wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ตะลุยโจทย์เรื่องแสง (ม.3 อสช) ก่อนสอบ

Total questions: 70

Worksheet time: 35mins

Name
Class
Date
1.

การที่นักเรียนมองเห็นภาพตัวเองในกระจกเงาราบได้ชัดเจนเป็นผลมาจากสมบัติใดของแสง

a)

การหักเห

b)

การสะท้อน

c)

การเลี้ยวเบน

d)

การแทรกสอด

2.

ทันตแพทย์ใช้กระจกชนิดใดในการตรวจดูฟันของคนไข้เพื่อให้เห็นภาพฟันซี่เล็กๆ ได้ขนาดใหญ่และชัดเจนขึ้น

a)

กระจกนูน

b)

กระจกเว้า

c)

กระจกเงาราบ

d)

กระจกฝ้า

3.

ข้อใดคือลักษณะของภาพที่เกิดจากกระจกนูนเสมอ

a)

ภาพจริง หัวตั้ง ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ

b)

ภาพจริง หัวกลับ ขนาดเล็กกว่าวัตถุ

c)

ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ

d)

ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดเล็กกว่าวัตถุ

4.

เมื่อวางวัตถุไว้หน้าเลนส์นูนที่ระยะน้อยกว่าความยาวโฟกัสจะเกิดภาพลักษณะใด

a)

ภาพจริง หัวกลับ ขนาดขยาย

b)

ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดขยาย

c)

ภาพจริง หัวกลับ ขนาดเล็ก

d)

ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดเล็ก

5.

แว่นสายตาของคนสายตาสั้นทำจากเลนส์ชนิดใด และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร

a)

เลนส์นูน เพื่อรวมแสงให้ตกก่อนถึงเรตินา

b)

เลนส์เว้า เพื่อกระจายแสงให้ตกพอดีที่เรตินา

c)

เลนส์นูน เพื่อกระจายแสงให้ตกพอดีที่เรตินา

d)

เลนส์เว้า เพื่อรวมแสงให้ตกหลังเรตินา

6.

"ภาพจริง" ที่เกิดจากเลนส์หรือกระจก มีลักษณะสำคัญตามข้อใด

a)

เกิดจากรังสีของแสงตัดกันจริงๆ และเอาฉากรับได้

b)

เป็นภาพหัวตั้งเสมอ

c)

เกิดด้านเดียวกับวัตถุเสมอเมื่อเทียบกับเลนส์

d)

มีขนาดเล็กกว่าวัตถุเสมอ

7.

กระจกโค้งที่ติดตั้งตามทางเลี้ยวหักศอกหรือในร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้มองเห็นมุมมองที่กว้างขึ้นคือกระจกชนิดใด

a)

กระจกเว้า

b)

กระจกนูน

c)

กระจกเงาราบ

d)

กระจกสองทาง

8.

ถ้านำเลนส์นูนไปส่องดูวัตถุใกล้ๆ แล้วเห็นภาพขนาดใหญ่ขึ้น แสดงว่ากำลังเกิดภาพชนิดใด

a)

ภาพจริง หัวกลับ

b)

ภาพจริง หัวตั้ง

c)

ภาพเสมือน หัวกลับ

d)

ภาพเสมือน หัวตั้ง

9.

ปรากฏการณ์รุ้งกินน้ำ เกิดจากการที่แสงอาทิตย์เกิดการหักเหและสะท้อนกลับหมดภายในละอองน้ำ หลักการนี้คล้ายกับอุปกรณ์ใด

a)

ปริซึม

b)

กระจกเว้า

c)

แผ่นซีดี

d)

เลนส์เว้า

10.

วัตถุหนึ่งวางอยู่หน้ากระจกเว้าที่ตำแหน่งจุดศูนย์กลางความโค้ง (C) ภาพที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะอย่างไร

a)

ภาพจริง หัวกลับ ขนาดเท่าวัตถุ อยู่ที่ตำแหน่ง C

b)

ภาพจริง หัวกลับ ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ อยู่ไกลกว่า C

c)

ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ อยู่หลังกระจก

11.

ข้อใดเป็นการใช้ประโยชน์จากเลนส์เว้า

a)

แว่นขยาย

b)

กล้องจุลทรรศน์

c)

ช่องตาแมวที่ประตู

d)

แว่นตาคนสายตายาว

12.

เมื่อแสงเดินทางจากอากาศเข้าสู่แท่งแก้ว รังสีของแสงจะเบนอย่างไร

a)

เบนเข้าหาเส้นแนวฉาก

b)

เบนออกจากเส้นแนวฉาก

c)

ไม่เปลี่ยนแปลงทิศทาง

d)

สะท้อนกลับทั้งหมด

13.

ชายคนหนึ่งสูง 180 เซนติเมตร ต้องการซื้อกระจกเงาราบมาติดผนังเพื่อให้มองเห็นตัวเองได้เต็มตัวพอดี กระจกเงาราบนั้นต้องมีความสูงอย่างน้อยเท่าใด

a)

180 เซนติเมตร

b)

120 เซนติเมตร

c)

90 เซนติเมตร

d)

60 เซนติเมตร

14.

การเกิดภาพของกล้องถ่ายรูป มีหลักการทำงานคล้ายกับการเกิดภาพของอุปกรณ์ใดมากที่สุด

a)

แว่นขยาย

b)

นัยน์ตาของมนุษย์

c)

กล้องดูดาว

d)

กล้องจุลทรรศน์

15.

วางดินสอแท่งหนึ่งหน้ากระจกบางชนิด ปรากฏว่าได้ภาพหัวกลับขนาดเล็กกว่าวัตถุ เลนส์นั้นคือเลนส์ชนิดใดและภาพที่ได้เป็นภาพชนิดใด

a)

เลนส์นูน, ภาพจริง

b)

เลนส์เว้า, ภาพจริง

c)

เลนส์นูน, ภาพเสมือน

d)

เลนส์เว้า, ภาพเสมือน

16.

ภาพที่เกิดจากกระจกมองข้างของรถยนต์ เป็นภาพชนิดใด

a)

ภาพจริง หัวกลับ ขนาดเล็กกว่าวัตถุ

b)

ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดเล็กกว่าวัตถุ

c)

ภาพจริง หัวกลับ ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ

d)

ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ

17.

ถ้าต้องการจุดไฟด้วยแว่นขยาย ควรปรับระยะของแว่นขยายกับกระดาษอย่างไร

a)

ปรับระยะให้เท่ากับความยาวโฟกัสของเลนส์

b)

ปรับระยะให้น้อยกว่าความยาวโฟกัสของเลนส์

c)

ปรับระยะให้มากกว่าความยาวโฟกัสของเลนส์

d)

ระยะใดก็ได้ที่แสงแดดจ้า

18.

"มิราจ" หรือภาพลวงตาที่เห็นเหมือนมีแอ่งน้ำบนถนนในวันอากาศร้อนจัด เกิดจากสมบัติใดของแสง

a)

การสะท้อนกลับหมด

b)

การหักเหของแสงในตัวกลางที่มีความหนาแน่นไม่เท่ากัน

c)

การเลี้ยวเบนของแสงผ่านช่องแคบ

d)

การแทรกสอดของคลื่นแสง

19.

เลนส์นูนความยาวโฟกัส 15 ซม. ถ้าต้องการให้เกิดภาพจริง ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ ควรวางวัตถุไว้ที่ระยะใดจากเลนส์

a)

10 ซม.

b)

15 ซม.

c)

25 ซม.

d)

30 ซม.

20.

ข้อใดกล่าวถึงความแตกต่างระหว่างภาพจริงและภาพเสมือนได้ถูกต้องที่สุด

a)

ภาพจริงเกิดหน้าเลนส์เสมอ ภาพเสมือนเกิดหลังเลนส์เสมอ

b)

ภาพจริงเกิดจากการที่รังสีเสมือนตัดกัน ส่วนภาพเสมือนเกิดจากรังสีจริงตัดกัน

c)

ภาพจริงสามารถใช้ฉากรับได้ แต่ภาพเสมือนไม่สามารถใช้ฉากรับได้

d)

ภาพจริงเป็นภาพหัวตั้งเสมอ แต่ภาพเสมือนเป็นภาพหัวกลับเสมอ

21.

ส่วนประกอบใดของนัยน์ตาที่ทำหน้าที่คล้ายกับเลนส์นูนในกล้องถ่ายรูป

a)

เรตินา

b)

ม่านตา

c)

เลนส์ตา

d)

กระจกตา

22.

กำลังขยายของเลนส์บอกให้เราทราบเกี่ยวกับอะไร

a)

ความคมชัดของภาพ

b)

อัตราส่วนระหว่างขนาดภาพกับขนาดวัตถุ

c)

ระยะทางที่เกิดภาพ

d)

ชนิดของภาพที่เกิดขึ้น

23.

วางวัตถุไว้ที่ระยะอนันต์หน้ากระจกเว้า ภาพจะเกิดขึ้นที่

a)

ที่จุดโฟกัส

b)

ที่จุดศูนย์กลางความโค้ง

c)

หลังกระจก

d)

ไม่เกิดภาพ

24.

ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้หลักการทำงานของเลนส์

a)

กล้องโทรทรรศน์

b)

เครื่องฉายภาพยนตร์

c)

แว่นขยาย

d)

ปริทรรศน์ (Periscope)

25.

ถ้านำช้อนโลหะมาส่องดูหน้าตัวเองทางด้านที่ตักแกง (ด้านที่เป็นแอ่ง) จะเห็นภาพคล้ายกับที่เกิดจากกระจกใด

a)

กระจกนูน

b)

กระจกเงาราบ

c)

กระจกเว้า

d)

กระจกฝ้า

26.

คนสายตายาวมีปัญหาการมองเห็นอย่างไร และแก้ไขด้วย

a)

มองใกล้ไม่ชัด, แก้ไขด้วยเลนส์เว้า

b)

มองไกลไม่ชัด, แก้ไขด้วยเลนส์นูน

c)

มองใกล้ไม่ชัด, แก้ไขด้วยเลนส์นูน

d)

มองไกลไม่ชัด, แก้ไขด้วยเลนส์เว้า

27.

การที่ปลามองเห็นคนตกปลาที่อยู่ริมตลิ่งในตำแหน่งที่สูงกว่าความเป็นจริง เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ใด

a)

การสะท้อนของแสง

b)

การหักเหของแสง

c)

การกระจายของแสง

d)

การเลี้ยวเบนของแสง

28.

ข้อใดคือลำดับการเกิดภาพของกล้องจุลทรรศน์ที่ถูกต้อง

a)

เลนส์ใกล้วัตถุสร้างภาพจริงหัวกลับ แล้วเลนส์ใกล้ตาสร้างภาพเสมือนหัวตั้ง

b)

เลนส์ใกล้วัตถุสร้างภาพจริงหัวกลับ แล้วเลนส์ใกล้ตาสร้างภาพเสมือนหัวกลับ

c)

เลนส์ใกล้วัตถุสร้างภาพเสมือนหัวตั้ง แล้วเลนส์ใกล้ตาสร้างภาพจริงหัวกลับ

d)

เลนส์ใกล้วัตถุและเ

29.

รังสีของแสงที่ขนานกับแกนมุขสำคัญ เมื่อตกกระทบกับเลนส์เว้า จะเกิดอะไรขึ้น

a)

หักเหไปตัดกันที่จุดโฟกัสจริง

b)

หักเหโดยมีแนวของรังสีเสมือนไปตัดกันที่จุดโฟกัส

c)

สะท้อนกลับไปทางเดิม

d)

เดินทางผ่านไปตรงๆ โดยไม่หักเห

30.

ถ้ากำลังขยายของเลนส์มีค่าเป็น +0.5 หมายความว่า

a)

ได้ภาพจริง หัวกลับ ขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของวัตถุ

b)

ได้ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดเป็นครึ่งหนึ่งของวัตถุ

c)

ได้ภาพจริง หัวกลับ ขนาดเป็นสองเท่าของวัตถุ

d)

ได้ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดเป็นสองเท่าของวัตถุ

31.

ส่วนประกอบใดของนัยน์ตาที่ทำหน้าที่คล้ายกับเลนส์ของกล้องถ่ายรูป เพื่อรวมแสงให้ไปตกที่จอรับภาพ

a)

กระจกตา (Cornea)

b)

เลนส์ตา (Lens)

c)

ม่านตา (Iris)

d)

เรตินา (Retina)

32.

ส่วนใดของดวงตาที่ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณแสงที่เข้าสู่ดวงตา คล้ายกับรูรับแสง (Aperture) ของกล้อง

a)

รูม่านตา (Pupil)

b)

ม่านตา (Iris)

c)

กระจกตา (Cornea)

d)

จอประสาทตา (Retina

33.

ภาพของวัตถุที่ไปตกบนเรตินา (Retina) มีลักษณะอย่างไร ก่อนที่สมองจะแปลผล

a)

ภาพจริง หัวตั้ง ขนาดเท่าวัตถุ

b)

ภาพเสมือน หัวตั้ง ขนาดเล็กกว่าวัตถุ

c)

ภาพจริง หัวกลับ ขนาดเล็กกว่าวัตถุ

d)

ภาพเสมือน หัวกลับ ขนาดใหญ่กว่าวัตถุ

34.

เซลล์รับแสงชนิดใดที่ไวต่อแสงความเข้มต่ำ ทำให้เรามองเห็นในที่มืดหรือสลัวได้

a)

เซลล์รูปแท่ง (Rod Cell)

b)

เซลล์รูปกรวย (Cone Cell)

c)

เซลล์ประสาท (Neuron)

d)

เซลล์เยื่อบุผิว (Epithelial Cell)

35.

ภาวะสายตาสั้น (Myopia) เกิดจากสาเหตุใด

a)

กระบอกตาสั้นเกินไป ทำให้แสงตกเลยเรตินา

b)

เลนส์ตาไม่สามารถปรับโฟกัสได้

c)

กระบอกตายาวเกินไป หรือเลนส์ตานูนเกินไป ทำให้แสงตกก่อนถึงเรตินา

d)

กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาเสื่อมสภาพ

36.

การแก้ไขภาวะสายตาสั้น ต้องใช้แว่นที่ทำจากเลนส์ชนิดใด

a)

เลนส์นูน

b)

เลนส์เว้า

c)

เลนส์ทรงกระบอก

d)

กระจกพูน

37.

ส่วนประกอบใดของตาที่ทำหน้าที่หักเหแสงได้มากที่สุด

a)

เลนส์ตา (Lens)

b)

น้ำวุ้นตา (Vitreous Humor)

c)

กระจกตา (Cornea)

d)

ม่านตา (Iris)

38.

จุดบอด (Blind Spot) บนเรตินา คือบริเวณใด

a)

บริเวณที่มีเซลล์รูปกรวยหนาแน่นที่สุด

b)

บริเวณที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรตินา

c)

บริเวณที่เป็นทางออกของเส้นประสาทตา (Optic Nerve)

d)

บริเวณที่ไวต่อแสงมากที่สุด

39.

เหตุใดเมื่อเราเดินจากที่สว่างจ้าเข้าสู่ที่มืดในทันที เราจึงมองไม่เห็นอะไรเลยในช่วงแรก

a)

รูม่านตายังขยายไม่เต็มที่ และเซลล์รูปแท่งยังไม่เริ่มทำงาน

b)

เลนส์ตาไม่สามารถปรับความนูนได้ทัน

c)

กระจกตาแห้งเกินไป

d)

สมองไม่สามารถแปลผลภาพได้

40.

ภาวะสายตายาว (Hyperopia) ในผู้สูงอายุ มักเกิดจากสาเหตุใด

a)

เลนส์ตาแข็งขึ้นและกล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาเสื่อมสภาพ

b)

กระบอกตายาวผิดปกติ

c)

ม่านตาไม่สามารถหดตัวได้

d)

น้ำวุ้นตาเสื่อม

41.

สีของดวงตา เช่น ตาสีฟ้า ตาสีน้ำตาล ถูกกำหนดโดยเม็ดสีเมลานินในส่วนประกอบใด

a)

กระจกตา (Cornea)

b)

เลนส์ตา (Lens)

c)

ม่านตา (Iris)

d)

ตาขาว (Sclera)

42.

เซลล์รับแสงชนิดใดที่ทำหน้าที่ในการมองเห็นสีต่างๆ

a)

เซลล์รูปแท่ง (Rod Cell)

b)

เซลล์รูปกรวย (Cone Cell)

c)

เซลล์แกงเกลี่ยน (Ganglion Cell)

d)

เซลล์อะมาครีน (Amacrine Cell)

43.

"โฟเวีย" (Fovea) คือบริเวณใด และมีความสำคัญอย่างไร

a)

คือจุดบอด เพราะไม่มีเซลล์รับแสง

b)

คือส่วนหน้าสุดของตา ทำหน้าที่ป้องกันอันตราย

c)

คือจุดกึ่งกลางเรตินา มีเซลล์รูปกรวยหนาแน่น ทำให้เห็นภาพคมชัดที่สุด

d)

คือกล้ามเนื้อที่ใช้กรอกลูกตา

44.

การแก้ไขภาวะสายตาเอียง (Astigmatism) ต้องใช้เลนส์ชนิดใด

a)

เลนส์พูน

b)

เลนส์เว้า

c)

เลนส์ทรงกระบอก

d)

เลนส์สองชั้น

45.

น้ำตาที่ผลิตออกมามีหน้าที่สำคัญอย่างไร

a)

ช่วยให้มองเห็นภาพสีชัดขึ้น

b)

ช่วยปรับโฟกัสของเลนส์ตา

c)

ให้ความชุ่มชื้น ชะล้างสิ่งสกปรก และฆ่าเชื้อโรค

d)

ช่วยควบคุมความดันในลูกตา

46.

ส่วนประกอบใดของตาที่มีลักษณะเป็นเยื่อเหนียวสีขาวทึบแสง ทำหน้าที่ห่อหุ้มลูกตาและคงรูปทรงไว้

a)

เรตินา (Retina)

b)

คอรอยด์ (Choroid)

c)

สเคลอรา (Sclera) หรือตาขาว

d)

กระจกตา (Cornea)

47.

โรคต้อกระจก (Cataract) คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับส่วนใดของดวงตา

a)

กระจกตาขุ่นมัว

b)

เลนส์ตาขุ่นมัว

c)

ความดันในลูกตาสูง

d)

จอประสาทตาเสื่อม

48.

ชั้นคอรอยด์ (Choroid) ที่อยู่ระหว่างเรตินาและสเคลอรา มีหน้าที่สำคัญอย่างไร

a)

ปรับความโค้งของเลนส์ตา

b)

ผลิตน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา

c)

เป็นที่อยู่ของหลอดเลือดที่นำสารอาหารมาเลี้ยงเซลล์ และมีเม็ดสีป้องกันการสะท้อนของแสง

d)

เป็นที่อยู่ของเซลล์รับแสง

49.

ภาพ 3 มิติที่เรามองเห็น เกิดจากกระบวนการใด

a)

การทำงานของเซลล์รูปแท่งเพียงอย่างเดียว

b)

การที่ตาแต่ละข้างมองเห็นภาพในมุมที่ต่างกันเล็กน้อยแล้วสมองนำไปรวมกัน

c)

การหักเหของแสงผ่านน้ำวุ้นตา

d)

การทำงานของเลนส์ตาที่ปรับความนูนได้อย่างรวดเร็ว

50.

ถ้าเปรียบเทียบดวงตากับกล้องถ่ายรูป เรตินาจะทำหน้าที่เหมือนกับส่วนใด

a)

เลนส์ (Lens)

b)

ไดอะแฟรม (Diaphragm)

c)

ฟิล์ม หรือ เซ็นเซอร์รับภาพ (Film / Image Sensor)

d)

ตัวกล้อง (Body)

51.

โรคตาบอดสี (Color Blindness) เกิดจากความบกพร่องของเซลล์ชนิดใด

a)

เซลล์รูปแท่งทำงานผิดปกติ

b)

เซลล์รูปกรวยชนิดใดชนิดหนึ่งหรือมากกว่าทำงานผิดปกติ

c)

เส้นประสาทตาอักเสบ

d)

กระจกตาไม่เรียบ

52.

กล้ามเนื้อซิลิอารี (Ciliary Muscle) มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการใด

a)

การกรอกลูกตาไปมา

b)

การเปิด-ปิดเปลือกตา

c)

การปรับความโค้งของเลนส์ตาเพื่อการเพ่งมอง (Accommodation)

d)

การผลิตน้ำตา

53.

โรคต้อหิน (Glaucoma) มีสาเหตุหลักมาจากอะไร

a)

การติดเชื้อไวรัสที่เยื่อบุตา

b)

เลนส์ตาเสื่อมสภาพ

c)

ความดันภายในลูกตาสูงผิดปกติจนทำลายขั้วประสาทตา

d)

การแพ้แสงแดดอย่างรุนแรง

54.

สารสีม่วงแดงที่ชื่อว่า "โรดอปซิน" (Rhodopsin) พบได้ในเซลล์ชนิดใด และเกี่ยวข้องกับการมองเห็นอย่างไร

a)

เซลล์รูปกรวย, ช่วยในการมองเห็นสี

b)

เซลล์รูปแท่ง, ช่วยในการมองเห็นในที่แสงน้อย

c)

ม่านตา, ช่วยในการควบคุมแสง

d)

เลนส์ตา, ช่วยในการกรองรังสี UV

55.

เมื่อมองวัตถุที่อยู่ไกลมากๆ กล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาและเลนส์ตาจะอยู่ในลักษณะใด

a)

กล้ามเนื้อหดตัว, เลนส์ตาป่องออก

b)

กล้ามเนื้อคลายตัว, เลนส์ตาแบนลง

c)

กล้ามเนื้อหดตัว, เลนส์ตาแบนลง

d)

กล้ามเนื้อคลายตัว, เลนส์ตาป่องออก

56.

ส่วนที่โปร่งแสงและอยู่ด้านหน้าสุดของลูกตาทำหน้าที่รับและหักเหแสงด่านแรกคือส่วนใด

a)
จอประสาทตา
b)
ม่านตา
c)
กระจกตา
d)
เลนส์ตา
57.

เส้นประสาทที่นำข้อมูลการมองเห็นจากเรตินาไปยังสมอง

a)

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 1 (Olfactory Nerve)

b)

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 2 (Optic Nerve)

c)

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 (Oculomotor Nerve)

d)

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 (Trigeminal Nerve)

58.

ข้อใดคือการดูแลถนอมสายตาที่ไม่ถูกต้อง

a)

อ่านหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ

b)

พักสายตาเป็นระยะเมื่อใช้คอมพิวเตอร์นานๆ

c)

จ้องมองดวงอาทิตย์โดยตรงเพื่อบริหารกล้ามเนื้อตา

d)

สวมแว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน

59.

อาการวุ้นในตาเสื่อม เกิดจากความผิดปกติของส่วนใด

a)

Aqueous Humour

b)

Vitreous Humour

c)

Cornea

d)

Iris

60.

เมื่อแสงสว่างจ้าเกินไป ม่านตา (Iris) จะมีการเปลี่ยนแปลงใด

a)

หดตัว ทำให้รูม่านตาเล็กลง

b)

คลายตัว ทำให้รูม่านตาเล็กลง

c)

หดตัว ทำให้รูม่านตาขยายใหญ่ขึ้น

d)

คลายตัว ทำให้รูม่านตาขยายใหญ่ขึ้น

61.

อัตราเร็วแสงสูงสุดอยู่ที่อากาศ และไม่สามารถผ่านของแข็งได้

a)

ถูก

b)

ผิด

62.

หากแสงเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางอื่น ๆ จากตัวกลางที่มีอัตราเร็วแสงสูงสุด อัตราเร็วจะเพิ่มหรือลดก็ได้ขึ้นอยู่กับตัวกลางนั้น ๆ

a)

ผิด

b)

ถูก

63.

แว่นกันแดดเป็นตัวกลางโปร่งใส

a)

ถูก

b)

ผิด

64.

เรามองเห็นวัตถุสีแดงได้เพราะคลื่นแสงสีแดงถูกดูดกลืนที่ดวงตาและวัตถุ

a)

ถูก

b)

ผิด

65.

กระจกโค้งนูนและกระจกโค้งเว้าไม่ใช้กฎการสะท้อน

a)

ถูก

b)

ผิด

66.

ขนาดกระจกที่สั้นที่สุดที่สามารถมองเห็นวัตถุได้เต็มภาพคือหนึ่งเท่าของความสูงของวัตถุ

a)

ถูก

b)

ผิด

67.

ภาพเสมือนเกิดภาพหลังกระจกและหน้าเลนส์ มองเห็นภาพได้ด้วยตาเปล่าโดยไม่ต้องมีฉากรับภาพ

a)

ถูก

b)

ผิด

68.

เมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลางเดียวกันแต่ถ้าตัวกลางนั้นอุณหภูมิต่างกันดัชนีหักเหจะต่างกันด้วย

a)

ถูก

b)

ผิด

69.

เลนส์นูนเกิดได้ทั้งภาพจริงและภาพเสมือนแต่ภาพเสมือนจะมีขนาดเล็กกว่าวัตถุ

a)

ถูก

b)

ผิด

70.

กล้องโทรทรรศน์ (telescope) ใช้เลนส์นูนเป็นเลนส์ใกล้วัตถุในการรวมแสง โดยต้องมีความยาวโฟกัสมาก ๆ จึงใช้เลนส์ที่มีความโค้งน้อยและหนามาก

a)

ถูก

b)

ผิด