wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

SCM-304 เก็บคะแนนครั้งที่ 2

Total questions: 45

Worksheet time: 1hrs 8mins

Name
Class
Date
1.

ILPI ประเมินประสิทธิภาพกิจกรรมโลจิสติกส์ในกี่มิติหลัก?

a)

ต้นทุน เวลา คุณภาพ

b)

เวลา ความน่าเชื่อถือ ความเร็ว

c)

ต้นทุน เวลา ความน่าเชื่อถือ

d)

คุณภาพ ต้นทุน ความยั่งยืน

e)

เวลา ความถูกต้อง ความยั่งยืน

2.

ตัวชี้วัด “Forecast Accuracy Rate” อยู่ในกิจกรรมใด?

a)

การจัดซื้อและจัดหา

b)

การให้บริการลูกค้าและสนับสนุน

c)

การพยากรณ์และวางแผนความต้องการ

d)

การจัดการสินค้าคงคลัง

e)

การสื่อสารและการจัดการคำสั่งซื้อ

3.

“Warehousing Cost per Sales” จัดอยู่ในมิติใดของ ILPI?

a)

มิติเวลา

b)

มิติความน่าเชื่อถือ

c)

มิติต้นทุน

d)

มิติคุณภาพ

e)

มิติความยั่งยืน

4.

ข้อใดไม่ใช่หนึ่งใน 9 กิจกรรมหลักของ ILPI?

a)

Inventory Management

b)

Material Handling and Packaging

c)

Demand Forecasting and Planning

d)

Production Planning

e)

Reverse Logistics

5.

“Average Order Cycle Time” ใช้เพื่อประเมินสิ่งใด?

a)

เวลาที่ใช้ในการตอบสนองคำสั่งซื้อเฉลี่ย

b)

ความถูกต้องของการออกเอกสารคำสั่งซื้อ

c)

ต้นทุนที่ใช้ในการบร

6.

ข้อ 5. “Average Order Cycle Time” ใช้เพื่อประเมินสิ่งใด?

a)

เวลาที่ใช้ในการตอบสนองคำสั่งซื้อเฉลี่ย

b)

ความถูกต้องของการออกเอกสารคำสั่งซื้อ

c)

ต้นทุนที่ใช้ในการบริการลูกค้ารวมต่อปี

d)

ระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บรักษาสินค้าเฉลี่ย

e)

ความน่าเชื่อถือของการจัดส่งโดยซัพพลายเออร์

7.

ข้อ 6. ข้อใดเป็นตัวชี้วัดด้านความน่าเชื่อถือ (Reliability)?

a)

Procurement Cost per Sales

b)

Order Accuracy Rate

c)

Average Inventory Day

d)

Warehousing Cost per Sales

e)

Customer Service Cost per Sales

8.

ข้อ 7. Reverse Logistics มีตัวชี้วัดใดเป็นหลักในการประเมินผล?

a)

Procurement Cost per Sales

b)

Average Procurement Cycle Time

c)

Return Goods Rate

d)

Delivery In-Full and On-Time Rate

e)

Forecast Accuracy Rate

9.

ข้อ 8. “Supplier Delivery In-Full and On-Time Rate” อยู่ในกิจกรรมใด?

a)

Customer Service and Support

b)

Warehouse Management

c)

Purchasing and Procurement

d)

Transportation

e)

Inventory Management

10.

“Full and On-Time Rate” อยู่ในกิจกรรมใด?

a)

Customer Service and Support

b)

Warehouse Management

c)

Purchasing and Procurement

d)

Transportation

e)

Inventory Management

11.

“Inventory out of Stock Rate” แสดงถึงสิ่งใด?

a)

ความเสี่ยงจากการขาดสินค้าสำเร็จรูป

b)

ต้นทุนเฉลี่ยในการเก็บรักษาสินค้า

c)

ความถูกต้องของข้อมูลคำสั่งซื้อ

d)

ความรวดเร็วในการจัดหาวัตถุดิบ

e)

ความแม่นยำของการพยากรณ์

12.

ในกิจกรรม Material Handling and Packaging ตัวชี้วัดใดเน้นด้านคุณภาพ?

a)

Average Material Handling Cycle Time

b)

Customer Service Cost per Sales

c)

Finished Goods Damage Rate

d)

Forecast Accuracy Rate

e)

Order Accuracy Rate

13.

“Transportation Delivery In-Full and On-Time Rate” ใช้สะท้อนประสิทธิภาพด้านใด?

a)

ความสามารถในการส่งมอบสินค้าครบถ้วนตรงเวลา

b)

ความถูกต้องของเอกสารสั่งซื้อที่ส่งให้ลูกค้า

c)

ต้นทุนรวมที่ใช้ในการขนส่งสินค้าเฉลี่ยต่อปี

d)

ความรวดเร็วในการบรรจุและขนย้ายสินค้า

e)

ความแม่นยำของการพยากรณ์ความต้องการลูกค้า

14.

เหตุผลที่ “Average Inventory Day” เป็นตัวชี้วัดสำคัญคืออะไร?

a)

ใช่วัดต้นทุนการจัดซื้อวัตถุดิบทั้งหมดต่อปี

b)

ใช้บอกความเพียงพอของสินค้าคงคลังต่อความต้องการ

c)

ใช้ประเมินความถูกต้องของคำสั่งซื้อที่ออกโดยองค์กร

d)

ใช่วัดความเร็วในการสื่อสารคำสั่งซื้อระหว่างหน่วยงาน

e)

ใช้บอกต้นทุนเฉลี่ยที่เกิดจากการบรรจุหีบห่อสินค้า

15.

“Information Processing Cost per Sales” สะท้อนถึงสิ่งใด?

a)

การลงทุนด้านระบบสารสนเทศและการสื่อสาร

b)

ความสามารถของซัพพลายเออร์ในการส่งมอบสินค้า

c)

ต้นทุนการผลิตสินค้าเฉลี่ยต่อหนึ่งรอบการผลิต

d)

ความถูกต้องของข้อมูลสินค้าคงคลังทั้งหมด

e)

เวลาที่ใช้เฉลี่ยในการขนส่งสินค้าต่อรอบ

16.

หากองค์กรมี “Inventory Accuracy Rate” ต่ำ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งใด?

a)

ความถูกต้องของข้อมูลสินค้าคงคลังทั้งหมด

b)

ความเร็วในการตอบสนองค

17.

หากองค์กรมี “Inventory Accuracy Rate” ต่ำ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งใด?

a)

ความถูกต้องของข้อมูลสินค้าคงคลังทั้งหมด

b)

ความเร็วในการตอบสนองคำสั่งซื้อเฉลี่ย

c)

ต้นทุนรวมในการขนส่งสินค้าไปยังลูกค้า

d)

คุณภาพในการบริการลูกค้าหลังการขาย

e)

ระยะเวลาการจัดซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์

18.

เหตุผลหลักที่ ILPI กำหนดให้เลือกประเมินอย่างน้อย 10 ตัวชี้วัดจากทั้งหมด 27 ตัวคืออะไร?

a)

เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านระบบสารสนเทศในองค์กร

b)

เพื่อให้การเปรียบเทียบประสิทธิภาพอุตสาหกรรมมีความครอบคลุม

c)

เพื่อลดภาระงานในการประเมินผลการดำเนินงาน

d)

เพื่อลดจำนวนพนักงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการประเมิน

e)

เพื่อให้เน้นเฉพาะตัวชี้วัดด้านเวลาและด้านต้นทุนเท่านั้น

19.

การประเมินประสิทธิภาพการจัดการโซ่อุปทานใช้สมรรถนะหลักกี่ด้าน?

a)

3 ด้าน

b)

4 ด้าน

c)

5 ด้าน

d)

6 ด้าน

e)

7 ด้าน

20.

สมรรถนะด้านความน่าเชื่อถือ มุ่งวัดสิ่งใดเป็นสำคัญ?

a)

ความถูกต้องและครบถ้วนของการส่งมอบสินค้า

b)

ความรวดเร็วในการตอบสนอง

21.

ข้อ 1. จำนวนด้านของรูปหลายเหลี่ยมที่มี 5 ด้านคืออะไร?

a)

4 ด้าน

b)

5 ด้าน

c)

6 ด้าน

d)

7 ด้าน

22.

ข้อ 2. สมรรถนะด้านความน่าเชื่อถือ มุ่งวัดสิ่งใดเป็นสำคัญ?

a)

ความถูกต้องและครบถ้วนของการส่งมอบสินค้า

b)

ความรวดเร็วในการตอบสนองคำสั่งซื้อ

c)

ความสามารถในการลดต้นทุนการผลิต

d)

ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนปริมาณการผลิต

e)

ความสามารถในการจัดการสินทรัพย์ถาวร

23.

ข้อ 3. การวัดอัตราการเติมเต็มคำสั่งซื้อครบถ้วน สะท้อนถึงประเด็นใด?

a)

ลูกค้าได้รับสินค้าตรงเวลาและถูกต้องครบถ้วน

b)

องค์กรมีการควบคุมต้นทุนด้านแรงงานได้ดี

c)

ระบบสารสนเทศขององค์กรมีความเสถียรสูง

d)

ลูกค้าได้รับบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง

e)

องค์กรมีความสามารถด้านการตลาดที่เข้มแข็ง

24.

ข้อ 4. รอบระยะเวลาในการเติมเต็มคำสั่งซื้อ หมายถึงอะไร?

a)

เวลาตั้งแต่รับคำสั่งซื้อจนถึงส่งมอบสินค้า

b)

เวลาตั้งแต่ตรวจสอบคุณภาพจนถึงการขนส่ง

c)

เวลาตั้งแต่จัดเก็บสินค้าจนถึงการคืนสินค้า

d)

เวลาตั้งแต่การสื่อสารคำสั่งซื้อจนถึงการวิเคราะห์ผล

e)

เวลาตั้งแต่การผลิตสินค้าไปจนถ

25.

การวัดความยืดหยุ่นของโซ่อุปทานเมื่อปริมาณเพิ่มขึ้น บ่งบอกถึงอะไร?

a)

ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการเพิ่มกำลังการผลิต

b)

ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจัดการสินค้าคงคลัง

c)

ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการทำเอกสารคำสั่งซื้อ

d)

ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการตรวจสอบคุณภาพสินค้า

e)

ระยะเวลาที่ต้องใช้ในการขนส่งสินค้าไปถึงลูกค้า

26.

การวัดความสามารถในการปรับตัวขององค์กรเมื่อลูกค้าต้องการสินค้ามากขึ้น หมายถึงอะไร?

a)

ความสามารถในการส่งมอบตรงเวลา

b)

ความสามารถในการลดต้นทุนรวม

c)

ความสามารถในการขยายการผลิตตามคำสั่งซื้อ

d)

ความสามารถในการจัดการข้อมูลคำสั่งซื้อ

e)

ความสามารถในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง

27.

การวัดความสามารถในการปรับตัวขององค์กรเมื่อลูกค้าต้องการสินค้าน้อยลง หมายถึงอะไร?

a)

ความสามารถในการลดจำนวนสินค้าที่ผลิตลงได้ทันเวลา

b)

ความสามารถในการจัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติมได้ตามแผน

c)

ความสามารถในการจัดส่งสินค้าครบถ้วนตามกำหนด

d)

ความสามารถในการตอบสนองตลาดต่างประเทศ

e)

ความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายการขนส่ง

28.

การวัดมูลค่าความเสี่ยงรวมในซัพพลายเชน มุ่งหมายเพื่ออะไร?

a)

ประเมินความเสียหายทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นในแต่ละกระบวนการ

b)

ประเมินมูลค่าการลงทุนในระบบเทคโนโลยีขององค์กร

c)

ประเมินการสูญเสียจากการคืนสินค้าโดยลูกค้า

d)

ประเมินต้นทุนการจัดซื้อจัดหาวัตถุดิบในองค์กร

e)

ประเมินความสูญเปล่าจากการจัดเก็บสินค้าคงคลัง

29.

การวัดต้นทุนรวมเพื่อตอบสนองลูกค้า ครอบคลุมกิจกรรมใด?

4 lines
30.

การวัดต้นทุนรวมเพื่อตอบสนองลูกค้า ครอบคลุมกิจกรรมใด?

a)

ทุกขั้นตอนตั้งแต่การวางแผน การผลิต จนถึงการส่งคืนสินค้า

b)

เฉพาะขั้นตอนการผลิตสินค้าในโรงงาน

c)

เฉพาะขั้นตอนการจัดหาวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์

d)

เฉพาะขั้นตอนการจัดเก็บสินค้าคงคลังในคลังสินค้า

e)

เฉพาะขั้นตอนการขนส่งสินค้าไปยังลูกค้า

31.

การวัดรอบกระแสเงินสด ใช้เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพในด้านใด?

a)

การสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระบบ IT

b)

การสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร

c)

การสร้างผลตอบแทนจากการจัดการต้นทุนแรงงาน

d)

การจัดการกระแสเงินสดตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบจนถึงเก็บเงินจากลูกค้า

e)

การจัดการกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้า

32.

อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร สะท้อนถึงสิ่งใด?

a)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร

b)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร

33.

อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร สะท้อนถึงสิ่งใด?

a)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร

b)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากสินค้าคงคลัง

c)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากวัตถุดิบ

d)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

e)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากแรงงาน

34.

อัตราผลตอบแทนจากเงินทุนหมุนเวียน ใช้เพื่อวัดประสิทธิภาพใด?

a)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากเงินทุนหมุนเวียน

b)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนระยะยาว

c)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลดสินค้าคงคลัง

d)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากความร่วมมือซัพพลายเออร์

e)

ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการปรับปรุงคุณภาพ

35.

หากองค์กรมีอัตราการเติมเต็มคำสั่งซื้อต่ำ จะส่งผลต่อสิ่งใดมากที่สุด?

a)

ลูกค้าได้รับสินค้าล่าช้าและไม่ครบถ้วน

b)

องค์กรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

c)

องค์กรต้องลงทุนเพิ่มในระบบสารสนเทศ

d)

ลูกค้าได้รั

36.

องค์กรมีอัตราการเติมเต็มคำสั่งซื้อต่ำ จะส่งผลต่อสิ่งใดมากที่สุด?

a)

ลูกค้าได้รับสินค้าล่าช้าและไม่ครบถ้วน

b)

องค์กรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น

c)

องค์กรต้องลงทุนเพิ่มในระบบสารสนเทศ

d)

ลูกค้าได้รับบริการหลังการขายไม่เพียงพอ

e)

องค์กรมีต้นทุนการจัดเก็บสินค้าเพิ่มขึ้น

37.

หากรอบระยะเวลาในการตอบสนองคำสั่งซื้อนานเกินไป จะเกิดผลใด?

a)

ลูกค้าได้รับสินค้าช้าลงและความพึงพอใจลดลง

b)

องค์กรมีค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บเพิ่มขึ้น

c)

องค์กรมีคุณภาพการผลิตลดลง

d)

ลูกค้าได้รับสินค้าผิดจำนวน

e)

องค์กรมีภาระการเงินเพิ่มขึ้น

38.

การใช้กรอบประเมินครอบคลุมสมรรถนะทั้ง 5 ด้าน มีเป้าหมายสำคัญใด?

a)

เพื่อวัดประสิทธิภาพซัพพลายเชนอย่างรอบด้านและครบถ้วน

b)

เพื่อลดต้นทุนด้านแรงงานและวัตถุดิบในกระบวนการ

c)

เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและขยายตลาดในระยะสั้น

d)

เพื่อปรับปรุงคุณภาพบริการหลังการขายให้ดีขึ้น

e)

เพื่อลดปัญหาความล่าช้าในกระบวนการผลิตสินค้า

39.

จุดมุ่งหมายหลักของการใช้ดัชนีชี้วัดด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชนคืออะไร?

a)

วัดสมรรถนะองค์กรเพื่อปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

b)

ใช้แทนกลยุทธ์การแข่งขันโดยตรง

c)

ทำให้การผลิตเพิ่มขึ้นทันทีโดยไม่ต้องปรับปรุง

d)

กำหนดนโยบายด้านการตลาดแทนทั้งหมด

e)

ลดจำนวนพนักงานโดยอัตโนมัติ

40.

หมวดการประเมินใดที่เน้นการกำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน?

a)

หมวดที่ 1

b)

หมวดที่ 2

c)

หมวดที่ 3

d)

หมวดที่ 4

e)

หมวดที่ 5

41.

จุดมุ่งหมายสำคัญของการประเมินประสิทธิภาพโลจิสติกส์คืออะไร?

a)

เพื่อสร้างความพึงพอใจของลูกค้าและรักษาลูกค้าเก่า

b)

เพื่อควบคุมต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

c)

·       เพื่อปรับปรุงคุณภาพบริการและลดปัญหาการส่งมอบ

d)

เพื่อใช้ทรัพยากรโลจิสติกส์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

e)

เพื่อให้ผู้บริหารมองเห็นโอกาสปรับปรุงและวางแผนธุรกิจ

42.

การใช้ Blockchain ในโลจิสติกส์มีประโยชน์หลักอย่างไร?

a)

เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบที่มาของสินค้า

b)

·       ลดต้นทุนการลงทุนในยานพาหนะและพลังงาน

c)

·       เพิ่มความยืดหยุ่นของบริการตามความต้องการลูกค้า

d)

·       วัดประสิทธิภาพของแรงงานและการทำงานต่อชั่วโมง

43.

ความท้าทายสำคัญในการประเมินประสิทธิภาพโลจิสติกส์คืออะไร?

a)

การขาดข้อมูลที่ถูกต้องและไม่เพียงพอต่อการวัด

b)

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าในตลาดแข่งขัน

c)

การลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใช้ต้นทุนสูงเกินไป

d)

การจัดการความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืนกับพันธมิตร

e)

การลดต้นทุนที่กระทบต่อคุณภาพบริการของลูกค้า

44.

KPI ที่สำคัญของมิติด้านความยั่งยืน (Sustainability) คืออะไร?

a)

·       การใช้พลังงานทดแทนและอัตราการรีไซเคิลที่เพิ่มขึ้น

b)

·       การใช้ระบบอัตโนมัติแทนแรงงานและลดต้นทุน

c)

·       การลดจำนวนการเดินทางเปล่าและการใช้พื้นที่เก็บ

d)

·       การใช้ซัพพลายเออร์รายใหม่เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น

e)

การเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานคลังสินค้า

45.

Root Cause Analysis ใช้เพื่ออะไรในกระบวนการประเมิน?

a)

วิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาเพื่อแก้ไข

b)

วัดประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงและยานพาหนะ

c)

ติดตามความพึงพอใจของลูกค้าในแต่ละรอบบริการ

d)

·       ประเมินจำนวนการเดินทางเปล่าของการขนส่งสินค้า

e)

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลการสั่งซื้อจากลูกค้า