wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบสุขศึกษา ชั้น ม.1

Total questions: 50

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ใช่ภาวะทุพโภชนาการ

a)

ภาวะโภชนาการขาด

b)

ภาวะโภชนาการเกิน

c)

ภาวะการขาดวิตามินเอ

d)

ภาวะที่ร่างกายรับสารอาหารเหมาะสม

2.

นักเรียนควรรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สุด จึงจะได้โปรตีนครบถ้วน และสูงสุดตามหลักโภชนาการ

a)

ถั่วเหลือง

b)

งาดำ

c)

เนื้อส

3.

นักเรียนควรรับประทานอาหารชนิดใดมากที่สุด จึงจะได้โปรตีนครบถ้วน และสูงสุดตามหลักโภชนาการ

a)

ถั่วเหลือง

b)

งาดำ

c)

เนื้อสัตว์

d)

ถั่วงอก

4.

โรคที่เกิดจากภาวะโภชนาการเกินคือโรคในข้อใด

a)

โรคเบาหวาน

b)

โรคผอม

c)

โรคตานขโมย

d)

โรคไต

5.

เด็กที่ขาดโปรตีนและพลังงาน จะทำให้เกิดโรคใด

a)

โรคผอม

b)

โรคเบาหวาน

c)

โรคไต

d)

โรคตานขโมย

6.

เด็กที่ขาดวิตามินเอ จะมีอาการส่งผลต่ออวัยวะใด

a)

จมูก

b)

ปาก

c)

ตา

d)

หู

7.

ภาวะโรคเลือดจางเกิดจากการขาดสารอาหารในข้อใด

a)

แคลเซียม

b)

ธาตุเหล็ก

c)

วิตามิน

d)

เกลือแร่

8.

อาการคอพอก เกิดจากร่างกายขาดสารอาหารในข้อใด

a)

วิตามิน

b)

ธาตุเหล็ก

c)

แคลเซียม

d)

ไอโอดีน

9.

สาเหตุของการมีภาวะโภชนาการเกินที่นักเรียนสามารถแก้ไขได้โดยง่ายคือข้อใด

a)

พฤติกรรมการกิน

b)

พฤติกรรมการพักผ่อน

c)

พฤติกรรมการเล่น

d)

พฤติกรรมการออกกำลังกาย

10.

การปฏิบัติในการแก้ปัญหาโภชนาการเกินในข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

พฤติกรรมการเล่น

b)

งดอาหารมื้อกลางวัน

c)

พฤติกรรมการกิน

d)

พฤติกรรมการพักผ่อน

11.

การปฏิบัติในการแก้ปัญหาโภชนาการเกินในข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

พฤติกรรมการเล่น

b)

งดอาหารมื้อกลางวัน

c)

พฤติกรรมการกิน

d)

พฤติกรรมการพักผ่อน

12.

การปฏิบัติตนในการแก้ปัญหาภาวะเลือดจางในข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

หลีกเลี่ยงอากาศหนาวจัด เพราะอาจกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงแตกตัวได้

b)

หลีกเลี่ยงสารเคมีหรือสารพิษที่ส่งผลให้เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย

c)

หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน

d)

ดื่มน้ำชา กาแฟในขณะที่กินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

13.

นักเรียนคิดว่าจำเป็นหรือไม่ที่นักเรียนต้องควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

a)

ไม่จำเป็น เพราะสุขภาพดีอยู่แล้ว

b)

จำเป็น เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพ

c)

ถูกทั้งข้อ ก และ ข

d)

ไม่มีข้อใดถูก

14.

ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ของสมชายเท่ากับ ๓๕ แสดงว่าสมชายมีน้ำหนักตัวอย่างไร

a)

ปกติ

b)

ไม่ปกติ

c)

ผอมเกินไป

d)

เป็นโรคอ้วน

15.

คนที่มีน้ำหนักตัวปกติ ควรจะมีค่าดัชนีมวลกายเท่าใด

a)

๑๕.๕ ถึง ๑๗.๙

b)

๑๘.๕ ถึง ๒๒.๙

c)

๒๓.๕ ถึง ๒๕.๙

d)

๒๖.๕ ถึง ๒๘.๙

16.

การรักษาน้ำหนักตัวให้ปกติ ควรออกกำลังกายอย่างไร

4 lines
17.

มีน้ำหนักตัวปกติ ควรจะมีค่าดัชนีมวลกายเท่าใด

a)

๑๕.๕ ถึง ๑๗.๙

b)

๑๘.๕ ถึง ๒๒.๙

c)

๒๓.๕ ถึง ๒๕.๙

d)

๒๖.๕ ถึง ๒๘.๙

18.

การรักษาน้ำหนักตัวให้ปกติ ควรออกกำลังกายอย่างไร

a)

อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ วัน วันละ ๓๐ นาที

b)

อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๒ วัน วันละ ๓๐ นาที

c)

อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๓ วัน วันละ ๓๐ นาที

d)

อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๔ วัน วันละ ๓๐ นาที

19.

อัตราการลดน้ำหนักที่เหมาะสมควรเป็นเท่าใด

a)

สัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัม

b)

สัปดาห์ละสองกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัม

c)

สัปดาห์ละสามกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัม

d)

สัปดาห์ละสี่กิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัม

20.

ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องในการเพิ่มน้ำหนักตัว

a)

รับประทานอาหารครบ ๕ หมู่

b)

รับประทานอาหารครบ ๓ มื้อ

c)

รับประทานอาหารเสริมและยาบำรุงกำลัง

d)

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

21.

การเริ่มลดน้ำหนักตัว ควรลดน้ำหนักอย่างไรจึงจะเหมาะสม

a)

สัปดาห์ละ ๑/๒ กิโลกรัมถึง ๑ กิโลกรัม

b)

สัปดาห์ละ ๑ กิโลกรัมถึง ๒ กิโลกรัม

c)

สัปดาห์ละ ๒ กิโลกรัมถึง ๓ กิโลกรัม

d)

สัปดาห์ละ ๓ กิโลกรัมถึง ๔ กิโลกรัม

22.

ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องเมื่อต้องการลดน้ำหนัก

(a)  

23.

ข้อใดปฏิบัติไม่ถูกต้องเมื่อต้องการลดน้ำหนัก

a)

งดอาหารมื้อเย็น

b)

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

c)

รับประทานอาหารครบ ๓ มื้อ

d)

รับประทานอาหารครบ ๕ หมู่

24.

อาหารกลุ่มใดที่ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องลดหรืองดรับประทาน

a)

ผักและผลไม้

b)

น้ำหวาน น้ำอัดลม

c)

นมและไข่

d)

โปรตีนและเนื้อสัตว์

25.

การควบคุมสัดส่วนและปริมาณอาหารให้สมดุล เพศชายและหญิงควรได้พลังงานวันละเท่าใด

a)

ชาย ๑,๐๐๐ แคลอรี หญิง ๑,๒๐๐ แคลอรี

b)

ชาย ๑,๕๐๐ แคลอรี หญิง ๑,๔๐๐ แคลอรี

c)

ชาย ๒,๐๐๐ แคลอรี หญิง ๑,๖๐๐ แคลอรี

d)

ชาย ๒,๕๐๐ แคลอรี หญิง ๑,๘๐๐ แคลอรี

26.

อัณฑะมีหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอะไร

a)

เทสโทสเตอร์โรน

b)

เซอโรโทนิน

c)

ไทโรซีน

d)

ไตรไอโอโดไทโรนีน

27.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะของประจำเดือนปกติ

a)

ประจำเดือนครั้งแรกเริ่มเมื่ออายุประมาณ ๓-๖ ปี

b)

ประจำเดือนครั้งแรกเริ่มเมื่ออายุประมาณ ๖-๙ ปี

c)

ประจำเดือนครั้งแรกเริ่มเมื่ออายุประมาณ ๙-๑๒ ปี

d)

ประจำเดือนครั้งแรกเริ่ม

28.

ไม่ใช่ลักษณะของประจำเดือนปกติ

a)

ประจำเดือนครั้งแรกเริ่มเมื่ออายุประมาณ ๓-๖ ปี

b)

ประจำเดือนครั้งแรกเริ่มเมื่ออายุประมาณ ๖-๙ ปี

c)

ประจำเดือนครั้งแรกเริ่มเมื่ออายุประมาณ ๙-๑๒ ปี

d)

ประจำเดือนครั้งแรกเริ่มเมื่ออายุประมาณ ๑๒-๑๕ ปี

29.

บริเวณใดเป็นที่ฝั่งตัวและเจริญเติบโตของทารก

a)

ปอด

b)

มดลูก

c)

หัวใจ

d)

สมอง

30.

ข้อใดต่อไปนี้คือวิธีการลดอาการปวดก่อนมีประจำเดือน ยกเว้นข้อใด

a)

ดื่มน้ำเย็นเพื่อบรรเทาอาการปวด

b)

ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบท้องน้อยและหลัง

c)

อาบน้ำอุ่น

d)

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

31.

การเข้าสู่วัยรุ่นข้อใดถูกต้อง

a)

เด็กชายเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเด็กหญิง

b)

เด็กชายเข้าสู่วัยรุ่นช้ากว่าเด็กหญิง

c)

เด็กชายเข้าสู่วัยรุ่นพร้อมกับเด็กหญิง

d)

ถูกทุกข้อ

32.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเกิดประจำเดือน

a)

เมนส์

b)

รอบเดือน

c)

เป็นเลือดที่เกิดจากการหลุดลอกของเยื่อบุโพรงมดลูก

d)

การตั้งครรภ์

33.

ข้อใดเป็นอาการผิดปกติของการมีประจำเดือน

a)

ประจำเดือนมามากกว่า 7 วันขึ้นไป

b)

มามากจนทำให้ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ ชั่วโมงหรือบ่อยมากๆ

c)

ในผู้หญิงที่อายุเข้าเลข 50 หรือใกล้เข้าวัยทอง แต่ประจ

34.

ข้อใดเป็นอาการผิดปกติของการมีประจำเดือน

a)

ประจำเดือนมามากกว่า 7 วันขึ้นไป

b)

มามากจนทำให้ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ ชั่วโมงหรือบ่อยมากๆ

c)

ในผู้หญิงที่อายุเข้าเลข 50 หรือใกล้เข้าวัยทอง แต่ประจำเดือนกลับมามากขึ้น ทั้งๆ ที่ควรจะน้อยลง

d)

ถูกทุกข้อ

35.

การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นข้อใดสำคัญที่สุด

a)

การรักลูก แบบลำเอียง

b)

ปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง

c)

บุคลิกภาพของบิดามารดา

d)

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง

36.

ข้อใดคือปัจจัยที่ก่อให้เกิดการเบี่ยงเบนทางเพศ

a)

การรักลูก แบบลำเอียง

b)

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง

c)

บุคลิกภาพของบิดามารดา

d)

ถูกทุกข้อ

37.

ข้อควรปฏิบัติสำหรับบุคลที่มี การเบี่ยงเบนทางเพศคือข้อใด

a)

บุคลิกภาพของบิดามารดา

b)

ปรับพฤติกรรมการแสดงออกให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

c)

ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง

d)

การรักลูก แบบลำเอียง

38.

ถ้านักเรียนมีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร

a)

เล่นกีฬา

b)

ปรึกษาแพทย์

c)

หมั่นชั่งน้ำหนักตนเอง

d)

ออกกำลังกายและควบคุมปริมาณอาหาร

39.

อาหารมื้อใด สำคัญที่สุด

a)

เช้า

b)

กลางวัน

c)

เย็น

40.

เกณฑ์มาตรฐาน จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร

a)

เล่นกีฬา

b)

ปรึกษาแพทย์

c)

หมั่นชั่งน้ำหนักตนเอง

d)

ออกกำลังกายและควบคุมปริมาณอาหาร

41.

อาหารมื้อใด สำคัญที่สุด

a)

เช้า

b)

กลางวัน

c)

เย็น

d)

กลางคืน

42.

การกินอาหารมื้อหลักให้ครบกี่มื้อและครบกี่หมู่ในแต่ละวัน

a)

ครบ 1 มื้อและครบ 5 หมู่

b)

ครบ 2 มื้อและครบ 5 หมู่

c)

ครบ 3 มื้อและครบ 5 หมู่

d)

ครบ 4 มื้อและครบ 5 หมู่

43.

การดื่มนมควรดื่มวันละกี่แก้ว

a)

วันละ 1-2 แก้ว

b)

วันละ 2-3 แก้ว

c)

วันละ 3-4 แก้ว

d)

ไม่ดื่มเลย

44.

การดื่มนมมีคุณค่าทางโภชนาการสูงทางด้านใด

a)

คาร์โบไฮเดรตสูง

b)

โปรตีนและแคลเซียมสูง

c)

วิตามินสูง

d)

ไขมันสูง

45.

ข้อใดเป็นการออกกำลังกายที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ

a)

ออกกำลังกายทุกวัน ครั้งละ 1 ชั่วโมง

b)

ออกกำลังกายวันเว้นวัน ครั้งละ 1 ชั่วโมง

c)

ออกกำลังกาย 2 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20 นาที

d)

ออกกำลังกาย 3 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที

46.

ข้อใดเป็นการนอนหลับพักผ่อนที่ดีของวัยรุ่น

a)

วันละ 5 - 6 ชั่วโมง

b)

วันละ 6 - 8 ชั่วโมง

c)

วันละ 8 - 10 ชั่วโมง

47.

ข้อใดเป็นการนอนหลับพักผ่อนที่ดีของวัยรุ่น

a)

วันละ 5 - 6 ชั่วโมง

b)

วันละ 6 - 8 ชั่วโมง

c)

วันละ 8 - 10 ชั่วโมง

d)

วันละ 10 - 12 ชั่วโมง

48.

อาหารชนิดใดที่ควรหลีกเลี่ยง

a)

ผักและผลไม้

b)

นมรสจืด

c)

อาหารที่มีรสจัด

d)

อาหารที่ทำจากแป้ง

49.

ข้อใดให้ความหมายของอาหารได้ถูกต้อง

a)

สิ่งที่กินเข้าไปแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย

b)

เป็นสารเคมีที่ประกอบอยู่ในอาหาร

c)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

d)

ไม่มีข้อใดถูก

50.

กรมอนามัยและกระทรวงสาธารณสุขแนะนำในการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีไว้กี่ประการ

a)

9 ประการ

b)

10 ประการ

c)

11 ประการ

d)

12 ประการ