wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบเครื่องสำอางและพืชสมุนไพร

Total questions: 40

Worksheet time: 2hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

สารให้ความชุ่มชื้นในเครื่องสำอางมีหน้าที่หลักคืออะไร

a)

ปรับสีผิว

b)

ลดการอักเสบ

c)

รักษาความชุ่มชื้นของผิว

d)

ป้องกันแสงแดด

2.

ข้อใดไม่ใช่สารให้ความชุ่มชื้น

a)

กลีเซอรอล (Glycerol)

b)

ไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic acid)

c)

น้ำมันแร่ (Mineral oil)

d)

แอลกอฮอล์ (Alcohol)

3.

กลีเซอรอล (Glycerol) จัดเป็นสารให้ความชุ่มชื้นประเภทใด

a)

Occlusive (เคลือบผิว)

b)

Humectant (ดึงน้ำเข้าสู่ผิว)

c)

Emollient (ทำให้ผิวนุ่ม)

d)

Preservative (กันเสีย)

4.

สารให้ความชุ่มชื้นประเภท Occlusive ทำงานอย่างไร

a)

เคลือบผิวไม่ให้น้ำระเหยออก

b)

ดึงน้ำจากอากาศเข้าสู่ผิว

c)

ปรับสมดุลความมันบนผิว

d)

ขจัดสิ่งสกปรก

5.

สาร Emollient ช่วยให้ผิวมีลักษณะอย่างไร

a)

เรียบเนียนและนุ่มขึ้น

b)

ขาวกระจ่างใส

c)

ไม่มันเยิ้ม

d)

ไม่มีริ้วรอย

6.

การใช้สารให้ความชุ่มชื้นมากเกินไปอาจเกิดผลเสียใด

a)

ผิวมันเกินไป

b)

ผิวแห้งแตก

c)

สิวหายทันที

d)

ผิวขาวขึ้นทันที

7.

ข้อใดคือการเลือกใช้ครีมบำรุงผิวที่ถูกต้อง

a)

เลือกครีมตามโฆษณา

b)

เลือกครีมที่มีส่วนผสมสารให้ความชุ่มชื่นและมี อย.

c)

เลือกครีมที่ราคาสูงเท่านั้น

d)

ใช้หลายชนิดพร้อมกัน

8.

น้ำมันมะกอกที่ใช้ทาผิวจัดเป็นสารให้ความชุ่มชื้นประเภทใด

a)

Humectant

b)

Emollient

c)

Occlusive

d)

Antioxidant

9.

การรวมสาร Humectant และ Occlusive ในครีมเดียวกันมีข้อดีคือ

a)

ช่วยให้ผิวขาวขึ้นทันที

b)

ลดสิวอุดตัน

c)

ดึงน้ำเข้าผิวและป้องกันการสูญเสียน้ำ

d)

ป้องกันการติดเชื้อ

10.

สารลดแรงตึงผิว (Surfactant) มีหน้าที่หลักคืออะไร

a)

เพิ่มสีสันให้เครื่องสำอาง

b)

ทำให้สารผสมกันได้และทำความสะอาด

c)

ทำให้ครีมมีกลิ่นหอม

d)

ป้องกันการเกิดเชื้อรา

11.

การทำความสะอาดผิวหนังโดยใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้า เกิดจากสมบัติใดของสารลดแรงตึงผิว

a)

โมเลกุลมีหัวชอบน้ำและหางชอบน้ำมัน

b)

มีรสเปรี้ยว

c)

มีสีสันสดใส

d)

ระเหยง่าย

12.

สารลดแรงตึงผิวในเครื่องสำอางประเภทใดทำหน้าที่ช่วยให้ครีมและน้ำมันเข้ากันได้

a)

Emulsifier

b)

Preservative

c)

Antioxidant

d)

Humectant

13.

การใช้สารลดแรงตึงผิวเข้มข้นเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียใด

a)

ผิวแห้งและระคายเคือง

b)

ผิวชุ่มชื้นขึ้น

c)

ผิวขาวขึ้น

d)

ไม่มีผลต่อผิว

14.

สารลดแรงตึงผิวในยาสระผมมีหน้าที่หลักคืออะไร

a)

ทำให้เกิดฟองและชะล้างสิ่งสกปรก

b)

ทำให้ผมนุ่มทันที

c)

ให้กลิ่นหอม

d)

ทำให้ผมยาวขึ้น

15.

สารลดแรงตึงผิวในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้ามีประโยชน์มากที่สุดในด้านใด

a)

ละลายและกำจัดความมันส่วนเกิน

b)

ปรับสีผิว

c)

เพิ่มวิตามินเข้าสู่ผิว

d)

ทำให้ผิวขาวทันที

16.

จุดประสงค์หลักของการนำพืชสมุนไพรมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์คืออะไร

a)

เพิ่มรสชาติอาหาร

b)

เพิ่มคุณค่าและมูลค่าในเชิงเศรษฐกิจ

c)

ทำให้มีสีสวยงาม

d)

ใช้แทนปุ๋ยเคมี

17.

สารในว่านหางจระเข้ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวคือ

a)

น้ำมันหอมระเหย

b)

เมือกเจล (Mucilage

c)

กรดอะมิโน

d)

เคอร์คูมิน

18.

ข้อใดคือการเพิ่มคุณค่าสบู่สมุนไพร

a)

ผสมสารสกัดขมิ้นเพื่อต้านเชื้อแบคทีเรีย

b)

ใส่สีผสมอาหาร

c)

เติมน้ำตาลเพื่อให้หอม

d)

ใช้สมุนไพรโดยไม่ผ่านการล้าง

19.

การทำยาสระผมสมุนไพรจากมะกรูดช่วยในด้านใด

a)

บำรุงเส้นผมให้เงางาม

b)

ทำให้ผมเปลี่ยนสี

c)

ทำให้ผมยาวเร็ว

d)

ลดรังแคทันที

20.

สมุนไพรใดที่นิยมใช้ในการขัดผิวให้ขาวกระจ่างใส

a)

มะขามเปียก

b)

พริกไทย

c)

กระเทียม

d)

กะเพรา

21.

ขมิ้นชันมีประโยชน์ด้านความงามอย่างไร

a)

ลดการอักเสบและช่วยให้ผิวเนียนใส

b)

ทำให้ผมยาวขึ้น

c)

ป้องกันแดด

d)

ลดกลิ่นปาก

22.

ว่านหางจระเข้ใช้ในเครื่องสำอางเพื่ออะไร

a)

ช่วยลดความมันบนผิว

b)

เพิ่มความชุ่มชื้นและสมานแผล

c)

เปลี่ยนสีผิว

d)

ลดกลิ่นกาย

23.

ประโยชน์ของทานาคาในด้านความงามคือข้อใด

a)

ลดสิวและป้องกันแสงแดด

b)

ทำให้ผมดกดำ

c)

เพิ่มความขาวทันที

d)

ลดความอ้วน

24.

ส่วนของต้นทานาคาที่นิยมนำมาใช้คือส่วนใด

a)

ราก

b)

เปลือกและแก่นไม้

c)

ใบ

d)

ผล

25.

มะขามเปียกมีกรด AHA ซึ่งช่วยในกระบวนการใด

a)

ผลัดเซลล์ผิว

b)

ปรับสมดุลความมัน

c)

ลดกลิ่นกาย

d)

ป้องกันแสง UV

26.

สมุนไพรใดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย

a)

ตะไคร้หอม

b)

กระเจี๊ยบแดง

c)

พริก

d)

ขิง

27.

ใบเตยมีสรรพคุณด้านความงามอย่างไร

a)

ให้กลิ่นหอมและช่วยบำรุงเส้นผม

b)

ทำให้ผิวขาวทันที

c)

ทำให้ผิวตึงกระชับ

d)

รักษาสิวอักเสบ

28.

ข้อใดคือสมุนไพรที่ใช้ในสครับขัดผิว

a)

กากกาแฟ

b)

หญ้าแฝก

c)

พริกแห้ง

d)

กระชาย

29.

สารแอนติออกซิแดนท์จากสมุนไพรช่วยด้านความงามโดยตรงคือ

a)

ชะลอการเกิดริ้วรอย

b)

ทำให้ผมเปลี่ยนสี

c)

ทำให้ผิวแห้ง

d)

ลดความยาวของเล็บ

30.

หากใช้สมุนไพรโดยไม่ผ่านการทดสอบอาจเกิดผลเสียใด

a)

การแพ้หรือระคายเคือง

b)

ผิวขาวทันที

c)

ผิวดีขึ้นเสมอ

d)

ไม่มีผลเสีย

31.

ประโยชน์โดยตรงของการนำสมุนไพรมาใช้ในเครื่องสำอางคือข้อใด

a)

เพิ่มความงามและลดการพึ่งพาสารเคมี

b)

ลดค่าไฟฟ้า

c)

ทำให้สมุนไพรราคาแพงขึ้น

d)

ใช้แทนผักในอาหาร

32.

การสกัดสีจากพืชสมุนไพรมีประโยชน์ด้านใด

a)

ทำสีธรรมชาติใช้ในอาหารและเครื่องสำอาง

b)

ทำให้ผักสดอยู่ได้นาน

c)

ลดน้ำหนัก

d)

ปลูกพืชเร็วขึ้น

33.

สารละลายใดมักใช้ในการสกัดสีจากพืช

a)

น้ำหรือแอลกอฮอล์

b)

น้ำมันเบนซิน

c)

น้ำส้มสายชูเข้มข้น

d)

น้ำเกลือ

34.

พืชสมุนไพรใดนิยมใช้สกัดสีแดง

a)

บีทรูท

b)

ใบเตย

c)

ขมิ้น

d)

ตะไคร้

35.

พืชสมุนไพรใดนิยมใช้สกัดสีเหลือง

a)

ขมิ้นชัน

b)

มะเขือเทศ

c)

ใบเตย

d)

ฟักทอง

36.

ข้อใดคือข้อดีของการใช้สีจากพืชสมุนไพร

a)

ปลอดสารเคมีและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

b)

ราคาถูกกว่าทุกกรณี

c)

สีติดทนนานกว่าเคมีเสมอ

d)

ใช้แทนอาหารได้ทั้งหมด

37.

สีจากบีทรูทสามารถใช้ในผลิตภัณฑ์ใดได้

a)

ลิปสติกและเครื่องสำอาง

b)

ปุ๋ยเคมี

c)

น้ำมันเครื่อง

d)

พลาสติก

38.

การสกัดสีจากใบเตยช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีสีและคุณสมบัติใด

a)

สีเขียวและกลิ่นหอม

b)

สีแดงและเผ็ด

c)

สีฟ้าและหวาน

d)

สีส้มและขม

39.

การทำผลิตภัณฑ์ที่มีสีจากสมุนไพรต้องผสมกับสารใดเพื่อให้สีคงตัว

a)

ตัวทำละลายและสารกันเสีย

b)

น้ำตาลและเกลือ

c)

แป้งและแอลกอฮอล์

d)

น้ำเปล่าเท่านั้น

40.

ข้อใดเป็นข้อดีของการใช้สีจากพืชสมุนไพรในเครื่องสำอาง

a)

ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

b)

สีติดทนกว่าเคมีเสมอ

c)

ผลิตง่ายโดยไม่ต้องศึกษา

d)

ไม่ต้องผ่านมาตรฐานใด ๆ