Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนมัทนะพาธา, การเขียนเรียงความ

Total questions: 25

Worksheet time: 13mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดคือลักษณะของเรียงความที่ดี

a)

มีสัมพันธภาพเนื้อหาแต่ละส่วน เกี่ยวโยงสัมพันธ์กัน

b)

มีโครงเรื่องซับซ้อน ภายในเรื่องมีโครงเรื่องหลักและโครงเรื่องย่อย

c)

มีส่วนคำนำและเนื้อเรื่องที่สมบูรณ์ ส่วนสรุปเป็นส่วนประกอบ

d)

ถูกทุกข้อ

2.

ข้อใดคือลักษณะสำคัญของ 'คำนำ' ในการเขียนเรียงความ

a)

การสรุปใจความสำคัญของเรื่องทั้งหมด

b)

การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนอย่างตรงไปตรงมา

c)

การเกริ่นนำเรื่องราวและตั้งประเด็นหลักที่ต้องการนำเสนอ

d)

การอ้างอิงข้อมูลหรือแหล่งที่มาของเรื่องราว

3.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบที่ควรมีใน 'เนื้อหา' ของเรียงความ

a)

การให้เหตุผลสนับสนุนประเด็น

b)

การยกตัวอย่างประกอบ

c)

การลำดับความคิดอย่างมีเหตุผล

d)

การกล่าวซ้ำประเด็นในบทนำเพื่อย้ำความสำคัญ

4.

การเขียนเรียงความที่ดีควรมีคุณสมบัติใดมากที่สุด

a)

การใช้ภาษาที่สละสลวยและซับซ้อน

b)

การมีโครงสร้างที่ชัดเจนและเนื้อหาที่สอดคล้องกัน

c)

การใช้คำศัพท์ภาษาต่างประเทศจำนวนมาก

d)

การมีความยาวของเรียงความมากกว่า 3 หน้ากระดาษ

5.

ข้อใดคือความหมายของ 'สารัตถภาพ' ในการเขียนเรียงความ

a)

การเรียงลำดับเนื้อหาให้มีความต่อเนื่อง

b)

การใช้ภาษาที่สละสลวยน่าอ่าน

c)

การมีแก่นสารหรือประเด็นหลักของเรื่องที่ชัดเจน

d)

การมีความสัมพันธ์กันของทุกย่อหน้า

6.

ข้อใดแสดงถึงหลักการของ 'สัมพันธภาพ' ได้ดีที่สุด

a)

เรียงความมีเนื้อหาที่เป็นหนึ่งเดียว ไม่สลับซับซ้อน

b)

ทุกย่อหน้าในเรียงความมีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล

c)

การใช้คำศัพท์ที่ยากและหลากหลายเพื่อแสดงความสามารถทางภาษา

d)

การนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ในทุกแง่มุม

7.

ข้อใดคือความหมายของ 'เอกภาพ' ในการเขียนเรียงความ

a)

การเลือกใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและเป็นธรรมชาติ

b)

การจัดวางรูปแบบของเรียงความให้สวยงามน่าอ่าน

c)

การรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาไว้ในที่เดียว

d)

การที่เนื้อหาทั้งหมดในเรียงความมีความกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

8.

ข้อใดคือความหมายของ 'การเขียนเรียงความ'

a)

การเขียนเรื่องสั้นที่มีตัวละครและโครงเรื่อง

b)

การเขียนข้อความเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือความรู้สึกอย่างอิสระ

c)

การเขียนรายงานวิชาการที่อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ

d)

การเขียนบทความที่มีการจัดโครงเรื่องอย่างเป็นระเบียบและมีประเด็นหลักที่ชัดเจน

9.

ข้อใดเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการวางแผนการเขียนเรียงความ

a)

การหาข้อมูล

b)

การกำหนดหัวข้อเรื่องและวัตถุประสงค์

c)

การเขียนโครงเรื่อง

d)

การร่างบทนำ

10.

ข้อใดไม่ใช่คุณสมบัติของ 'บทสรุป' ที่ดี

a)

เป็นการสรุปใจความสำคัญทั้งหมดของเรียงความ

b)

มีการทบทวนประเด็นหลักที่นำเสนอในส่วนเนื้อหา

c)

การย่อข้อความทที่เขียนมาในคำนำและเนื้อเรื่อง

d)

การทิ้งท้ายด้วยข้อคิดหรือคำถามที่น่าสนใจ

11.

หากเรียงความมีประเด็นหลักที่ชัดเจนแต่เนื้อหาแต่ละย่อหน้าไม่ได้เชื่อมโยงกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล เรียงความนี้ขาดคุณสมบัติใด

a)

สัมพันธภาพ

b)

สารัตถภาพ

c)

เอกภาพ

d)

ทั้งหมด

12.

เพราะเหตุใดสุเทษณ์จึงตัดสินใจให้มายาวินคลายมนต์สะกดนางมัทนา

a)

เพราะสุเทษณ์ต้องการให้นางรู้สึกตัวและรับรักด้วยความสมัครใจ

b)

เพราะสุเทษณ์อยากให้นางมัทนาไปอยู่กับตน

c)

เพราะนางมัทนากำลังทุกข์ทรมานจากเวทมนตร์

d)

เพราะมายาวินใช้เวทมนตร์ผิดประเภท

13.

การกระทำของสุเทษณ์ที่พยายามใช้เวทมนตร์บังคับให้นางมัทนารัก แสดงให้เห็นถึงลักษณะความรักแบบใด

a)

ความรักที่เสียสละ

b)

ความรักที่เต็มไปด้วยความเมตตา

c)

ความรักที่บริสุทธิ์ใจ

d)

ความรักแบบเห็นแก่ตัวและอยากได้ครอบครอง

14.

บทบาทของ 'มายาวิน' ในองก์ที่ 1 คืออะไร

a)

เป็นผู้ใช้เวทมนตร์สะกดนางมัทนา

b)

เป็นผู้แจ้งข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆ

c)

คอยให้คำแนะนำแก่สุเทษณ์

d)

เป็นคู่รักของนางมัทนา

15.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะการปฏิเสธความรักของนางมัทนา

a)

ปฏิเสธด้วยความกลัว

b)

ปฏิเสธด้วยการตำหนิสุเทษณ์

c)

ปฏิเสธอย่างสุภาพและตรงไปตรงมา

d)

ปฏิเสธด้วยการกล่าวโกหก

16.

จากคำสาปของสุเทษณ์ ข้อใดคือกฎของการเป็นดอกกุหลาบในโลกมนุษย์

a)

จะเป็นมนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อมีคนมารัก

b)

จะเป็นมนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อมีคนมาบูชาด้วยความรัก

c)

จะเป็นมนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อถึงวันเพ็ญ

d)

จะเป็นมนุษย์ได้ก็ต่อเมื่อมีคนมารดน้ำทุกวัน

17.

จากบทของมายาวิน “ไม้เรียกผะกากุพ-ชะกะสีอรุณแสง” ข้อใดคือลักษณะของดอกไม้ที่กล่าวถึง

a)

มีกลิ่นหอมและรสอร่อย

b)

มีเกสรมากและอยู่ทน

c)

มีสีแดงเหมือนแก้มหญิงสาว

d)

ถูกทุกข้อ

18.

จากบทของสุเทษณ์ “จะให้มารศรี เปนดอกไม้นี้ โฉมยงจะว่าฉันใด?” คำว่า "มารศรี" ในบริบทนี้หมายถึงใคร

a)

มายาวิน

b)

ดอกกุหลาบ

c)

มัทนา

d)

นางอัปสร

19.

จากคำสาป “ให้เปนเช่นนั้นกว่าจะ รู้สึกอุระ ระอุเพราะรักรึงเข็ญ” แสดงว่าสุเทษณ์ต้องการให้มัทนาประสบกับความทุกข์แบบใด

a)

ความเจ็บปวดจากการถูกลงโทษ

b)

ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้ง

c)

ความเจ็บปวดจากความรักที่ไม่สมหวัง

d)

ความเจ็บปวดจากโรคภัยไข้เจ็บ

20.

ในบทที่ว่า "รสหวานสิหวานเชอญนรลิ้มเพราะเลิดรส; กินแล้วระงับตรีพิธะโทษะหายหมด" ข้อความนี้กล่าวถึงประโยชน์ใดของดอกกุหลาบในทางย

a)

ช่วยระงับอาการอักเสบและลดไข้

b)

ช่วยรักษาอาการเจ็บปวดจากความรัก

c)

ช่วยบำรุงหัวใจและให้ความรู้สึกอบอุ่นในร่างกาย

d)

ช่วยลดอาการจากธาตุลมและธาตุเสมหะ

21.

ในคำสาปที่ว่า "นางมะทะนา จุติอย่านาน" คำว่า "จุติ" หมายถึงอะไร

a)

ตาย

b)

เกิด

c)

ไป

d)

กลับสู่สวรรค์

22.

นางมัทนาอธิบายอาการที่เกิดขึ้นกับตนเองก่อนมายังที่ประทับของสุเทษณ์อย่างไร

a)

รู้สึกวิงเวียนและอ่อนเพลียจนต้องพักผ่อน

b)

รู้สึกร้อนในอกเหมือนถูกไฟเผาจนล้มลงสิ้นสติ

c)

รู้สึกเศร้าโศกเสียใจจนหมดเรี่ยวแรง

d)

รู้สึกเจ็บป่วยอย่างรุนแรงจนหมดสติ

23.

เมื่อสุเทษณ์สารภาพว่าใช้มายาวินนำตัวนางมา นางมัทนามีปฏิกิริยาอย่างไร

a)

รู้สึกกลัวและตกใจ

b)

รู้สึกอยากกลับไปที่สวนของตนเอง

c)

รู้สึกอับอายที่ถูกกระทำเช่นนั้น

d)

รู้สึกขอบคุณที่สุเทษณ์บอกความจริง

24.

เมื่อนางมัทนาพูดว่า “จักเปนมุสาวะจะนะด้วยบมิตรงกะความจริง” นางหมายถึงอะไร

a)

เรื่องที่มายังที่นี่เป็นเรื่องโกหก

b)

คำพูดของสุเทษณ์ที่พูดกับนางนั้นไม่จริง

c)

การกล่าวคำปฏิเสธความรักเป็นคำโกหก

d)

หากตอบรับรักของสุเทษณ์จะเป็นการโกหก

25.

ข้อใดที่สะท้อนถึงความฉลาดของนางมัทนาในบทสนทนา

a)

การยืนยันในสัจจะของตนเองอย่างมีเหตุผลและไม่โต้แย้ง

b)

การตอบคำถามของสุเทษณ์โดยไม่ตรงคำถาม

c)

การประชดประชันสุเทษณ์ให้ยอมแพ้

d)

การขอให้สุเทษณ์เห็นใจในฐานะที่เป็นเพียงผู้หญิง