wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Quiz เรื่อง การลำเลียงของพืช

Total questions: 45

Worksheet time: 45mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ

a)

น้ำบริสุทธิ์ที่อุณหภูมิ 20 ˚C และที่ความดัน 1 บรรยากาศ มีค่าชลศักย์เป็น 0 MPa

b)

น้ำจะมีการเคลื่อนที่สุทธิจากบริเวณที่มีชลศักย์สูงไปบริเวณที่มีชลศักย์ต่ำ

c)

ตัวละลายทำให้พลังงานอิสระของน้ำลดลง ส่งผลให้ชลศักย์สูงขึ้น

d)

ชลศักย์เปลี่ยนแปลงได้จากปัจจัยต่าง ๆ เช่น การมีตัวละลาย แรงดัน และแรงดึง

2.

การออสโมซิสมีทิศทางการลำเลียงน้ำอย่างไร

a)

ความเข้มข้นของสารละลายสูงไปยังความเข้มข้นของสารละลายสูง

b)

ความเข้มข้นของสารละลายสูงไปยังความเข้มข้นของสารละลายต่ำ

c)

ความเข้มข้นของสารละลายต่ำไปยังความเข้มข้นของสารละลายต่ำ

d)

ความเข้มข้นของสารละลายต่ำไปยังความเข้มข้นของสารละลายสูง

3.

ข้อใดกล่าวถึงการลำเลียงน้ำได้ถูกต้อง

A. มีทิศทางการลำเลียงทิศทางเดียวจากรากสู่ยอด

  B. การลำเลียงน้ำในไซเล็มมีการลำเลียงแบบใช้พลังงาน

  C. ลำเลียงจากบริเวณที่มีชลศักย์สูงไปยังบริเวณที่มีชลศักย์ต่ำ

a)

A เท่านั้น

b)

A และ B

c)

A และ C

d)

B และ C

4.

ข้อใดถูกต้อง

a)

สารละลายที่มีความเข้มข้นสูงจะมีชลศักย์สูงกว่าสารละลายที่มีความเข้มข้นต่ำ

b)

สารละลายด้านที่ได้รับแรงดันจะมีชลศักย์ต่ำกว่าสารละลายด้านที่ไม่ได้รับแรงดัน

c)

สารละลายด้านที่ได้รับแรงดึงจะมีชลศักย์สูงกว่าสารละลายด้านที่ไม่ได้รับแรงดึง

d)

สารละลายบริเวณที่อุณหภูมิสูงจะมีชลศักย์สูงกว่าสารละลายด้านที่อุณหภูมิต่ำกว่า

5.

การลำเลียงน้ำจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่รากมี 2 วิธีหลักคือข้อใด

a)

ออสโมซิส, การแพร่แบบฟาซิลิเทต

b)

แอกทีฟทานสปอร์ต, การแพร่แบบธรรมดา

c)

ออสโมซิส, แอกทีฟทานสปอร์ต

d)

การแพร่แบบฟาซิลิเทต, การแพร่แบบธรรมดา

6.

การลำเลียงน้ำจากเซลล์หนึ่งสู่อีกเซลล์หนึ่งผ่านทางพลาสโมเดสมาตา เรียกว่าอะไร

a)

แบบซิมพลาสต์

b)

แบบอโพพลาสต์

c)

แบบทรานส์เมมเบรน

d)

แบบแอกทีฟทรานสปอร์ต

7.

การลำเลียงน้ำโดยไม่ผ่านเข้าสู่เซลล์ แต่เคลื่อนที่ไปตามผนังเซลล์และช่องว่างระหว่างเซลล์ เรียกว่าอะไร

a)

แบบซิมพลาสต์

b)

แบบอโพพลาสต์

c)

แบบทรานส์เมมเบรน

d)

แบบแอกทีฟทรานสปร์ต

8.

ข้อใดไม่ใช่แรงที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงน้ำภายในไซเล็ม

a)

การซึมตามรูเล็ก (capillary action)

b)

แรงดึงจากการคายน้ำ (transpiration pull)

c)

ความดันราก (root pressure)

d)

ความชื้นสัมพัทธ์ (relative humidity)

9.

พืชดูดน้ำจากดินเข้าสู่รากได้เพราะเหตุใด

a)

ดินมีความเข้มข้นของสารละลายมากกว่าราก

b)

รากมีชลศักย์มากกว่าดิน

c)

ดินมีชลศักย์สูงกว่าราก

d)

น้ำแพร่จากไซเล็มไปยังราก

10.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการลำเลียงน้ำจากบริเวณคอร์เทกซ์เข้าสู่ไซเล็มในรากพืช

a)

แบบซิมพลาสต์ ต้องเปลี่ยนเป็นแบบอโพพลาสต์จึงจะสามารถผ่านชั้นเอนโดเดอร์มิสได้

b)

แบบทรานส์เมมเบรน (transmembrane pathway) สามารถผ่านชั้นเอนโดเดอร์มิสได้

c)

แบบอโพพลาสต์ (apoplast pathway) ลำเลียงผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ที่อยู่ติดกัน

d)

แบบซิมพลาสต์ (symplast pathway) ไม่มีการผ่านเข้าสู่เซลล์ แต่ลำเลียงไปตามผนังเซลล์

11.

ข้อใดเป็นกลไกหลักที่ทำให้น้ำเคลื่อนจากรากสู่ยอด

a)

การแพร่

b)

ความดันราก

c)

แรงแอดฮีชัน-โคฮีชัน

d)

แรงดึงจากการคายน้ำ

12.

พืชชนิดนึงสูญเสียน้ำในรูปหยดน้ำออกจากใบผ่านโครงสร้างพิเศษใด และเรียกปรากฎการณ์นี้ว่าอะไร

a)

ไฮดาโทด กัตตเตชัน

b)

เลนติเซล การคายน้ำ

c)

ไฮดาโทด การคายน้ำ

d)

เลนติเซล กัตตเตชัน

13.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการคายน้ำและกัตเตชัน (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

a)

การคายน้ำและกัตเตชันสูญเสียน้ำในรูปของไอน้ำ

b)

การคายน้ำสูญเสียน้ำที่บริเวณปากใบ กัตเตชันสูญเสียน้ำที่บริเวณไฮดาโทด

c)

การคายน้ำและกัตเตชันสูญเสียน้ำผ่านโครงสร้างเดียวกัน

d)

การคายน้ำสูญเสียน้ำในรูปของไอน้ำ และกัตเตชันสูญเสียน้ำในรูปของหยดน้ำ

14.

ปากใบ (stoma) ของพืชประกอบด้วยโครงสร้างใด

a)

1 guard cell และ 2 pore

b)

2 guard cells และ 1 stomatal pore

c)

2 stomatal pores และ 1 guard cell

d)

1 guard cell และ 1 subsidiary cell

15.

การเกิดหยดน้ำตามขอบใบพืชในตอนเช้าเรียกว่าอะไร เกิดจากแรงใดในพืช

a)

guttation และ root pressure

b)

exudation และ capillary action

c)

transpiration และ shoot tension

d)

guttation และ transpiration pull

16.

ปากใบแบบยกสูง (raised stomata) มักพบในพืชกลุ่มใด

a)

พืชในทะเลทราย

b)

พืชที่อยู่ในที่แห้งแล้ง

c)

พืชในที่ชุ่มชื้น

d)

พืชป่าชายเลน (halophyte)

17.

ปัจจัยใดมีผลทําให้ปากใบเปิด

A. ภายในใบมี CO2 สูง

B. ภายในใบมี abscisic acid สูง

C. เซลล์คุมมีแรงดันเต่งเพิ่มขึ้น

D. เซลล์คุมมีการเคลื่อนที่ของ K+ เข้าสู่เซลล์มากขึ้น

a)

A และ B

b)

B และ C

c)

C และ D

d)

A และ D

18.

ข้อใดคือปัจจัยที่มีผลต่อการคายน้ำ (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

a)

ลม

b)

ความเข้มแสง

c)

ปริมาณน้ำในดิน

d)

การเจริญเติบโต

19.

การแลกเปลี่ยนแก๊สของพืชที่สำคัญคือแก๊สอะไร

a)

CO2 , N

b)

O2 , N

c)

H , CO2

d)

CO2 , O2

20.

การปิดของปากใบในช่วงเย็นเกิดจากอะไร

a)

การสะสม K⁺

b)

การสะสมซูโครส

c)

การลดลงของซูโครสในเซลล์คุม

d)

เซลล์คุมการดูดน้ำจากเซลล์ข้างเคียง

21.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเปิดปิดของปากใบของพืช

  1. 1. แสงกระตุ้นให้ H+ ไหลเข้าสู่เซลล์คุมส่งผลให้เซลล์คุมเต่ง ส่งผลให้ปากใบปิด

  2. 2. ในช่วงเวลาเย็นที่มีความเข้มแสงลดลง ส่งผลให้ความเข้มข้นของกลูโคสในเซลล์คุมลดลง ทำให้เซลล์คุมเหี่ยวและปากใบเปิด

  3. 3. ปากใบเปิดเนื่องจากมีการสะสม K+แต่ในเวลาต่อมา K+ ในเซลล์คุมจะลดลง แต่รักษาการเปิดของปากใบโดยใช้ซูโครส

  4. 4. ปากใบถูกกกระตุ้นการเปิดได้ด้วยแสง

a)

1 , 2

b)

3 , 4

c)

1 , 3

d)

2 , 4

22.

ข้อใดคือปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปิดของปากใบ

a)

การสะสม K+ และ กลูโคส

b)

การสะสม K+ และ ซูโครส

c)

การสะสม H+และซูโครส

d)

การสะสมกลูโคส

23.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

การคายน้ำ เกิดขึ้นทางปากใบและไฮดาโทด

b)

การคายน้ำ มีส่วนช่วยลดอุณหภูมิของใบพืชไม่ให้สูงเกินไป

c)

การแลกเปลี่ยนแก๊ส แก๊สจะแพร่จากบริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นสูง

d)

การแลกเปลี่ยนแก๊สออกซิเจน อาศัยความแตกต่างของความชื้นสัมพัทธ์ภายในใบและบรรยากาศ

24.

ปัจจัยใด ไม่ ทำให้อัตราการคายน้ำเพิ่มขึ้น

a)

แสงมาก

b)

ลมแรง

c)

ความชื้นในอากาศสูง

d)

อุณหภูมิสูง

25.

ข้อใดเป็นธาตุอาหารหลักทั้งหมด

a)

C Ca K Mg

b)

H Cl O Mo

c)

N P K Mn

d)

Zn Ni Si Mu

26.

โครงสร้างของพืชที่ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารที่พืชคืออะไร

a)

เวสเซลเมมเบอร์ (Vessel member)

b)

ซีฟทิวบ์เมมเบอร์ (Sieve tube member)

c)

เทรคีด (Tracheid)

d)

ไฟเบอร์ (Fiber)

27.

การลำเลียงอาหารของพืชอาศัยกลไกหลักใด

a)

การออสโมซิส

b)

การแพร่แบบปกติ

c)

Pressure Flow

d)

การไหลของโปรตอน

28.

"แหล่งสร้าง" (Source) และ "แหล่งรับ" (Sink) ในการลำเลียงอาหารหมายถึงอะไร

a)

รากและใบตามลำดับ

b)

ใบและรากตามลำดับ

c)

ใบและดินตามลำดับ

d)

ดอกและรากตามลำดับ

29.

ข้อใดกล่าวถึงการลำเลียงแร่ธาตุโดยใช้การแลกเปลี่ยนไอออนได้ถูกต้อง

a)

ไอออนจากดินถูกดึงเข้าเซลล์โดยตรง

b)

พืชปล่อย H⁺ เพื่อแลกเปลี่ยนกับไอออนบวกในดิน

c)

รากดูดไอออนบวกจากน้ำโดยไม่เปลี่ยน pH

d)

ไอออนแลกเปลี่ยนเฉพาะในพืชที่ปลูกในน้ำ

30.

ธาตุใดจำเป็นต่อการสร้างคลอโรฟิลล์และเมื่อขาดจะทำให้ใบซีด

a)

แมงกานีส (Mn)

b)

แมกนีเซียม (Mg)

c)

สังกะสี (Zn)

d)

โซเดียม (Na)

31.

พืชลำเลียงน้ำตาลในรูปใด

a)

กลูโคส

b)

ซูโครส

c)

ฟรักโทส

d)

มอลโทส

32.

เหตุใดจึงไม่พบการพองของลำต้นเหนือรอยควั่นในอ้อยเหมือนพืชใบเลี้ยงคู่

a)

อ้อยไม่มีโฟลเอ็ม

b)

อ้อยไม่มีไซเล็ม

c)

โฟลเอ็มของพืชอ้อยกระจายอยู่ทั่วลำต้น ไม่ได้อยู่ชิดเปลือก

d)

อ้อยไม่มีการลำเลียงน้ำตาล

33.

ข้อใดกล่าวถึงการลำเลียงอาหารในพืชได้ถูกต้อง

a)

ลำเลียงในทิศทางเดียวเสมอ

b)

ลำเลียงผ่านท่อลำเลียงไซเล็ม

c)

ลำเลียงได้ทั้งขึ้นและลงผ่านโฟลเอ็ม

d)

ลำเลียงเฉพาะตอนกลางวัน

34.

ข้อใดเรียงลำดับเหตุการณ์ถูกต้อง ตาม Pressure Flow Hypothesis

1.ซูโครสถูกโหลดเข้าโฟลเอ็ม

  1. 2.อาหารไหลไปยัง sink

  2. 3.เกิดแรงดัน

  3. 4.น้ำจากไซเล็มแพร่เข้าสู่โฟลเอ็ม

a)

1 → 2 → 3 → 4

b)

1 → 4 → 3 → 2

c)

1 → 3 → 4 → 2

d)

2 → 4 → 3 → 1

35.

ข้อใดกล่าวถึงวิธีลำเลียงธาตุอาหารเข้าสู่รากพืชได้ถูกต้อง (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

  

a)

พืชลำเลียงธาตุอาหารในรูปของไออน จึงต้องอาศัยโปรตีนลำเลียง (transport protein)

b)

ต้องลำเลียงแบบไม่ใช้พลังงาน (passive transport) เท่านั้น

c)

สามารถลำเลียงจากบริเวณที่ความเข้มข้นของสารต่ำไปยังบริเวณที่ความเข้มข้นสูงได้

d)

การแลกเปลี่ยนไอออน(ion exchange) รากพืชปล่อยไอออน K+ เพื่อแลกกับ แร่ธาตุที่อยู่บนผิวของอนุภาคดินให้หลุดออกมาละลายน้ำ

36.

พืชในข้อใดมีอัตรการคายน้ำสูงที่สุด

a)

มอสที่ขึ้นบนริมน้ำตกเหวนรก

b)

หญ้ากลางสนามหลังฝนตกใหม่ๆ

c)

กล้วยไม้ในฟาร์มในช่วงค่ำ

d)

ตะเคียนทองที่ผาเก็บตะวันในวันที่ลมเย็นสบาย

37.

ข้อใดเปรียบเทียบการลำเลียงน้ำและการลำเลียงอาหารได้ถูกต้อง

a)

b)

c)

d)

38.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการคายน้ำ

a)

การคายน้ำเกิดขึ้นเฉพาะเวลากลางวัน

b)

พืชที่ขึ้นชายน้ำจะคายน้ำได้ดีในวันที่แสงแดดจัดและลมพัดแรง

c)

หากพืชไม่มีการคายน้ำพืชจะไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้

d)

การสูญเสียน้ำในรูปของหยดน้ำเกิดขึ้นเฉพาะเวลากลางคืน

39.

เมื่อพืชขาดน้ำ การตอบสนองในข้อใดไม่เกิดขึ้น

a)

การปิดของปากใข

b)

การหยุดการแบ่งเซลล์

c)

การสร้างกรดแอบไซซิก

d)

การเพิ่มขึ้นของชลศักย์ในเซลล์คุม

40.

ข้อใด ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับบทบาทของแรงแอดฮีชันและโคฮีชันในการลำเลียงน้ำของพืช

a)

แรงโคฮีชันทำให้น้ำในไซเล็มมีความต่อเนื่องกันเป็นเส้นยาว

b)

แรงแอดฮีชันทำให้น้ำสามารถยึดเกาะผนังไซเล็ม ช่วยต้านแรงโน้มถ่วง

c)

แรงโคฮีชันมีบทบาทในการเปิด-ปิดปากใบโดยตรง

d)

การลำเลียงน้ำขึ้นยอดพืชต้องอาศัยทั้งแรงแอดฮีชัน โคฮีชัน และแรงดึงจากการคายน้ำ

41.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง (ตอบได้มากว่า 1 ข้อ)

a)

ธาตุอาหารรอง (micronutrient) เป็นธาตุที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญพืชและต้องการในปริมาณน้อย

b)

ธาตุอาหารหลัก (macronutrient) เป็นธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญพืชและต้องการในปริมาณมาก

c)

พืชในแต่ละระยะการเจริญของพืชต้องการธาตุอาหารแตกต่างกัน

d)

พืชแต่ละชนิดต้องการปริมาณธาตุอาหารที่เหมือนกัน

42.

จากข้อความต่อไปนี้เกี่ยวกับความสำคัยธาตุอาหาร มีข้อถูกกี่ข้อ

1.Mg เป็นองค์ประกอบของคลอโรฟิลล์

2.P เป็นส่วนสำคัญในกระบวนที่เกี่ยวข้องกับ ATP

  1. 3.K เกี่ยวกับการควบคุมการเปิดปิดของปากใบ

  2. 4.Ca เป็นองค์ประกอบของมิดเดิลลาเมลลา

a)

1 ข้อ

b)

2 ข้อ

c)

3 ข้อ

d)

4 ข้อ

43.

ข้อใดคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่น้ำตาลลำเลียงออก จาก sieve tube ไปยังเซลล์แหล่งรับ (ตอบได้มากว่า 1 ข้อ)

a)

น้ำออสโมซิสออกจาก sieve tube ปลายทาง

b)

ความดันภายใน sieve tube ปลายทางเพิ่มขึ้น

c)

น้ำตาลถูกเปลี่ยนเป็นแป้งสะสมในเซลล์แหล่งรับ

d)

ความเข้มข้นของสารละลายใน sieve tube ปลายทาง ต่ำลง

44.

เมื่อปากใบปิดแต่พืชได้รับน้ำเต็มที่ พืชมีการลำเลียงน้ำหรือไม่ ถ้ามีพืชลำเลียงด้วยกลไกใด

a)

ไม่มีการลำเลียงน้ำ

b)

มี โดยใช้ root pressure

c)

มี โดยใช้ capillary action

d)

มี โดยใช้ transpiration pull

45.

การเปิดปากใบของพืช โดยทั่วไปเกิดจากสัยญาณใดในธรรมชาติ

a)

CO2

b)

ความชื้น

c)

แสง

d)

อุณหภูมิ