wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทเสภา สามัคคีเสวก

Total questions: 21

Worksheet time: 11mins

Name
Class
Date
1.

ตอน สามัคคีเสวกเป็นการกล่าวถึงเรื่องใด

a)

ความกตัญญู

b)

ความเสียสละ

c)

ความสามัคคี

d)

ความซื่อสัตย์

2.

“อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า”

คำประพันธ์ข้างต้นนี้ใช้โวหารประเภทใด

a)

อุปมาโวหาร

b)

พรรณนาโวหาร

c)

สาธกโวหาร

d)

บรรยายโวหาร

3.

เพราะเหตุใดจึงกล่าวว่าประเทศไทยเจริญไม่แพ้เพื่อนบ้าน

a)

เพราะกำลังจะเป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่

b)

เพราะมีการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

c)

เพราะไทยมีศิลปะวิทยาการของช่างศิลปทุกสาขาวิชามานานแล้ว

d)

เพราะไทยมีช่างผู้ชำนาญทางด้านศิลปะงานช่างมากมายหลายแขนง

4.

ผู้แต่งเปรียบชาติที่มีศิลปะกับข้อใด

a)

ดอกไม้ดอกไม้ที่เบ่งบาน

b)

ทิวทัศน์ที่สวยงาม

c)

นางผู้เลอโฉม

d)

บรรยากาศที่สดชื่น

5.

บทร้อยกรอง เรื่องบทเสภาสามัคคีเสวกมีใจความสรุปตรงกับข้อใด

a)

ทุกชาติต้องมีงานศิลปะประจำชาติของตน

b)

ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของชาติ

c)

ผู้ที่นิยมชมชอบในงานศิลปะย่อมเป็นผู้ที่มีความสุขทั้งกายและจิตใจ

d)

ศิลปะมีความสำคัญต่อเกียรติภูมิของชาติชาติไทยควรช่วยกันรักษาศิลปะของชาติไว้

6.

คำประพันธ์ใดมีคำที่มีความหมายว่า “ช่างก่อสร้าง”

a)

ช่างประดิษฐ์รัชดาสง่าผ่อง

b)

อีกช่างสถาปนาถูกทำนอง

c)

อีกช่างถมลายลักษณะจำลอง

d)

จึงมีช่างชำนาญวิเลขา

7.

“ทั้งช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ” คำประพันธ์นี้กล่าวถึงช่างอะไร

a)

ช่างเงิน

b)

ช่างทำทอง

c)

ช่างวาดรูป

d)

ช่างเขียน

8.

เหล่าข้าราชการเปรียบได้กับอะไร

a)

กะลาสี

b)

กัปตันเรือ

c)

เรือ

d)

มหาสมุทร

9.

ใครคือผู้เเต่ง เรื่อง บทเสภาสามัคคีเสวก

a)

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

b)

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

c)

พระบามสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

d)

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

10.

ใน บทเสภาสามัคคีเสวก ข้อใดคือความหมายของคำว่า “เสวก”

a)

เพื่อนฝูง

b)

ความสามัคคี

c)

ชาวบ้าน

d)

ข้าราชการในราชสำนัก

11.

“เเม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม เมื่อถึยามเศร้าอุราน่าสงสาร

เพราะเครืองระงับดับรำคาญ โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ”

คำประพันธ์ข้างต้น คำว่า “โอสถ” มีความหมายอย่างไร

a)

สิ่งที่ใช้เเก้ความเศร้า

b)

สิ่งที่มาทำให้น่าสงสาร

c)

คนที่ไม่ชื่นชมในงานศิลปะ

d)

คนที่ไม่ซาบซึ้งในงานศิลปะ

12.

“เเม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม เมื่อถึยามเศร้าอุราน่าสงสาร

เพราะเครืองระงับดับรำคาญ โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ”

คำประพันธ์ข้างต้นนี้กล่าวถึงใคร

a)

ผู้ที่ไม่มีใจรักในศิลปะ

b)

ผู้ที่ไม่เห็นความสำคัญของความสวยงาม

c)

ผู้ที่ไม่เคยมีความรู้สึกซาบซึ้งหรือประทับใจในสิ่งสวยงาม

d)

ผู้ที่มีควาคิดว่าศิลปะไม่ใช่สิ่งสวยงาม

13.

ข้อใดไม่ใช่วิชาช่างของไทยที่กล่าวไว้ในบทร้อยกรองเรื่องนี้

a)

ช่างทอง-ช่างเงิน

b)

ช่างปั้น-ช่างเขียน

c)

ช่างถ่ายรูป-ช่างเเต่งหน้า

d)

ช่างก่อสร้าง-ช่างถม

14.

“เเต่กรุงไทยศรีวิไลทันเพื่อนบ้าน จึงมีช่างชำนาญวิเลขา

ทั้งช่างปั้นช่างเขียนเพียรวิชา อีกช่างสถาปนาถูกทำนอง”

จากคำประพันธ์ข้างต้นไม่ได้กล่าวถึงช่างใด

a)

ช่างปั้น

b)

ช่างเขียน

c)

ช่างเเกะสลัก

d)

ช่างก่อสร้าง

15.

ผู้เเต่งฯ ได้เสนอเเนวคิดอย่างไร

a)

หมั่นฝึกวิชาที่ตนชอบให้ชำนาญมากๆ

b)

ศิลปะของไทยงดงามเป็นอันดับหนึ่งของโลก

c)

ควรหมั่นบำรุงรักษาเเละอนุรักษ์ไว้ซึ่งศิลปะประจำชาติเรา

d)

วิชาช่างมีหลายแขนงเยาวชนทุกคนควรจำชำนาญกันคนละอย่าง

16.

ผู้เเต่งฯ เปรียบผู้ดูถูกศิลปะเป็นคนประเภทใด

a)

ทรชน

b)

คนป่า

c)

คนที่มีเขา

d)

กบในกะลา

17.

“อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์ เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า”

จากคำประพันธ์ข้างต้น คำว่า “นาริน” มีความหมายอย่างไร

a)

ผู้หญิง

b)

สาวงาม

c)

คน

d)

ความงาม

18.

ข้อใดไม่ใช่ประโยชน์ที่มนุษย์เราได้จาก “ศิลปะ”

a)

ทำให้มีความสุขใจ

b)

ทำให้มีความสุขกาย

c)

ดูเเล้วเจริญหูเจริญตา

d)

ช่วยทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ

19.

“ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา”

คำประพันธ์ข้างต้นนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

เมื่อบ้านเมืองเกิดสงคราม

b)

เมื่อบ้านเมืองสงบสุขไร้ซึ่งสงคราม

c)

เมื่อประชาชนรู้จักการสืบทอด

d)

เมื่อมีวิวัฒนาการทางด้านศิลปะ

20.

“ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ ในกิจศิลปะวิไลละวาดงาม”

คำว่า “นรชน” มีความหมายว่าอย่างไร

a)

เงิน

b)

เครื่องประดับ

c)

คน

d)

ชาติ

21.

คำประพันธ์ในข้อใด "ไม่มี" คำที่แสดงความหมายว่า "กษัตริย์"

a)

รักษาตนเคร่งคงตรงวินัย สมานใจจงรักพระจักรี

b)

เหล่าเสวกตกที่กะลาสี ควรคิดถึงหน้าที่นั้นเป็นใหญ่