Worksheetsข้อสอบ พรบ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
Total questions: 66
Worksheet time: 1hrs 6mins
การเพิ่มโทษหรือลดหย่อนโทษทางวินัย ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
ถูกทุกข้อ
เหตุอันควรปรานี
ความดีความชอบของผู้กระทำผิด
ผู้กระทำผิดเคยถูกลงโทษทางวินัยมาก่อน
อายุความการฟ้องร้องคดีทางวินัยมีกำหนดเวลาเท่าใด
๑๐ ปี
๑ ปี
๒๐ ปี
ไม่มีกำหนดอายุความ
ผู้ถูกสั่งลงโทษทางวินัยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ภายในกี่วันนับแต่วันทราบคำสั่ง
๖๐ วัน
๙๐ วัน
๓๐ วัน
๑๕ วัน
การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง (ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน) ให้อุทธรณ์ต่อใคร
ศาลปกครอง
ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป
อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
ก.ค.ศ.
การอุทธรณ์คำสั่งลงโทษวินัยอย่างร้ายแรง (ปลดออก ไล่ออก) ให้อุทธรณ์ต่อใคร
คณะรัฐมนตรี
นายกรัฐมนตรี
ก.ค.ศ.
อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา
ผู้อุทธรณ์ที่ไม่พอใจคำวินิจฉัยของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มีสิทธิร้องทุกข์ต่อ ก.ค.ศ. ได้ภายในกี่วัน
๓๐ วัน
ไม่มีสิทธิร้องทุกข์แล้ว
๖๐ วัน
๙๐ วัน
คำวินิจฉัยของ ก.ค.ศ. ในเรื่องอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ ถือเป็นอย่างไร
ต้องให้รัฐมนตรีเห็นชอบก่อน
เป็นที่สิ้นสุด
ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ
เป็นเพียงข้อเสนอแนะ
การร้องทุกข์ แตกต่างจากการอุทธรณ์อย่างไร
อุทธรณ์ใช้กับคำสั่งลงโทษทางวินัย แต่ร้องทุกข์ใช้กับกรณีอื่นที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
อุทธรณ์มีระยะเวลา 30 วัน แต่ร้องทุกข์ไม่มีกำหนดเวลา
ไม่แตกต่างกัน ใช้แทนกันได้
อุทธรณ์ยื่นต่อผู้บังคับบัญชา แต่ร้องทุกข์ยื่นต่อ ก.ค.ศ.
กรณีใดที่ข้าราชการครูสามารถร้องทุกข์ได้
ถูกสั่งย้ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ถูกทุกข้อ
ไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนอย่างเป็นธรรม
ผู้บังคับบัญชาไม่ปฏิบัติต่อตนตามที่กฎหมายกำหนด
การฟ้องคดีต่อศาลปกครอง สามารถกระทำได้เมื่อใด
ทันทีที่ได้รับคำสั่งที่ไม่เป็นธรรม
เมื่อใดก็ได้
เมื่อดำเนินการอุทธรณ์หรือร้องทุกข์จนถึงที่สุดแล้ว
ไม่สามารถฟ้องได้ เพราะคำวินิจฉัย ก.ค.ศ. เป็นที่สุด
การอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ต้องทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์หรือผู้ร้องทุกข์ ใช่หรือไม่
ใช่ ต้องทำเป็นหนังสือเสมอ
แล้วแต่กรณี
ใช่ แต่ให้คนอื่นลงชื่อแทนได้
ไม่ใช่ สามารถทำด้วยวาจาก็ได้
ผู้บังคับบัญชาที่ไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของ ก.ค.ศ. จะมีความผิดหรือไม่
ไม่มีความผิด
มีความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
เป็นเพียงความผิดทางละเมิด
มีความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
ข้อใดเป็นเหตุให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกจากราชการ
ถูกทุกข้อ
ถูกสั่งลงโทษปลดออกหรือไล่ออก
ตาย
เกษียณอายุราชการ
ข้าราชการครูฯ ที่มีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ จะออกจากราชการเมื่อใด
สามารถเลือกได้ว่าจะออกเมื่อใด
ในวันเกิดที่อายุครบ ๖๐ ปี
ในวันสิ้นปีงบประมาณของปีที่อายุครบ ๖๐ ปี
ในวันสิ้นปีปฏิทินของปีที่อายุครบ ๖๐ ปี
ข้าราชการครูฯ ที่ประสงค์จะลาออกจากราชการ ต้องยื่นหนังสือลาออกล่วงหน้าไม่น้อยกว่ากี่วัน
๑๕ วัน
๔๕ วัน
๖๐ วัน
๓๐ วัน
หากยื่นหนังสือลาออกแล้วผู้บังคับบัญชายังไม่อนุญาต จะถือว่าการลาออกมีผลเมื่อใด
ไม่มีผลจนกว่าจะได้รับอนุญาต
มีผลเมื่อพ้น ๓๐ วันนับแต่วันขอลาออก
มีผลเมื่อพ้น ๙๐ วันนับแต่วันยื่นหนังสือลาออก
มีผลตั้งแต่วันที่ประสงค์จะลาออก
การสั่งให้ข้าราชการครูฯ ออกจากราชการเพราะเหตุเจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้โดยสม่ำเสมอ ผู้สั่งต้องคำนึงถึงอะไร
ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแพทย์ที่สั่งแต่งตั้ง
คำรับรองของแพทย์
ต้องได้รับความยินยอมจากผู้นั้นก่อน
ผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา
ข้าราชการครูฯ ที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการกรณีมีมลทินหรือมัวหมอง มีสิทธิได้รับบำเหน็จบำนาญหรือไม่
ไม่มีสิทธิ
มีสิทธิ
มีสิทธิเพียงกึ่งหนึ่ง
แล้วแต่กรณี
การสั่งให้ออกจากราชการเพื่อรับบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ คือกรณีใด
การถูกลงโทษปลดออก
การลาออก
การเกษียณอายุราชการ
โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire)
ข้าราชการครูฯ ที่ออกจากราชการไปแล้ว แต่ปรากฏภายหลังว่าอยู่ระหว่างถูกสอบสวนวินัยร้ายแรงก่อนออก จะต้องถูกดำเนินการอย่างไร
ให้เรียกตัวกลับมารับราชการเพื่อสอบสวน
ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้อีก
ให้ถือว่าเรื่องเป็นอันยุติ
ให้ดำเนินการสอบสวนต่อไปให้แล้วเสร็จ
การนับอายุราชการเพื่อคำนวณบำเหน็จบำนาญ ให้นับเวลาช่วงใดด้วย
เวลาที่ถูกพักราชการ
เวลาที่ลาศึกษาต่อโดยไม่ได้รับเงินเดือน
เวลาราชการทหารกองประจำการ
เวลาทำงานในสถานศึกษาเอกชนก่อนบรรจุ
ผู้ที่ได้รับบำนาญปกติแล้วกลับเข้ารับราชการใหม่ จะมีสิทธิได้รับบำนาญอย่างไรเมื่อออกจากราชการครั้งใหม่
ให้เลือกรับบำนาญที่ดีที่สุดระหว่างครั้งก่อนกับครั้งหลัง
ได้รับบำนาญเท่าเดิม
ไม่ได้รับบำนาญอีก
ให้นำเวลาราชการครั้งก่อนกับครั้งหลังมารวมกันเพื่อคำนวณบำนาญ
อย่างไรเมื่อออกจากราชการครั้งใหม่
ให้เลือกรับบำนาญที่ดีที่สุดระหว่างครั้งก่อนกับครั้งหลัง
ได้รับบำนาญเท่าเดิม
ไม่ได้รับบำนาญอีก
ให้นำเวลาราชการครั้งก่อนกับครั้งหลังมารวมกันเพื่อคำนวณบำนาญ
ในบทเฉพาะกาลของ พ.ร.บ. ๒๕๔๗ ได้กำหนดให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครู (ก.ค.) เดิม ไปเป็นของหน่วยงานใด
กรมธนารักษ์
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
สำนักงาน ก.ค.ศ.
คุรุสภา
ข้าราชการครูที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่ พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับ จะมีสถานะอย่างไร
ให้ถือว่าเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พ้นจากตำแหน่ง
ให้โอนไปเป็นข้าราชการพลเรือน
ต้องถูกประเมินคุณสมบัติใหม่ทั้งหมด
การดำเนินการทางวินัยที่ค้างพิจารณาอยู่ก่อน พ.ร.บ. ๒๕๔๗ ใช้บังคับ ให้ดำเนินการอย่างไร
ให้โอนเรื่องไปให้ ก.ค.ศ. พิจารณา
ให้เริ่มกระบวนการใหม่ตามกฎหมายใหม่
ให้ยุติเรื่องทั้งหมด
ให้ดำเนินการตามกฎหมายเดิมต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ที่ออกตาม พ.ร.บ. เดิม จะมีผลอย่างไร
ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ. ใหม่
ต้องให้ ก.ค.ศ. รับรองก่อนจึงจะใช้ได้
ให้หัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้วินิจฉัย
สิ้นผลบังคับทันที
ตำแหน่ง "อาจารย์ใหญ่" ตามกฎหมายเดิม เทียบได้กับตำแหน่งใดใน พ.ร.บ. ใหม่
ครูชำนาญการพิเศษ
ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ผู้บริหารการศึกษา
รองผู้อำนวยการสถานศึกษา
การอุทธรณ์หรือร้องทุกข์ที่ค้างพิจารณาอยู่ในองค์กรเดิม ให้โอนมาให้องค์กรใดพิจารณาต่อ
ให้องค์กรเดิมพิจารณาต่อจนเสร็จ
ให้ อ.ก.ค.ศ. หรือ ก.ค.ศ. แล้วแต่กรณี เป็นผู้พิจารณา
ให้ถือว่าสิ้นสุด
ให้ไปเริ่มฟ้องคดีที่ศาลปกครอง
ผู้ใดไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้วมาแสดงตนเพื่อให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิประกอบวิชาชีพ จะมีความผิดตามกฎหมายใด
พระราชบัญญัตินี้
ประมวลกฎหมายอาญา
ไม่มีความผิด
พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
กรรมการ ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. ผู้ใดเปิดเผยความลับที่รู้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ ต้องระวางโทษตามข้อใด
จำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถูกตักเตือน
ไม่มีโทษ
มีความผิดทางวินัยเท่านั้น
ผู้ใดแอบอ้างว่าตนมีตำแหน่งใน ก.ค.ศ. หรือ อ.ก.ค.ศ. เพื่อหาประโยชน์ ต้องระวางโทษตามข้อใด
ปรับไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท
มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน
จำคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่มีโทษ
ความผิดฐานเปิดเผยความลับของทางราชการตามมาตรา ๑๓๕ เป็นความผิดอันยอมความได้หรือไม่
ยอมความไม่ได้
ยอมความได้
ยอมความได้ถ้าไม่เกิดความเสียหายร้ายแรง
แล้วแต่ผู้เสียหายจะยินยอม
ในช่วงเริ่มแรกที่ยังไม่มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ให้ใครทำหน้าที่แทนไปก่อน
ก.ค.ศ.
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ให้งดการพิจารณาเรื่องต่างๆ ไว้ก่อน
คณะกรรมการสถานศึกษา
บทกำหนดโทษใน พ.ร.บ. นี้ มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ใด
ลงโทษข้าราชการครูที่กระทำผิดวินัย
กำหนดขั้นตอนการลงโทษ
กำหนดโทษสำหรับนักเรียนที่ทำผิดระเบียบ
ลงโทษบุคคลภายนอกที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ. นี้
การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.ค.ศ. ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการอย่างไร
ก.ให้มีการเลือกตั้งทันที
ข.ให้ปลัดกระทรวงทำหน้าที่แทนไปก่อน
ค.ให้รอจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมาย
ง.ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการของ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ คือใคร
ก.นายกรัฐมนตรี
ข.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ค.ประธานศาลฎีกา
ง.ประธานรัฐสภา
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัตินี้คืออะไร
ก.เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ และ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ
ข.เพื่อยุบรวมกระทรวงศึกษาธิการ
ค.เพื่อเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการครู
ง.เพื่อจัดตั้งคุรุสภา
วินัยและการรักษาวินัย กำหนดไว้ใน พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ไว้ในหมวดใด
หมวด 6
หมวด 7
หมวด 8
หมวด 9
พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มีกี่หมวดและกี่มาตรา
4 หมวด 80 มาตรา
4 หมวด 90 มาตรา
9 หมวด 78 มาตรา
9 หมวด 140 มาตรา
พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4 ) ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใด
23 ธันวาคม 2547
20 กุมภาพันธ์ 2551
22 กรกฎาคม 2553
5 เมษายน 2562
เหตุผลของการประกาศใช้ พรบ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทาง การศึกษา พ.ศ. 2547 (ฉบับที่ 4) คือข้อใด
เพิ่มให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เพื่อสมควรมีการกำหนดขอบข่ายของอำนาจหน้าที่และการมอบอำนาจให้ปฏิบัติราชการ
เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
เพื่อกำหนดโครงสร้างและตำแหน่งต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่เปลี่ยนแปลงไป
ข้าราชการครูมีความหมายตาม มาตรา 4 ของ พรบ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ไว้อย่างไร
บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐ
บุคลากรซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการสอนและการวิจัยในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับปริญญาของรัฐและเอกชน
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน
ผู้ที่ประกอบวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่หลักทางด้านการเรียน การสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่างๆในสถานศึกษาของรัฐ
ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ข้อใดไม่ใช่ความหมายของ"หน่วยงานทางการศึกษา"
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ศูนย์การศึกษาพิเศษ
วิทยาลัยการอาชีพ
พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์สิรินธร
คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียก โดยย่อว่า
คกศ.
ก.ค.ศ.
อ.ก.ค.ศ.
สก.สค.
คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีจำนวนเท่าใด
จำนวน9 คน
จำนวน 12 คน
จำนวน 14 คน
จำนวน 41 คน
คุณสมบัติผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้กำหนดไว้ใน มาตราใด
มาตรา 30
มาตรา 35
มาตรา 44
มาตรา 53
ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องมีอายุกี่ปี
อายุ 18 ปี
อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
อายุ 20 ปี
อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี
ผู้ซึ่งจะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องมีอายุกี่ปี
อายุ 18 ปี
อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์
อายุ 20 ปี
อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
ตาม มาตรา 38 ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามี กี่ประเภท
3 ประเภท
4ประเภท
5 ประเภท
6 ประเภท
ตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา วิทยาฐานะใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
รองผู้อำนวยการเชี่ยวชาญพิเศษ
ผู้อำนวยการเชี่ยวชาญพิเศษ
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญพิเศษ
ตาม มาตรา45 ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 5353แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมอย่างเข้ม ในตำแหน่งครูผู้ช่วย เป็นเวลา 2 ปี รวมกี่ครั้ง
จำนวน 2 ครั้ง
จำนวน 4 ครั้ง
จำนวน 6 ครั้ง
จำนวน 8 ครั้ง
ตาม มาตรา45 ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา 53แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมความพร้อมอย่างเข้ม ในตำแหน่งครูผู้ช่วย จำนวนกี่คน
จำนวน 2 คน
จำนวน 3 คน
จำนวน 4 คน
จำนวน 5 คน
การลาออกแบบใดที่มีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้นั้นขอลาออก
การลาออกเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมือง
การลาไปช่วยเหลือภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายที่คลอดบุตร
การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์
การลาออกไปเข้ารับราชการทหาร
มาลงชื่อปฏิบัติงานแล้วแต่ไม่สนใจทำงานในหน้าที่ของตนให้เรียบร้อยหรือแล้วเสร็จตามเวลาปล่อยให้งานคั่งค้าง เป็นความหมายของข้อใด
ละทิ้ง
ทอดทิ้ง
ปล่อยทิ้ง
ทิ้งงาน
ครูสิระ ดูหมิ่นเหยียดหยามนักเรียนหน้าเสาธงว่า โง่เป็นควายโง่ทั้งตระกูล สมควรรับโทษตามข้อใด
ปลดออก
ภาคทัณฑ์
ตัดเงินเดือน
ลดเงินเดือน
ครูประยุทธ์ วิทยาลัยการอาชีพบ้านโป่ง ถูกลงโทษทางวินัยร้ายแรง ก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อใคร
อ.ก.ค.ศ. สอศ.
ก.ค.ศ.
ผู้อำนวยการ
สอศ.
ครูเสรีเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในบทลงโทษ ให้มีสิทธิที่จะฟ้องร้องคดีต่อที่ใด
ศาลปกครอง
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลอุทธรณ์
าไม่ได้รับความเป็นธรรมในบทลงโทษ ให้มีสิทธิที่จะฟ้องร้องคดีต่อที่ใด
ศาลปกครอง
ศาลฎีกา
ศาลยุติธรรม
ศาลอุทธรณ์
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องรักษาวินัยที่บัญญัติเป็นอย่างไร
ข้อห้าม และข้อควรประพฤติ
ข้อห้าม และข้อประพฤติ
ข้อห้าม และข้อควรปฏิบัติ
ข้อห้าม และข้อปฏิบัติ
ข้อใดเป็นโทษ วินัยร้ายแรง
กระทำการอันใดอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว
เสพยาเสพติด หรือสนับสนุนให้ผู้อื่นเสพยาเสพติด
กลั่นแกล้ง กล่าวหา หรือร้องเรียนผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริง
กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหาประโยชน์อันอาจทำให้เสื่อมเสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ในตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
ครูณัฐวุฒิ วิทยาลัยการอาชีพบ้านโป่ง ถูกลงโทษทางวินัยไม่ร้ายแรง ก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อใคร
กศจ.
อ.ก.ค.ศ. สอศ.
ก.ค.ศ.
ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ข้อใดไม่ใช่ลักษณะงานในด้านการจัดการเรียนรู้ ของตำแหน่งครูผู้ช่วย
ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
เลือกและใช้สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่สอดคล้องกับกิจกรรม
ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และวิจัยเพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้
วัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสม
ข้อใดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วย
มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา
มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
มีหลักฐานที่คุรุสภาออกให้เพื่อปฏิบัติหน้าที่สอน
ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
ลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่างๆ ตามตำแหน่งครูผู้ช่วย ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง
ด้านการจัดการเรียนรู้
ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ
ด้านความสัมพันธ์กับผู้ปกครองและชุมชน
ด้านส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการเรียนรู้
ข้อใดเป็น หน้าที่และความรับผิดชอบตามมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย
ปฏิบัติงานทางวิชาการของสถานศึกษา
เตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม
ประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง บุคคลในชุมชน
ถูกทุกข้อที่กล่าวมา
