wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แนวคิดในการเกิดปฏิกิริยาเคมี + ปัจจัย1

Total questions: 52

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

จากกราฟพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาไปข้างหน้ามีค่าเท่าใด

a)

100 kJ/mol

b)

200 kJ/mol

c)

300 kJ/mol

d)

400 kJ/mol

2.

จากกราฟ สามารถเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาไปข้างหน้าได้อย่างไร

a)

A --> TS --> B

b)

A --> B

c)

B --> TS --> A

d)

B --> A

3.

จากกราฟพลังงานของปฏิกิริยามีค่าเท่าใด

a)

+100 kJ/mol

b)

-100 kJ/mol

c)

+200 kJ/mol

d)

-200 kJ/mol

4.

จากกราฟ สารเชิงซ้อนกัมมันต์ คือ สารใด

a)

A, B

b)

B, TS2

c)

TS1, TS2

d)

A, TS1

5.

จากกราฟ ค่า ΔE โดยรวมของปฏิกิริยามีค่าเท่าใด

a)

+20 kJ/mol

b)

-20 kJ/mol

c)

+80 kJ/mol

d)

-80 kJ/mol

6.

จากกราฟ สมการของปฏิกิริยาย้อนกลับสามารถเขียนได้อย่างไร

a)

A --> B

b)

A --> TS1 --> TS2 --> B

c)

B --> TS2 --> TS1 --> A

d)

B --> A

7.

จากกราฟ ตัวเร่งปฏิกิริยาลดพลังงานก่อกัมมันต์ลงเท่าใด

a)

30 kJ/mol

b)

50 kJ/mol

c)

80 kJ/mol

d)

100 kJ/mol

8.

จากกราฟ ค่า ΔE เปลี่ยนแปลงหรือไม่ เมื่อใช้ตัวเร่งปฏิกิริยา

a)

เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น

b)

เปลี่ยนแปลง ลดลง

c)

ไม่เปลี่ยนแปลง

d)

ขึ้นอยู่กับชนิดตัวเร่ง

9.

จากกราฟ ปฏิกิริยานี้คายความร้อนเท่าใด

a)

100 kJ/mol

b)

200 kJ/mol

c)

300 kJ/mol

d)

400 kJ/mol

10.

จากกราฟ ปฏิกิริยาย้อนกลับต้องการพลังงานก่อกัมมันต์เท่าใด

a)

100 kJ/mol

b)

200 kJ/mol

c)

300 kJ/mol

d)

400 kJ/mol

11.

ตามทฤษฎีการชน การเกิดปฏิกิริยาเคมีต้องการปัจจัยใดบ้าง?

a)

การชนกันของอนุภาคและทิศทางที่เหมาะสม

b)

ทิศทางที่เหมาะสมและพลังงานจลน์ที่เพียงพอ

c)

การชนกันของอนุภาคและพลังงานจลน์ที่เพียงพอ

d)

การชนกันของอนุภาคทิศทางที่เหมาะสม และพลังงานจลน์ที่เพียงพอ

12.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการเกิดปฏิกิริยาเคมีตามทฤษฎีการชน

a)

การชนกันของอนุภาค

b)

ทิศทางการชนที่เหมาะสม

c)

พลังงานจลน์ของอนุภาค

d)

มวลของอนุภาค

13.

ทฤษฎีการชนใช้อธิบายเรื่องใด

a)

ความแตกต่างของอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

b)

การเปลี่ยนแปลงพลังงานในปฏิกิริยาเคมี

c)

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสารในปฏิกิริยาเคมี

d)

การเปลี่ยนแปลงสถานะของสารในปฏิกิริยาเคมี

14.

ทิศทางการชนของอนุภาคมีผลต่อการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร

a)

ต้องชนในทิศทางที่เหมาะสม

b)

ต้องชนในทิศทางตรงกันข้าม

c)

ต้องชนในทิศทางเดียวกัน

d)

ทิศทางการชนไม่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยา

15.

ตามทฤษฎีการชน ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับพลังงานจลน์ของอนุภาค

a)

ยิ่งมีพลังงานจลน์มาก โอกาสเกิดปฏิกิริยายิ่งน้อย

b)

พลังงานจลน์ไม่มีผลต่อการเกิดปฏิกิริยา

c)

อนุภาคต้องมีพลังงานจลน์มากพอจึงจะเกิดปฏิกิริยา

d)

อนุภาคต้องมีพลังงานจลน์น้อยจึงจะเกิดปฏิกิริยา

16.

สถานะแทรนซิชันในปฏิกิริยาเคมีคืออะไร

a)

จุดต่ำสุดของเส้นกราฟพลังงานศักย์

b)

จุดสูงสุดของเส้นกราฟพลังงานศักย์

c)

จุดเริ่มต้นของปฏิกิริยาเคมี

d)

จุดสิ้นสุดของปฏิกิริยาเคมี

17.

ในสถานะแทรนซิชัน อนุภาคมีลักษณะอย่างไร

a)

อนุภาคอยู่ห่างกันมากที่สุด

b)

อนุภาคชนกันและมีการจัดเรียงตัวอย่างเหมาะสม

c)

อนุภาคเกิดเป็นผลิตภัณฑ์แล้ว

d)

อนุภาคยังคงเป็นสารตั้งต้น

18.

ในสถานะแทรนซิชัน พลังงานศักย์ของอนุภาคมีลักษณะอย่างไร

a)

ต่ำที่สุด

b)

ปานกลาง

c)

สูงที่สุด

d)

เท่ากับศูนย์

19.

พลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยาบ่งบอกถึงอะไร

a)

ความเร็วของปฏิกิริยา

b)

พลังงานที่ปล่อยออกมา

c)

พลังงานที่ดูดเข้าไป

d)

อุณหภูมิของปฏิกิริยา

20.

ปฏิกิริยาใดจะเกิดได้เร็วกว่า

a)

ปฏิกิริยาที่มีพลังงานก่อกัมมันต์สูง

b)

ปฏิกิริยาที่มีพลังงานก่อกัมมันต์ต่ำ

c)

ปฏิกิริยาที่มีพลังงานก่อกัมมันต์ปฏิกิริยาไปข้างหน้าเท่ากับย้อนกลับ

d)

พลังงานก่อกัมมันต์ไม่มีผลต่อความเร็วของปฏิกิริยา

21.

ในปฏิกิริยาคายพลังงาน (exothermic reaction) พลังงานของผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับสารตั้งต้น

a)

มากกว่า

b)

น้อยกว่า

c)

เท่ากัน

d)

ไม่สามารถเปรียบเทียบได้

22.

ΔE ในปฏิกิริยาคายพลังงานมีค่าเป็นอย่างไร

a)

บวก (+)

b)

ลบ (-)

c)

ศูนย์ (0)

d)

ไม่แน่นอน

23.

ในปฏิกิริยาดูดพลังงาน (endothermic reaction) พลังงานของผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับสารตั้งต้น?

a)

มากกว่า

b)

น้อยกว่า

c)

เท่ากัน

d)

ไม่สามารถเปรียบเทียบได้

24.

ΔE ในปฏิกิริยาดูดพลังงานมีค่าเป็นอย่างไร

a)

บวก (+)

b)

ลบ (-)

c)

ศูนย์ (0)

d)

ไม่แน่นอน

25.

แผนภาพการเปลี่ยนแปลงพลังงานศักย์ระหว่างการดำเนินไปของปฏิกิริยาสามารถบอกอะไรได้บ้าง?

a)

ความเร็วของปฏิกิริยา

b)

ทิศทางของปฏิกิริยา (คายหรือดูดพลังงาน)

c)

พลังงานก่อกัมมันต์

d)

ถูกทุกข้อ

26.

ถ้าปฏิกิริยาหนึ่งมีพลังงานก่อกัมมันต์สูงมาก แสดงว่าปฏิกิริยานั้นจะเกิดอย่างไร?

a)

เกิดได้เร็วมาก

b)

เกิดได้ช้ามาก

c)

เกิดได้ปานกลาง

d)

ไม่สามารถบอกได้

27.

ในปฏิกิริยาคายพลังงาน สิ่งใดเกิดขึ้น

a)

ระบบดูดพลังงานจากสิ่งแวดล้อม

b)

ระบบคายพลังงานสู่สิ่งแวดล้อม

c)

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานระหว่างระบบและสิ่งแวดล้อม

d)

พลังงานของระบบเพิ่มขึ้น

28.

ในปฏิกิริยาดูดพลังงาน สิ่งใดเกิดขึ้น

a)

ระบบดูดพลังงานจากสิ่งแวดล้อม

b)

ระบบคายพลังงานสู่สิ่งแวดล้อม

c)

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพลังงานระหว่างระบบและสิ่งแวดล้อม

d)

พลังงานของระบบลดลง

29.

ข้อใดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความเข้มข้นของสารตั้งต้นกับอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีได้ถูกต้อง

a)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง

b)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นเพิ่มขึ้น อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

c)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

d)

ความเข้มข้นของสารตั้งต้นลดลง อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

30.

เหตุใดการเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้นจึงทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

a)

เพิ่มพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา

b)

ลดพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา

c)

เพิ่มโอกาสการชนกันของโมเลกุลสารตั้งต้น

d)

ลดโอกาสการชนกันของโมเลกุลสารตั้งต้น

31.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการเพิ่มความเข้มข้นของสารละลาย?

a)

การเพิ่มปริมาณตัวละลาย

b)

การลดปริมาณตัวทำละลาย

c)

การเพิ่มอุณหภูมิของสารละลาย

d)

การระเหยตัวทำละลายออกบางส่วน

32.

การเพิ่มพื้นที่ผิวของสารตั้งต้นส่งผลอย่างไรต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาไม่เปลี่ยนแปลง

d)

ไม่สามารถระบุได้ เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของสาร

33.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการเพิ่มพื้นที่ผิวของสารตั้งต้น

a)

การบดให้เป็นผง

b)

การตัดเป็นชิ้นเล็กๆ

c)

การเพิ่มความเข้มข้นของสารละลาย

d)

การทุบให้แบน

34.

เหตุใดการเพิ่มพื้นที่ผิวจึงทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

a)

ลดพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา

b)

เพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น

c)

เพิ่มโอกาสการชนกันระหว่างโมเลกุลของสารตั้งต้น

d)

เพิ่มอุณหภูมิของระบบ

35.

ในการทำปฏิกิริยาระหว่างหินปูนกับกรดไฮโดรคลอริก วิธีใดจะทำให้ปฏิกิริยาเกิดเร็วที่สุด

a)

ใช้หินปูนก้อนใหญ่

b)

ใช้หินปูนบดละเอียด

c)

ใช้หินปูนแช่น้ำ

d)

ใช้หินปูนที่อุณหภูมิต่ำ

36.

ถ้าต้องการให้ยาเม็ดละลายในกระเพาะอาหารเร็วขึ้น ควรทำอย่างไร?

a)

กลืนทั้งเม็ดโดยไม่เคี้ยว

b)

แบ่งยาเป็นสองส่วนแล้วกินทีละส่วน

c)

บดยาให้ละเอียดก่อนกิน

d)

แช่ยาในน้ำร้อนก่อนกิน

37.

โดยทั่วไป การเพิ่มอุณหภูมิส่งผลอย่างไรต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

b)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาไม่เปลี่ยนแปลง

d)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้นแล้วลดลง

38.

เหตุใดการเพิ่มอุณหภูมิจึงทำให้อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

a)

ลดพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา

b)

เพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น

c)

เพิ่มพลังงานจลน์ของโมเลกุล

d)

ลดแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุล

39.

ตัวเร่งปฏิกิริยา (catalyst) ส่งผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีอย่างไร

a)

เพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยา

b)

ลดอัตราการเกิดปฏิกิริยา

c)

ไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

d)

เพิ่มหรือลดอัตราการเกิดปฏิกิริยาขึ้นอยู่กับชนิดของปฏิกิริยา

40.

ข้อใดอธิบายกลไกการทำงานของตัวเร่งปฏิกิริยาได้ถูกต้อง

a)

เพิ่มพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา

b)

ลดพลังงานก่อกัมมันต์ของปฏิกิริยา

c)

เพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้น

d)

เปลี่ยนกลไกการเกิดปฏิกิริยาโดยไม่ส่งผลต่อพลังงานก่อกัมมันต์

41.

ตัวหน่วงปฏิกิริยา (inhibitor) มีผลอย่างไรต่อปฏิกิริยาเคมี

a)

เพิ่มอัตราการเกิดปฏิกิริยา

b)

ลดอัตราการเกิดปฏิกิริยา

c)

ไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

d)

เปลี่ยนทิศทางของปฏิกิริยา

42.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของการใช้ตัวหน่วงปฏิกิริยาในชีวิตประจำวัน

a)

การใช้เอนไซม์ในผงซักฟอก

b)

การใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาในรถยนต์

c)

การเติมสารกันบูดในอาหาร

d)

การใช้เชื้อราในการหมักไวน์

43.

เหตุใดโลหะโซเดียม (Na) จึงทำปฏิกิริยากับน้ำได้รวดเร็วกว่าโลหะแมกนีเซียม (Mg)

a)

โซเดียมมีจุดหลอมเหลวต่ำกว่า

b)

โซเดียมมีความหนาแน่นน้อยกว่า

c)

โซเดียมมีความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยามากกว่า

d)

โซเดียมมีพื้นที่ผิวสัมผัสมากกว่า

44.

ปัจจัยใดของธรรมชาติสารตั้งต้นที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี

a)

ความแข็งแรงของพันธะ

b)

ขนาดอะตอมหรือไอออน

c)

ความว่องไวในการเกิดปฏิกิริยา

d)

ถูกทุกข้อ

45.

การเผาไหม้ของกระดาษจะเกิดเร็วขึ้นเมื่อฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กๆ เนื่องจากปัจจัยใด

a)

ความเข้มข้น

b)

อุณหภูมิ

c)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

d)

พื้นที่ผิว

46.

การเก็บอาหารในตู้เย็นช่วยชะลอการเน่าเสียได้ เนื่องจากปัจจัยใด

a)

ความดัน

b)

อุณหภูมิ

c)

ความเข้มข้น

d)

ตัวหน่วงปฏิกิริยา

47.

การใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีความเข้มข้นสูงทำให้คราบสกปรกหลุดออกเร็วขึ้น เป็นผลมาจากปัจจัยใด

a)

พื้นที่ผิว

b)

อุณหภูมิ

c)

ความเข้มข้น

d)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

48.

การใช้เอนไซม์ในผงซักฟอกช่วยให้การขจัดคราบเปื้อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากปัจจัยใด

a)

ความเข้มข้น

b)

อุณหภูมิ

c)

พื้นที่ผิว

d)

ตัวเร่งปฏิกิริยา

49.

การเติมน้ำมะนาวลงในน้ำชาร้อนทำให้สีของน้ำชาจางลงเร็วกว่าการเติมลงในน้ำชาเย็น เป็นผลมาจากปัจจัยใด

a)

ความเข้มข้น

b)

อุณหภูมิ

c)

พื้นที่ผิว

d)

ธรรมชาติของสารตั้งต้น

50.

การเพิ่มความเข้มข้นของสารตั้งต้นมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาอย่างไร?

a)

ขึ้นอยู่กับชนิดของสารตั้งต้น

b)

ไม่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา

c)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาลดลง

d)

อัตราการเกิดปฏิกิริยาเพิ่มขึ้น

51.

ในปฏิกิริยาดูดพลังงาน (endothermic reaction) พลังงานของผลิตภัณฑ์จะเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับสารตั้งต้น?

a)

เท่ากัน

b)

ไม่สามารถเปรียบเทียบได้

c)

น้อยกว่า

d)

มากกว่า

52.

การใช้ตัวเร่งปฏิกิริยาในอุตสาหกรรมมีข้อดีอย่างไร?

a)

ลดเวลาในการผลิต

b)

เพิ่มผลผลิต

c)

ถูกทุกข้อ

d)

ลดต้นทุนการผลิต