wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

บทที่ ๕ การรณรงค์ทางการเมืองและการสื่อสารในการเลือกตั้ง

Total questions: 15

Worksheet time: 8mins

Name
Class
Date
1.

การรณรงค์ทางการเมืองในยุคหลังสมัยใหม่ (Post-modern Campaign) มีลักษณะสำคัญใดต่อไปนี้

a)

เน้นการสื่อสารแบบทางเดียวผ่านสื่อมวลชน

b)

ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่

c)

พึ่งพาการรณรงค์แบบตัวต่อตัวเป็นหลัก

d)

มุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนเท่านั้น

2.

หากพรรคการเมืองแห่งหนึ่งมีฐานการสนับสนุนที่แข็งแกร่งในพื้นที่ชนบท แต่อ่อนแอในเขตเมือง
กลยุทธ์การรณรงค์ที่เหมาะสมที่สุดคือข้อใด

a)

เน้นการรณรงค์ในพื้นที่ชนบทเพื่อเสริมจุดแข็ง

b)

มุ่งเน้นการรณรงค์ในเขตเมืองเพื่อขยายฐานการสนับสนุน

c)

แบ่งทรัพยากรเท่า ๆ กันระหว่างเมืองและชนบท

d)

หลีกเลี่ยงการรณรงค์ในเขตเมืองเพื่อลดความ
ขัดแย้ง

3.

องค์ประกอบใดต่อไปนี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการรณรงค์ทางการเมืองตามแนวคิดของ McNair

a)

การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน

b)

การระบุกลุ่มเป้าหมาย

c)

การจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับการรณรงค์

d)

การประเมินผลการรณรงค์

4.

ในบริบทการเมืองไทย ระบบอุปถัมภ์มีผลกระทบต่อการรณรงค์ทางการเมืองอย่างไร

a)

ลดความสำคัญของการใช้สื่อมวลชน

b)

เพิ่มความสำคัญของ
เครือข่ายความสัมพันธ์ส่วนบุคคล

c)

ทำให้การรณรงค์มีต้นทุนลดลง

d)

ส่งผลให้การรณรงค์เป็นไปอย่างโปร่งใส

5.

การวิเคราะห์ SWOT ในการวางแผนการรณรงค์ทางการเมือง ตัว "T" หมายถึงอะไร

a)

Target (เป้าหมาย)

b)

Timing (เวลา)

c)

Threats (อุปสรรค)

d)

Technology (เทคโนโลยี)

6.

หากผู้สมัครคนหนึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารงานมาก แต่ขาดความสามารถในการสื่อสาร
จุดแข็งและจุดอ่อนนี้ควรจัดการอย่างไร

a)

เน้นการสื่อสารผ่านสื่อเขียนเท่านั้น

b)

หาผู้ช่วยที่มีทักษะการสื่อสารมาช่วย

c)

หลีกเลี่ยงการปรากฏตัวต่อสาธารณะ

d)

เปลี่ยนกลยุทธ์ไปเน้นนโยบายแทนตัวบุคคล

7.

ปัจจัยใดต่อไปนี้มีผลกระทบมากที่สุดต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรณรงค์ทางการเมืองในศตวรรษที่ 21

a)

การเปลี่ยนแปลงของระบบการเมือง

b)

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

c)

การเพิ่มขึ้นของระดับการศึกษา

d)

การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร

8.

ในการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง หากพบว่าประเด็นเศรษฐกิจเป็นความกังวลหลักของประชาชน
ผู้วางแผนการรณรงค์ควรทำอย่างไร

a)

หลีกเลี่ยงการพูดถึงประเด็นเศรษฐกิจ

b)

เน้นการรณรงค์นโยบายเศรษฐกิจเป็นหลัก

c)

เปลี่ยนความสนใจไปยังประเด็นอื่น

d)

รอให้ประเด็นเศรษฐกิจคลี่คลายก่อน

9.

หากการสำรวจความคิดเห็นแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครมีความนิยม 35% ในขณะที่คู่แข่งหลักมี 40% กลยุทธ์ใดเหมาะสมที่สุด

a)

โจมตีคู่แข่งเพื่อลดความนิยมของเขา

b)

เน้นการสร้างความ
แตกต่างเชิงบวก

c)

เพิ่มการรณรงค์ในกลุ่มผู้สนับสนุนเดิม

d)

หยุดการรณรงค์ชั่วคราวเพื่อประเมินสถานการณ์

10.

การแบ่งกลุ่มเป้าหมายตามลักษณะทางจิตวิทยา (Psychographics) หมายถึงการแบ่งตามข้อใด

a)

อายุ เพศ และรายได้

b)

ค่านิยม ทัศนคติ
และรูปแบบการดำเนินชีวิต

c)

ระดับการศึกษาและอาชีพ

d)

พื้นที่ที่อาศัยอยู่

11.

การวิเคราะห์คู่แข่งในการรณรงค์ทางการเมืองควรเน้นด้านใดมากที่สุด

a)

ประวัติส่วนตัวของคู่แข่ง

b)

จุดแข็งและจุดอ่อนของ

คู่แข่ง

c)

แหล่งเงินทุนของคู่แข่ง

d)

ทีมงานของคู่แข่ง

12.

หากพื้นที่เลือกตั้งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นคนรุ่นใหม่จำนวนมาก การวางแผนการรณรงค์ควรเน้นช่องทางใด

a)

หนังสือพิมพ์และวิทยุ

b)

โทรทัศน์และป้ายโฆษณา

c)

สื่อสังคมออนไลน์และแอปพลิเคชัน

d)

การประชุมหมู่บ้านและการเดินรณรงค์

13.

การเดินรณรงค์ตามหมู่บ้าน (Door-to-door Canvassing) เหมาะสมกับสถานการณ์ใด

a)

เมื่อมีงบประมาณจำกัด

b)

เมื่อต้องการสร้างความสัมพันธ์ส่วนบุคคล

c)

เมื่อพื้นที่เลือกตั้งมีขนาดใหญ่

d)

เมื่อผู้สมัครไม่มีชื่อเสียง

14.

หากผู้สมัครต้องการเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุ ช่องทางการสื่อสารใดเหมาะสมที่สุด

a)

Instagram และ TikTok

b)

วิทยุและหนังสือพิมพ์
ท้องถิ่น

c)

YouTube และ Facebook

d)

Twitter และ LinkedIn

15.

หากการสำรวจความคิดเห็นพบว่าประชาชนไม่รู้จักผู้สมัครคนหนึ่ง กลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมคือ

a)

เน้นการโจมตีคู่แข่ง

b)

เน้นการสร้างการรับรู้ (Awareness) เป็นอันดับแรก

c)

เน้นนโยบายที่ซับซ้อน

d)

หลีกเลี่ยงการปรากฏตัว
ในสื่อ