Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวน ม.2 โครงสร้างโลก ดิน น้ำ

Total questions: 39

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือทฤษฎีกำเนิดเอกภพ

a)

ทฤษฎีสัมพันธภาพ

b)

ทฤษฎีบิกแบง   

c)

ทฤษฎีแรงโน้มถ่วง

d)

ซุปเปอร์โนวา

2.

โครงสร้างโลกตามองค์ประกอบทางเคมี แบ่งออกเป็นกี่ส่วน อะไรบ้าง

a)

2 ส่วน ผิวโลก และเนื้อโลก

b)

3 ส่วน เปลือกโลก เนื้อโลก แก่นโลก

c)

3 ส่วน ผิวโลก เนื้อโลก และแก่นโลก

d)

4 ส่วน เปลือกโลก เนื้อโลก แก่นโลกชั้นนอก และแก่นโลกชั้นใน

3.

แก่นโลก ประกอบด้วยธาตุใดมากที่สุด

a)

ธาตุเหล็ก และนิกเกิล

b)

ธาตุเหล็ก และซิลิคอน

c)

ธาตุซิลิคอน และอลูมิเนียม

d)

ธาตุซิลิคอน และแมกนีเซียม

4.

โครงสร้างโลกส่วนใด มีหินหลอมละลายไหลวนอยู่ เมื่อพ้นผิวโลกเรียกว่า ลาวา

a)

ธรณีภาค

b)

ฐานธรณีภาค

c)

มัชฉิมภาค

d)

แก่นโลกชั้นนอก

5.

ข้อใด ไม่ใช่ กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยา

a)

การกร่อน

b)

การพัดพา

c)

การละลาย

d)

การสะสมตัวของตะกอน

6.

การเผาก้อนหินให้ร้อนจัด แล้วเทน้ำเย็นราดลงไป ทำให้หินเกิดรอยแตกร้าว จัดเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงแบบใด

a)

การกร่อน

b)

การพัดพา

c)

การผุพังทางเคมี

d)

การผุพังทางกายภาพ

7.

ข้อใดเป็นผลจากการผุพังทางกายภาพของหิน

a)

หินมีพื้นที่ผิวลดลง

b)

หินมีพื้นที่ผิวมากขึ้น

c)

หินมีปริมาตรลดลง

d)

หินมีปริมาตรเพิ่มขึ้น

8.

การผุพังทางเคมี เช่น ภูเขาหินปูนทำปฏิกิริยากับฝนกรด เกิดหินงอกและหินย้อยในถ้ำ และทำให้เกิดสิ่งใด

a)

แผ่นดินไหว

b)

โพรงใต้ดิน

c)

สึนามิ

d)

น้ำท่วมขัง

9.

ข้อใดเป็นลักษณะของหินที่เกิดจากกระบวนการผุพังทางเคมี

a)

การหลุดร่อนของหินที่มีแร่เหล็กเป็นองค์ประกอบ

b)

การแข็งตัวของน้ำที่แทรกอยู่ตามรอยแตก

c)

รากไม้ที่เจริญเติบโตเต็มที่ชอนไชไปตามแนวหิน

d)

การขยายตัวและหดตัวของหินตามอุณหภูมิ

10.

ข้อใด ไม่ใช่ สาเหตุทำให้เกิดกระบวนการกร่อน

a)

กระแสน้ำ

b)

กระแสลม       

c)

แรงโน้มถ่วง

d)

ความร้อนจากดวงอาทิตย์

11.

ข้อใดคือ ความแตกต่าง ระหว่างตะกอนรูปพัดกับดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ

a)

บริเวณที่เกิด

b)

ตัวพัดพาตะกอน

c)

กระบวนการพัดพา

d)

วัตถุต้นกำเนิดตะกอน

12.

ข้อใด ไม่ใช่ ขั้นตอนการเกิดดิน   

a)

ฮิวมัสผสมกับเศษหินและแร่ธาตุ  

b)

ซากพืชซากสัตว์ตายและทับถม

c)

น้ำพัดพาเศษหินมาทับและสะสมตัว

d)

การผุพังสลายตัวของหินต้นกำเนิด

13.

ดินชั้นบนกับดินชั้นล่าง แตกต่าง กันอย่างไร

a)

ดินชั้นบนมีขนาดเม็ดเล็กกว่า      

b)

ดินชั้นบนมีฮิวมัสกว่า

c)

สีของดินชั้นบนจางกว่าดินชั้นล่าง 

d)

ดินชั้นบนมีความพรุนน้อยกว่า    

14.

ปัจจัยใดมีอิทธิพลต่ออัตราการไหลบ่าของน้ำ ที่ทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดิน และการทับถมของอินทรียวัตถุในดิน

a)

ภูมิประเทศ

b)

ภูมิอากาศ

c)

เวลา

d)

กลุ่มสิ่งมีชีวิต

15.

ดินที่มีเนื้อดินหยาบ น้ำซึมผ่านได้ดี ไม่อุ้มน้ำ เป็นสมบัติของดินชนิดใด

a)

ดินทราย

b)

ดินร่วน

c)

ดินโคลน

d)

ดินเหนียว

16.

ข้อใดทำให้ทราบว่า ดินมีแร่เหล็กออกไซด์เป็นองค์ประกอบ

a)

แร่ธาตุในดิน

b)

ขนาดของเม็ดดิน

c)

สีของดิน

d)

ความชื้นของดิน

17.

ดินชั้นใด มีการสะสมของตะกอนและแร่ธาตุ

a)

ชั้นดินล่าง หรือ B

b)

ชั้นดินแร่ หรือ A

c)

ชั้นชะล้าง หรือ E

d)

ชั้นหินพื้นฐาน หรือ R

18.

ดินชั้นใด เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช

a)

ชั้นดินล่าง หรือ B

b)

ชั้นอินทรียวัตถุ หรือ O

c)

ชั้นชะล้าง หรือ E

d)

ชั้นหินพื้นฐาน หรือ R

19.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแหล่งน้ำภายในโลก

a)

น้ำผิวดินมีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม

b)

น้ำใต้ดินมีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม

c)

น้ำจืดเป็นแหล่งน้ำใหญ่ในธรรมชาติ

d)

โลกประกอบด้วยน้ำ 1 ใน 4 ของทั้งหมด

20.

ข้อใดคือผลกระทบจากการสูบน้ำมาดาลไปใช้มากเป็นจำนวนมาก

a)

แผ่นดินทรุด

b)

แผ่นดินไหว

c)

สึนามิ

d)

ดินถล่ม

21.

ชั้นหินอุ้มน้ำ แตกต่าง กับชั้นหินกั้นน้ำอย่างไร

a)

ชั้นหินกั้นน้ำมีเนื้อแน่น น้ำซึมผ่านได้บางบริเวณ

b)

ชั้นหินอุ้มน้ำมีช่องว่างระหว่างตะกอนมาก น้ำจึงซึมผ่านได้

c)

ชั้นหินกั้นน้ำมีเนื้อแน่น และยอมให้น้ำซึมผ่านได้

d)

ชั้นหินอุ้มน้ำมีช่องว่างระหว่างตะกอนมาก แต่ไม่ยอมให้น้ำซึมผ่าน

22.

ข้อใด ไม่ใช่ สาเหตุของอุทกภัย

a)

หิมะละลาย

b)

แรงระเบิด

c)

ฝนตกหนัก

d)

แผ่นดินไหว

23.

ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของน้ำในดิน

a)

ช่วยละลายสารประกอบของแร่ธาตุในดิน

b)

เพิ่มความพรุนของดิน    

c)

เคลื่อนย้ายสารอาหารจากรากไปสู่ส่วนต่างๆของพืช

d)

ช่วยทำให้ดินมีขนาดอนุภาคใหญ่ขึ้น

24.

ข้อใด ไม่ใช่ น้ำผิวดิน

a)

น้ำบาดาล

b)

แม่น้ำ

c)

ลำธาร

d)

มหาสมุทร

25.

วิธีการรับมือการกัดเซาะข้อใด แตกต่าง จากข้ออื่น

a)

กำแพงกันคลื่น

b)

แนวรั้วไม้หาดทราย

c)

เขื่อนเรียงหิน

d)

คันดักทราย

26.

การใส่ปุ๋ยเคมีในดินมาก ๆ มีผลทำให้สมบัติของดินเป็นอย่างไร

a)

ดินเป็นเบสมากขึ้น

b)

ดินเป็นกรดมากขึ้น

c)

ดินเค็ม

d)

ไม่มีผลต่อสมบัติของดิน

27.

เมื่อทดสอบดินในที่แห่งหนึ่ง พบว่าเป็นดินเปรี้ยว จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร

a)

ใส่ปุ๋ยเคมี

b)

เติมผงกำมะถัน

c)

ใส่ปูนมาร์ล

d)

ใช้น้ำขังไว้ในพื้นดิน

28.

เกษตรกรคนใดที่ทำให้ดินเสื่อมสภาพมากที่สุด

a)

น้อย ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ให้ต้นมะลิ

b)

นิ่ม ใช้สารกำจัดศัตรูพืชจากใบสะเดา

c)

นวล ใช้ปูนขาวลงในดินเปรี้ยว

d)

นุ่ม ปลูกพืชชนิดเดิมๆ ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

29.

What is the effect of applying chemical fertilizers in the soil?

a)

The soil becomes more acidic.

b)

The soil becomes more basic.

c)

The soil becomes saline.

d)

No effect on soil properties.

30.

บริเวณ ก ตะกอนจะถูกกร่อนออกไปได้มากกว่าบริเวณ ค

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

31.

บริเวณ ข จะพบการสะสมตัวของตะกอนได้น้อยกว่าบริเวณ จ

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

32.

บริเวณ ฉ เป็นบริเวณที่ปะทะกับกระแสน้ำโดยตรง

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

33.

ที่ดิน B และ D ไม่สามารถปลูกมะนาวได้

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

34.

ที่ดิน A และ C สามารถปลูกมะนาวได้ดี

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

35.

ชั้น X มีคุณสมบัติเป็นชั้นหินอุ้มน้ำได้ดีกว่า ชั้น Y

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

36.

ชั้น Z มีคุณสมบัติเป็นชั้นหินอุ้มน้ำได้ดีกว่า ชั้น Y

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

37.

ชั้น X และ Y มีคุณสมบัติเป็นชั้นหินอุ้มน้ำได้ดีเหมือนกัน

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

38.

การทำเกษตรกรรมในพื้นที่ลาดชันเชิงเขาและการตัดไม้ทำลายป่าก่อให้เกิดดินถล่ม

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่

39.

การละลายของหิมะ การกัดเซาะของดินริมตลิ่งจากกระแสน้ำ ไม่ ทำให้เกิดดินถล่ม

a)

ใช่

b)

ไม่ใช่