wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบกลางภาค ว32243

Total questions: 50

Worksheet time: 17mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นเนื้อเยื่อเจริญ

a)

cork

b)

periderm

c)

vascular cambium

d)

vascular bundle

2.

ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นเนื้อเยื่อถาวร

a)

apical meristem

b)

parenchyma

c)

cork cambium

d)

intercalary meristem

3.

จากภาพ คือ โครงสร้างส่วนใดของพืช

a)

รากของพืชใบเลี้ยงคู่

b)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่

c)

รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

d)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

4.

เซลล์ข้อใดต่อไปนี้ทำงานในขณะที่เซลล์ตายแล้ว

a)

parenchyma

b)

companion cell

c)

sieve tube member

d)

vessel member

5.

จากภาพส่วนใดคือ Xylem

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

6.

โครงสร้างใดพบในพืชต่อไปนี้

a)
b)
c)
d)
7.

ข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นส่วนของลำต้น

a)
b)
c)
d)
8.

ลำต้นของพืชต่อไปนี้มีอายุประมาณกี่ปี

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

9.

หากต้องการศึกษาการแบ่งเซลล์ในระยะต่าง ๆ ต้องตัดรากที่บริเวณใดมาศึกษา

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

10.

โครงสร้างของใบในภาพพบในพืชชนิดใด

a)

ชบา

b)

หญ้าขน

c)

ถั่วเขียว

d)

มะม่วง

11.

แก่นไม้คือเนื้อเยื้อส่วนใดของลำต้น

a)

primary xylem

b)

primary phloem

c)

secondary xylem

d)

secondary phloem

12.

หมายเลขใดคือตำแหน่งของเนื้อเยื่อพื้น (ground tissue) ทั้งหมด

a)

1 2 3 4

b)

2 3 4 7

c)

3 5 6 7

d)

1 2 4 7

13.

บริเวณใดเป็นส่วนที่ให้กำเนิดรากแขนง

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

14.

ข้อใดจับคู่เนื้อเยื่อเจริญต้นกำเนิดกับเนื้อเยื่อถาวรได้ถูกต้อง

a)

protoderm กับ cortex

b)

ground meristem กับ epidermis

c)

vascular cambium กับท่อลำเลียง

d)

cork cambium กับ pith

15.

เซลล์รูปร่างเรียวยาว หัวแหลมท้ายแหลม ผนังเซลล์บางและหนาจากสารลิกนินมาสะสม เป็นลักษณะของเซลล์ใด

a)

ไฟเบอร์ (Fiber)

b)

สเคอรีด (Sclereid)

c)

เทรคีด (Tracheid)

d)

เวสเซล (Vessel)

16.

ถ้านำลำต้นเข็มมาตัดตามขวาง (Cross section) แล้วส่องดูใต้กล้องจุลทรรศน์จะพบชั้นต่างๆ ของโครงสร้างอย่างไร

โดยเรียงจากด้านนนอกเข้าสู่ด้านใน

a)

Epidermis / cortex / pith / vascular bundle

b)

Epidermis / pith / cortex / vascular bundle

c)

Epidermis / cortex / vascular bundle / pith

d)

Epidermis / vascular bundle / cortex / pith

17.

ต้นข้าวที่ถูกน้ำท่วมจะพยายามชูลำต้นให้เหนือน้ำ ความสูงที่เพิ่มขึ้นเกิดจาการแบ่งเซลล์ของเนื้อเยื่อเจริญในข้อใดบ้าง

A. เนื้อเยื่อเจริญปลายยอด

B. เนื้อเยื่อเจริญระหว่างข้อ

C. เนื้อเยื่อเจริญด้านข้าง

a)

A

b)

B

c)

A และ B

d)

B และ C

18.

นักเรียนจะไม่พบโครงสร้างของ

vascular cambium ในข้อใดต่อไปนี้

a)

โคนรากแก้วของต้นมะม่วงอายุ 10 ปี

b)

ปลายรากแก้วของต้นกล้าถั่วเขียวอายุ 7 วัน

c)

ใบแก่ของต้นขนุนที่ปลูกมาแล้ว 15 ปี

d)

ลำต้นของต้นข้าวที่ปลูกมาแล้ว 2 เดือน

19.

โครงสร้างที่เห็นในภาพนี้ สามารถพบได้ในส่วนใดของพืชและเป็นของพืชในกลุ่มใด

a)

รากของพืชใบเลี้ยงคู่

b)

รากของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

c)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงคู่

d)

ลำต้นของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

20.

ข้อใดต่อไปนี้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง heartwood และ sapwood ได้ถูกต้อง

a)

Heartwood เป็นเนื้อไม้ที่มีอายุมากกว่า sapwood

b)

Vessel member ที่พบใน heartwood จะไม่มีชีวิตแล้ว ในขณะที่ sapwood จะยังคงมีชีวิตอยู่

c)

Heartwood ทำหน้าที่ลำเลียงน้ำและสารอินทรีย์ ในขณะที่ sapwood ทำหน้าที่ลำเลียงเฉพาะน้ำ

d)

Heartwood เกิดในระยะ primary growth ขณะที่ sapwood เกิดในระยะ secondary growth

21.

เมื่อนักเรียนทำการเพาะเมล็ดถั่วเขียวและเมล็ดข้าวโพด ส่วนใดที่งอกออกมาจากเมล็ดก่อนเป็นลำดับแรก

a)

Lateral root

b)

Tap root

c)

Root hair

d)

Radicle

22.

เมื่อควั่นเปลือกกิ่งมะขามแล้วลอกออก

เนื้อเยื่อบริเวณใดถูกฉีกขาด

a)

เปลือกไม้ (Bark)

b)

เฟลโลเดิร์ม (Phelloderm)

c)

คอร์กแคมเบียม (Cork cambium)

d)

คอร์ก (Cork)

23.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

ก. หัวผักกาดขาว มันเทศ แคร์รอต

เป็นรากพิเศษที่ทำหน้าที่สะสมอาหาร

ข. มันฝรั่ง แห้ว ขิง ข่า

เป็นลำต้นพิเศษที่ทำหน้าที่สะสมอาหาร

ค. ถั่วลันเตา องุ่น

เป็นลำต้นพิเศษที่ทำหน้าที่ยึดเกาะ

a)

ก. เท่านั้น

b)

ข. เท่านั้น

c)

ก. และ ข.

d)

ข. และ ค.

24.

บริเวณส่วนใดของปลายรากพืชที่ทำให้พืชชอนไชเข้าหาน้ำและธาตุอาหารได้สะดวกขึ้น

a)

บริเวณหมวกราก

b)

บริเวณที่มีการแบ่งเซลล์

c)

บริเวณที่เซลล์เจริญเติบโตเต็มที่

d)

บริเวณที่เซลล์ขยายขนาดตามยาว

25.

ใบพืชที่มีสารคิวตินเคลือบอยู่บนชั้นเอพิเดอร์มิสหนามาก นักเรียนคิดว่าพืชชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่ใด

a)

ป่าดิบชื้น

b)

ทะเล

c)

ทะเลทราย

d)

ริมแม่น้ำ

26.

ในรากพืชใบเลี้ยงคู่จะมีรากขนาดใหญ่ได้

เพราะเหตุใด

a)

มีการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อขั้นปฐมภูมิ

b)

มีการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อขั้นทุติยภูมิ

c)

มีการแบ่งเซลล์ของกลุ่มมัดท่อลำเลียง

d)

มีการสร้างผนังเซลล์ของไซเลมให้หนาขึ้น

27.

ข้อใดจับคู่เนื้อเยื่อและประเภทของเนื้อเยื่อ

ได้ถูกต้อง

a)

พาเรงคิมา เป็นเนื้อเยื่อเจริญ

b)

โฟลเอ็ม เป็นเนื้อเยื่อเจริญ

c)

วาสคิวลาร์แคมเบียม เป็นเนื้อเยื่อเจริญ

d)

คอร์กแคมเบียม เป็นเนื้อเยื่อถาวร

28.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง เกี่ยวกับโครงสร้างภายใน

ลำต้นของพืช

a)

พิธ พบอยู่ในชั้นสตีลของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเท่านั้น

b)

คอร์เทกซ์เป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ภายในสุดของลำต้น

c)

วาสคิวลาร์แคมเบียมพบอยู่ในชั้นคอร์เทกซ์ของ

พืชใบเลี้ยงคู่เท่านั้น

d)

เซลล์คุม พบในชั้นเอพิเดอร์มิสของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวเท่านั้น

29.

เนื้อเยื้อในข้อใดที่สามารถพบได้เฉพาะพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

a)

Apical meristem

b)

Intercalary meristem

c)

Lateral meristem

d)

Epidermis

30.

เนื้อเยื่อที่มีรูปร่างคงที่ ไม่มีการแบ่งเซลล์เพิ่มอีก คือคุณสมบัติของเนื้อเยื่อประเภทใด

a)

เนื้อเยื่อเจริญ

b)

เนื้อเยื่อถาวร

c)

เนื้อเยื่อชั้นนอก

d)

เนื้อเยิ่อชั้นใน

31.

ข้อใดไม่สามารถพบในระบบเนื้อเยื่อลำเลียงของไซเล็ม (xylem)

a)

เทรคีด (tracheid)

b)

ซีฟทิวบ์ (sieve tube)

c)

เวสเซล (vessel element)

d)

พาเรงคิมา (parenchyma)

32.

ขนราก เจริญจากโครงสร้างส่วนใดของราก (โครงสร้างรากตามยาว)

a)

บริเวณการยืดตามยาวของเซลล์ (Region of cell elongation)

b)

บริเวณการแบ่งเซลล์ (Region of cell division)

c)

หมวกราก (Root cap)

d)

บริเวณการเปลี่ยนสภาพและการเจริญเต็มที่ของเซลล์ (Region of cell differentiation and maturation)

33.

ข้อใด ไม่ใช่ ส่วนประกอบของชั้นสตีล (stele)

a)

เอนโดเดอร์มิส (endodermis)

b)

เพริไซเคิล (pericycle)

c)

วาสคิวลาร์บันเดิลหรือมัดท่อลำเลียง (vascular bundle)

d)

พิธ (pith)

34.

เนื้อเยื่อส่วนใด แบ่งเซลล์ทำให้เกิดรากแขนง

a)

เอพิเดอร์มิส (epidermis)

b)

เพริไซเคิล (pericycle)

c)

ไซเล็ม (xylem)

d)

โฟลเอ็ม (phloem)

35.

เซลล์คุมหรือปากใบ เป็นเซลล์ที่อยู่ในเนื้อเยื้อชั้นใด

a)

เอพิเดอร์มิส

b)

คอร์เทกซ์

c)

เอนโดเดอร์มิส

d)

สตีล

36.

เนื้อเยื่อชนิดใด มีหน้าที่เสริมสร้างความแข็งแรงแก่โครงสร้างพืช พบได้ในเปลือกไม้ เปลือกเมล็ด

a)

เอพิเดอร์มิส (Epidermis)

b)

พาเรงคิมา (parenchyma)

c)

คอลเลงคิมา(collenchyma)

d)

สเกลอเรงคิมา(sclerenchyma)

37.

เนื้อเยื่อชนิดใด พบทั่วไปในส่วนต่าง ๆ ของพืช และมีหน้าที่สะสมอาหาร

a)

เอพิเดอร์มิส (Epidermis)

b)

พาเรงคิมา (parenchyma)

c)

คอลเลงคิมา (collenchyma)

d)

สเกลอเรงคิมา (sclerenchyma)

38.

ต้นพืชชนิดใดต่อไปนี้ที่มีรากชนิดรากค้ำ

a)

โกงกาง

b)

กล้วยไม้

c)

แสม

d)

แครอท

39.

บริเวณที่มีการคายน้ำมากที่สุด คือ

a)

บริเวณผิวด้านบน

b)

บริเวณผิวด้านล่าง

c)

บริเวณก้านใบ

d)

บริเวณขอบใบด้านบน

40.

การคายน้ำของพืชไม่มีส่วนช่วยในการทําหน้าที่ตามข้อใด

a)

การลำเลียงเกลือแร่ขึ้นสู่ใบ

b)

การลำเลียงน้ำทางท่อลำเลียงน้ำ

c)

การลำเลียงอาหารทางท่อลําเลียงอาหาร

d)

การลดอุณหภูมิที่ใบเมื่อได้รับแสงแดด

41.

ภาวะใดที่พืชคายน้ำได้ดี

a)

มีแสงแดดจ้า

b)

มีพายุแรงมาก

c)

อุณหภูมิของอากาศต่ำ

d)

ความชื้นในอากาศมีมาก

42.

การที่ปากใบเกิดกว้างในเวลากลางวัน เพราะเหตุใด

a)

น้ำระเหยออกมาก

b)

Co2 ผ่านเข้าสู่เซลล์มาก

c)

เกิด Osmotic Pressure มากใน Guard cells

d)

O2 ผ่านออกมากเซลล์มาก

43.

การสูญเสียน้ำในรูปของหยดน้าทางใบ เกิดได้ในสภาวะใด

a)

เฉพาะพืชใบเลี้ยงคู่

b)

ได้กับพืชทุกชนิด

c)

เมื่อสภาวะแวดล้อมเอื้ออำนวยให้เกิดการคายน้ำได้ดี

d)

เมื่อสภาวะแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยให้เกิดการคายน้ำได้ดี

44.

การคายน้ำมีสถานะเป็นไอน้า จะคายออกมาทางใด

a)

ไฮดาโทด ปากใบ

b)

เลนติเซล เซลล์คุม

c)

ปากใบ เลนติเซล

d)

ไฮดาโทด เซลล์คุม

45.

การลำเลียงน้ำจากเซลล์หนึ่งสู่อีกเซลล์หนึ่งผ่านทางพลาสโมเดสมาตา เรียกว่าอะไร

a)

แบบซิมพลาสต์

b)

แบบอโพพลาสต์

c)

แบบทรานส์เมมเบรน

d)

แบบแอกทีฟทรานสปร์ต

46.

การลำเลียงน้ำจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่รากมี 2 วิธี ข้อใดถูกต้อง

a)

ออสโมซิส, การแพร่แบบฟาซิลิเทต

b)

แอกทีฟทานสปอร์ต, การแพร่แบบธรรมดา

c)

ออสโมซิส, แอกทีฟทานสปอร์ต

d)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต, การแพร่แบบธรรมดา

47.

การลำเลียงน้ำภายในไซเล็มต้องอาศัยแรงอยู่ 2 ชนิด คือ

a)

แรงดัน, แรงตึงผิว

b)

แรงโคฮีชัน, แรงดัน

c)

แรงโคฮีชัน, แรงแอดฮีชัน

d)

แรงแอดฮีชัน, แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล

48.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการลำเลียงธาตุอาหาร

a)

ธาตุอาหารลำเลียงผ่านเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรง

b)

ธาตุอาหารลำเลียงโดยอาศัยโปรตีนลำเลียง

c)

ธาตุอาหารลำเลียงผ่านช่องว่างระหว่างเซลล์

d)

ธาตุอาหารลำเลียงผ่านเยื่อหุ้มเซลล์โดยตรงและโดยอาศัยโปรตีนลำเลียง

49.

กลไกการเปิดปิดปากใบเกิดจากอะไร

a)

การออสโมซิสของน้ำจากเซลล์ข้างเคียงในเซลล์คุม

b)

การมีน้ำภายในลำต้นมากทำให้เกิดแรงดันภายในเซลล์คุม

c)

การสะสมของโพแทสเซียมไออนและซูโครสภานในเซลล์คุม

d)

การสะสมของสารอาหารต่างๆที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสงในเซลล์คุม

50.

ข้อใดคือปัจจัยในการลำเลียงน้ำของพืช

a)

ชนิดของท่อลำเลียง

b)

การดูดน้ำ

c)

การคายน้ำ

d)

การดูดน้ำและการคายน้ำ