wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ชุดที่ 6

Total questions: 47

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.

“สมชายต้องการผลิตกระดาษที่มีความเหนียว ทนต่อแรงดึง เขาสงสัยว่าพืชชนิดใดสามารถนำมาผลิตเป็นกระดาษได้ เขาจึงเลือกใช้พืชในชุมชนจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ ต้นกล้วย ต้นธูปฤๅษี และผักตบชวา มาผลิตเป็นกระดาษ จากนั้นทำการทดสอบความเหนียวโดยการใช้เครื่องชั่งสปริงดึงแผ่นกระดาษ พบว่ากระดาษที่ผลิตจากต้นกล้วยมีความเหนียวที่สุด ส่วนกระดาษที่ผลิตจากผักตบชวาและต้นธูปฤๅษีสามารถทนแรงดึงได้น้อยลงตามลำดับ”

ข้อใดคือคำถามที่สมชายต้องการหาคำตอบ

a)

อัตราส่วนผสมของพืชและส่วนผสมอื่นๆ ที่เหมาะสมคืออัตราส่วนเท่าใด

b)

ความเหนียวของกระดาษเกิดจากสาเหตุใด

c)

ต้นกล้วย ต้นธูปฤๅษี และผักตบชวา สามารถผลิตเป็นกระดาษได้หรือไม่

d)

แรงดึงเท่าใดที่ทำให้กระดาษขาด

2.

ข้อใดคือสมมติฐานการทดลอง

a)

ต้นกล้วยเป็นวัสดุที่ผลิตเป็นกระดาษที่มีความเหนียวได้ดีที่สุด

b)

แรงดึงมีผลต่อการขาดของกระดาษ

c)

พืชชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากต้นกล้วย ต้นธูปฤๅษี และผักตบชวา สามารถผลิตเป็นกระดาษได้

d)

กระดาษที่หนาที่สุดจะมีความเหนียวมากที่สุด

3.

ตัวแปรต้นสำหรับการทดลองนี้คือข้อใด

a)

แรงดึงที่ทำให้กระดาษขาด

b)

พืช 3 ชนิด ได้กา ต้นกล้วย ต้นธูปฤๅษี และผักตบชวา

c)

ส่วนผสมในการผลิตกระดาษที่นอกเหนือจากพืช

d)

ความหนาของกระดาษ

4.

ตัวแปรตามสำหรับการทดลองนี้คือข้อใด

a)

แรงดึงที่ทำให้กระดาษขาด

b)

ส่วนผสมในการผลิตกระดาษที่นอกเหนือจากพืช

c)

พืช 3 ชนิด ได้กา ต้นกล้วย ต้นธูปฤๅษี และผักตบชวา

d)

ความหนาของกระดาษ

5.

ตัวแปรควบคุมในการทดลองนี้คือข้อใด

a)

ส่วนผสมอื่นๆ ในการผลิตกระดาษ

b)

ทุกข้อที่กล่าวมาคือตัวแปรควบคุม

c)

ความยาวของกระดาษ

d)

ความหนาของกระดาษ

6.

การทดลองนี้ควรสรุปว่าอย่างไร

a)

ต้นกล้วยเป็นวัสดุที่สามารถนำมาผลิตเป็นกระดาษที่มีความเหนียวมากที่สุด

b)

พืชสามารถนำมาผลิตเป็นกระดาษได้

c)

พืชชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากต้นกล้วย ต้นธูปฤๅษี และผักตบชวา สามารถผลิตเป็นกระดาษได้

d)

ความหนาของกระดาษมีผลต่อความเหนียวของกระดาษ

7.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบของการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์

a)

การอธิบายสิ่งที่สงสัยด้วยข้อมูลหลักฐานอย่างมีเหตุผล

b)

ทั้งสามข้อ จัดเป็นองค์ประกอบของการสืบเสาะหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์

c)

การอธิบายเชื่อมโยงสิ่งที่ค้นพบและความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การสื่อสารสิ่งที่ค้นพบและให้เหตุผล

d)

การตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูล หลักฐานที่เกี่ยวข้อง

8.

ข้อใดคือการตั้งสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์

a)

การตั้งตัวแปรต้น ตัวแปรตาม และตัวแปรควบคุม

b)

การคาดคะเนคำตอบของการทดลอง

c)

การอธิบายผลการทดลองอย่างมีเหตุผล

d)

การตั้งคำถามจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สังเกตได้

9.

ตัวแปรที่ใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วยตัวแปรชนิดใด

a)

ตัวแปรควบคุม

b)

ทุกข้อที่กล่าวมาเป็นตัวแปรทางวิทยาศาสตร์

c)

ตัวแปรตาม

d)

ตัวแปรต้น

10.

ข้อใดคือความหมายของตัวแปรต้น

a)

ตัวแปรที่ถูกกำหนดให้แตกต่างกันในการทดลอง

b)

ผลที่มาจากตัวแปรที่ถูกกำหนดให้แตกต่างกันในการทดลอง

c)

ปัจจัยต่างๆ ที่นำมาใช้ในการศึกษาทดลอง

d)

ตัวแปรที่ถูกจัดให้เหมือนกันหมดตลอดการทดลอง

11.

ข้อใดคือความหมายของตัวแปรตาม

a)

ตัวแปรที่ถูกจัดให้เหมือนกันหมดตลอดการทดลอง

b)

ปัจจัยต่างๆ ที่นำมาใช้ในการศึกษาทดลอง

c)

ผลที่มาจากตัวแปรที่ถูกกำหนดให้แตกต่างกันในการทดลอง

d)

ตัวแปรที่ถูกกำหนดให้แตกต่างกันในการทดลอง

12.

ข้อใดคือความหมายของตัวแปรควบคุม

a)

ตัวแปรที่ถูกจัดให้เหมือนกันหมดตลอดการทดลอง

b)

ตัวแปรที่ถูกกำหนดให้แตกต่างกันในการทดลอง

c)

ผลที่มาจากตัวแปรที่ถูกกำหนดให้แตกต่างกันในการทดลอง

d)

ปัจจัยต่างๆ ที่นำมาใช้ในการศึกษาทดลอง

13.

หมายเลข 1. คือข้อใด

a)

การมีส่วนร่วมในการตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์

b)

การกำหนดตัวแปรในการทดลอง

c)

การอธิบายข้อสงสัยด้วยหลักฐานอย่างมีเหตุผล

d)

การบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล

14.

หมายเลข 2. คือข้อใด

a)

การอธิบายข้อสงสัยด้วยหลักฐานอย่างมีเหตุผล

b)

การกำหนดตัวแปรในการทดลอง

c)

การบันทึกข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล

d)

การมีส่วนร่วมในการตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์

15.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นคำถามที่นำไปสู่การทดลองได้เหมาะสมที่สุด

a)

แสงสีใดที่เหมาะสมแก่การปลูกพืชได้ดีที่สุด

b)

แสงแดดไม่มีผลต่อการงอกของเมล็ด

c)

ไม่ว่าแสงสีใดก็ตาม ไม่ได้มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช

d)

การรดน้ำต้นไม้ในช่วงเช้าที่ดีที่สุด

16.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

เราไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงสิ่งที่ค้นพบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์

b)

การตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์สามารถตั้งได้มากกว่า 1 คำถาม

c)

การรวบรวมข้อมูลไม่ได้เกิดจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์

d)

ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์สามารถอธิบายได้ด้วยความรู้สึกของผู้ทดลอง

17.

อุปกรณ์ชนิดใดใช้วัดอุณหภูมิร่างกายได้

a)

เทอร์โมมิเตอร์

b)

แอมมิเตอร์

c)

ไฮโกรมิเตอร์

d)

โวลต์มิเตอร์

18.

ข้อใดเป็นหน่วยของอุณหภูมิ

a)

องศาฟาเรนไฮต์

b)

เคลวิน

c)

ถูกทุกข้อที่กล่าวมา

d)

องศาเซลเซียส

19.

การอธิบายความสูงของนักเรียนในข้อใดชัดเจนที่สุด

a)

ด.ญ. แพรสูง 156 ซม.

b)

ด.ช. โตโต้สูงกว่า ด.ช. โนโน่

c)

ด.ญ. พลอยสูงกว่า ด.ญ. แพรไม่มากนัก

d)

ด.ช. โจโจ้สูงที่สุดในชั้นเรียน

20.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับการวัดปริมาณทางวิทยาศาสตร์

a)

ในการวัดที่ต้องการความละเอียดไม่จำเป็นต้องทำการวัดซ้ำหลายๆ ครั้ง

b)

ไม่จำเป็นต้องระบุหน่วยที่ใช้ในการวัด

c)

ต้องระบุทั้งขนาดและหน่วยที่ใช้ในการวัด

d)

ควรระบุเฉพาะขนาดของปริมาณนั้นๆ

21.

”ปริมาณการรับประทานโปรตีนต่อวันของคนปกติ คือ โปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม” ถ้านักเรียนหนัก 45 กิโลกรัม ในวันหนึ่งๆ นักเรียนควรได้รับโปรตีนกี่กรัม

a)

45 กรัม

b)

60 กรัม

c)

15 กรัม

d)

30 กรัม

22.

อุปกรณ์ในข้อใดให้ความละเอียดในการวัดปริมาตรของเหลวขนาด 10 cc ได้ละเอียดที่สุด

a)

กระบอกตวงขนาด 10 cc

b)

บีกเกอร์ขนาด 500 cc

c)

แก้วน้ำ

d)

ช้อนตวง

23.

การคาดคะเนมวลของวัตถุชนิดเดียวกัน ผู้ทำการวัดแต่ละคนจะคาดคะเนได้เหมือนกันหรือไม่ เพราะเหตุใด

a)

ไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อม

b)

ไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับประสบการณ์เดิมของแต่ละคน

c)

เหมือนกัน เพราะความแตกต่างของบุคคลไม่ได้มีผลต่อการคาดคะเน

d)

เหมือนกัน เพราะเป็นวัตถุชนิดเดียวกัน

24.

ภาชนะใบนี้วัดปริมาตรได้สูงสุดเท่าใด

a)

25 cc

b)

10 cc

c)

20 cc

d)

5 cc

25.

ภาชนะใบนี้มีค่าความละเอียดเท่าใด

a)

10 cc

b)

20 cc

c)

5 cc

d)

25 cc

26.

“ถ้านักเรียนต้องการตวงน้ำปริมาตร 4 cc” ควรเลือกใช้ภาชนะในข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

ภาชนะใดก็ได้

27.

ภาชนะใดมีค่าความละเอียดน้อยที่สุด

a)

C

b)

ทั้งสามภาชนะมีความละเอียดเท่ากัน

c)

A

d)

B

28.

ถ้าทำการตวงวัดของเหลวปริมาตร 1 cc ในภาชนะใดจะมีค่าความคลาดเคลื่อนมากที่สุด

a)

A

b)

C

c)

B

d)

ทั้งสามภาชนะมีความคลาดเคลื่อนเท่ากัน

29.

จงเรียงลำดับความละเอียดของภาชนะทั้งสามใบจากมากไปน้อย

a)

A, B และ C

b)

C, B และ A

c)

A, C และ B

d)

B, A และ C 

30.

จงเรียงลำดับความคลาดเคลื่อนของภาชนะทั้งสามใบจากมากไปน้อย

a)

C, B และ A

b)

B, A และ C

c)

A, B และ C

d)

A, C และ B

31.

ด.ช. โตโน่ ชั่งแตงโมลูกหนึ่งจำนวน 5 ครั้ง แต่ละครั้งอ่านค่ามวลได้ดังนี้ 1.51 kg, 1.49 kg, 1.53 kg, 1.52 kg และ 1.50 kg ค่าเฉลี่ยของมวลแตงโมเท่ากับข้อใด

a)

1.50 kg

b)

1.53 kg

c)

1.51 kg

d)

1.52 kg

32.

ค่า A คือค่าในข้อใด

a)

1.65 kg

b)

4.86 kg

c)

1.62 kg

d)

3.24 kg

33.

ค่า B คือค่าในข้อใด

a)

1.02 kg

b)

1.04 kg

c)

1.03 kg

d)

1.01 kg

34.

สารชนิดใดมีปริมาตรแตกต่างกันน้อยที่สุด

a)

น้ำมัน  น้ำมะนาว

b)

น้ำผึ้ง  น้ำเกลือ

c)

น้ำมัน  น้ำเชื่อม

d)

น้ำผึ้ง  น้ำเชื่อม

35.

เราสามารถผสมสารในข้อใดลงในกระบอกตวงปริมาตร 30 cc โดยที่สารละลายไม่ล้นออกมาและสามารถอ่านค่าได้

a)

น้ำผึ้ง  น้ำมัน  น้ำเกลือ  น้ำมะนาว

b)

น้ำเชื่อม  น้ำผึ้ง  น้ำมัน

c)

น้ำเชื่อม  น้ำผึ้ง

d)

น้ำมัน  น้ำเกลือ  น้ำเชื่อม  น้ำมะนาว

36.

อุปกรณ์ในข้อใดใช้ชั่งน้ำหนักร่างกายได้เหมาะสมที่สุด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

37.

อุปกรณ์ในข้อใดเหมาะแก่การใช้ชั่งน้ำหนักผลไม้ในปริมาณที่ไม่มากได้เหมาะสม

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

38.

อุปกรณ์ในข้อใดใช้วัดอุณหภูมิร่างกายได้เหมาะสมที่สุด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

39.

อุปกรณ์ในข้อใดใช้วัดปริมาตรของเหลวได้เหมาะสมที่สุด

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

40.

อุปกรณ์ D ควรมีหน่วยเป็นอะไร

a)

องศาเซลเซียส

b)

กรัม

c)

กิโลกรัม

d)

มิลลิลิตร

41.

เพราะเหตุใดการชั่งมวลหรือวัดปริมาณทางวิทยาศาสตร์ควรทำการวัดหลายๆ ครั้งและหาค่าเฉลี่ย

a)

เพื่อเพิ่มความคลาดเคลื่อนของการวัด

b)

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ใกล้เคียงค่าจริง มีความถูกต้องมากกว่า

c)

ไม่จำเป็นต้องใช้ค่าเฉลี่ย

d)

เพื่อลดความแม่นยำในการวัด

42.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ “การทดลอง”

a)

เป็นการกำหนดข้อตกลงเพื่อความเข้าใจตรงกัน โดยใช้การสังเกตหรือการวัด

b)

เป็นกระบวนการปฏิบัติ ทำการทดลอง และบันทึกผล

c)

เป็นกระบวนการปฏิบัติหาคำตอบเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน มีการวางแผนการทดลอง ทำการทดลอง และบันทึกผล

d)

เป็นการกำหนดวิธีการ กระบวนการ การสังเกตในการทำการวัด

43.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับ “การกำหนดนิยามเชิงปฏิบัติการ”

a)

เป็นการกำหนดข้อตกลงเพื่อความเข้าใจตรงกัน โดยใช้การสังเกตหรือการวัด

b)

เป็นกระบวนการปฏิบัติ ทำการทดลอง และบันทึกผล

c)

เป็นกระบวนการปฏิบัติหาคำตอบเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน มีการวางแผนการทดลอง ทำการทดลอง และบันทึกผล

d)

เป็นการกำหนดวิธีการ กระบวนการ การสังเกตในการทำการวัด

44.

ในการเปรียบเทียบเพื่อหาคำตอบว่าอายุการใช้งานของถ่านไฟฉายจำนวน 2 ยี่ห้อ ยี่ห้อใดมีอายุการใช้งานได้มากกว่ากัน ซึ่งทดสอบโดยนำถ่านแต่ละก้อนไปต่อกับวงจรหลอดไฟ พบว่าอาบุการใช้งานของถ่านไฟฉายมีความแตกต่างกันดังตารางต่อไปนี้

ตัวแปรต้นคือข้อใด

a)

ยี่ห้อถ่านไฟฉาย A และ B

b)

จำนวนถ่านไฟฉาย

c)

วงจรหลอดไฟ

d)

อายุการใช้งาน

45.

ในการเปรียบเทียบเพื่อหาคำตอบว่าอายุการใช้งานของถ่านไฟฉายจำนวน 2 ยี่ห้อ ยี่ห้อใดมีอายุการใช้งานได้มากกว่ากัน ซึ่งทดสอบโดยนำถ่านแต่ละก้อนไปต่อกับวงจรหลอดไฟ พบว่าอาบุการใช้งานของถ่านไฟฉายมีความแตกต่างกันดังตารางต่อไปนี้

ตัวแปรตามคือข้อใด

a)

อายุการใช้งาน

b)

จำนวนถ่านไฟฉาย

c)

วงจรหลอดไฟ

d)

ยี่ห้อถ่านไฟฉาย A และ B

46.

ในการเปรียบเทียบเพื่อหาคำตอบว่าอายุการใช้งานของถ่านไฟฉายจำนวน 2 ยี่ห้อ ยี่ห้อใดมีอายุการใช้งานได้มากกว่ากัน ซึ่งทดสอบโดยนำถ่านแต่ละก้อนไปต่อกับวงจรหลอดไฟ พบว่าอาบุการใช้งานของถ่านไฟฉายมีความแตกต่างกันดังตารางต่อไปนี้

ตัวแปรควบคุมคือข้อใด

a)

วงจรหลอดไฟ

b)

ไม่มีคำตอบ

c)

อายุการใช้งาน

d)

ยี่ห้อถ่านไฟฉาย A และ B

47.

ในการเปรียบเทียบเพื่อหาคำตอบว่าอายุการใช้งานของถ่านไฟฉายจำนวน 2 ยี่ห้อ ยี่ห้อใดมีอายุการใช้งานได้มากกว่ากัน ซึ่งทดสอบโดยนำถ่านแต่ละก้อนไปต่อกับวงจรหลอดไฟ พบว่าอาบุการใช้งานของถ่านไฟฉายมีความแตกต่างกันดังตารางต่อไปนี้

การหาคำตอบครั้งนี้ควรได้ข้อสรุปว่าอย่างไร

a)

ถ่านไฟฉายยี่ห้อ A มีอายุการใช้งานเฉลาย 4.0 ชั่วโมง

b)

ถ่านไฟฉายยี่ห้อ B แต่ละก้อนมีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน

c)

ถ่านไฟฉายยี่ห้อ B มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 15.0 ชม.

d)

ถ่านไฟฉายยี่ห้อ A มีอายุการใช้งานน้อยกว่ายี่ห้อ B