wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Quiz เรื่อง ฮอร์โมนพืชและกาาตอบสนองของพืช

Total questions: 25

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช

a)

cytokinin ยับยั้งการเจริญของตาข้าง

b)

auxin ยับยั้งการออกรากของกิ่งปักชำ

c)

abscisic acid ยับยั้งการงอกของเมล็ด

d)

gibberellin ยับยั้งการขยายตัวของเซลล์การยืดของลำต้น

2.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทของออกซิน (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

a)

กระตุ้นการขยายขนาดของเซลล์

b)

ยับยั้งการเจริญของตาข้าง

c)

ทำให้เกิดการเจริญของปลายยอดเข้าหาแสง

d)

ทำให้การเจริญของปลายรากเข้าหาแรงโน้มถ่วงของโลก

3.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับไซโตไคนิน(Cytokinin)

a)

กระตุ้นการแตกตาข้าง แตกกิ่งก้าน แตกใบ

b)

แหล่งสร้างหลักอยู่บริเวณเนื้อเยื่อเจริญที่ราก

c)

กระตุ้นการแบ่งเซลล์และการเจริญเปลี่ยนแปลงของเซลล์

d)

กระตุ้นการยืดยาวของลำต้น

4.

จากภาพเกษตรกรใช้สาร A ในการใช้เพื่อช่วยให้ช่อองุ่นยาวและทำให้ผลขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้ ดังนั้นสาร A คือฮอร์โมนใด

a)

ออกซิน

b)

ไซโตไคนิน

c)

จิบเบอเรลลิน

d)

เอทิลีน

5.

จากภาพการตอบสนองของพืชต่อ auxin ข้อใดถูกต้อง

a)

เมื่อได้รับแสง auxin กระตุ้นการยืดตัวของเซลล์ในรากและยอดในทิศทางเดียวกัน

b)

auxin สะสมในเนื้อเยื่อด้านที่ได้รับแสงน้อยกว่าจึงกระตุ้นให้เซลล์บริเวณนั้นยืดตัวได้มากกว่า

c)

auxin ทำให้ผนังเซลล์เพิ่มขนาดโดยการสะสมของเอนไซม์

d)

พืชที่ถูกตัดปลายยอดออกจะยังสามารถตอบสนองต่อแสงนี้ได้เหมือนดังภาพ

6.

ชาวสวนได้ทำการตัดตอต้นไม้ทิ้ง แต่พบว่าต้นไม้ยังสามารถแตกกิ่งข้างออกมาจากตอเก่าได้ ชาวสวนควรทำอย่างไร เพื่อยับยั้งไม่ให้มีการแตกกิ่งออกจากตอ

a)

ยับยั้งออกซิน

b)

ยับยั้งจิบเบอเรลลิน

c)

ยับยั้งไซโทไคนิน

d)

ยับยั้งกรดแอบไซซิก

7.

เกษตรกรปลูกกะเพราและต้องการให้พุ่มต้นแผ่กิ่งก้านสวยงาม จึงมีวิธีการจัดการอย่างไร

a)

ตัดปลายยอดออก

b)

ตัดปลายรากออก

c)

เติมสารสังเคราะห์ IBA

d)

เติมสาร GA3

8.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับฮอร์โมนพืช

a)

ออกซินและไซโทไคนินกระตุ้นการการเสื่อมตามอายุ (senescence)

b)

กรดแอบไซซิก และเอทิลีนช่วยในควบคุมทรงพุ่ม

c)

กรดแอบไซซิก กระตุ้นการงอกของเมล็ด ส่วนจิบเบอเรลลินกระตุ้นการการพักตัวของเมล็ด

d)

กรดแอบไซซิกยับยั้งการทำงานของจิบเบอเรลลินในการสร้างเอนไซม์ให้ย่อยแป้งที่เก็บสะสมอยู่ในเมล็ดพืชใบเลี้ยงเดี่ยว

9.

ฮอร์โมนใดบ้างเกี่ยวข้องกับการเสื่อมอายุ (senescence) (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

a)

กรดแอบไซซิก

b)

ไซโตไคนิน

c)

เอทิลีน

d)

จิบเบอเรลลิน

10.

สาร A เร่งการออกดอกของสับปะรด สาร B ทำให้เกิดการพักตัวของเมล็ดข้าวฟ่างในช่วง ก่อนเก็บเกี่ยว สาร C ทำให้ต้นไม้แตกแขนงเป็นพุ่มสวยงาม สาร D ทำให้พวงองุ่นยึดแต่ละลูกไม่ต้องเบียดๆ กัน เมื่อพิจารณาจากข้อมูลดังกล่าว สาร A B C และ D คืออะไรตามลำดับ

a)

ออกซิน, กรดแอบไซซิก, จิบเบอเรลลิน, ไซโทโคนิน

b)

เอทิลีน, กรดแอบไซซิก, ไซโทโคนิน, จิบเบอเรลลิน

c)

ไซโทไคนิน, กรดแอบไซซิก, ออกซิน, จิบเบอเรลลิน

d)

เอทิลีน, จิบเบอเรลลิน, ไซโทไคนิน, ออกซิน

11.

สาเหตุการพักตัวของเมล็ดมีหลายประการ ยกเว้นข้อใด

a)

เปลือกหุ้มเมล็ดหนาและแข็งมาก

b)

มีกรดแอบไซซิกในเมล็ดสูง

c)

เอ็มบริโอในเมล็ดยังไม่เจริญเต็มที่

d)

เอ็มบริโอในเมล็ดมีส่วนประกอบที่ผิดปกติ

12.

จากข้อความมีวิธีการทำลายสภาพพักตัวของเมล็ดที่ถูกต้องทั้งหมดกี่ข้อ

  1. 1.การแช่เมล็ดในน้ำร้อนจัดหรือสารละลายกรดเข้มข้น

  2. 2.การกระเทาะเปลือก

  3. 3.การแช่เมล็ดในน้ำ

  4. 4.การย่อยสลายของจุลินทรีย์ในดิน

a)

1 ข้อ

b)

2 ข้อ

c)

3 ข้อ

d)

4 ข้อ

13.

การเคลื่อนไหวของพืชตอบสนองต่อสิ่งเร้าข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

การหุบและบานของใบและดอกเป็นการตอบสนองแบบไม่มีทิศทาง

b)

การเกี่ยวพันของมือเกาะของตำลึงเป็นการตอบสนองแบบมีทิศทาง

c)

การเคลื่อนไหวแบบส่ายของยอดเป็นการตอบสนองแบบไม่มีทิศทาง

d)

การตอบสนองของพัลไวนัสในต้นไมยราพต่อการสัมผัสเป็นการตอบสนองแบบมีทิศทาง

14.

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อไปนี้

a)

การหันของดอกทานตะวันไปทิศเดียวกับดวงอาทิตย์จัดเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าคือแสง

b)

การเกี่ยวพันของมือเกาะในตำลึงเป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าคือแสง

c)

การหุบของใบไมยราบจัดเป็นการตอบสนองเนื่องจากแรงดันเต่ง

d)

มะเขือเทศปิดปากใบเมื่อขาดน้ำเป็นทั้งการรักษาดุลยภาพและการตอบสนองต่อสิ่ง

15.

ข้อใดถูกต้อง

a)

การงอกของหลอดเรณูเป็น gravitopism

b)

การเกี่ยวพันของมือเกาะตำลึงจัดเป็น nastic movement

c)

pulvinus ที่โคนก้านใบไมยราบทำให้เกิด nastic movement

d)

การหุบของใบกาบหอยแครงเป็น thigmotropism

16.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพืชตอบสนองต่อสิ่งเร้า

a)

phototropism เป็นการตอบสนองแบบไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

b)

การตอบสนองต่อแรงโน้มถ่วงของรากเป็นแบบสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

c)

รากตอบสนองต่อความชื้นหรือน้ำเป็นแบบไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

d)

การหุบใบของไมยราบเป็นการตอบสนองแบบสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

17.

ข้อใดเป็น nastic movement

a)

การงอกของหลอดเรณู

b)

การงอกของรากเข้าหาความขึ้น

c)

การเกี่ยวพันของมือเกาะ

d)

การหุบของใบไมยราบ

18.

การที่ปลายยอดพืชเอียงเข้าหาแสงเป็นการตอบสนองของพืชแบบใดและฮอร์โมนพืชกลุ่มใดที่มีบทบาทต่อการตอบสนองแบบนี้

a)

tropism / auxin

b)

sun tracking / gibberellin

c)

nastic movement / cytokinin

d)

epinasty / auxin

19.

จากภาพข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

พบ positive response ต่อสิ่งเร้าที่ตำแหน่ง A

b)

ออกซินจะถูกลำเลียงจากตำแหน่ง A ไปตำแหน่ง B

c)

ภาพนี้แสดงการตอบสนองของพืชที่เรียกว่า phototropism

d)

ด้านที่เอนเข้าหาแสงมีปริมาณออกซินมากกว่าด้านตรงข้าม

20.

ข้อใดถูกต้อง

a)

ปลายยอดของพืชเกิดการตอบสนองแบบ positive gravitropism และ negative phototropism

b)

ปลายรากของพืชเกิดการตอบสนองแบบ negative gravitropism และ positive phototropism

c)

การหุบและการบานของดอกเป็นการตอบสนองแบบ แนสติดมูฟเมนต์ (nastic movement)

d)

เลื้อยและพันหลักของต้นถั่วเป็นการตอบสนองแบบthigmotropism

21.

ข้อใดไม่ถูกต้อง

a)

ในสภาวะแห้งแล้ง พืชจะผลิต abscisic acid ในใบซึ่งส่งผลให้เซลล์คุมมี water potential สูงขึ้นและทำให้เกิดการปิดปากใบ

b)

ในสภาวะน้ำท่วมขัง พืชจะสร้างโพรงอากาศในรากซึ่งเกิดจากการสลายกลุ่มเซลล์พาเรงคิมาบางส่วนในคอร์เทกซ์

c)

ในสภาวะดินเค็ม พืชจะสร้างสารอินทรีย์สะสมในรากทำให้ค่า water potential ในเซลล์ติดลบและต่ำกว่าค่า water potential ในดินเพิ่ม

d)

ในสภาวะหนาวเย็นที่จุดเยือกแข็ง พืชจะลดปริมาณน้ำใน cytoplasm และลดปริมาณไขมันในเยื่อหุ้มเซลล์

22.

ข้อใดถูกต้อง (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)

a)

การมีขนบนใบและลำต้น การมีหนาม คือการการป้องกันเชิงกายภาพซึ่งเป็นการตอบสนองต่อภาวะความเครียด

b)

การที่ต้นกาแฟมีคาเฟอีน คือการการป้องกันเชิงเคมีซึ่งเป็นการตอบสนองต่อภาวะความเครียด

c)

เมื่ออุณหภูมิของสภาพแวดล้อมต่ำลงมาก พืชจะสร้างแอนทิฟรีซโปรตีน (antifreeze protein) เพื่อช่วยป้องกันและลดการเกิดผลึกภายในเซลล์

d)

เมื่ออุณหภูมิของสภาพแวดล้อมสูงมาก พืชสามารถป้องกันการเสียสภาพของโปรตีนในเซลล์โดยการทำงานของฮีทช็อคโปรตีน (heat-shock protein)

23.

ฮอร์โมนพืชชนิดใดที่พืชสังเคราะหืขึ้นมาเพื่อทำให้ปากใบปิดในภาวะที่ขาดน้ำ

a)

ออกซิน

b)

กรดแอบไซซิก

c)

จิบเบอเรลลิน

d)

ไซโตไคนิน

24.

พิจารณาข้อความ ข้อใดต่อไปนี้กล่าวไม่ถูกต้อง

ก. การเอนเข้าหาแสงของดอกทานตะวันจัดเป็น Nastic movement

ข. การเคลื่อนไหวแบบ Turgor movement อาศัยกระบวนการ Active transport ช่วยลำเลียงโมเลกุลน้ำ

ค. รากของพืชมีการเบนหนีแสงสว่าง เนื่องจากด้านที่ไม่ถูกแสงมีปริมาณ auxin น้อยกว่า

a)

ก และ ข

b)

ก และ ค

c)

ข และ ค

d)

ก ข และ ค

25.

ดอกทานตะวันจะหันไปตามดวงอาทิตย์ตลอดทั้งวันเป็นผลมาจากการตอบสนองต่อสิ่งเร้าใด

a)

แสง

b)

อุณหภูมิ

c)

แก๊สออกซิเจน

d)

น้ำ