wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบการบริหารสู่ความเป็นมืออาชีพ

Total questions: 30

Worksheet time: 16mins

Name
Class
Date
1.

การตัดสินใจแบบไม่มีแบบแผน (non-programmed decision) มักเป็นหน้าที่ของใคร

a)

ครูหรือเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ

b)

หัวหน้างานหรือหัวหน้าแผนก

c)

ผู้บริหารระดับกลาง

d)

ผู้บริหารระดับสูง

2.

ปัญหาแบบมีโครงสร้างเป็นลักษณะของงานประเภทใด

a)

งานที่ไม่เกิดขึ้นซ้ำ

b)

งานที่ต้องอาศัยวิจารณญาณสูง

c)

งานที่เกิดขึ้นประจำ

d)

งานที่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ทางเลือก

3.

การตัดสินใจระดับสูงมีลักษณะอย่างไร

a)

กำหนดนโยบายและวัตถุประสงค์

b)

ควบคุมการดำเนินงานประจำ

c)

แปลนโยบายสู่แนวปฏิบัติ

d)

ประสานงานกับผู้ใต้ผู้บังคับบัญชา

4.

บุคลิกแบบ "Directive" มีลักษณะอย่างไรในการตัดสินใจ

a)

การใช้การระดมสมอง

b)

ตัดสินใจเร็วโดยใช้ข้อมูลที่จำกัด

c)

ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์

d)

วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

5.

การตัดสินใจของผู้บริหารระดับกลางมีลักษณะอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับระดับอื่น

a)

ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทั้งหมด

b)

ตีความนโยบายจากระดับบนและกำหนดแนวทาง

c)

ปฏิบัติงานตามคำสั่ง

d)

ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับการวางแผน

6.

หากคุณเป็นหัวหน้าฝ่ายวิชาการ ต้องการจัดสรรงบประมาณที่จำกัดให้ครอบคลุมกิจกรรมสำคัญ คุณควรใช้กระบวนการติดสินใจในข้อใด

a)

วิเคราะห์ค่านิยมผู้เรียน

b)

วิเคราะห์ทางเลือกและเลือกสิ่งที่ดีที่สุด

c)

กำหนดนโยบายใหม่

d)

ปรึกษาผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น

7.

คุณครูประจำชั้นพบว่า นักเรียนมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปหลังเปลี่ยนครูใหม่ ควรใช้ขั้นตอนใดตามกระบวนการตัดสินใจ

a)

การเลือกทางเลือก

b)

การวัดผล

c)

การกำหนดปัญหา

d)

การสั่งการ

8.

สมชายเป็นหัวหน้าแผนกที่ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วในงานประจำ เขาควรพัฒนาทักษะใดมากที่สุด

a)

การมองภาพรวมขององค์กร

b)

การคิดวิเคราะห์สถานการณ์

c)

การจัดการเวลาและเทคนิคการตัดสินใจ

d)

การสื่อสารกับผู้ใต้บังคับบัญชา

9.

หากคุณเป็นผู้บริหารระดับกลาง ต้องตัดสินใจวางแผนการเรียนรู้แบบ Active Learning ให้เหมาะสมกับนโยบายกระทรวงฯ คุณควรเริ่มต้นอย่างไร

a)

ปรึกษาผู้ปกครอง

b)

สร้างแรงจูงใจให้นักเรียน

c)

ศึกษานโยบายต้นทาง วิเคราะห์ และกำหนดแผนงาน

d)

ลงพื้นที่สำรวจโรงเรียนต่างจังหวัด

10.

ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องเกี่ยวกับ "ความขัดแย้ง"

a)

เป็นสิ่งที่ควรกำจัดออกไปจากองค์กร

b)

เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีในชีวิต

c)

ไม่ควรเกิดขึ้นในองค์กรที่มีประสิทธิภาพ

d)

เป็นสิ่งผิดปกติของการอยู่ร่วมกัน

11.

ข้อใดอธิบาย "แนวคิดดั้งเดิม" ต่อความขัดแย้งได้ถูกต้องที่สุด

a)

ความขัดแย้งเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงองค์กร

b)

ความขัดแย้งควรถูกกำจัดให้หมดไป

c)

ความขัดแย้งควรมีเพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์

d)

ความขัดแย้งควรอยู่ในระดับพอเหมาะเพื่อพัฒนาองค์กร

12.

การใช้ "เสียงข้างมาก" ในการตัดสินใจระงับความขัดแย้ง จัดอยู่ในวิธีใด

a)

Win-Win

b)

Avoiding

c)

Win-Lose

d)

Compromising

13.

จุดอ่อนสำคัญของการ "ประนีประนอม" ในการแก้ปัญหาคืออะไร

a)

ทำให้ฝ่ายหนึ่งชนะอย่างเด็ดขาด

b)

ไม่สามารถระบุปัญหาได้อย่างแท้จริง

c)

เป็นเพียงการเลื่อนปัญหาออกไปชั่วคราว

d)

ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น

14.

จุดมุ่งหมายของกลยุทธ์ Win-Win ในการแก้ไขความขัดแย้งคืออะไร

a)

ให้ผู้บริหารใช้อำนาจเต็มที่

b)

การทำให้ทั้งสองฝ่ายเสียผลประโยชน์

c)

การยุติความขัดแย้งโดยลดเป้าหมาย

d)

การตอบสนองความต้องการของทั้งสองฝ่าย

15.

"ความขัดแย้งไม่ใช่สิ่งที่มาคุกคาม" สอดคล้องกับแนวคิดใด

a)

แนวคิดดั้งเดิม

b)

แนวคิดมนุษยสัมพันธ์

c)

แนวคิดสมัยใหม่

d)

แนวคิดเชิงโครงสร้าง

16.

การยอมรับว่า "ความขัดแย้งมีประโยชน์" มุ่งเน้นประโยชน์ในด้านใด

a)

การลงโทษ

b)

การควบคุม

c)

การปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

d)

การจัดการด้วยอำนาจ

17.

หากใช้วิธี "Avoiding" ในการจัดการความขัดแย้ง ผลลัพธ์ใดอาจเกิดขึ้น

a)

ความขัดแย้งคลี่คลาย

b)

ความสามัคคีเพิ่มขึ้น

c)

ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น

d)

ความพึงพอใจร่วมกัน

18.

หากผู้อำนวยการโรงเรียนให้ความสำคัญกับ “งานมากกว่าคน” และมักใช้อำนาจกดดันให้ผู้อื่นทำตาม สไตล์การจัดการความขัดแย้งใดที่เหมาะสมที่สุด

a)

เต่า

b)

ฉลาม

c)

ตุ๊กตาหมี

d)

สุนัขจิ้งจอก

19.

บุคคลที่พร้อมยกเลิกเป้าหมายของตนเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับผู้อื่นมากกว่า เรียกว่าสไตล์ใด

a)

นกฮูก

b)

ตุ๊กตาหมี

c)

ฉลาม

d)

เต่า

20.

“การประนีประนอม” ตามแบบของหมาจิ้งจอก มีลักษณะสำคัญคืออะไร

a)

มุ่งงานอย่างเดียว

b)

มุ่งคนอย่างเดียว

c)

เห็นว่างานและคนสำคัญปานกลาง

d)

เลี่ยงปัญหา ไม่สนทั้งงานและคน

21.

ถ้านักวิจัยพบว่า ผู้นำที่ดีมักเลือกการเผชิญหน้าปัญหาและแสวงหาความสำเร็จร่วมกันกับคู่ขัดแย้ง แสดงว่าสอดคล้องกับสไตล์ใด

a)

นกฮูก

b)

เต่า

c)

ฉลาม

d)

หมาป่า

22.

ลักษณะการจัดการความขัดแย้งของ เต่า มีข้อใดตรงที่สุด

a)

ยอมตามผู้อื่นเสมอเพื่อรักษาความสัมพันธ์

b)

ใช้อำนาจกดดันผู้อื่นเพื่อให้ได้ผลสำเร็จของงาน

c)

หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง ไม่สนใจทั้งงานและความสัมพันธ์

d)

ร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อหาทางออกที่ทุกฝ่ายพอใจ

23.

ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด เกี่ยวกับบทบาทของผู้บริหารในการสื่อสาร

a)

ผู้บริหารควรเป็นผู้ส่งสารเพียงฝ่ายเดียว

b)

ผู้บริหารต้องฟังแต่ความคิดเห็นของผู้บังคับบัญชา

c)

ผู้บริหารต้องเป็นทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารที่มีประสิทธิภาพ

d)

ผู้บริหารไม่ควรเปิดโอกาสให้คนอื่นโต้แย้ง

24.

ข้อใดคือการสื่อสารแบบทางการ(Formal Communication)

a)

พูดคุยเล่นระหว่างพักกลางวัน

b)

ส่งข้อความผ่านไลน์ส่วนตัว

c)

ออกหนังสือเวียนหรือประกาศทางราชการ

d)

เล่าเรื่องข่าวลือในที่ประชุม

25.

การใช้ infographic เพื่อสื่อสารนโยบาย ถือเป็นลักษณะของการสื่อสารรูปแบบใด

a)

การสื่อสารด้วยวัจนภาษา

b)

การสื่อสารแบบไม่เป็นทางการ

c)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

d)

การสื่อสารด้วยสื่อหรือเทคโนโลยี

26.

ข้อใดคืออุปสรรคของการสื่อสารในการบริหาร

a)

การสื่อสารด้วยความเคารพ

b)

 การมีช่องทางติดต่อหลากหลาย

c)

การไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น

d)

การใช้ภาษาที่เหมาะสมกับผู้รับสาร

27.

 ในฐานะผู้บริหาร การที่คุณเปิดโอกาสให้ครูเสนอความคิดเห็น หมายถึงคุณกำลังเน้นบทบาทใด

a)

 ผู้ควบคุม

b)

ผู้ออกคำสั่ง

c)

ผู้นำแบบเผด็จการ

d)

ผู้ส่งเสริมการสื่อสารแบบเปิด

28.

การสื่อสารของผู้บริหารที่ “สร้างแรงบันดาลใจ” ส่งผลอย่างไรต่อบุคลากร

a)

ทำให้เกิดการแข่งขันสูง

b)

ทำให้บุคลากรเหนื่อยหน่าย

c)

เพิ่มขวัญกำลังใจและความร่วมมือ

d)

ลดการมีส่วนร่วมของบุคลากร

29.

การประชุมออนไลน์ผ่าน Zoom หรือ Google Meet เป็นรูปแบบการสื่อสารใด

a)

 การสื่อสารทางลายลักษณ์อักษร

b)

การสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยี

c)

การสื่อสารแบบเป็นทางการเท่านั้น

d)

การสื่อสารแบบนิ่งเฉย

30.

ข้อใดแสดงถึงการประเมินผลการสื่อสารในการบริหาร

a)

ส่งจดหมายเวียนโดยไม่สนใจผลลัพธ์

b)

พูดให้น้อยลงในการประชุม

c)

สำรวจความพึงพอใจในการรับสารจากผู้รับ

d)

ปิดช่องทางรับความคิดเห็นจากครู