ลวดเชื่อมละลายเร็วขึ้น

d)

ช่วยในการระบายความร้อนจากชิ้นงาน

20.

การติดตั้งกลไกนาฬิกาและการพ่นสีสเปรย์ตกแต่งนาฬิกา DIY มีความสำคัญอย่างไรต่อผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป?

a)

ทำให้ง่ายต่อการขนส่ง

b)

ทำให้ผลิตภัณฑ์มีฟังก์ชันการทำงานที่สมบูรณ์ มีความสวยงาม และมีมูลค่าเพิ่ม

c)

เป็นการลดต้นทุนการผลิต

d)

ทำให้สามารถแยกชิ้นส่วนเพื่อซ่อมแซมได้ง่าย

21.

ข้อใดคือหลักการพื้นฐานของการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ (SMAW)?

a)

ใช้แก๊สอาร์กอนปกคลุมแนวเชื่อม

b)

ใช้กระแสไฟฟ้าสร้างความร้อนเพื่อหลอมละลายโลหะและลวดเชื่อม

c)

ใช้เลเซอร์หลอมละลายชิ้นงาน

d)

ใช้เปลวไฟจากแก๊สผสมอากาศในการหลอ

22.

กระบวนการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ต้องอาศัยสิ่งใดในการสร้างอาร์ค (Arc)?

a)

การเสียดสีระหว่างลวดเชื่อมกับชิ้นงาน

b)

แรงดันไฟฟ้าที่สูงมาก

c)

การสัมผัสกันระหว่างปลายลวดเชื่อมกับชิ้นงานเพื่อสร้างการลัดวงจร

d)

การใช้สารเคมีเร่งปฏิกิริยา

23.

ข้อใดคือหน้าที่หลักของเครื่องเชื่อมไฟฟ้า?

a)

ทำความสะอาดชิ้นงาน

b)

เปลี่ยนกระแสไฟฟ้าจากไฟบ้านให้เหมาะสมกับการเชื่อม

c)

ระบายความร้อนออกจากลวดเชื่อม

d)

ตรวจสอบคุณภาพของรอยเชื่อม

24.

อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ในงานเชื่อมไฟฟ้า ข้อใดมีความสำคัญมากที่สุดในการป้องกันดวงตาและใบหน้าจากแสงอาร์ค?

a)

ถุงมือหนัง

b)

ผ้ากันเปื้อนหนัง

c)

หน้ากากเชื่อมปรับแสงอัตโนมัติ

d)

รองเท้านิรภัย

25.

ข้อใดคืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่สวมถุงมือป้องกันในงานเชื่อมไฟฟ้า?

a)

ได้รับบาดเจ็บจากแสงอาร์คที่มือ

b)

ถูกไฟฟ้าดูด หรือได้รับบาดเจ็บจากความร้อนและสะเก็ดไฟ

c)

สูดดมควันพิษ

d)

รอยเชื่อมไม่สวยงาม

26.

ควันจากการเชื่อมเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ข้อควรปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงคืออะไร?

a)

กั้นห้องให้มิดชิดขณะเชื่อม

b)

เปิดพัดลมเป่าควันเข้าหาตัว

c)

ทำงานในพื้นที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี หรือใช้เครื่องดูดควันเฉพาะที่

d)

เชื่อมให้เร็วที่สุด

27.

หากเกิดเหตุไฟฟ้าลัดวงจรขณะทำการเชื่อม สิ่งแรกที่ควรทำคืออะไร?

a)

รีบดึงปลั๊กเครื่องเชื่อมออกทันที

b)

โทรศัพท์แจ้งผู้จัดการ

c)

ดับไฟด้วยน้ำ

d)

ปิดสวิตช์ไฟหลักของเครื่องเชื่อม หรือสับเบรกเกอร์วงจร

28.

ส่วนประกอบหลักของลวดเชื่อมหุ้มฟลั๊กซ์ (SMAW electrode) คืออะไร?

a)

แกนลวดโลหะและฟลั๊กซ์หุ้ม

b)

แก๊สและสารเคมีเหลว

c)

ผงโลหะและกาว

d)

เซรามิกและใยแก้ว

29.

หน้าที่สำคัญของฟลั๊กซ์ที่หุ้มลวดเชื่อมคือข้อใด?

a)

ช่วยลดอุณหภูมิในการเชื่อม

b)

สร้างเกราะป้องกันแนวเชื่อมจากบรรยากาศภายนอก และช่วยให้แนวเชื่อมเรียบเนียน

c)

เพิ่มความเร็วในการเชื่อม

d)

ทำให้เกิดประกายไฟม

30.

ลวดเชื่อมที่นิยมใช้ในงานเชื่อมเหล็กคาร์บอนทั่วไป คือลวดเชื่อมชนิดใด?

a)

ลวดเชื่อมสเตนเลส

b)

ลวดเชื่อมอลูมิเนียม

c)

ลวดเชื่อม E6013

d)

ลวดเชื่อมหล่อ

31.

ท่าเชื่อมที่ง่ายที่สุดและเป็นท่าเริ่มต้นที่ควรฝึกฝนคือท่าใด?

a)

ท่าตั้งเชื่อมขึ้น (Vertical Up)

b)

ท่าเหนือศีรษะ (Overhead)

c)

ท่าราบ (Flat)

d)

ท่าขนานนอน (Horizontal)

32.

การเชื่อมใน "ท่าตั้งเชื่อมขึ้น" (Vertical Up) มักใช้กับงานแบบใด?

a)

งานเชื่อมแผ่นบางๆ

b)

งานเชื่อมท่อขนาดใหญ่

c)

งานเชื่อมที่ต้องการแนวเชื่อมที่แข็งแรง และสามารถควบคุมบ่อหลอมได้ดี

d)

งานเชื่อมในพื้นที่จำกัด

33.

ท่าเชื่อมใดที่ต้องระวังสะเก็ดไฟและโลหะหลอมเหลวหยดใส่มากที่สุด?

a)

ท่าราบ (Flat)

b)

ท่าขนานนอน (Horizontal)

c)

ท่าตั้งเชื่อมลง (Vertical Down)

d)

ท่าเหนือศีรษะ (Overhead)

34.

การตั้งค่ากระแสไฟเชื่อมที่ "สูงเกินไป" จะส่งผลอย่างไรต่อแนวเชื่อม?

a)

แนวเชื่อมสูงนูนและแคบ

b)

แนวเชื่อมเว้าแหว่งมากเกินไป (Undercut) และเกิดการทะลุ (Burn-through) ได้ง่าย

c)

อาร์คดับบ่อย

d)

ลวดเชื่อมติดกับชิ้นงาน

35.

หากกระแสไฟเชื่อม "ต่ำเกินไป" จะเกิดปัญหาใดบ่อยครั้งในการเชื่อม?

a)

สะเก็ดไฟกระเด็นมาก

b)

ลวดเชื่อมติดกับชิ้นงาน และแนวเชื่อมไม่หลอมรวม

c)

รอยเชื่อมเป็นรูพรุน

d)

ชิ้นงานเกิดการโก่งตัว

36.

วิธีการเริ่มต้นอาร์คที่นิยมและปลอดภัยที่สุดคือวิธีใด?

a)

การเคาะปลายลวดเชื่อมเบาๆ (Tapping)

b)

การขีดลวดเชื่อมกับชิ้นงานเหมือนจุดไม้ขีด (Scratching)

c)

การกดลวดเชื่อมค้างไว้กับชิ้นงาน

d)

การใช้เปลวไฟจากแก๊สช่วย

37.

การควบคุมความเร็วในการเคลื่อนที่ของลวดเชื่อมที่ "ช้าเกินไป" จะส่งผลอย่างไรต่อแนวเชื่อม?

a)

แนวเชื่อมแคบและสูง

b)

แนวเชื่อมกว้างแบน และมีโอกาสเกิดการสะสมความร้อนมากเกินไป

c)

แนวเชื่อมเป็นคลื่น

d)

แนวเชื่อมมีรูพรุน

38.

การควบคุมการเคลื่อนที่ของลวดเชื่อมที่ถูกต้องเพื่อสร้างแนวเชื่อมที่ดีควรเป็นอย่างไร?

a)

เคลื่อนที่เร็วๆ และเป็นเส้นตรง

b)

เคลื่อนที่ช้าๆ สม่ำเสมอ และอาจมีการส่ายลวดเชื่อมเล็กน้อยตามเทคนิค

c)

หยุดลวดเชื่อมค้างไว้ที่จุดเดียว

d)

เคลื่อนที่แบบสุ่ม

39.

การตรวจสอบคุณภาพรอยเชื่อมเบื้องต้นด้วยสายตา สามารถสังเกตเห็นข้อบกพร่องใดได้ชัดเจน?

a)

ความแข็งแรงภายในของรอยเชื่อม

b)

การมีรูพรุน (Porosity) หรือรอยแตก (Cracks) บนผิวรอยเชื่อม

c)

ปริมาณคาร์บอนในโลหะ

d)

อุณหภูมิของชิ้นงานหลังเชื่อม

40.

"Undercut" หรือรอยเว้าแหว่งบริเวณขอบแนวเชื่อม เกิดจากสาเหตุใดเป็นหลัก?

a)

กระแสไฟเชื่อมต่ำเกินไป

b)

ความเร็วในการเคลื่อนที่ของลวดเชื่อมช้าเกินไป

c)

กระแสไฟเชื่อมสูงเกินไป หรือการควบคุมมุมลวดเชื่อมที่ไม่เหมาะสม

d)

ลวดเชื่อมมีขนาดเล็กเกินไป