wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบมอเตอร์ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า

Total questions: 40

Worksheet time: 28mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือหน้าที่หลักของมอเตอร์ขับเคลื่อนในยานยนต์ไฟฟ้า?

a)

สร้างพลังงานไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่

b)

ควบคุมความเร็วและทิศทางการหมุนของล้อ

c)

แปลงพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นพลังงานกลเพื่อขับเคลื่อนล้อ

d)

จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในรถยนต์

2.

มอเตอร์ไฟฟ้าประเภทใดที่นิยมใช้ในยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ส่วนใหญ่?

a)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับ (AC Induction Motor)

b)

มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน (Brushed DC Motor)

c)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motor - PMSM)

d)

มอเตอร์กระแสตรงแบบไร้แปรงถ่าน (Brushless DC Motor - BLDC)

3.

หลักการทำงานพื้นฐานของมอเตอร์ไฟฟ้าอาศัยปรากฏการณ์ใด?

a)

การเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าและการไหลของกระแสไฟฟ้า

b)

การเปลี่ยนแปลงความดันและการเผาไหม้เชื้อเพลิง

c)

การสะท้อนของแสงและการหักเหของคลื่น

d)

แรงโน้มถ่วงและการเคลื่อนที่แบบวงกลม

4.

ส่วนประกอบใดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้า?

a)

โรเตอร์ (Rotor)

b)

สเตเตอร์ (Stator)

c)

คอมมิวเตเตอร์ (Commutator)

5.

ส่วนประกอบใดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจากกระแสไฟฟ้า?

a)

โรเตอร์ (Rotor)

b)

สเตเตอร์ (Stator)

c)

คอมมิวเตเตอร์ (Commutator)

d)

แปรงถ่าน (Brushes)

6.

ส่วนประกอบใดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่เป็นส่วนที่หมุนได้?

a)

สเตเตอร์ (Stator)

b)

ขดลวด (Windings)

c)

โรเตอร์ (Rotor)

d)

แม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet)

7.

มอเตอร์ไฟฟ้าประเภทใดที่มีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลสูงที่สุดโดยทั่วไป?

a)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับ

b)

มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน

c)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร

d)

มอเตอร์กระแสตรงแบบไร้แปรงถ่าน

8.

ข้อใดเป็นข้อดีของมอเตอร์ไฟฟ้าเมื่อเทียบกับเครื่องยนต์สันดาปภายในในยานยนต์?

a)

ให้แรงบิดสูงสุดที่ความเร็วรอบต่ำ

b)

มีชิ้นส่วนเคลื่อนที่จำนวนมาก

c)

มีเสียงดังขณะทำงาน

d)

มีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานต่ำ

9.

มอเตอร์ไฟฟ้าประเภทใดที่ไม่ใช้แม่เหล็กถาวรในโรเตอร์?

a)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร

b)

มอเตอร์กระแสตรงแบบไร้แปรงถ่าน

c)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับ

d)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบรีลักแตนซ์

10.

ข้อใด

4 lines
11.

มอเตอร์ไฟฟ้าประเภทใดที่ไม่ใช้แม่เหล็กถาวรในโรเตอร์?

a)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร

b)

มอเตอร์กระแสตรงแบบไร้แปรงถ่าน

c)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับ

d)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบรีลักแตนซ์

12.

ข้อใดเป็นข้อเสียเปรียบหลักของมอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน?

a)

มีประสิทธิภาพสูง

b)

ต้องการการบำรุงรักษาน้อย

c)

มีอายุการใช้งานจำกัดเนื่องจากการสึกหรอของแปรงถ่าน

d)

ให้แรงบิดเริ่มต้นสูง

13.

มอเตอร์ไฟฟ้าประเภทใดที่ทำงานโดยอาศัยความแตกต่างของความสามารถในการนำสนามแม่เหล็กของโรเตอร์?

a)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับ

b)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร

c)

มอเตอร์กระแสตรงแบบไร้แปรงถ่าน

d)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบรีลักแตนซ์

14.

เทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าแบบใดที่ติดตั้งมอเตอร์ไว้ภายในล้อรถโดยตรง?

a)

มอเตอร์แบบ Axial Flux Motor

b)

มอเตอร์แบบ Radial Flux Motor

c)

มอเตอร์แบบ In-Wheel Motor

d)

มอเตอร์แบบ Switched Reluctance Motor

15.

ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของมอเตอร์แบบ In-Wheel Motor?

a)

ลดความสูญเสียในระบบส่งกำลัง

b)

เพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร

c)

ควบคุมล้อแต่ละข้างได้อย่างอิสระ

d)

มีน้ำหนักเบาและโครงสร้างเรียบง่าย

16.

ข้อใดไม่ใช่ข้อดีของมอเตอร์แบบ In-Wheel Motor?

a)

ลดความสูญเสียในระบบส่งกำลัง

b)

เพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสาร

c)

ควบคุมล้อแต่ละข้างได้อย่างอิสระ

d)

มีน้ำหนักเบาและโครงสร้างเรียบง่าย

17.

มอเตอร์ไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้าโดยทั่วไปมีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานประมาณเท่าใด?

a)

น้อยกว่า 50%

b)

50-70%

c)

70-90%

d)

มากกว่า 90%

18.

ข้อใดคือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้า?

a)

ความเร็วรอบของมอเตอร์เท่านั้น

b)

แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์เท่านั้น

c)

กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดและจำนวนขดลวด

d)

อุณหภูมิของมอเตอร์

19.

ข้อใดคือปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์ไฟฟ้า?

a)

แรงดันไฟฟ้าเท่านั้น

b)

กระแสไฟฟ้าเท่านั้น

c)

ทั้งแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า

d)

ความต้านทานของขดลวด

20.

ระบบใดในยานยนต์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า?

a)

ระบบเบรก (Brake System)

b)

ระบบส่งกำลัง (Transmission System)

c)

ระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System - BMS)

d)

ระบบควบคุมมอเตอร์ (Motor Control System / Inverter)

21.

อุปกรณ์ใดในระบบควบคุมมอเตอร์ที่ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรง

4 lines
22.

อุปกรณ์ใดในระบบควบคุมมอเตอร์ที่ทำหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแบตเตอรี่ให้เป็นกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อขับเคลื่อนมอเตอร์บางประเภท?

a)

คอนเวอร์เตอร์ (Converter)

b)

อินเวอร์เตอร์ (Inverter)

c)

เร็กกูเลเตอร์ (Regulator)

d)

ทรานซิสเตอร์ (Transistor)

23.

การระบายความร้อนมีความสำคัญต่อมอเตอร์ไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้าอย่างไร?

a)

ช่วยเพิ่มแรงบิดของมอเตอร์

b)

ช่วยลดเสียงรบกวนของมอเตอร์

c)

ช่วยรักษาประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานของมอเตอร์

d)

ช่วยลดการใช้พลังงานของมอเตอร์

24.

วิธีการระบายความร้อนมอเตอร์ไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้ามีกี่ประเภทหลัก?

a)

1 ประเภท (ระบายความร้อนด้วยอากาศ)

b)

2 ประเภท (ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำ)

c)

3 ประเภท (ระบายความร้อนด้วยอากาศ, น้ำ, และน้ำมัน)

d)

4 ประเภท

25.

มอเตอร์ไฟฟ้าประเภทใดที่อาจมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าเนื่องจากต้องใช้ระบบควบคุมที่แม่นยำ?

a)

มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน

b)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับ

c)

มอเตอร์ซิงโครนัส

26.

มอเตอร์ไฟฟ้าประเภทใดที่อาจมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าเนื่องจากต้องใช้ระบบควบคุมที่แม่นยำ?

a)

มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน

b)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับ

c)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบรีลักแตนซ์

d)

มอเตอร์กระแสตรงแบบไร้แปรงถ่านและมอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร

27.

ข้อใดคือแนวโน้มในการพัฒนามอเตอร์ขับเคลื่อนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต?

a)

การลดขนาดและน้ำหนักของมอเตอร์

b)

การเพิ่มประสิทธิภาพและกำลังของมอเตอร์

c)

การลดต้นทุนการผลิต

d)

ถูกทุกข้อ

28.

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบใดที่อาจมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่ความเร็วรอบสูง?

a)

มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน

b)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวร

c)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับ

d)

มอเตอร์กระแสตรงแบบไร้แปรงถ่าน

29.

ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบหลักของมอเตอร์ไฟฟ้าโดยทั่วไป?

a)

สเตเตอร์

b)

โรเตอร์

c)

เพลาข้อเหวี่ยง

d)

ขดลวด

30.

การทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าในโหมด "regenerative braking" คืออะไร?

a)

การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความเร็วของรถ

b)

การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขณะเบรกหรือชะลอความเร็ว

c)

การตัดการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าขณะจอดรถ

d)

การใช้มอเตอ

31.

หมด "regenerative braking" คืออะไร?

a)

การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความเร็วของรถ

b)

การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ขณะเบรกหรือชะลอความเร็ว

c)

การตัดการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าขณะจอดรถ

d)

การใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อควบคุมระบบปรับอากาศ

32.

ข้อใดเป็นประโยชน์ของระบบ "regenerative braking"?

a)

ลดการสึกหรอของผ้าเบรก

b)

เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของรถยนต์ไฟฟ้า

c)

ช่วยเพิ่มระยะทางที่รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้

d)

ถูกทุกข้อ

33.

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบใดที่มีแนวโน้มที่จะถูกนำมาใช้มากขึ้นในยานยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเนื่องจากมีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบา?

a)

มอเตอร์เหนี่ยวนำกระแสสลับขนาดใหญ่

b)

มอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวรขนาดใหญ่

c)

มอเตอร์แบบ Axial Flux Motor

d)

มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่านขนาดใหญ่

34.

ข้อใดคือความท้าทายในการพัฒนามอเตอร์แบบ In-Wheel Motor สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่?

a)

การระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

b)

การจัดการกับแรงกระแทกและภาระที่ล้อได้รับ

c)

การเพิ่มน้ำหนักรวมของระบบกันสะเทือน

d)

ถูกทุกข้อ

35.

วัสดุใดที่นิยมใช้ทำแม่เหล็ก

4 lines
36.

el Motor สำหรับยานยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่?

a)

การระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

b)

การจัดการกับแรงกระแทกและภาระที่ล้อได้รับ

c)

การเพิ่มน้ำหนักรวมของระบบกันสะเทือน

d)

ถูกทุกข้อ

37.

วัสดุใดที่นิยมใช้ทำแม่เหล็กถาวรในมอเตอร์ซิงโครนัสแบบแม่เหล็กถาวรเพื่อให้ได้สนามแม่เหล็กที่แข็งแรง?

a)

เหล็กกล้าคาร์บอน

b)

อะลูมิเนียมอัลลอย

c)

นีโอไดเมียม (Neodymium)

d)

ทองแดงบริสุทธิ์

38.

ข้อใดคือข้อแตกต่างหลักระหว่างมอเตอร์แบบ Radial Flux Motor และ Axial Flux Motor?

a)

วัสดุที่ใช้ในการผลิต

b)

ทิศทางการไหลของสนามแม่เหล็กเมื่อเทียบกับแกนหมุน

c)

ความเร็วรอบสูงสุดในการทำงาน

d)

แรงดันไฟฟ้าที่ใช้งาน

39.

หากมอเตอร์ไฟฟ้าในยานยนต์ไฟฟ้ามีกำลังไฟฟ้าสูง จะส่งผลต่อสิ่งใดมากที่สุด?

a)

ระยะทางที่สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

b)

ความเร็วสูงสุดและอัตราเร่งของรถยนต์

c)

ความเงียบในการทำงานของมอเตอร์

d)

น้ำหนักรวมของรถยนต์

40.

อุปกรณ์ที่วัดตำแหน่งการหมุนของเพลามอเตอร์ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า โดยแปลงการเคลื่อนที่เชิงกลเป็นสัญญาณไฟฟ้า

a)

Reuser

b)

Reserver

c)

Resolvers

d)

Encoders