wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ม.6 พฤติกรรมของสัตว์

Total questions: 40

Worksheet time: 24mins

Name
Class
Date
1.

จากภาพเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

การใช้เหตุผล

b)

ลองผิดลองถูก

c)

มีเงื่อนไข

d)

แฮบบิซูเอชั่น

2.

จากภาพเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

การใช้เหตุผล

b)

การฝังใจ

c)

ลองผิดลองถูก

d)

มีเงื่อนไข

3.

จากภาพเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

รีเฟล็กซ์

b)

ไคนิซิส

c)

แทกซิส

d)

แฮบบิซูเอชั่น

4.

จากภาพเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

ฝังใจ

b)

ลองผิดลองถูก

c)

มีเงื่อนไข

d)

แฮบบิซูเอชั่น

5.

มดใช้ปลายท้องแตะพื้นเพื่อปล่อยสารเคมีออกมา เป็นการสื่อสารระหว่างสัตว์ที่ตรงกับข้อใดมากที่สุด

a)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

b)

การสื่อสารด้วยเสียง

c)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

d)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

6.

ผึ้งเต้นรำและเคลื่อนที่ในลักษณะเป็นเลขแปด เป็นการสื่อสารระหว่างสัตว์ตรงตามข้อใดมากที่สุด

a)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

b)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

c)

การสื่อสารด้วยเสียง

d)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

7.

ยุงตัวเมียขยับปีกเพื่อเรียกยุงตัวผู้ เป็นการสื่อสารระหว่างสัตว์ตรงตามข้อใดมากที่สุด

a)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

b)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

c)

การสื่อสารด้วยเสียง

d)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

8.

เสือชีตาร์ปัสสาวะรดบริเวณก้อนหิน เป็นการสื่อสารระหว่างสัตว์ตรงตามข้อใดมากที่สุด

a)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

b)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

c)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

d)

การสื่อสารด้วยเสียง

9.

อึ่งอ่างพองตัวใหญ่ขึ้นเมื่อถูกรบกวน เป็นการสื่อสารระหว่างสัตว์ตรงตามข้อใดมากที่สุด

a)

การสื่อสารด้วยเสียง

b)

การสื่อสารด้วยสารเคมี

c)

การสื่อสารด้วยท่าทาง

d)

การสื่อสารด้วยการสัมผัส

10.

จากภาพเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

การใช้เหตุผล

b)

การมีเงื่อนไข

c)

การลองผิดลองถูก

d)

แทกซีส

11.

จากภาพเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

รีเฟล็กซ์

b)

ฟิกแอกชันแพทเทิร์น

c)

ไคนิซิส

d)

แทกซิส

12.

จากภาพเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

แทกซิส

b)

ไคนิซิส

c)

รีเฟล็กซ์

d)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง

13.

จากภาพเป็นพฤติกรรมในข้อใด

a)

แทกซิส

b)

ไคนิซิส

c)

รีเฟล็กซ์

d)

ฟิกแอกชันแพทเทิร์น

14.

ประเภทของพฤติกรรมออกเป็นกี่แบบ อะไรบ้าง

a)

2 แบบ คือ พฤติกรรมที่มีการฝึกฝน และพฤติกรรมการเรียนรู้

b)

3 แบบ คือ พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด พฤติกรรมที่มีการฝึกฝน และพฤติกรรมการเรียนรู้

c)

2 แบบ คือ พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด และพฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้

d)

3 แบบ คือ รีเฟล็กซ์ รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง และการฝังใจ

15.

พฤติกรรมของสัตว์เป็นผลจากการทำงานร่วมกันระหว่างอะไรกับอะไร

a)

พันธุกรรมและฮอร์โมน

b)

ฮอร์โมนและสิ่งแวดล้อม

c)

พันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

d)

ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อม

16.

การที่เด็กทารกดูดนมแม่ เป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

รีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง

b)

ใช้เหตุผล

c)

ฝังใจ

d)

มีเงื่อนไข

17.

การที่ปลาแซลมอนว่ายทวนน้ำมาวางไข่ในสถานที่เกิด เป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

แท็กซิส

b)

ฝังใจ

c)

ไคเนซิส

d)

มีเงื่อนไข

18.

ลูกเสือและลูกหมูที่ดูดนมจากแม่หมูตัวเดียวกัน เมื่อโตขึ้นยังอยู่ร่วมกันได้ เนื่องจากมีพฤติกรรมข้อใด

a)

1

b)

2

c)

3

d)

4

19.

นกขุนทองสามารถเรียกชื่อคนเลี้ยงได้อย่างชัดเจน เสียงพูดของนกขุนทองที่เรียกชื่อคนเลี้ยงจัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

การเรียนรู้ (Learned and behavior)

b)

ความเคยชิน (Habituation)

c)

การสื่อสารด้วยเสียง (Sound communication)

d)

การเรียนรู้แบบฝังใจ (Imprinting)

20.

คนที่ชอบพูดโกหกอยู่เสมอ แม้จะพูดเรื่องที่เป็นความจริงย่อมทำให้ไม่มีใครเชื่อ พฤติกรรมไม่เชื่อนี้จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

ความเคยชิน (Habituation)

b)

การใช้เหตุผล (Resoning)

c)

การลองผิดลองถูก (Trial and error)

d)

การเรียนรู้แบบฝังใจ (Imprinting)

21.

หน่วยกู้ภัยทางทะเลได้ฝึกนกเพื่อค้นหาคนจากเรืออับปางขณะปฏิบัติงานอยู่บนเฮลิคอปเตอร์กลางอากาศ นกจะจิกปุ่มสัญญาณเพื่อบอกนักบินเมื่อเห็นวัตถุสีเหลืองส้มของเสื้อชูชีพลอยอยู่ในทะเล พฤติกรรมของนกเป็นแบบใด

a)

ความเคยชิน (Habituation)

b)

การลองผิดลองถูก (Trial and error)

c)

การเรียนรู้แบบฝังใจ (Imprinting)

d)

การเรียนรู้แบบมีเงื่อนไข (Conditioning)

22.

กำหนดให้

1 = พฤติกรรมการลองผิดลองถูก (Trial and error)

2 = พฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง (Chain of reflexes)

3 = พฤติกรรมการเรียนรู้แบบฝังใจ (Imprinting)

4 = พฤติกรรมแบบแทกซิส (Taxis)


ข้อใดเรียงลำดับการแสดงพฤติกรรมของแมลงจากมากที่สุดไปยังน้อยที่สุดได้ถูกต้อง

a)

1 > 3 > 2 > 4

b)

4 > 3 > 2 > 1

c)

4 > 2 > 1 > 3

d)

2 > 4 > 3 > 1

23.

ข้อความใดไม่ถูกต้อง

a)

การเรียนรู้ในธรรมชาติทำให้สัตว์จำสปีชีส์ของตนเองได้

b)

การเรียนรู้แบบใช้เหตุผลไม่พบในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง

c)

การเรียนรู้ หมายถึง การเพิ่มการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ซ้ำซากเสมอไป

d)

การเปรียบเทียบความสามารถในการเรียนรู้ของสัตว์ในสปีชีส์ต่าง ๆ อาจพิจารณาได้จากความแตกต่างของระบบประสาท

24.

3.การที่นกพิราบฝูงหนึ่งกำลังหาอาหารกินอยู่บนลานในบริเวณสวนสาธารณะไม่ตกใจบินเมื่อมีคนเดินผ่าน ทั้งที่แต่ก่อนนั้นนกพวกนี้จะบินหนีทุกครั้งที่เห็นคนเข้ามาใกล้ จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

แบบฝังใจ

b)

แบบแฮบบิทูเอชัน

c)

แบบมีเงื่อนไข

d)

แบบรีเฟลกซ์ต่อเนื่อง

25.

2.ข้อใดเป็นพฤติกรรมเกี่ยวกับการฝังใจ

a)

เกิดขึ้นตลอดชีวิตของสัตว์หลังจากเรียนรู้ครั้งแรกแล้ว

b)

เกิดขึ้นในช่วงระยะอันจำกัดของชีวิตเท่านั้น

c)

เป็นพฤติกรรมที่มีการปฏิบัติอยู่เป็นประจํา

d)

เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มสัตว์ปีก

26.

4.พฤติกรรมการเรียนรู้แบบที่เห็นได้ชัดเจนเฉพาะในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชั้นสูงคือข้อใด

a)

Conditioned reflex

b)

Habituation

c)

Trail and error

d)

Insignt learning

27.

6.พฤติกรรมแบบใดที่ทำให้สัตว์หยุดตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นที่ไม่มีผลต่อการดำรงชีวิตของมัน

a)

Habituation

b)

Reasoning

c)

Conditioning

d)

Trail and Error

28.

7. พฤติกรรมแบบใดที่ทำให้สัตว์ตอบโต้ต่อตัวกระตุ้นได้อย่างถูกต้องในครั้งแรก

a)

Habituation

b)

Reasoning

c)

Conditioning

d)

Trail and Error

29.

8.ข้อใดต่อไปนี้ไม่ได้มีพันธุกรรมเป็นพื้นฐาน

a)

Taxis

b)

Fixed action pattern

c)

Light compass orientation

d)

Habituation

30.

9. การบินทำมุมต่าง ๆ ของผึ้ง โดยใช้ดวงอาทิตย์เป็นหลัก (sun compass orientation) จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

Taxis

b)

Reflex

c)

Chain of reflex

d)

Kinesis

31.

10.ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมแบบรีเฟล็กซ์ต่อเนื่อง

a)

การชักใยของแมงมุม

b)

การแทะมะพร้าวของกระรอก

c)

นกกระจาบอายุมาก สร้างรังได้เร็วกว่านกอายุน้อย

d)

ลูกไก่แรกเกิดจิกกินเมล็ดข้าว

32.
1.ข้อใด ไม่ใช่ พฤติกรรมที่เกิดจากการเรียนรู้
a)
เด็กทารกดูดนม
b)
กบไม่กินผึ้ง
c)
นกเกาะหุ่นไล่กา
d)
นักเรียนคิดหาคำตอบที่ถูกต้องของโจทย์ข้อนี้
33.
2.พฤติกรรมใดที่นำไปใช้ในการฝึกสัตว์ให้แสดงท่าทางต่างๆ
a)
การใช้เหตุผล (reasoning)
b)
การมีเงื่อนไข (classical conditioning)
c)
แฮบิชูเอชัน (habituation)
d)
การฝังใจ (imprinting)
34.
3. ข้อใดกล่าวผิด
a)
พฤติกรรมที่พันธุกรรมมีบทบาทมากกว่าประสบการณ์มักเป็นพฤติกรรมที่เป็นมาแต่กำเนิด
b)
การฝังใจเป็นพฤติกรรมที่เกิดในช่วงระยะวิกฤติ (critical period)
c)
แฮบิชูเอชันเป็นพฤติกรรมที่สัตว์เรียนรู้ที่จะลดการตอบสนองต่อสิ่งเร้า
d)
พฤติกรรมการใช้เหตุผลพบมากในสัตว์ที่มีระบบประสาทไม่ซับซ้อน
35.

4. ข้อใดเป็นลักษณะของพฤติกรรมการเชื่อมโยงของสัตว์

a)

สัตว์สามารถตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เป็นเงื่อนไข

b)

สัตว์มีการแก้ปัญหา

c)

สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ใหม่ที่ไม่เคยถูกฝึกมาก่อนได้อย่างถูกต้อง

d)

ช่วยให้เกิดการผสมพันธุ์ภายในสปีชีส์

36.
7.เมื่อนักเรียนเด็ดดอกไม้ชนิดหนึ่งแล้วมีอาการคันที่มือ ต่อมานักเรียนเห็นดอกไม้ที่มีลักษณะคล้ายกัน ก็ไม่กล้าเด็ดอีก พฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับนักเรียนจัดเป็นพฤติกรรมใด
a)
แฮบิชูเอชัน (habituation)
b)
การฝังใจ (imprinting)
c)
การลองผิดลองถูก (trial and error)
d)
การใช้เหตุผล (reasoning)
37.

ข้อใดไม่ใช่พฤติกรรมที่มีมาแต่กำเนิด

a)

คางคกเลือกกินแมลงที่ไม่มีพิษ

b)

ปลาแซลมอนว่ายทวนน้ำกลับไปวางไข่ในแม่น้ำ

c)

นกเขาเพศผู้และเพศเมียช่วยกันสร้างรังก่อนที่เพศเมียจะวางไข่

d)

ปลากัดเพศผู้แสดงพฤติกรรมการต่อสู้ได้ดีกว่าปลากัดเพศเมีย

38.

การสื่อสารระหว่างสัตว์ มีการสื่อสารด้วยอะไรบ้าง

a)

เสียง กระแสไฟฟ้าหรือแม่เหล็กโลก การสัมผัส สารเคมี

b)

เสียง ภาพหรือท่าทาง สารเคมี การสัมผัส

c)

เสียง กลื่น กระแสไฟฟ้าหรือแม่เหล็กโลก การสัมผัส สารเคมี

d)

เสียง กลิ่น ภาพหรือท่าทาง การสัมผัส สารเคมี

39.

การทดลองของ ดร.คอนราด ลอเรนซ์ เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมใด

a)

แฮบบิชูเอชัน

b)

การเรียนรู้แบบฝังใจ

c)

การลองผิดลองถูก

d)

การใช้เหตุผล

40.

ผีเสื้อมักวางไข่บนใบไม้ที่มีสีเขียวเสมอ จัดเป็นพฤติกรรมแบบใด

a)

การมีเงื่อนไข

b)

ความเคยชิน

c)

แทกซิส

d)

ไคนีซิส