Wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Test10 บทลงโทษ |

Total questions: 44

Worksheet time: 22mins

Name
Class
Date
1.

ระหว่างโทษปรับเป็นจำนวน ที่มีอัตราสูงที่สุดที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้คือ โทษใด

a)

ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

b)

ปรับไม่เกิน 1,000,000บาท

c)

ปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท

d)

ปรับไม่เกิน 10 ล้านบาท

2.

โทษปรับหนึ่งล้านบาทข้อใดคือการกระทำความผิดที่ต้องได้รับโทษดังกล่าว

a)

นายเรือหรือผู้ควบคุมยานพาหนะทางบกผู้ใดควบคุมเรือหรือยานพาหนะทางบกที่มีที่ปิดบังที่อำพรางหรือมีเครื่องกลอุบายอย่างใดเพื่อลักลอบหนีศุลกากรหรือมีส่วนรู้เห็นในการสร้างทำวางหรือใช้ที่ปิดบังที่ทางหรือเครื่องกลอุบายอย่างใดเพื่อลักลอบหนีศุลกากร

b)

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 86 ต้องขนส่งตามทางอนุมัติและภายในกำหนดเวลาที่อธิบดีกำหนด

c)

ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น

d)

นายเรือผู้ควบคุมเรือที่บรรทุกของอยู่ในเขตท่าที่เป็นด่านศุลกากรและปรากฏว่าเรือลำดังกล่าวเบาลอยตัวขึ้นโดยในเรือไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการขนของขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย

3.

โทษจำคุกที่มีการบัญญัติอัตราโทษขั้นต่ำไว้ในพระราชบัญญัตินี้คือโทษใด

a)

จำคุกตั้งแต่ 1เดือนถึง 10 ปี

b)

จำคุกตั้งแต่3 เดือนถึง 10 ปี

c)

จำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 10 ปี

d)

จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี

4.

จำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 10 ปีข้อใดคือการกระทำความผิดที่ต้องรับโทษดังกล่าว

a)

นายเรือหรือผู้ควบคุมยานพาหนะพาหนะทางบกผู้ใดควบคุมเรือหรือยานพาหนะทางบกที่มีที่ปิดบังที่อำพรางหรือมีเครื่องกลอุบายอย่างใดเพื่อลักลอบหนีศุลกากรหรือมีส่วนรู้เห็นในการสร้างทำวางหรือใช้ที่ปิดบัง ที่อำพรางหรือเครื่องกลอุบายอย่างใดเพื่อลักลอบหนีศุลกากร

b)

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 86 ต้องขนส่งตามทางอนุมัติและภายในกำหนดเวลาที่อธิบดีประกาศกำหนด

c)

ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น

d)

นายเรือผู้ใดควบคุมเรือที่บรรทุกของอยู่ในเขตท่าที่เป็นด่านศุลกากรและปรากฏว่าเรือลำดังกล่าวเบาลอยตัวขึ้นโดยในเรือไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการขนของขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมาย

5.

ระวางโทษปรับเป็นจำนวนที่มีอัตราน้อยที่สุดที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้คือโทษใด

a)

1,000

b)

5,000

c)

10,000

d)

20,000

6.

ผู้ใดยื่น จัดให้ หรือยอมให้ผู้อื่นยื่นใบขนสินค้าเอกสารหรือข้อมูลซึ่งเกี่ยวกับการเสียอากรหรือปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์อันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในรายการใดใดที่ได้แสดงไว้ในใบขนสินค้าเอกสารหรือข้อมูลดังกล่าวต่อพนักงานศุลกากร ต้องระวังโทษปรับเท่าใด (ม.202)

a)

ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

b)

ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

c)

ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

d)

ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

7.

ผู้ใดแจ้งข้อความให้ถ้อยคำหรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือไม่ตอบคำถามของพนักงานศุลกากรตามที่พระราชบัญญัติศุลกากร 2560 กำหนดให้ตอบต้องระวังโทษเท่าใด (ม.203)

a)

จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

8.

ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งออกของผู้ใดไม่ปฏิบัติพิธีการให้ถูกต้องก่อนนำของออกไปจากอารักขาของศุลกากรหรือก่อนการส่งของออก(ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 51) ต้องระวังโทษเท่าใด (ม.208)

a)

ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

b)

ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

c)

ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

d)

ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

9.

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเก็บหรือขนถ่ายสินค้าอันตรายตามที่กำหนดในกฎกระทรวงต้องระวังโทษปรับเท่าใด (ม.207)

a)

ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

b)

ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

c)

ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

d)

ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

10.

ผู้ใดขนถ่ายของที่นำเข้ามาในหรือจะส่งออกนอกราชอาณาจักรนอกเขตขนถ่ายของตามมาตรา 58 โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ต้องระวังโทษเท่าใด (ม.210)

a)

จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือปรับเป็นเงินสองเท่าของราคาของแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่าหรือทั้งจำทั้งปรับและริบของนั้น

b)

จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือปรับเป็นเงินสองเท่าของราคาของแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่าหรือทั้งจำทั้งปรับและริบของนั้น

c)

จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือปรับเป็นเงินสามเท่าของราคาของแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่าหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ริบของนั้น

d)

จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือปรับเป็นเงินสามเท่าของราคาของแล้วแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่าหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ลิปของนั้น

11.

ผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของออกผู้ใดไม่จัดให้มีเครื่องหมายหรือเลขหมายกำกับหีบห่อหรือภาชนะบรรจุของหรือไม่แสดงเครื่องหมายหรือเลขหมายไว้ในเอกสารที่เกี่ยวกับของนั้นต้องระวังโทษปรับเท่าใด (ม.211)

a)

ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

b)

ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

c)

ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

d)

ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

12.

นายเรือผู้ใดฝ่าฝืนไม่ทำรายงานเรือเข้าหรือรายงานเรือไม่ถูกต้อง(ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 64 มาตรา 71 และมาตรา 85) ต้องระวังโทษเท่าใด (ม.214)

a)

ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

b)

ปรับไม่เกิน 50,000 บาท

c)

ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

d)

ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

13.

ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่เก็บรักษาบัญชีเอกสารหลักฐานและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวกับของที่นำเข้าหรือส่งออก(ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 63) ต้องระวังโทษเท่าใด(ม.213)

a)

จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

14.

ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งของออกดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากรโดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้น ต้องระวังโทษเท่าใด(ม.243)

a)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1/2เท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่มหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

b)

จำจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน4เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่มหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

c)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1/2เท่าแต่ไม่เกิน4เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่มหรือทั้งจำทั้งปรับและศาลอาจสั่งลิปของนั้นก็ได้ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

d)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงิน4 ชอชอเท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่มหรือทั้งจำทั้งปรับและศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

15.

ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้นต้องระวังโทษเท่าใด(ม.244)

a)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ลิปของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

b)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงิน4เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ลิปของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

c)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับและศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

d)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงิน4เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับและศาลอาจสั่งริบของนั้นก็ได้ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

16.

ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรหรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะคลังสินค้าทัณฑ์บนโรงพักสินค้าที่มั่นคงท่าเรือรับอนุญาตหรือเขตปลอดอากรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากรต้องระวังโทษเท่าใด(ม.242)

a)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1/2 เท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ริบของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

b)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับและให้ลิปของนั้นไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

c)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงินตั้งแต่หนึ่งส่วนสองเท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับและศาลอาจสั่งลิปของนั้นก็ได้ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

d)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับและศาลอาจสั่งลิปของนั้นก็ได้ไม่ว่าจะมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

17.

ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ต้องระวังโทษเท่าใด (ม.246 วรรค 1)

a)

จำคุกไม่เกิน 5ปีหรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1/2 เท่าแต่ไม่เกินสี่เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1/2เท่า แต่ไม่เกิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าก่อนเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าของราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วหรือทั้งจำทั้งปรับ

18.

ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 243 โดยต้องระวังโทษเท่าใด (ม.246 วรรค 2)

a)

จำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1/2 เท่าแต่ไม่เกิน4เท่าของของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน 5ปีหรือปรับเป็นเงิน 4เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่มหรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงินตั้งแต่ 1/2แต่ไม่เกิน 4เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่มหรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับเป็นเงิน4เท่าของค่าอากรที่ต้องเสียเพิ่มหรือทั้งจำทั้งปรับ

19.

ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 244 ต้องระวังโทษเท่าใด (ม.246 วรรค3)

a)

จำคุกไม่เกิน5ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

b)

จำคุกไม่เกิน5ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

c)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับไม่เกิน 500,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

d)

จำคุกไม่เกิน 10 ปีหรือปรับไม่เกิน 1,000,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

20.

ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามมาตรา 242 เกิดขึ้นในเรือที่บรรทุกเกินกี่ตันกรอส หากในเรือนั้นไม่ใช้ความระมัดระวังในการป้องกันมิให้มีการกระทำความผิดนั้นต้องระวังโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท

a)

200 ตันกรอส

b)

250 ตันกรอส

c)

300 ตันกรอส

d)

350 ตันกรอส

21.

การกระทำความผิดตามมาตราใดให้ผู้กระทำต้องรับผิดแม้ไม่ได้กระทำโดยไม่เจตนา (ม.252)

a)

มาตรา 242 มาตรา 243 หรือมาตรา 244

b)

มาตรา 202 มาตรา 242 หรือมาตรา 243

c)

มาตรา 202 มาตรา 242 หรือมาตรา 244

d)

มาตรา 202 มาตรา 242 มาตรา 243 หรือมาตรา 244

22.

การกระทำความผิดตามมาตราใดดังต่อไปนี้ให้ผู้กระทำต้องรับผิดแม้ได้กระทำโดยไม่เจตนายกเว้นข้อใด

a)

ผู้ใดยื่นจัดให้หรือยอมให้ผู้อื่นยื่นใบขนสินค้าเอกสารหรือข้อมูลซึ่งเกี่ยวกับการเสียอากรหรือการปฎิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์อันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในรายการใดๆที่แสดงไว้ในใบขนสินค้าเอกสารหรือข้อมูลดังกล่าวต่อพนักงานศุลกากร (ม.202)

b)

ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น (ม.244)

c)

ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรหรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะคลังสินค้าทัณฑ์บนโรงพักสินค้าหรือที่มั่นคงท่าเรือรับอนุญาตหรือเขตปลอดอากรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร (ม.242)

d)

ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากรโดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้นนั้น (ม243)

23.

กระทำความผิดตามมาตราใดให้ผู้พยายามกระทำความผิดต้องระวังโทษเช่นเดียวกัน

a)

มาตรา 242 หรือมาตรา 243

b)

มาตรา 202 มาตรา 242 หรือมาตรา 243

c)

มาตรา 242 มาตรา 243 หรือมาตรา 244

d)

มาตรา 202 มาตรา 242 มาตรา 243 หรือมาตรา 244

24.

การกระทำความผิดตามมาตราดังต่อไปนี้ให้ผู้พยายามกระทำความผิดต้องระวังโทษเช่นเดียวกันยกเว้นข้อใด

a)

ผู้ใดยื่น จัดให้หรือยอมให้ผู้อื่นยื่นใบขนสินค้าเอกสารหรือข้อมูลซึ่งเกี่ยวกับการเสียอากรหรือการปฎิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์อันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดในรายการใดใดที่ได้แสดงไว้ในใบขนสินค้าเอกสารหรือข้อมูลดังกล่าวต่อพนักงานศุลกากร (ม.202)

b)

ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรหรือนำของเข้าเพื่อการผ่านแดนหรือการถ่ายลำโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น(ม.244)

c)

ผู้ใดนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากรหรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บนโรงพักสินค้าที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาตหรือเขตปลอดอากรโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร (ม.242)

d)

ผู้ใดนำของที่ผ่านหรือกำลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักรหรือส่งของดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากรโดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้น (ม.243)

25.

ผู้ใดเป็นผู้ใช้หรือผู้สนับสนุนหรือสมคบกันในการกระทำความผิดตามมาตรา 242 หรือมาตรา 243 ต้องระวังโทษอย่างไร (ม.245)

a)

ต้องระวังโทษหรือ1ใน3ของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

b)

ต้องระวังโทษ 2ใน3 ของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

c)

ต้องระวังโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

d)

ต้องระวังโทษเช่นเดียวกับตัวการในการกระทำความผิดนั้น

26.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง (ม.253-254)

a)

ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคลถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการหรือผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นผู้นั้นต้องรับโทษตามบัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นนั้นด้วย (ม.253)

b)

ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากกรรมการหรือผู้จัดการหรือบุคคลใดที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิดผู้นั้นต้องรับโทษตามบัญญัติไว้สำหรับความผิดนั้นนั้นด้วย (ม.253)

c)

การประเมินราคาของเพื่อกำหนดค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ให้ถือตามราคาแห่งของชนิดเดียวกันซึ่งได้เสียอากรครบถ้วนแล้วตามที่ซื้อขายในเวลาที่ใกล้เวลาที่กระทำความผิดนั้นเว้นแต่ไม่มีราคาดังกล่าวให้ถือตามราคาที่อธิบดีกำหนด (ม.254)

d)

ไม่มีข้อใดถูก

27.

เงินสินบนและรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 242 ให้หักจ่ายอย่างไร (ม.255(1))

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าของกลาง

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าของกลาง

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 40 จากเงินค่าขายของกลาง

28.

เงินสินบนและรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 202 ให้หักจ่ายอย่างไร (ม.255(2))

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนร้อยละ 20 จากเงินค่าของกลาง

b)

ให้หักจ่ายเงินรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 40 จากเงินค่าขายของกลาง

29.

เงินสินบนและรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 243 ให้หักจ่ายอย่างไร (ม255(2))

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 40 จากเงินค่าขายของกลาง

30.

เงินสินบนและรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 244 เฉพาะกรณีความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้ามให้หักจ่ายอย่างไร (ม.255(1))

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่า

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 40 จากเงินค่า

31.

เงินสินบนและรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 244 เฉพาะกรณีความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัดให้หักจ่ายอย่างไร

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 40 จากเงินค่าขายของกลาง

32.

เงินสินบนและรางวัลที่ได้จากการกระทำเงินสินบนและรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 246 ให้หักจ่ายอย่างไร

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 20 จากเงินค่าขายของกลาง

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลร้อยละ 40 จากเงินค่าขายของกลาง

33.

กรณีที่มีการตรวจเก็บอากรขาดและเจ้าหน้าที่ผู้สำรวจเงินอากรตรวจพบเป็นผลให้เรียกอากรเพิ่มเติมได้ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนและรางวัลอย่างไร

a)

ให้จ่ายเงินสินบนร้อยละ 10 ของเงินอากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้

b)

ให้จ่ายเงินสินบนร้อยละ 20 ของเงินอากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้

c)

ให้จ่ายเงินรางวัลร้อยละ 10 ของเงินอากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้

d)

ให้จ่ายเงินรางวัลร้อยละ 20 ของเงินอากรที่กรมศุลกากรเรียกเก็บเพิ่มเติมได้

34.

เงินสินบนหรือรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 242 4 มาตรา และ มาตรา246 มีเพดานการหักจ่ายเงินอย่างไร

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละ5 ล้านบาท

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละ5 ล้านบาท

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละ5ล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละ5ล้านบาท

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละ 10 ล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละ 10 ล้านบาท

35.

เงินสินบนและรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดมาตรา 202 และมาตรา 243 มีเพดานการหักจ่ายเงินอย่างไร

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละ 5 ล้านบาท

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกิน 5 ล้าน บาท

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละ5ล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละ5ล้านบาท

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีและ 10 ล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละ 10 ล้านบาท

36.

เงินสินบนหรือรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดตามมาตรา 244 เฉพาะกรณีความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อจำกัด มีเพดานการหักจ่ายเงินอย่างไร

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละห้าล้านบาท

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้คดีละไม่เกินห้าล้านบาท

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละห้าล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละห้าล้านบาท

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละ 10 ล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละ 10 ล้านบาท

37.

เงินสินบนหรือรางวัลที่ได้จากการกระทำความผิดมาตรา 244 เฉพาะกรณีความผิดฐานหลีกเลี่ยงข้อห้าม มีเพดานการหักจ่ายเงินอย่างไร

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละห้าล้านบาท

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละห้าล้านบาท

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินคดีละห้าล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินห้าล้านบาท

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนไม่เกินคดีละ 10 ล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินคดีละ 10 ล้านบาท

38.

เงินสินบนหรือรางวัลที่ได้จากการตรวจเก็บอากรขาดและเจ้าหน้าที่ผู้สำรวจเงินอากรตรวจพบเป็นผลให้เรียกอากรเพิ่มเติมได้มีฐานเพดานการหักจ่ายเงินอย่างไร

a)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินห้าล้านบาทต่อการตรวจพบ

b)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกินห้าล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินห้าล้านบาทต่อการตรวจพบ

c)

ให้หักจ่ายเป็นเงินสินบนได้ไม่เกิน 10 ล้านบาทและหักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อการตรวจพบ

d)

ให้หักจ่ายเป็นเงินรางวัลได้ไม่เกินห้าล้านบาทต่อการตรวจพบ

39.

ภายใต้บังคับมาตรา 257 บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ถ้าบุคคลนั้นกระทำการตามมาตรา 256 บัญญัติ อธิบดีจะงดการฟ้องร้องเสียก็ได้ ข้อใดไม่ใช่การกระทำดังกล่าว

a)

ยินยอมใช้ค่าปรับ

b)

ได้ทำความตกลง

c)

ได้ทำทัณฑ์บน

d)

ไม่มีข้อใดถูก

40.

ถ้าบุคคลนั้นกระทำการตามมาตรา 256 แล้วและอธิบดีได้งดการฟ้องร้องแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายใด

a)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

b)

ประมวลกฎหมายอาญา

c)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

d)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

41.

ความผิดตามมาตรา 227 มาตรา 242 มาตรา 243 มาตรา 244 และมาตรา 247 ถ้าราคาของกลางรวมค่าอากรเข้าด้วยกันแล้วเกินกว่าเท่าใดให้คณะกรรมการเปรียบเทียบมีอำนาจเปรียบเทียบได้

a)

300,000 บาท

b)

400,000 บาท

c)

500,000 บาท

d)

1,000,000บาท

42.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของคณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา 257

a)

ผู้แทนกรมศุลกากร

b)

ผู้แทนกระทรวงการคลัง

c)

ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด

d)

ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

43.

เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับได้ทำการเปรียบเทียบกรณีใดและผู้ต้องหาได้ชำระเงินค่าปรับหรือได้ทำความตกลงหรือทำทัณฑ์บนหรือให้ประกันตามคำเปรียบเทียบภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการได้เปรียบเทียบกำหนดแล้วให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายใด

a)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

b)

ประมวลกฎหมายอาญา

c)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

d)

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

44.

บุคคลใดเป็นผู้รับสนองพระราชโองการตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. 2560

a)

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

b)

นายวิษณุ เครืองาม

c)

พลเอกอนุพงศ์ เผ่าจินดา

d)

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา