Font size
Worksheetsโครงสร้างและการเจริญเติบโตของใบ
Total questions: 33
Worksheet time: 17mins
"ส่วนที่แผ่เป็นแผ่นแบนพืชแต่ละชนิดจะมีขนาดความหนา และลักษณะรูปร่างแตกต่างกันช่วยในการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชและช่วยในการระบายความร้อน "คือองค์ประกอบส่วนใด
หูใบ
ก้านใบ
แผ่นใบ
เส้นใบ
พืชชนิดใดเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั้งหมด
พริก ชบา มะขาม
มะขาม อัญชัน มะม่วง
มะม่วง หางนกยูงไทย มะพร้าว
มะม่วง พริก มันสำปะหลัง
แพลิเซดมีโซฟิลล์ประกอบไปด้วยเซลล์ใด
เซลล์พาเรงคิมา
เซลล์คอลเลนไคมา
เซลล์สเคลอเรงคิมา
สเคลอรีด
"อยู่ถัดจากแพลิเซดมีโซฟิลล์ลงไปจนถึงขั้นชั้นเอพิเดอร์มิสด่านล่าง ประกอบด้วยเซลล์ที่รูปร่างไม่แน่นอนช่องว่างระหว่างเซลล์กว้าง"คืออะไร
เอพิเดอร์มิส
แพลิเซดมีโซฟิลล์
คิวติเคิล
สปองจีมีโซฟิลล์
ข้อใดกล่าวถึงหน้าที่ของใบ(leave)ได้ถูกต้อง
สร้างอาหารให้แก่พืช
สร้างพลังงานของพืช
ลดอุณหภูมิของใบและลำเลียงน้ำ เกลือธาตุ และอาหารให้แก่พืช
ถูกทุกข้อ
ใบกำเนิดมาจากอะไร
ใบเริ่มเกิดหรือเนื้อเยื่อกำเนิดใบ
ใบอ่อน
หูใบ
ไม่มีข้อใดถูก
ผิวด้านนอกของเอพิเดอร์มิสมีสารคิวทินเคลือบอยู่เพื่ออะไร
ป้องกันการระเหยน้ำของน้ำ
เพื่อเพิ่มช่องว่างระหว่างเซลล์ให้กว้างขึ้น
เพื่อช่วยในการคายน้ำ
ถูกทุกข้อ
มีโซฟิลล์สามารถแบ่งได้กี่แบบ
1แบบ
2แบบ
3แบบ
4แบบ
ส่วนที่ก้านใบแผ่ออกเป็นแผ่นเรียกว่าอะไร
หูใบ
กลีบเลี้ยง
กาบใบ
แผ่นใบ
วาสคิวลาร์บันเดิลขนาดใหญ่จะอยู่ในบริเวณใด
บริเณเส้นใบและเส้นใบย่อย
อยู่บริเวณเส้นกลางใบ
อยู่ถัดจากแพลิเซดมีโซฟิลล์ลงไป
อยู่ชั้นนอกสุดประกอบด้วยเซลล์ผิว
ข้อใดเป็นโครงสร้างที่พบในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
แผ่นใบ กาบใบ หูใบ
พบเฉพาะเขี้ยวใบเท่านั้น
แผ่นใบ กาบใบ เขี้ยวใบ
แผ่นใบ ก้านใบ หูใบ
เราสามารถแบ่งใบตามจำนวนแผ่นใบที่ติดอยู่ที่ก้านใบ 1 ก้านใบได้กี่ประเภท อะไรบ้าง
1 ใบเดี่ยว
2 ประเภท ใบเดี่ยว ใบประกอบ
3 ประเภท ใบเดี่ยว ใบประกอบ ใบขนาน
4 ประเภท ใบเดี่ยว ใบประกอบ ใบขนาน และใบตาข่าย
จากภาพคือใบประเภทใด
ใบเดี่ยว
ใบประกอบ
ใบประกอบเชิงเดี่ยว
ใบประกอบเชิงซ้อน
จากภาพคือใบประเภทใด
ใบเดี่ยว
ใบประกอบ
ใบประกอบเชิงซ้อน
ใบประกอบเชิงเดี่ยว
จากภาพคือใบประเภทใด
ใบเดี่ยว
ใบประกอบแบบขนนก
ใบประกอบแบบนิ้วมือ
ใบประกอบแบบขนแกะ
จากภาพหมายเลข 1 และหมายเลข 2 คือใบประเภทใด
หมายเลข 1 ใบเดี่ยว หมายเลข 2 ใบประกอบ
หมายเลข 1 ใบประกอบ หมายเลข 2 ใบเดี่ยว
หมายเลข 1 และหมายเลข 2 ใบประกอบ
หมายเลข 1 และหมายเลข 2 ใบเดี่ยว
ใบของพืชประกอบด้วยส่วนใด
กาบใบ เส้นใบ แผ่นใบ
ก้านใบ แผ่นใบ
ก้านใบ เส้นใบ
กาบใบ เส้นใบ แผ่นใบ
ลักษณะใดของใบที่เหมาะสำหรับการทำหน้าที่สร้างอาหารมากที่สุด
ใบมีลักษณะเป็นเส้นบางๆ กระจายไปทั่วกิ่ง
ใบแบนบาง มีความหนาและมีพาลิเสดเซลล์กันหลายๆ ชั้น
ใบแบนบาง พื้นที่ผิวมาก ใบแผ่ออกแต่ละใบไม่ซ้อนกัน
ใบหนามีขนาดใหญ่ แต่ละใบเรียงซ้อนๆ กันหลายๆ ชั้น
ใบไม้ทั่วๆไปด้านหลังใบสีเขียวเข้มกว่าด้านท้องใบ เนื่องจาก
ชั้นเอพิเดอร์มิสด้านหลังใบสีเขียวเข้มกว่าด้านท้องใบ
ชั้นคิวติเคิลของด้านท้องใบหน้ามากกว่าด้านหลังใบ
คลอโรพลาสต์ด้านหลังใบจะมีมากกว่าด้านท้องใบ
คลอโรพลาสต์ด้านหลังใบมีสีเข้มมากกว่าด้านท้องใบ
ลักษณะของใบพืชใบเลี้ยงคู่ คือ ข้อใด
มีเส้นใบแบบร่างแห
มีเส้นใบสานกันไปมา
มีเส้นกลางใบหลายเส้น
มีเส้นใบเรียงแบบขนาน
พืชชนิดใดเปลี่ยนใบเป็นหนามเพื่อลดการคายน้ำ
กระบองเพชร
ว่านหางจระเข้
คว่ำตายหงายเป็น
หม้อข้าวหม้อแกงลิง
ปากใบมีหน้าที่ตามข้อใด
คายน้ำปล่อยออกซิเจน
คายน้ำปล่อยออกซิเจนรับคาร์บอนไดออกไซด์
คายคาร์บอนไดออกไซด์รับออกซิเจน
คายน้ำ
เซลล์คุมและเอพิเดอร์มิสด้านล่างของใบนั้นเป็นเซลล์แถวเดียวกัน แตกต่างกัน คือ
เอพิเดอร์มิสมีนิวเคลียส เซลล์คุมไม่มีนิวเคลียส
เอพิเดอร์มิสไม่มีนิวเคลียส เซลล์คุมมีนิวเคลียส
เอพิเดอร์มิสมีคลอโรพลาสต์ เซลล์คุมไม่มีคลอโร- พลาสต์
เอพิเดอร์มิสไม่มีคลอโรพลาสต์ เซลล์คุมมีคลอโร- พลาสต์
สารสีเขียวที่อยู่ในใบพืชเรียกว่า อะไร
คลอรีน
ไอโอดีน
ไนโตรเจน
คลอโรฟิลล์
หมายเลข 1 เรียกว่า
Epidermis cell
Spongy parenchyma
Palisade parenchyma
Mesophyll
ต้นไม้คู่ใดที่เปลี่ยนใบไปเป็นอวัยวะที่ใช้ในการจับแมลง
ก. กาบหอยแครง หม้อข้าวหม้อแกงลิง
ข. กาบหอยแครง ตำลึง
ค. หม้อข้าวหม้อแกงลิง ว่านกาบหอย
ง. ตำลึง ว่านกาบหอย
เพราะเหตุใดเวลาย้ายต้นไม่ไปปลูกจึงนิยมตัดใบออกเสียบ้าง
ก. สะดวกในการเคลื่อนย้าย
ข. ลดการคายน้ำของพืช
ค. สะดวกในการบังแดด
ง. ลดน้ำหนักพืชส่วนใหญ่ที่อยู่เหนือดิน
การสังเคราะห์ด้วยแสงเกิดขึ้นที่บริเวณใด
วาสคิวลาร์บันเดิล
เซลล์บันเดิลชีท
เอพิเดอร์มิส
มีโซฟิลล์
ในการคายน้ำของพืช น้ำจะออกจากพืชมากที่สุดทางใด
หน้าใบ
ปลายใบ
หลังใบ
ขอบใบ
เซลล์คุมเปลี่ยนแปลงมาจากเซลล์ใด
Parenchyma
Epidermis
Stoma
Cutin
มัดท่อลำเลียงของใบอยู่ที่ส่วนใด
ก. ชั้นของ Epidermis
ข. ชั้นของ Spongy cell
ค. ชั้นของ Palisade cell
ง. ชั้นของ Mesophyll
ปากใบมีหน้าที่
ก. คายน้ำปล่อยออกซิเจน
ข. คายคาร์บอนไดออกไซด์รับออกซิเจน
ค. คายน้ำปล่อยออกซิเจนรับคาร์บอนไดออกไซด์
ง. คายน้ำ
เซลล์คุมเปลี่ยนแปลงจากเซลล์ใด
ก. Stoma
ข. Parenchyma
ค. Cutin
ง. Epidermis
