Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Test 2 ข้อ 21-40

Total questions: 21

Worksheet time: 11mins

Name
Class
Date
1.

ผู้นำของเข้าประสงค์นำเข้าซึ่งอาหารยาเครื่องสำอางจะต้องมีใบอนุญาตหรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยหน่วยงานใด

a)

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

b)

องค์การอาหารและยา

c)

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

d)

กรมศิลปากร

2.

ผู้นำของเข้าประสงค์นำเข้าซึ่งพระพุทธรูปจะต้องมีใบอนุญาตหรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยหน่วยงานใด

a)

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

b)

กรมการศาสนา

c)

สำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม

d)

กรมศิลปากร

3.

บุคคลใดไม่ใช่ตัวอย่างความหมายของพนักงานศุลกากรในพระราชบัญญัตินี้

a)

ปลัดอำเภอ

b)

ปลัดจังหวัด

c)

นายอำเภอ

d)

เจ้าหน้าที่ทหารเรือ

4.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประเภทของตำแหน่งข้าราชการพลเรือนในกรมศุลกากร

a)

เจ้าพนักงานศุลกากรเป็นตำแหน่งประเภททั่วไป

b)

นักวิชาการศุลกากรเป็นตำแหน่งประเภทวิชาการ

c)

ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรเป็นตำแหน่งประเภทบริหาร

d)

นายด่านศุลกากรเป็นตำแหน่งประเภทประเภทอำนวยการ

5.

ข้อใดไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัตินี้

a)

อำนาจกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราท้ายพระราชบัญญัตินี้ หรือยกเว้นค่าธรรมเนียม

b)

อำนาจกำหนดท่าที่หรือสนามบินใดๆในราชอาณาจักรให้เป็นด่านศุลกากร

c)

อำนาจกำหนดที่ใดๆให้เป็นด่านพรมแดน

d)

อำนาจกำหนดที่ใดๆให้เป็นจุดผ่อนปรนการค้า

6.

ข้อใดไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรีตามพระราชบัญญัตินี้

a)

อำนาจแต่งตั้งพนักงานศุลกากร

b)

อำนาจ กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการยื่นใบขนสินค้าและการเสียอากรสำหรับของที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรทั้งนี้เฉพาะกรณีที่มีลักษณะพิเศษหรือมีเหตุจำเป็น

c)

อำนาจออกใบอนุญาตจัดตั้งเขตปลอดอากรเพื่อประโยชน์ทางอากรศุลกากร

d)

ไม่มีข้อถูก

7.

บุคคลใดเป็นผู้มีอำนาจออกประกาศกำหนดทางอนุมัติตามพระราชบัญญัตินี้

a)

อธิบดีกรมศุลกากร

b)

อธิบดีกรมศุลกากรโดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

c)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

d)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยคำแนะนำและยินยอมของคณะรัฐมนตรี

8.

ในกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

b)

รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศกระทรวงกำหนดให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

c)

อธิบดีมีอำนาจออกประกาศกำหนดให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

d)

อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งกำหนดให้ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

9.

ในกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษเกิดขึ้นแก่อากาศยาน และมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการคมนาคมระหว่างประเทศ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศเป็นหนังสือเฉพาะกรณี ให้ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกหรือผู้ควบคุมอากาศยานใดได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกำหนดไว้ในหมวด3การนำของเข้าและการส่งของออก

b)

รัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเฉพาะกรณีให้ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกหรือผู้ควบคุมอากาศยานใดได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด3การนำของเข้าและการส่งของออก

c)

อธิบดีมีอำนาจออกประกาศเป็นหนังสือเฉพาะกรณีให้ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออกหรือผู้ควบคุมอากาศยานใดได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด4การนำเข้าและการส่งของออก

d)

อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเฉพาะกรณี ให้ผู้นำของเข้า ผู้ส่งของออก หรือผู้ควบคุมอากาศยานใดได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด4 การนำของเข้าและส่งของออก

10.

ในกรณีที่มีพฤติการณ์พิเศษเกิดขึ้นเกี่ยวกับอากาศยาน และมีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการคมนาคมระหว่างประเทศ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

รัฐมนตรีมีอำนาจออกประกาศเป็นหนังสือเฉพาะกรณี ให้ผู้นำของเข้า ผู้นำของออก หรือผู้ควบคุมอากาศยานได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด 3 การนำของเข้าและการส่งของออก

b)

รัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเฉพาะกรณี ให้ผู้นำของเข้า ผู้นำของออก หรือผู้ควบคุมอากาศยานได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด 3 การนำของเข้าและการส่งของออก

c)

อธิบดีมีอำนาจออกประกาศเป็นหนังสือเฉพาะกรณี ให้ผู้นำของเข้า ผู้นำของออก หรือผู้ควบคุมอากาศยานได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด 4 การนำของเข้าและการส่งของออก

d)

อธิบดีมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือเฉพาะกรณี ให้ผู้นำของเข้า ผู้นำของออก หรือผู้ควบคุมอากาศยานได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในหมวด 4 การนำของเข้าและการส่งของออก

11.

ข้อใดมิใช่ตัวอย่างของกรณีที่มี พฤติการณ์พิเศษ ที่เคยตราขึ้นเป็นกฎหมายแล้ว

a)

พฤติการณ์พิเศษเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกจากพื้นที่พัฒนาร่วม

b)

พฤติการณ์พิเศษเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกก๊าซธรรมชาติ

c)

พฤติการณ์พิเศษเกี่ยวกับนำเข้าและส่งออกกระแสไฟฟ้า

d)

พฤติการณ์พิเศษเกี่ยวกับการผ่านแดนหรือการถ่ายลำในกรณี โควิด-19

12.

การดำเนินการทางศุลกากรถ้าได้กระทำในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ให้ถือว่ามีผลอย่างไร

a)

มีผลโดยชอบด้วยกฎหมายเช่นเดียวกับการดำเนินการทางศุลกากรโดยเอกสาร

b)

ยังไม่มีผลโดยชอบด้วยกฎหมายจนกว่าพนักงานสุรกากรจะรับรองเอกสารดังกล่าวในระบบอิเล็กทรอนิกส์

c)

ยังไม่มีผลโดยชอบด้วยกฎหมายจนกว่าอธิบดีจะเห็นชอบในเอกสารดังกล่าว

d)

มีผลโดยชอบโดยกฎหมายยกเว้นกรณีใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องคดี

13.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเสียอากร

a)

การนำของเข้ามาในหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรให้เรียกเก็บอากรจากผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งออกของออกตามพระราชบัญญัตินี้

b)

การนำของเข้ามาในหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรให้เรียกเก็บอากรจากผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกตามพระราชบัญญัตินี้และตามกฏหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร

c)

การนำของเข้ามาในหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรให้เรียกเก็บอากรจากผู้นำของเข้าผู้ส่งของออกตามพระราชบัญญัตินี้กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร

d)

การนำของเข้ามาในราชอาณาจักรให้เรียกเก็บอากรจากผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกตามพระราชบัญญัตินี้กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร

14.

ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกมีหน้าที่เสียอากรเมื่อใด

a)

เมื่อได้ยื่นสินค้าต่อพนักงานศุลกากร

b)

เมื่อได้ยื่นใบขนสินค้าต่อพนักงานศุลกากรและพนักงานศุลกากรได้รับใบขนสินค้าแล้ว

c)

เมื่อได้ยื่นใบขนสินค้าต่อพนักงานศุลกากรและพนักงานศุลกากรได้รับและออกเลขที่ใบขนสินค้าแล้ว

d)

เมื่อนำของเข้าสำเร็จหรือส่งของออกสำเร็จ

15.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการนำของเข้าและการส่งของออกเป็นอันสำเร็จ

a)

การนำของเข้าทางทะเลให้ถือว่าเป็นอันสำเร็จเมื่อเรือที่นำของเข้ามานั้นได้เข้ามาในท่าที่จะขนของขึ้นจากเรือ หรือ ท่าที่มีมีชื่อส่งของถึง

b)

การส่งของออกทางบกให้ถือว่าเป็นอันสำเร็จเมื่อยานพาหนะที่จะส่งของออกนั้นได้ออกจากเขตแดนทางบกเพื่อไปจากราชอาณาจักร

c)

การนำของเข้าทางไปรษณีย์ให้ถือว่าเป็นอันสำเร็จเมื่อได้เปิดถุงไปรษณีย์ ณที่ทำการไปรษณีย์ที่มีชื่อส่งของถึง

d)

การนำของเข้าทางอากาศให้ถือว่าเป็นอันสำเร็จเมื่ออากาศยานที่นำของเข้ามานั้นได้ถึงสนามบินที่เป็นด่านศุลกากร

16.

การคำนวณอากรสำหรับของที่นำเข้ามาและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้คำนวณตามอะไร

a)

สภาพแห่งของและราคาศุลกากร

b)

ราคาศุลกากรและพิกัดอัตราศุลกากร

c)

สภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร

d)

สภาพแห่งของ ราคาศุลกากร พิกัดอัตราศุลกากร และถิ่นกำเนิดสินค้า

17.

ของที่ปล่อยออกจากเขตปลอดอากรเพื่อนำเข้าในราชอาณาจักรไม่ว่าของนั้นจะนำเข้ามาจากนอกราชอาณาจักรหรือจากในราชอาณาจักรให้คำนวณอากรอย่างไร

a)

คำนวณตามสภาพแห่ง ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำของนั้นเข้ามาในเขตของอากร

b)

คำนวณตามสภาพแห่ง ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่ปล่อยของนั้นออกจากเขตปลอดอากร

c)

คำนวณตามสภาพแห่ง ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำเข้าสำเร็จ แต่อัตราศุลกากรให้ถือตามอัตราศุลกากรที่ใช้อยู่ในเวลาซึ่งได้ปล่อยของเช่นว่านั้นออกไปจากเขตปลอดอากร

d)

คำนวณตามสภาพแห่ง ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร

18.

ของที่เก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนให้คำนวณอากรอย่างไร

a)

คำนวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำของเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น

b)

คำนวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาซึ่งได้ปล่อยของเช่นว่านั้นออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน

c)

คำนวณอากรตามสภาพแห่งของราคาศุลกากรและพิกัดศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำเข้าสำเร็จ แต่อัตราศุลกากรให้ถือตามอัตราศุลกากรที่ใช้อยู่ในเวลาซึ่งได้ปล่อยของเช่นว่านั้นออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน

d)

คำนวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเแต่วลาที่นำเข้าสำเร็จ แต่พิกัดศุลกากรให้ถือตามพิกัดศุลกากรที่เป็นอยู่ในเวลาซึ่งได้ปล่อยของเช่นว่านั้นออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน

19.

กรณีที่นำกรณีของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรเป็นของเพื่อการผ่านแดนหรือเพื่อการถ่ายลำและต่อมามีการขอเปลี่ยนการผ่านพิธีการศุลกากรเป็นของนำเข้าภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา 102 วรรคสองให้คำนวณอากรอย่างไร

a)

คำนวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำของนั้นเข้ามาในราชอาณาจักร

b)

คำนวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาขอเปลี่ยนการผ่านพิธีการศุลกากรเป็นของนำเข้า

c)

คำนวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่นำเข้าสำเร็จ

d)

คำนวณอากรตามสภาพแห่งของ ราคาศุลกากร และพิกัดอัตราศุลกากร ที่เป็นอยู่ในเวลาที่พนักงานศุลการได้รับและออกเลขที่ใบขนสินค้า

20.

การกำหนดราคาศุลกากรในการจัดเก็บอากรสำหรับของที่นำเข้า มีทั้งหมดกี่วิธี

a)

4 วิธี

b)

5 วิธี

c)

6 วิธี

d)

7 วิธี

21.

ความตกลงว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (general agreement on tariffs and trade: GATT) 1994 ใน Article ที่เท่าใดได้กล่าวถึงเรื่อง Customs Valuation

a)

Article IV

b)

Article V

c)

Article VI

d)

Article VII