NEW
Font size
S
M
L
XL
WorksheetsPRE FANAL หน่วยที่ 3
Total questions: 25
Worksheet time: 38mins
Name
Class
Date
1.
ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของเงินตามหลักเศรษฐศาสตร์
a)
เป็นสิ่งที่มีมูลค่าเฉพาะบุคคล
b)
เป็นสิ่งที่ยอมรับกันทั่วไปในการชำระหนี้
c)
เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ
d)
มีมูลค่าค่อนข้างคงที่
2.
ข้อใดกล่าวถึง “วิวัฒนาการของเงิน” ได้ถูกต้องตามลำดับ
a)
เงินกระดาษ → เหรียญโลหะ → เงินดิจิทัล
b)
แลกเปลี่ยนสินค้า → เหรียญโลหะ → เงินกระดาษ → เงิน FIAT → เงินดิจิทัล
c)
เงิน FIAT → เหรียญกษาปณ์ → เงินดิจิทัล
d)
เหรียญโลหะ → เงินกระดาษ → การแลกเปลี่ยนสินค้า
3.
สาเหตุหลักของการเกิด “เงินเฟ้อ” คือข้อใด
a)
ปริมาณเงินในระบบมีน้อย
b)
รัฐบาลจัดเก็บภาษีสูง
c)
ความต้องการสินค้าเกินกว่าปริมาณที่มี
d)
ธนาคารควบคุมสินเชื่อเข้มงวด
4.
ภาวะเงินฝืดส่งผลให้เกิดอะไรตามมา
a)
อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
b)
ราคาสินค้าสูงขึ้น
c)
การค้าเฟื่องฟู
d)
เศรษฐกิจซบเซา
5.
การเปลี่ยนแปลงค่าภายนอกของเงินมีผลต่ออะไร
a)
ค่าครองชีพภายในประเทศ
b)
ราคาสินค้าส่งออกและนำเข้า
c)
จำนวนแรงงานที่มีในระบบ
d)
รายได้ประชาชาติโดยตรง
6.
วิธีแก้ไขภาวะเงินเฟ้อที่ เหมาะสมที่สุด คือข้อใด
a)
เพิ่มเงินในตลาด
b)
ลดอัตราดอกเบี้ย
c)
ดูดเงินกลับเข้ารัฐ
d)
ลดการจัดเก็บภาษี
7.
วิธีแก้ไขภาวะเงินฝืดที่ เหมาะสมที่สุด คือข้อใด
a)
เพิ่มเงินในตลาด
b)
ลดอัตราดอกเบี้ย
c)
ดูดเงินกลับเข้ารัฐ
d)
ลดการจัดเก็บภาษี
8.
เป้าหมายหลักประการใด ไม่ใช่ เป้าหมายของนโยบายการเงิน
a)
รักษาเสถียรภาพด้านราคา
b)
ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
c)
ลดการว่างงานในภาครัฐ
d)
รักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน
9.
เครื่องมือใดของนโยบายการเงินที่เกี่ยวข้องกับการปรับอัตราส่วนของเงินฝากที่ต้องกันสำรองไว้
a)
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย
b)
การซื้อขายพันธบัตร
c)
อัตราเงินสดสำรอง
d)
ดัชนีราคาผู้บริโภค
10.
ข้อ 3. ข้อใดกล่าวถึงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายได้ถูกต้อง
a)
เพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดเงินเฟ้อ
b)
ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดการบริโภค
c)
ลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
d)
ขายพันธบัตรเพื่อดูดเงินออกจากระบบ
11.
เมื่อเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป รัฐบาลควรใช้นโยบายการเงินแบบใด
a)
ผ่อนคลาย(ขยายตัว)
b)
ปรับลดภาษี
c)
เข้มงวด(หดตัว)
d)
ปรับกฎหมายระหว่างประเทศ
12.
การซื้อพันธบัตรของธนาคารกลางจะทำให้เกิดผลอย่างไร
a)
ปริมาณเงินในระบบลดลง
b)
ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น
c)
อัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
d)
เงินเฟ้อลดลงโดยตรง
13.
นโยบายการเงินแบบเข้มงวด ไม่เหมาะสม กับสถานการณ์ใด
a)
อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูง
b)
เศรษฐกิจซบเซา
c)
การบริโภคภาคประชาชนขยายตัวเร็วเกินไป
d)
ปริมาณเงินในระบบมากเกินไป
14.
ธนาคารกลางใช้อัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมสิ่งใดเป็นหลัก
a)
การส่งออกสินค้า
b)
รายได้ของรัฐบาล
c)
ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
d)
ราคาสินค้าต่างประเทศ
15.
เครื่องมือใดที่มีผลต่อสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์โดยตรง
a)
การออกพันธบัตรระยะสั้น
b)
การปรับอัตราเงินสดสำรอง
c)
การขยายฐานภาษี
d)
การเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ
16.
สถานการณ์ใดเหมาะสมที่สุดกับการใช้ นโยบายการเงินแบบเข้มงวด
a)
มีเงินฝืดและการลงทุนลดลง
b)
ราคาสินค้าลดลงต่อเนื่อง
c)
เงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจร้อนแรง
d)
ภาวะว่างงานสูงมาก
17.
ข้อใดต่อไปนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักของนโยบายการคลัง
a)
การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน
b)
การควบคุมการส่งออกสินค้า
c)
การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
d)
การกำหนดอัตราดอกเบี้ย
18.
นโยบายการคลังแบบขยายตัว(ผ่อนคลาย)ใช้เมื่อใด
a)
เมื่อเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป
b)
เมื่อเกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างรุนแรง
c)
เมื่อเศรษฐกิจซบเซาหรือเกิดภาวะเงินฝืด
d)
เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงเกินไป
19.
ข้อใดคือเครื่องมือของนโยบายการคลัง
a)
การควบคุมเงินเฟ้อโดยการตรึงค่าเงินบาท
b)
การกำหนดอัตราดอกเบี้ย
c)
การจัดทำงบประมาณ
d)
การออกพันธบัตรของธนาคารพาณิชย์
20.
"ภาษี" ตามแนวคิดนโยบายภาษีอากรมีบทบาทอย่างไร
a)
กระตุ้นการบริโภคของรัฐบาล
b)
เป็นรายได้จากรัฐวิสาหกิจ
c)
เป็นกลไกเคลื่อนย้ายทรัพยากรจากภาคเอกชนสู่ภาครัฐ
d)
เพิ่มดุลการค้า
21.
ข้อใดคือนโยบายการคลังแบบหดตัว
a)
ลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่าย
b)
เพิ่มภาษีและลดการใช้จ่าย
c)
ควบคุมการผลิตและส่งออก
d)
กำหนดเพดานเงินเฟ้อ
22.
งบประมาณแบบขาดดุลใช้ในสถานการณ์ใด
a)
เมื่อรัฐมีรายได้มากกว่ารายจ่าย
b)
เมื่อรัฐต้องการลดการลงทุน
c)
เมื่อรัฐต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ
d)
เมื่อรัฐต้องการลดภาษี
23.
จากแถลงของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เห็นว่าในช่วงไตรมาสที่ 4 นี้ควรใช้มาตรการการคลังแบบใดการเศรษฐกิจของประเทศไทย
a)
ชะลอการลงทุน
b)
ขยายการกู้ยืมเงิน
c)
เร่งอัดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ
d)
ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย
24.
การกู้เงินของรัฐบาลเพื่อชดเชยรายจ่ายเกินรายได้เรียกว่าอะไร
a)
งบประมาณรายจ่ายเพิ่ม
b)
นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน
c)
หนี้สาธารณะ
d)
นโยบายดอกเบี้ยต่ำ
25.
ข้อใดคือความเสี่ยงสำคัญของการบริหารหนี้สาธารณะที่ไม่เหมาะสม
a)
เพิ่มทุนสำรองระหว่างประเทศ
b)
กระตุ้นการผลิตภาคเกษตร
c)
กระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและภาระการคลัง
d)
เพิ่มรายได้จากภาษี
Reset
