Worksheetsแบบทดสอบออกแบบ ม.4/2568
Total questions: 40
Worksheet time: 20mins
ข้อใดคือความหมายของ “What” ในการวิเคราะห์ปัญหาแบบ 5W1H
ใครเป็นผู้ก่อให้เกิดปัญหา
เกิดอะไรขึ้น
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อใด
ปัญหาเกิดที่ไหน
“Who” ในการวิเคราะห์แบบ 5W1H ใช้เพื่อถามว่า
เกิดขึ้นเมื่อใด
เกิดกับใคร
เกิดขึ้นที่ไหน
ท าไมจึงเกิดขึ้น
ข้อใดคือวัตถุประสงค์หลักของการใช้ 5W1H
เพื่อหาสาเหตุของปัญหาเชิงลึก
เพื่อก าหนดแนวทางแก้ไขเบื้องต้น
เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบของปัญหา
เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์
“Where” ในการวิเคราะห์แบบ 5W1H ใช้เพื่อหาคำตอบว่าอะไร
เกิดเหตุการณ์ที่ใด
เกิดกับใคร
เกิดขึ้นเมื่อใด
ทำไมถึงเกิดขึ้น
“When” หมายถึงข้อใด
เวลาที่ปัญหาเกิดขึ้น
สถานที่ที่ปัญหาเกิดขึ้น
ผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา
วิธีแก้ไขปัญหา
“Why” ใน 5W1H มุ่งเน้นเพื่อหาคำตอบเกี่ยวกับ
วิธีแก้ไขปัญหา
สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหา
สถานที่เกิดเหตุ
ผลกระทบของปัญหา
“How” ในการวิเคราะห์แบบ 5W1H ใช้เพื่อหาคำตอบว่า
ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อใด
ปัญหาเกิดขึ้นที่ไหน
จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างไร
ปัญหาเกิดขึ้นเพราะเหตุใด
การใช้ 5W1H จะช่วยให้ผู้วิเคราะห์
มองเห็นสาเหตุหลักอย่างเดียว
เข้าใจปัญหาได้รอบด้าน
เลือกแนวทางแก้ไขทันที
วัดผลความสำเร็จของโครงการ
หากต้องการหาคำตอบว่า “ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง” ควรใช้คำถามใดใน 5W1H
What
Who
Why
How
การวิเคราะห์ปัญหาด้วย 5W1H มักใช้ในขั้นตอนใดของการแก้ปัญหา
การหาสาเหตุ
การก าหนดเป้าหมาย
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การระบุปัญหา
แผนผังก้างปลา เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า
Mind Map
Fish Bone Diagram
SWOT Analysis
5W1H
รูปร่างของ Fishbone Diagram มีลักษณะคล้ายกับสิ่งใด
ต้นไม้
ปลา
บ้าน
วงกลม
หัวของปลาใน Fishbone Diagram ใช้แทน
วิธีแก้ปัญหา
ปัญหาหรือผลลัพธ์
ผู้ที่เกี่ยวข้อง
เวลาเกิดเหตุ
กระดูกสันหลังของปลาใน Fishbone Diagram ใช้แทน
แนวทางแก้ไข
ปัจจัยหลักของปัญหา
ผลกระทบ
ผู้รับผิดชอบ
การใช้ Fishbone Diagram มีประโยชน์อย่างไร
ทำให้หาปัญหาได้เร็วขึ้น
ทำให้มองเห็นสาเหตุของปัญหาอย่างเป็นระบบ
ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการท างาน
ทำให้การวิเคราะห์สั้นลง
5W1H เหมาะกับการนำไปใช้ในเรื่องใด
การเต้น
การแก้ปัญหา
การฟังเพลง
การวาดภาพ
Fishbone Diagram เหมาะสำหรับใช้ในกรณีใด
เมื่อปัญหามีสาเหตุเดียว
เมื่อปัญหามีสาเหตุซับซ้อน
เมื่อปัญหามีผลลัพธ์ชัดเจนแล้ว
เมื่อไม่ต้องการหาสาเหตุ
ข้อคิดสำคัญของการใช้ Fishbone Diagram ในภาพคือ
เรียนรู้จากความล้มเหลว
วัดผลสัมฤทธิ์
สร้างแรงจูงใจ
มุ่งสู่ความสำเร็จ
การเขียนขอบเขตของปัญหาช่วยให้
แก้ปัญหาได้ทันที
กำหนดกรอบการแก้ปัญหาชัดเจน
สร้างแนวทางแก้ไขหลายทางเลือก
ท าให้ไม่ต้องวิเคราะห์สาเหตุ
ส่วนประกอบในแบบฟอร์ม “ขอบเขตของปัญหา” มีข้อใดบ้าง
ปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางแก้ไข
ปัญหา สาเหตุ ผลกระทบ และเป้าหมาย
สาเหตุ ผลลัพธ์ ข้อจ ากัด และโอกาส
ปัญหา เป้าหมาย SWOT และวิธีแก้
การกำหนดขอบเขตของปัญหามีข้อดีคือ
ลดการใช้เวลาในการวิเคราะห์
ป้องกันการแก้ปัญหาที่คลุมเครือ
ลดจำนวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ทำให้แก้ปัญหาได้เร็วขึ้นเสมอ
ในแบบฟอร์ม “ขอบเขตของปัญหา” จะมีการเขียน “เพื่อ...” หมายถึง
เป้าหมายที่ต้องการบรรลุ
สาเหตุของปัญหา
ผลกระทบที่เกิดขึ้น
วิธีการแก้ไข
ข้อคิดที่ได้จากการกำหนดขอบเขตของปัญหาตามภาพคือ
ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
หาสาเหตุหลัก
สร้างแรงจูงใจ
ประเมินผลสำเร็จ
ถ้าไม่กำหนดขอบเขตของปัญหา อาจเกิดผลเสียอย่างไร
เสียเวลาแก้ปัญหามากเกินไป
แก้ปัญหาได้ถูกต้องตรงจุด
ใช้งบประมาณน้อยลง
ผู้เกี่ยวข้องเข้าใจตรงกัน
“ส่งผลให้...” ในแบบฟอร์มขอบเขตของปัญหา ใช้เพื่อ
ระบุเป้าหมายของการแก้ปัญหา
แสดงผลกระทบของปัญหา
กำหนดแนวทางแก้ไข
ระบุสาเหตุของปัญหา
Mind Map คืออะไร
แผนภาพแสดงสาเหตุของปัญหา
แผนภาพแสดงการเชื่อมโยงข้อมูลและความคิด
แผนภาพการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย
แผนภาพการหาค าตอบ
ส่วนประกอบใน Mind Map ตามภาพประกอบด้วยอะไรบ้าง
ผลกระทบ ลักษณะปัญหา แนวทางแก้ไข
สาเหตุ ผลลัพธ์ วิธีแก้ไข
จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค
เวลา สถานที่ บุคคล เหตุผล
การใช้ Mind Map ช่วยได้อย่างไร
ช่วยระบุสาเหตุของปัญหาอย่างเดียว
ช่วยคิดแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น
ช่วยมองเห็นภาพรวมและความสัมพันธ์ของข้อมูล
ช่วยหาวิธีแก้ปัญหาแบบเดียว
หากต้องการเขียน “ผลกระทบ” ของปัญหา ควรใส่ในส่วนใดของ Mind Map
สาขาหลัก
สาขาย่อย
ช่องแนวทางแก้ไข
ช่องผลกระทบ
Mind Map ช่วยให้นักเรียนเกิดทักษะใดมากที่สุด
การจ าเพียงอย่างเดียว
การคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยง
การเขียนเชิงวิชาการ
การทดลองทางวิทยาศาสตร์
ลักษณะของ Mind Map ที่ดีควรเป็นอย่างไร
มีข้อความยาว ๆ
มีคำสั้น กระชับ ชัดเจน
ใช้ประโยคเต็มเท่านั้น
ไม่มีการเชื่อมโยงสาขา
Mind Map มักใช้ในขั้นตอนใด
การระดมสมอง
การวัดผลสัมฤทธิ์
การประเมินผล
การเขียนรายงาน
ตารางการวิเคราะห์ข้อดีข้อจำกัด ใช้เพื่ออะไร
เปรียบเทียบทางเลือกต่าง ๆ
วิเคราะห์สาเหตุของปัญหา
กำหนดขอบเขตของปัญหา
หาผลกระทบของปัญหา
ส่วนประกอบหลักของตารางการวิเคราะห์ข้อดีข้อจ ากัดคือ
ชนิดอุปกรณ์ ข้อดี ข้อจำกัด
ผู้เกี่ยวข้อง เวลา สถานที่
สาเหตุ ผลกระทบ เป้าหมาย
ข้อคิด ข้อจำกัด ข้อสรุป
การเขียน “ข้อดี” ของอุปกรณ์ หมายถึง
สิ่งที่ควรแก้ไข
สิ่งที่ควรพัฒนา
สิ่งที่เป็นประโยชน์หรือจุดแข็ง
สิ่งที่เป็นอุปสรรค
“ข้อจำกัด” ของอุปกรณ์ หมายถึงข้อใด
สิ่งที่ใช้ได้ผลดี
สิ่งที่ไม่สามารถทำได้หรือมีข้อควรระวัง
สิ่งที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติม
สิ่งที่ผิดพลาด
ประโยชน์ของการวิเคราะห์ข้อดีข้อจำกัดคือ
ทำให้ตัดสินใจเลือกทางเลือกที่เหมาะสม
ลดการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
ทำให้เกิดปัญหาน้อยลง
ทำให้เขียนรายงานเร็วขึ้น
หากพบว่าอุปกรณ์ “แบบที่ 1” มีข้อดีมากกว่าข้อจ ากัด ควรทำอย่างไร
เลือกใช้อุปกรณ์แบบนั้น
เลือกใช้อุปกรณ์แบบอื่น
เลิกใช้อุปกรณ์ทั้งหมด
วิเคราะห์ใหม่
ข้อคิดสำคัญจากการวิเคราะห์ข้อดีข้อจำกัดในภาพคือ
ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน
เปิดใจรับความรู้ใหม่ ๆ
เรียนรู้จากความล้มเหลว
ใช้เวลาอย่างมีค่า
หากครูให้นักเรียนวิเคราะห์ข้อดีข้อจำกัดของเทคโนโลยี คาดว่าจะได้ประโยชน์อะไร
เลือกใช้อย่างเหมาะสม
ใช้ได้โดยไม่ต้องคิด
ใช้แบบเดิมเสมอ
ใช้โดยไม่ประเมินผล
