wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบเรื่องเซลล์ ม.4

Total questions: 160

Worksheet time: 2hrs 31mins

Name
Class
Date
1.

ภาพของเซลล์ยีสต์ที่มองเห็นด้วยกล้องจุลทรรศน์มีขนาด 25 มิลลิเมตร และมีกำลังขยาย 5,000 เท่า จงหาขนาดจริงของเซลล์ยีสต์ในหน่วยไมโครเมตร (µm) (การตอบ ให้ตอบเพียงตัวเลขไม่ต้องใส่หน่วย)

(a)  

2.

เซลล์ผิวหนังมีขนาดจริง 30 ไมโครเมตร หากต้องการให้ภาพมีขนาด 15 มิลลิเมตร ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายเท่าใด? (การตอบ ให้ตอบเพียงตัวเลขไม่ต้องใส่หน่วย)

(a)  

3.

กล้องจุลทรรศน์มีกำลังขยาย 10,000 เท่า ถ้าเซลล์เม็ดเลือดขาวมีขนาดจริง 12 ไมโครเมตร จงหาขนาดของภาพที่ได้จากกล้องในหน่วยเซนติเมตร (mm) (การตอบ ให้ตอบเพียงตัวเลขไม่ต้องใส่หน่วย)

(a)  

4.

กล้องจุลทรรศน์ตัวหนึ่งกำลังขยาย 2,500 เท่า ถ้าเซลล์ไข่ของกบมีขนาดจริง 1.2 มิลลิเมตร จงหาขนาดของภาพที่ได้ในหน่วยมิลลิเมตร (mm) (การตอบ ให้ตอบเพียงตัวเลขไม่ต้องใส่หน่วย)

(a)  

5.

แบคทีเรียชนิดหนึ่งมีขนาดจริง 5 ไมโครเมตร ถ้าต้องการให้ภาพของแบคทีเรียมีขนาด 20 มิลลิเมตร ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายกี่เท่า (การตอบ ให้ตอบเพียงตัวเลขไม่ต้องใส่หน่วย)

(a)  

6.

ถ้ากิ๊ฟใช้เลนส์ใกล้ตา 25X และเลนส์ใกล้วัตถุ 40X เพื่อใช้ศึกษานิวเคลียสของเซลล์เยื่อหอมภาพที่เห็นมีกำลังขยายกี่เท่า (การตอบ ให้ตอบเพียงตัวเลขไม่ต้องใส่หน่วย)

(a)  

7.

นักเรียน คิดว่า นี่คือภาพของกล้องจุลทรรศน์หรือไม่

a)

ใช่เลย

b)

ไม่ใช่

c)

ไม่แน่ใจ

d)

ไม่รู้

8.

นักเรียน คิดว่า นี่คือภาพของกล้องจุลทรรศน์หรือไม่

a)

ใช่เลย

b)

ไม่ใช่

c)

ไม่แน่ใจ

d)

ไม่รู้

9.

นักเรียน คิดว่า นี่คือภาพของกล้องจุลทรรศน์หรือไม่

a)

ใช่เลย

b)

ไม่ใช่

c)

ไม่แน่ใจ

d)

ไม่รู้

10.

นักเรียน คิดว่า นี่คือภาพของกล้องจุลทรรศน์หรือไม่

a)

ใช่เลย

b)

ไม่ใช่

c)

ไม่แน่ใจ

d)

ไม่รู้

11.

นักเรียน คิดว่า นี่คือภาพของกล้องจุลทรรศน์หรือไม่

a)

ใช่เลย

b)

ไม่ใช่

c)

ไม่แน่ใจ

d)

ไม่รู้

12.

นักเรียน คิดว่า นี่คือภาพของกล้องจุลทรรศน์หรือไม่

a)

ใช่เลย

b)

ไม่ใช่

c)

ไม่แน่ใจ

d)

ไม่รู้

13.

นักเรียน คิดว่า นี่คือภาพของกล้องจุลทรรศน์หรือไม่

a)

ใช่เลย

b)

ไม่ใช่

c)

ไม่แน่ใจ

d)

ไม่รู้

14.

นักเรียน คิดว่า นี่คือภาพของกล้องจุลทรรศน์หรือไม่

a)

ใช่เลย

b)

ไม่ใช่

c)

ไม่แน่ใจ

d)

ไม่รู้

15.

หมายเลข 2 คือส่วนใดของกล้องจุลทรรศน์

a)

เลนส์ใกล้ตา

b)

ปุ่มปรับภาพหยาบ

c)

ปุ่มปรับภาพละเอียด

d)

เลนส์ใกล้วัตถุ

16.

หมายเลข 1 คือส่วนประกอบใดของกล้องจุลทรรศน์

a)

เลนส์ใกล้ตา

b)

เลนส์ใกล้วัตถุ

c)

ปุ่มปรับภาพละเอียด

d)

ปุ่มปรับภาพหยาบ

17.

ภาพที่มองเห็นจากกล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงเป็นภาพอะไร

a)

ภาพจริงหัวกลับ

b)

ภาพเสมือนหัวกลับ

c)

ภาพจริงหัวตั้ง

d)

ภาพเสมือนหัวตั้ง

18.

ถ้าภาพในกล้องจุลทรรศน์เห็นไม่ชัดเจนควรทำอย่างไร

a)

หมุนปุ่มปรับภาพละเอียด

b)

หมุนปุ่มปรับภาพหยาบ

c)

เลื่อนสไลด์ไปมา

d)

หมุนกระจกเพื่อให้แสงเข้า

19.

การถือกล้องจุลทรรศน์ที่ถูกวิธีคือ

a)

ถือ 2 มือที่

บริเวณแขนกล้อง

b)

ถือ 2 มือที่

บริเวณฐานกล้อง

c)

มือหนึ่งถือแขนกล้องและอีกมือหนึ่งถือบริเวณฐานกล้อง

d)

มือหนึ่งถือแขนกล้องอีกมือหนึ่งจับบริเวณลำกล้อง

20.

กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสงเราอาศัยแสงอะไร เป็นแหล่งกำเนิดแสง

a)

แสงแดด

b)

แสงหลอดไฟ

c)

แสงเลเซอร์

d)

แสงอิเล็กตรอน

21.

ข้อควรระวังในการใช้กล้องจลทรรศน์ ข้อใดถูกต้อง

a)

การหาภาพต้องเริ่มด้วยเลนส์ใกล้วัตถุที่มีกำลังขยายต่ำสุดก่อนเสมอ

b)

ห้ามใช้มือแตะเลนส์ ควรใช้กระดาษเช็ดเลนส์ในการทำความสะอาดเลนส์

c)

สไลด์และกระจกปิดสไลด์ที่ใช้ต้องไม่เปียก เพราะอาจจะทำให้แท่นวางวัตถุเกิดสนิม และเลนส์ใกล้วัตถุอาจขึ้นราได้

d)

ถูกทุกข้อ

22.

เมื่อส่องตัวอักษร "d" ภายใต้กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง จะเห็นเป็น

a)

d

b)

b

c)

p

d)

q

23.

เมื่อใช้ objective กำลังขยายต่ำ ภาพที่เห็นจะเป็นอย่างไร

a)

สนามภาพกว้าง

รายละเอียดน้อย

ระยะห่างระหว่างเลนส์กับแท่นห่างกัน

b)

สนามภาพกว้าง

รายละเอียดน้อย

ระยะห่างระหว่างเลนส์กับแท่นใกล้กัน

c)

สนามภาพแคบ

รายละเอียดน้อย

ระยะห่างระหว่างเลนส์กับใกล้กัน

d)

สนามภาพแคบ

รายละเอียดมาก

ระยะห่างระหว่างเลนส์กับแท่นห่างกัน

24.

"เป็นสิ่งที่ให้แสง"

คือส่วนประกอบใดของกล้องจุลทรรศน์

a)

Arm

b)

Stage

c)

Light source

d)

Diaphragm

25.

ผู้ที่ให้นิยามคำว่า "เซลล์ (cell)" คือใคร

a)

Antoni van Leeuwenhoek

b)

Robert Hooke

c)

Albert Einstein

d)

Sir Isaac Newton

26.

ภาพใดต่อไปนี้ ไม่ จัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิต

a)
b)
c)
d)
27.

หากนักเรียนต้องการใช้กล้องจุลทรรศน์ศึกษาเซลล์เม็ดเลือดแดง โดยใช้เลนส์ใกล้วัตถุ 10X เลนส์ใกล้ตา 10X พบว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงชัดเจนแล้ว แต่หากต้องการใช้เห็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นนักเรียนควรใช้เลนส์ใกล้วัตถุตามข้อใด

a)

4X

b)

5X

c)

10X

d)

40X

28.

ในการส่องเซลล์สิ่งมีชีวิตถ้าต้องการปรับภาพให้ชัดเจนควรใช้หมายเลขใด มีชื่อเรียกว่าอะไร

a)

หมายเลข 1 เลนส์ใกล้วัตถุ

b)

หมายเลข 2 เลนส์ใกล้ตา

c)

หมายเลข 3 ปุ่มปรับภาพหยาบและละเอียด

d)

หมายเลข 4 แหล่งกำเนิดแสง

29.

หากเปรียบเซลล์เป็นเสมือนโรงเรียน ส่วนประกอบใดของเซลล์ทำหน้าที่เหมือนยาม รักษาความปลอดภัย

a)

ผนังเซลล์

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

ไซโทพลาสซึม

d)

นิวเคลียส

30.

ถ้าต้องการศึกษาสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ควรเลือกใช้อุปกรณ์ในข้อใด

a)

แว่นขยาย

b)

กล้องจุลทรรศน์

c)

กล้องโทรทรรศน์

d)

กล้องส่องทางไกล

31.

ข้อใดเป็นวิธีการหากำลังขยายของกล้องจุลทรรศน์

a)

กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ - กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา

b)

กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ x กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา

c)

กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ x กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ

d)

กำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุ + กำลังขยายของเลนส์ใกล้ตา

32.

เลนส์ใกล้ตามีกำลังขยาย 100 X เลนส์ใกล้วัตถุมีกำลังขยาย 150 X ภาพที่เห็นจะมีกำลังขยายกี่เท่า

a)

150 เท่า

b)

1,500 เท่า

c)

150,000 เท่า

d)

15,000 เท่า

33.

ถ้าวัตถุมีความยาว 4 ไมโครเมตร เมื่อนำมาศึกษาภายใต้กล้องจุลทรรศน์จะมีความยาวประมาณ 4 มิลลิเมตร กล้องนี้มีกำลังขยายเท่าใด

a)

ก. 10 เท่า

b)

ข. 100 เท่า

c)

ค. 1,000 เท่า

d)

ง. 10,000 เท่า

34.

กล้องจุลทรรศน์แบบใช้แสง มีเลนส์ใกล้วัตถุกำลังขยาย 10 เท่า เห็นภาพเซลล์เรียงต่อกัน 12 เซลล์ เมื่อเพิ่มกำลังขยายของเลนส์ใกล้วัตถุเป็น 40 เท่า จะเห็นเซลล์เรียงต่อกันกี่เซลล์

a)

ก. 1 เซลล์

b)

ข. 2 เซลล์

c)

ค. 3 เซลล์

d)

ง. 4 เซลล์

35.

เลนส์ใกล้ตามีกำลังขยาย 15 X เลนส์ใกล้วัตถุมีกำลังขยาย 20X ภาพที่เห็นจะมีกำลังขยายกี่เท่า

a)

ก. 150

b)

ข. 200

c)

ค. 300

d)

ง. 350

36.

โครงสร้างใดเปรียบเสมือนโรงอาหาร

a)

โรโบโซม

b)

คลอโรพลาสต์

c)

แวคิวโอล

d)

กอลจิบอดี

37.

โครงสร้างใดเปรียบเสมือนโรงไฟฟ้า

a)

ไมโทคอนเดรีย

b)

เยื่อหุ้มเซลล์

c)

เอนโดรพลาสมิกเรติคิวลัม

d)

พลาสติด

38.

ออรืแกเนลใดเปรียบเสมือนบุรุษไปรษณีย์

a)

แวคิวโอล

b)

ไรโบโซม

c)

กอลจิบอดี

d)

เซนทริโอล

39.

โครงสร้างใดเปรียบเสมือนเตาเผาขยะ

a)

คลอโรพลาส

b)

ไลโซโซม

c)

นิวเคลียส

d)

ไซโทสเกเลตอน

40.

โครงสร้างใดเปรียบเสมือนแหล่งสร้างโปรตีน

a)

ไมโทคอนเดรีย

b)

ไลโซโซม

c)

กอลจิบอดี

d)

ไรโบโซม

41.

โครงสร้างใดเปรียบเสมือนผู้สร้างลิพิด

a)

แวคิวโอล

b)

ร่างแหเอนโดรพลาสซึมชนิดเรียบ (SER)

c)

ร่างแหเอนโดรพลาสซึมชนิดขรุขระ (RER)

d)

ไรโบโซม

42.

โครงสร้างใดเปรียบเสมือนทหารคอยคุมกันคนเข้าเมือง

a)

เยื่อหุ้มเซลล์

หรือ

ผนังเซลล์

b)

ไมโทรคอนเดีย

c)

ไลโซโซม

d)

คลอโรพลาส

43.

โครงงสร้างใดเปรียบเสมือน นากยกรัฐมนตรี / ประธานาธิปดี

a)

ไซโทสเกเลตอน

b)

กอลจิบอดี

c)

นิวเคลียส

d)

ไซโทพลาสซึม

44.

โครงสร้างใดเปรียบเสือนเสาหลักของบ้าน

a)

พลาสติด

b)

ไรโบโซม

c)

เซนทริโอล

d)

ไซโทสเกเลตอน

45.

โครงงสร้างใดเปรียบเสมือน นากยกรัฐมนตรี / ประธานาธิปดี

a)

ไซโทสเกเลตอน

b)

กอลจิบอดี

c)

นิวเคลียส

d)

ไซโทพลาสซึม

46.

โครงสร้างใดเปรียบเสมือนเส้นใยชักโยงหุ่น

a)

เยื่อหุ้มเซลล์

b)

เซนทริโอล

c)

เอนโดพลาสซึม

d)

ผนังเซลล์

47.

ความสัมพันธ์ระหว่างออร์แกเนลล์และสารที่ถูกสร้างขึ้นจากออร์แกเนลล์ดังกล่าวในข้อใดถูกต้อง

a)

1) นิวคลีโอลัส - DNA

b)

2) ไมโทคอนเดรีย - ATP

c)

3) กอลจิคอมเพล็กซ์ - ลิพิด

d)

4) ร่างแหเอนโดพลาซึมชนิดผิวเรียบ - โปรตีน

48.

ออร์แกเนลล์ใดไม่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีนของเซลล์

a)

1) ไรโบโซม

b)

2) เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมชนิดผิวขรุขระ

c)

3) เอนโดพลาสมิกเรติคูลัมชนิดผิวเรียบ

d)

4) กอลจิคอมเพล็กซ์

49.

หน้าที่ของเอนโดพลาสมิกเรติคูลัมชนิดผิวขรุขระคือข้อใด

a)

1) กำจัดสารพิษและลำเลียงยาไปยังเป้าหมาย

b)

2) ปรับเปลี่ยนโครงสร้างและกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมน

c)

3) สังเคราะห์และลำเลียงเอนไซม์

d)

4) ปล่อยเอนไซม์ออกมาย่อยอาหารที่อยู่ในฟูดแวคิวโอล

50.

ข้อใดเรียงลำดับของโครงสร้างที่สังเคราะห์และหลั่งโปรตีนเพื่อลำเลียงออกสู่นอกเซลล์ได้ถูกต้อง

a)

1) ไมโทคอนเดรีย → กอลจิคอมเพล็กซ์ → เยื่อหุ้มเซลล์

b)

2) เยื่อหุ้มเซลล์ → กอลจิคอมเพล็กซ์ → ไมโทคอนเดรีย

c)

3) กอลจิคอมเพล็กซ์ → ร่างแหเอนโดพลาซึมชนิดผิวขรุขระ → เยื่อหุ้มเซลล์

d)

4) ร่างแหเอนโดพลาซึมชนิดผิวขรุขระ → กอลจิคอมเพล็กซ์ → เยื่อหุ้มเซลล์

51.

เมื่อเปรียบเทียบเซลล์พืชและเซลล์สัตว์ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด

a)

1) พบไรโบโซมในเซลล์สัตว์ แต่ไม่พบในเซลล์พืช

b)

2) พบคลอโรพลาสต์ในเซลล์พืชทุกเซลล์ แต่ไม่พบในเซลล์สัตว์

c)

3) พบเยื่อหุ้มเซลล์ที่เซลล์พืช แต่ไม่พบที่เซลล์สัตว์

d)

4) พบคลอโรพลาสต์ในเซลล์พืชบางเซลล์ แต่ไม่พบในเซลล์สัตว์

52.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบของทั้งเซลล์โพรคาริโอตและเซลล์ยูคาริโอต

a)

1) ผนังเซลล์

b)

2) คลอโรพลาสต์

c)

3) กอลจิคอมเพล็กซ์

d)

4) ไมโทคอนเดรีย

53.

เยื่อหุ้มเซลล์มีคุณสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่าน หมายถึง

a)

1.ไม่ยอมให้สารที่มีโมเลกุลใหญ่ผ่าน

b)

2.ไม่ยอมให้สารอินทรีย์ทุกชนิดผ่าน

c)

3.ยอมให้สารต่างชนิดกันผ่านได้ด้วยอัตราไม่เท่ากัน

d)

4.ยอมให้น้ำผ่านได้อย่างเดียว

54.

ออร์แกเนล (Organelle) ในภาพนี้คือออร์แกเนลใด

a)

Ribosome

b)

Vesicle

c)

Mitochondria

d)

Chloroplast

55.

ออร์แกเนล (Organelle) ในภาพนี้คือออร์แกเนลใด

a)

nucleus

b)

Ribosome

c)

Golgi body

d)

Endoplasmic Reticulum

56.

ออร์แกเนล(Organelle)ในภาพคือออร์แกเนลใด

a)

Golgi body

b)

Vacuole

c)

chloroplast

d)

Endoplasmic reticulum

57.

ส่วนประกอบของเซลล์ที่พบในเซลล์สัตว์ แต่ไม่พบ

ในเซลล์พืชคืออะไร

a)

นิวเคลียส

b)

ผนังเซลล์

c)

ไลโซโซม

d)

คลอโรพลาสต์

58.

organelle ใด มีคุณสมบัติในการจำลองตัวเองได้

a)

ribosome

b)

mitochondria

c)

endoplasmic reticulum

d)

vacuole

e)

peroxisome

59.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของ nucleus

a)

ควบคุมกระบวนการต่าง ๆ ภายในเซลล์

b)

เยื่อเลือกผ่าน ยอมให้สารแต่ละชนิดผ่านได้ไม่เท่ากัน

c)

ปกป้องให้ความแข็งแรงแก่เซลล์

d)

สังเคราะห์โปปรตีน

e)

บรรจุสารและของเสียต่าง ๆ ภายในเซลล์

60.

ข้อใดไม่เป็นสิ่งมีชีวิตประเภท eukaryote

a)

เห็ด

b)

รา

c)

พืช

d)

สัตว์

e)

สาหร่ายสีเขียวแกรมน้ำเงิน

61.

ข้อใดเป็นสิ่งมีชีวิตประเภท prokaryote

a)

เห็ด

b)

แบคทีเรีย

c)

รา

d)

พืช

e)

สัตว์

62.

สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ตรงกับข้อใด

a)

prokaryote

b)

eukaryote

c)

nucleolus

d)

nuclear membrane

e)

nuclear pore

63.

ออร์แกเนล (Organelle) ในภาพนี้คือออร์แกเนลใด

a)

Vesicle

b)

Chloroform

c)

Chloroplast

d)

Mitochondria

64.

โครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์เรียกว่าอะไร

a)

fluid mosaic model

b)

fluffy mosaic model

c)

Delicious membrane model

d)

Selection media model

65.

ข้อใดเป็นสิ่งที่พบใน Eukaryotic cell

a)

Cell membrane

b)

Nucleus

c)

Organelle ที่มีเยื่อหุ้ม

d)

ถูกทุกข้อ

66.

ข้อใดถูกเกี่ยวกับ prokaryotic cell

a)

มีนิวเคลียส

b)

มีสารพันธุกรรม

c)

สารพันธุกรรมอยู่ในนิวเคลียส

d)

พบในพืชและสัตว์

67.

ข้อใดไม่ใช่ส่วนประกอบที่เซลล์ทุกเซลล์ต้องมี

a)

Cell membrane

b)

Genetic material

c)

Cytoplasm

d)

Nucleus

68.

ออร์แกเนลล์ใดที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงานให้แก่เซลล์

a)

Ribosome

b)

Endoplasmic reticulum

c)

Mitochondria

d)

Nucleus

69.

organelle ใดไม่พบในเซลล์สัตว์

a)

chloroplast

b)

cell wall

c)

cell membrane

d)

ถูกทั้งข้อ 1 และ 2

70.

ข้อใดไม่ใช่หน้าที่ของเยื่อหุ้มเซลล์

a)

ควบคุมการผ่านเข้าออกของสาร

b)

จดจำเซลล์ของตนเองและเซลล์อื่น ๆ

c)

สร้างโปรตีน

d)

กั้นระหว่างภายนอกและภายในเซลล์

71.

ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและหน้าที่ไม่ถูกต้อง

a)

Chloroplast การสังเคราะห์ด้วยแสง

b)

SER การสังเคราะห์ไขมัน

c)

Lysosome การย่อยสารต่าง ๆ ภายในเซลล์

d)

Golgi body การสังเคราะห์โปรตีน

72.

ข้อใดแสดงความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและหน้าที่ไม่ถูกต้อง

a)

Chloroplast การสังเคราะห์ด้วยแสง

b)

SER การสังเคราะห์ไขมัน

c)

Lysosome การย่อยสารต่าง ๆ ภายในเซลล์

d)

Golgi body การสังเคราะห์โปรตีน

73.

ส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์คือส่วนใด

a)

Cell membrane

b)

Cytoplasm

c)

Mitochondria

d)

Nucleus

74.

โครงสร้างที่ทำหน้าที่ กำจัดสารพิษที่เซลล์ตับ ทำลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และสังเคราะห์ไรโบโซม สอดคล้องกับข้อใด

a)

แวคิวโอล เยื่อหุ้มเซลล์ ไซโทสกีเลตัล

b)

กอลจิบอดี เซนทริโอล แวคิวโอล

c)

คลอโรพลาสต์ นิวคลีโอลัส ไรโบโซม

d)

เอนโดพลาสซึมผิวขรุขระ ไลโซโซม ไมโทคอนเดรีย

e)

เอนโดพลาสซึมผิวเรียบ เพอรอกซิโซม นิวคลีโอลัส

75.

เซลล์ที่มี ไลโซโซม มากที่สุด คือ

a)

ก. เซลล์ตับ

b)

ข. เซลล์ที่มีบริเวณหลอดของหน่วยเนฟรอน

c)

ค. เซลล์เม็ดเลือดขาว

d)

ง. เซลล์ของต่อมไร้ท่อ

76.

ออร์แกเนลล์ชนิดหนึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากในไซโทพลาซึมของเซลล์ที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น เซลล์ตับ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ออร์แกเนลล์ชนิดนั้นคือ

a)

ก. ไรโบโซม

b)

ข. ไมโทคอนเดรีย

c)

ค. ไลโซโซม

d)

ง. คลอโรพลาสต์

77.

โครงสร้างใดทำหน้าที่สร้างโครโมโซม

a)

ก. โครมาทิน

b)

ข. กอลจิคอมเพล็กซ์

c)

ค. ร่างแหเอนโดพลาซึม

d)

ง. นิวคลีโอลัส

78.

ออร์แกเนลล์ที่พบเฉพาะในเซลล์สัตว์เท่านั้น

a)

นิวเคลียส

b)

คลอโรพลาสต์

c)

ไรโบโซม

d)

เซนทริโอน

79.

โครงสร้างใดทีไม่พบในเซลล์พืช

a)

ไรโบโซม

b)

ไลโซโซม

c)

ไมโทคอนเดรีย

d)

คลอโรพลาส

80.

Cellular respiration

นอกจากจะหมายถึงปฏิกิริยาการหายใจระดับเซลล์แล้ว

ยังหมายถึงปฏิกิริยาใดได้อีก

a)

ปฏิกิริยาการสังเคราะห์ด้วยแสง

b)

ปฏิกิริยาที่เธอเมินเฉลยไม่ตอบ Line

c)

ปฏิกิริยาการสลายสารอาหารระดับเซลล์

d)

ปฏิกิริยาที่ใจสลายเมื่อเธอมีคนอื่น

81.

Cellular respiration

แบบใช้ออกซิเจนมีกี่ขั้นตอน

a)

2

b)

3

c)

4

d)

5

82.

ขั้นที่ 3 ของ Cellular respiration คือ

a)

Acetyl CoA Formation

b)

Glycolysis

c)

ETC & Chemiosmosis

d)

Kreb Cycle

83.

Glycolysis เกิดขึ้นที่ส่วนใดภายในเซลล์

a)

Cytosolของเซลล์

b)

Matrix ของ Mitochondria

c)

Inner membrane ของ Mitochondria

d)

Outer membrane ของ Mitochondria

84.

Acetyl CoA Formation เกิดขึ้นที่ส่วนใดภายในเซลล์

a)

Cytoplasm ของเซลล์

b)

Matrix ของ Mitochondria

c)

Inner membrane ของ Mitochondria

d)

Outer membrane ของ Mitochondria

85.

กระบวนการใดที่พบได้ทั้งในการหายใจระดับเซลล์แบบใช้ออกซิเจนและการหมัก

a)

ไกลโคไลซิส

b)

การสร้าง Acetyl CoA

c)

วัฎจักรเครปส์

d)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

86.

ผลิตภัณฑ์ในข้อใดต่อไปนี้เกิดขึ้นในขั้นตอนไกลโคไลซิสทั้งหมด

a)

ATP, NADH, FADH2

b)

ATP, NADH

c)

ATP, NADH, CO2

d)

ATP, NADH, FADH2, CO2

87.

สารในข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายในการหมักแอลกอฮอล์

a)

O2

b)

Pyruvate

c)

Acetaldehyde

d)

Acetyl CoA

88.

สารในข้อใดต่อไปนี้จัดเป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้ายในการหมักแลตติก

a)

O2

b)

Pyruvate

c)

Acetaldehyde

d)

Acetyl CoA

89.

ในการสลายกรดไขมันด้วยวิธี 𝛃-oxidation ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจะเข้าสู่กระบวนการหายใจระดับเซลล์ที่ขั้นตอนใดต่อไปนี้

a)

glycolysis

b)

การสร้าง Acetyl CoA

c)

Kreb's cycle

d)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

90.

ในกระบวนการสลายกลีเซอรอลที่เกิดขึ้นจากการสลายโมเลกุลของ triacylglycerol ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจะเข้าสู่กระบวนการกระบวนการหายใจระดับเซลล์ที่ขั้นตอนใด

a)

glycolysis

b)

การสร้าง Acetyl coA

c)

Kreb's cycle

d)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

91.

ถ้ามี Acetyl CoA เข้าสู่วัฎจักรเครบส์ 100 โมเลกุล จะได้ CO2 กี่โมเลกุล

a)

50

b)

100

c)

200

d)

400

92.

ในกระบวนการหายใจจาก glucose 1 โมเลกุลจะเปลี่ยนป็นกรดไพรูวิกจำนวนเท่าใด

a)

1 โมเลกุล

b)

2 โมเลกุล

c)

3 โมเลกุล

d)

4 โมเลกุล

93.

ออกซิเจนเข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการหายใจในขั้นใด

a)

Kreb's cycle

b)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

c)

glycolysis

d)

การสร้าง Acetyl CoA

94.

กระบวนการหายใจขั้นที่ 2, 3 และ 4 จะเกิดขึ้นต้องเป็นไปตามข้อใด

a)

มี O2 เพียงพอ

b)

มีน้ำเพียงพอ

c)

มี ATP เพียงพอ

d)

มีเอนไซม์ลดพลังงานกระตุ้น

95.

อิเล็กตรอนจาก NADH 1 โมเลกุล สามารถปั๊มโปรตอนให้สร้าง ATP ได้กี่โมเลกุล

a)

1 โมเลกุล

b)

2 โมเลกุล

c)

3 โมเลกุล

d)

4 โมเลกุล

96.

อิเล็กตรอนจาก FADH2 1 โมเลกุล สามารถปั๊มโปรตอนให้สร้าง ATP ได้กี่โมเลกุล

a)

1 โมเลกุล

b)

2 โมเลกุล

c)

3 โมเลกุล

d)

4 โมเลกุล

97.

กระบวนการใดไม่ได้เกิดใน mitocondria

a)

glycolysis

b)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

c)

การสร้าง Acetyl CoA

d)

kreb's cycle

98.

สารเคมีใดที่ให้พลังงานกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

a)

DNA

b)

ATP

c)

RNA

d)

Hormone

99.

ในวัฏจักรเครปส์มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนคาร์บอนอะตอมแบบใด

a)

4C > 2C > 6C > 5C

b)

2C > 6C > 5C > 4C

c)

6C > 5C > 4C > 2C

d)

2C > 4C > 5C > 6C

100.

ข้อใดเรียงลำดับเหตุการณ์การหายใจระดับเซลล์ได้ถูกต้อง

a)

glycolysis \rightarrow   fermentation \rightarrow   Krebs cycle

b)

Krebs cycle \rightarrow   glycolysis \rightarrow  electron transport

c)

Krebs cycle \rightarrow   electron transport \rightarrow   glycolysis

d)

glycolysis \rightarrow  Krebs cycle \rightarrow   electron transport

101.

ข้อใดคือผลจากการหายใจระดับเซลล์

a)

energy

b)

oxygen

c)

air

d)

lactic acid

102.

ในกระบวนการหายใจระดับเซลล์ ถ้าสารตั้งต้นคือ กลูโคส 1 โมเลกุล พลังงานสุทธิคือข้อใด

a)

38 ATP molecules

b)

2 ATP molecules

c)

34 ATP molecules

d)

36 ATP molecules

103.

ข้อใดคือสมการการหายใจระดับเซลล์

a)

6O2 + C6H12O6 \rightarrow    6CO2 + 6H2O + Energy 

b)

6O2 + C6H12O6 + Energy \rightarrow  6CO2 + 6H2O

c)

6CO2 + 6H2O \rightarrow   6O2 + C6H12O6 + Energy

d)

6CO2 + 6H2O + Energy \rightarrow   6O2 + C6H12O6

104.

การหายใจระดับเซลล์ปล่อยพลังงานจากการสลายสิ่งใด

a)

water.

b)

carbon dioxide

c)

food molecules

d)

ATP

105.

การหายใจระดับเซลล์เกิดการปฏิกิริยาระหว่างสิ่งใด

a)

water and glucose

b)

glucose and oxygen

c)

carbon dioxide and water

d)

oxygen and lactic acid

106.

ข้อใดคือผลิตภัณฑ์ของการหายใจระดับเซลล์

a)

ถูกทุกข้อ

b)

glucose

c)

water

d)

oxygen

107.

กระบวนการใดเกิดขึ้นที่ไซโทพลาสซึม

a)

Krebs cycle

b)

ถูกทุกข้อ

c)

glycolysis

d)

electron transport

108.

กระบวนการไกลโคไลซิสให้พลังงานสุทธิเท่าใด

a)

2 ATP molecules

b)

36 ATP molecules

c)

18 ATP molecules

d)

4 ATP molecules.

109.

ข้อใดคือสารตั้งต้นของไกลโคไลซิส

a)

ADP

b)

pyruvic acid

c)

citric acid

d)

glucose

110.

กระบวนการใด มิได้ เกิดขึ้นภายใน

ไมโทคอนเดรีย

a)

ไกลโคลิซิส

b)

การสร้างอะซิทิลโคเอนไซม์ เอ

c)

วัฏจักรเครบส์

d)

การถ่ายทอดอิเล็กตรอน

111.

กระบวนการไกลโคลิซิสพบในข้อใดต่อไปนี้

a)

เซลล์กล้ามเนื้อส่วนใหญ่

b)

แบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน

c)

เซลล์ยูคาริโอต

d)

เซลล์ทุกชนิด

112.

ถ้าเซลล์กล้ามเนื้อลายใช้น้ำตาลกลูโคส 3 โมเลกุลในการหายใจระดับเซลล์แบบไม่ใช้ออกซิเจนอย่างสมบูรณ์จะให้ผลผลิตในข้อใด

a)

3 ไพรูเวต และ 3 กรดแลกติก

b)

6 ไพรูเวต และ 6 ATP

c)

6 กรดแลกติก และ 6 ATP

d)

3 กรดแลกติก และ 3 NADH

113.

การหายใจระดับเซลล์แบ่งออกเป็นกี่แบบ

a)

1 แบบ

b)

2 แบบ

c)

3 แบบ

d)

4 แบบ

114.

แก๊สใดเป็นตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย

ของการหายใจระดับเซลล์ในสภาวะที่มี O2

a)

ไฮโดรเจน

b)

ออกซิเจน

c)

คาร์บอนไดออกไซด์

d)

มีเทน

115.

พลังงานสูงสุดที่ได้จากการสลายกลูโคส 1 โมเลกุล

ในสภาวะที่มีออกซิเจน เท่ากับกี่ ATP

a)

2 ATP

b)

30 ATP

c)

32 ATP

d)

40 ATP

116.

พลังงานสูงสุดที่ได้จากการสลายกลูโคส 1 โมเลกุล

ในสภาวะที่"ไม่"มีออกซิเจน เท่ากับกี่ ATP

a)

1 ATP

b)

2 ATP

c)

20 ATP

d)

30 ATP

117.
Cellular respiration
แบบใช้ออกซิเจนมีกี่ขั้นตอน
(ตามตำราไทย)
a)
2 ขั้นตอน
b)
3 ขั้นตอน
c)
4 ขั้นตอน
d)
5 ขั้นตอน
118.
ขั้นที่ 2 : Acetyl CoA Formation เกิดขึ้นที่ส่วนใดภายในเซลล์
a)
Cytoplasm ของเซลล์
b)
Matrix ของ Mitochondria
c)
Inner membrane ของ Mitochondria
d)
Outer membrane ของ Mitochondria
119.
ขั้นที่ 2 ของ  Cellular respiration คือ
a)
Acetyl CoA Formation
b)
Glycolysis
c)
ETC & Chemiosmosis
d)
Kreb Cycle
120.
ขั้นที่ 3 ของ  Cellular respiration คือ
a)
Acetyl CoA Formation
b)
Glycolysis
c)
ETC & Chemiosmosis
d)
Kreb Cycle
121.
ขั้นที่ 1 ของ  Cellular respiration คือ
a)
Acetyl CoA Formation
b)
Glycolysis
c)
ETC & Chemiosmosis
d)
Kreb Cycle
122.
ขั้นที่ 1 : Glycolysis เกิดขึ้นที่ส่วนใดภายในเซลล์
a)
Cytoplasm ของเซลล์
b)
Matrix ของ Mitochondria
c)
Inner membrane ของ Mitochondria
d)
Outer membrane ของ Mitochondria
123.
ขั้นที่ 4 : Electron transport chain & Chemiosmosis เกิดขึ้นที่ส่วนใดภายในเซลล์
a)
Cytoplasm ของเซลล์
b)
Matrix ของ Mitochondria
c)
Inner membrane ของ Mitochondria
d)
Outer membrane ของ Mitochondria
124.
ปฏิกิริยา Cellular respiration ทั้ง 4 ขั้นตอน
มีขั้นตอนใดที่เกิดนอก Mitochondria
a)
Acetyl CoA Formation
b)
Glycolysis
c)
ETC & Chemiosmosis
d)
Kreb Cycle
125.

ข้อใดคือสิ่งที่ทำให้กระบวนการหมักที่เกิดขึ้นในเซลล์ยีสต์ ต่างจากกระบวนการหมักที่เกิดในคน

a)

กลูโคส

b)

กรดไพรูวิก

c)

คาร์บอนไดออกไซด์

d)

พลังงานที่ได้ออกมาเมื่อใช้สารอาหารเหมือนกัน

126.

เซลล์ประสาทเป็นเซลล์ที่มีกิจกรรมตลอดเวลา ออร์แกเนลล์ใดในเซลล์ประสาทที่มีปริมาณมากกว่าเมื่อเทียบกับเซลล์อื่น

a)

นิวเคลียส

b)

ไรโบโซม

c)

ไลโซโซม

d)

ไมโทคอนเดรีย

127.

ในการหมักไวน์โดยวิธีใช้ยีสต์ สารใดไม่เกิดในกระบวนการหมักนี้

a)

กรดไพรูวิก

b)

เอทิลแอลกอฮอล์

c)

คาร์บอนไดออกไซด์

d)

แอซิติลโคเอนไซม์ เอ

128.

เมื่อมีการหายใจเกิดขึ้น ออกซิเจนจะถูกเปลี่ยนไปเป็น

a)

H2O

b)

CO2

c)

CO

d)

H2O และ CO2

129.

Q. ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับการหายใจระดับเซลล์

a)

การหายใจแบบใช้ออกซิเจนและไม่ใช้ออกซิเจนเกิดบริเวณไซโทพลาสซึมเท่านั้น

b)

การหายใจแบบใช้ออกซิเจนให้ ATP มากกว่าแบบไม่ใช้ออกซิเจน

c)

การหายใจแบบใช้ออกซิเจนมี 4 ขั้นตอน

d)

การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน ประกอบด้วย การหมักรดแลกติกและการหมักแอลกอฮอล์

130.

Q.

ออร์แกเนลล์ชนิดหนึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากมายในไซโทพลาซึมของเซลล์ที่ต้องใช้พลังงานมาก เช่น เซลล์ตับ ออร์แกเนลล์ชนิดนั้นคืออะไร

a)

คลอโรพลาสต์ (Chloroplast)

b)

ไลโซโซม (Lysosome)

c)

ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria)

d)

ไรโบโซม (Ribosome)

131.

วัฏจักรของเซลล์ (Cell Cycle) ประกอบด้วย

a)

1) ไมโทซิส และไมโอซิส

b)

2) G1, S, และ G2

c)

3) โพรเฟส, เมทาเฟส, แอนาเฟส และเทโลเฟส

d)

4) อินเตอร์เฟส และไมโทซิส

132.

ข้อใดเป็นผลที่เกิดจากการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส

a)

1) เซลล์ลูก 2 เซลล์ ที่มีข้อมูลทางพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ

b)

2) เซลล์ลูก 2 เซลล์ ที่มีข้อมูลทางพันธุกรรมแตกต่างกัน

c)

3) เซลล์ลูก 4 เซลล์ ที่มีข้อมูลทางพันธุกรรมเหมือนกันทุกประการ

d)

4) เซลล์ลูก 4 เซลล์ ที่มีข้อมูลทางพันธุกรรมแตกต่างกัน

133.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับเซลล์ที่เกิดขึ้นจากการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เมื่อเทียบกับเซลล์เริ่มต้น

a)

1) มีปริมาณไซโทพลาซึมเป็นสองเท่า และมีปริมาณ DNA เป็นครึ่งหนึ่ง

b)

2) มีจำนวนโครโมโซมเป็นครึ่งหนึ่ง และมีปริมาณ DNA เป็นครึ่งหนึ่ง

c)

3) มีจำนวนโครโมโซมเท่ากัน และมีปริมาณ DNA เป็นครึ่งหนึ่ง

d)

4) มีจำนวนโครโมโซมเท่ากัน และมีปริมาณ DNA เท่ากัน

134.

จำนวนโครโมโซมถูกลดลงระหว่างการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส ทั้งนี้เป็นเพราะการแบ่งเซลล์ดังกล่าวประกอบด้วย

a)

1) การแบ่งเซลล์สองครั้ง โดยมีการจำลองตัวเองของโครโมโซมสองครั้ง

b)

2) การแบ่งเซลล์ครั้งเดียว โดยมีการจำลองตัวเองของโครโมโซมครั้งเดียว

c)

3) การแบ่งเซลล์สองครั้ง โดยมีการจำลองตัวเองของโครโมโซมเพียงครั้งเดียว

d)

4) การแบ่งเซลล์สี่ครั้ง โดยมีการจำลองตัวเองของโครโมโซมเพียงครั้งเดียว

135.

. สเปิร์มของ Phodopus Sungorus มีโครโมโซม 14 แท่ง แล้วไซโกตของสิ่งมีชีวิตนี้จะมีโครโมโซมเท่าใด

a)

1) 7 แท่ง

b)

2) 14 แท่ง

c)

3) 28 แท่ง

d)

4) 42 แท่ง

136.

เซลล์ของใบพืช Qqercus Alba มีโครโมโซม 24 แท่ง แล้วเซลล์รากและเซลล์ไข่มีโครโมโซมเท่าใดตามลำดับ

a)

1) 12 แท่ง และ 12 แท่ง

b)

2) 24 แท่ง และ 24 แท่ง

c)

3) 48 แท่ง และ 12 แท่ง

d)

4) 24 แท่ง และ 12 แท่ง

137.

หนูเพศผู้มีโครโมโซมเป็นดิพลอยด์ 40 แท่ง ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

1) โครโมโซมแต่ละแท่งมีโครโมโซมคู่เหมือน

b)

2) เซลล์ผิวหนังมีโครโมโซม 20 แท่ง

c)

3) ระหว่างการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสจำนวนโครโมโซมจะลดลง

d)

4) ระยะสุดท้ายของไมโทซิสแต่ละเซลล์จะประกอบด้วย 10 โครโมโซม

138.

ข้อใดกล่าวถึงไมโทซิสได้ถูกต้อง

a)

1) เซลล์ดิพลอยด์ 1 เซลล์จะเกิดเป็นเซลล์ดิพลอยด์ 2 เซลล์

b)

2) การจำลองดีเอ็นเอเกิดขึ้นในระหว่างเกิดไมโทซิส

c)

3) ไรโบโซมสร้างเส้นใยสปินเดิล

d)

4) ระยะสุดท้ายของไมโทซิสใช้เวลานานกว่าอินเตอร์เฟส

139.

ในการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสมีการแบ่งไซโทพลาซึม (Cytokinesis) เกิดขึ้นกี่ครั้ง

a)

1) 1

b)

2) 2

c)

3) 3

d)

4) 4

140.

ไมโอซิสแตกต่างจากไมโทซิส เพราะไมโอซิสมีลักษณะดังข้อใด

a)

1) เซลล์สืบพันธุ์ที่เกิดขึ้นมีลักษณะทางพันธุกรรมเหมือนกัน

b)

2) เซลล์ลูกที่เกิดขึ้นมีขนาดใหญ่กว่าเซลล์แม่

c)

3) เกิด 2 เซลล์ลูก ทุกๆ เซลล์แม่ 1 เซลล์

d)

4) เซลล์ใหม่ที่เกิดขึ้นมีโครโมโซมเพียงครึ่งเดียวของเซลล์แม่

141.

ความแตกต่างระหว่างไมโทซิสและไมโอซิสในข้อใดถูกต้อง

a)

1) เซลล์จะเกิดไซโทไคนีซิสในไมโทซิสเท่านั้น

b)

2) DNA จะจำลองตัวเองก่อนการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิสเท่านั้น

c)

3) เส้นใยสปินเดิลประกอบด้วยไมโครทูบูลถูกสร้างขึ้นในไมโทซิสเท่านั้น

d)

4) การแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมเกิดขึ้นในไมโอซิสเท่านั้น

142.

ภาพแสดงเซลล์ที่กำลังแบ่งตัวแบบไมโทซิส B คือสิ่งใด

a)

1) โครโมโซม

b)

2) เซนทริโอล

c)

3) ไมโทคอนเดรีย

d)

4) เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม

143.

ระหว่างการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส ถ้ามี 40 โครมาทิดในระยะโพรเฟส I จะมีโครมาทิดจำนวนเท่าใดในแต่ละเซลล์ลูกเมื่อสิ้นสุดระยะเทโลเฟส II

a)

1) 5 2) 10 3) 20 4) 40

b)

2) 10

c)

3) 20

d)

4) 40

144.

เพราะเหตุใดไมโอซิส (Meiosis) จึงเกิดในกระบวนการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

a)

1) เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์สืบพันธุ์เป็น 2 เท่า

b)

2) เพื่อป้องกันการสืบพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศที่จะเกิดขึ้นในวงจรชีวิต

c)

3) เพื่อป้องกันการแปรผันลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต

d)

4) เพื่อสร้างเซลล์สืบพันธุ์ที่มีจำนวนโครโมโซมเป็นแฮพลอยด์

145.

เหตุการณ์ใดไม่ได้เกิดขึ้นในระยะอินเตอร์เฟส (Interphase)

a)

1) การสังเคราะห์โปรตีน

b)

2) โครโมโซมจำลองตัวเอง

c)

3) โครโมโซมปรากฏให้เห็นชัดขึ้น

d)

4) การลำเลียงโปรตีนเข้าไปภายในนิวเคลียส

146.

ข้อความใดกล่าวเกี่ยวกับไมโทซิสได้ถูกต้อง

a)

1) เกิดขึ้นในร่างกายของสัตว์เท่านั้น

b)

2) เกิดขึ้นในร่างกายของพืชเท่านั้น

c)

3) ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต

d)

4) ก่อให้เกิดการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต

147.

การจำลองดีเอ็นเอ (DNA Replication) เป็นกระบวนการสำคัญที่จะเกิดขึ้นก่อนกระบวนการใดของเซลล์

a)

1) การสังเคราะห์โปรตีน

b)

2) การสังเคราะห์ mRNA

c)

3) การแบ่งเซลล์

d)

4) การสร้างเอนไซม์

148.

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ความแตกต่างระหว่างการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิส และไมโอซิส

a)

1) ชนิดของเซลล์ที่สร้างขึ้น

b)

2) จำนวนโครโมโซมในเซลล์ลูก

c)

3) จำนวนครั้งของการแบ่งนิวเคลียส

d)

4) โครโมโซมจำลองตัวเป็น 2 เท่าในระยะอินเตอร์เฟส

149.

ข้อใดเกิดขึ้นในไมโอซิส แต่ไม่ได้เกิดในไมโทซิส

a)

1) การเกิดครอสซิ่งโอเวอร์

b)

2) การสร้างเส้นใยสปินเดิล

c)

3) การหายไปของเยื่อหุ้มนิวเคลียสและนิวคลีโอลัส

d)

4) เกิด 4 เซลล์ลูก

150.

จากภาพ คือ การแบ่งเซลล์ในระยะใด

a)

โพรเฟส

b)

เทโลเฟส

c)

เเอนาเฟส

d)

เมทาเฟส

151.

ข้อใดเรียงลำดับระยะการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสได้ถูกต้อง

a)

อินเตอร์เฟส --> โพรเฟส --> เมทาเฟส --> แอนาเฟส --> เทโลเฟส

b)

โพรเฟส --> แอนาเฟส --> เมทาเฟส --> เทโลเฟส --> อินเตอร์เฟส

c)

เมทาเฟส --> โพรเฟส --> เทโลเฟส--> อินเตอร์เฟส --> แอนาเฟส

d)

เทโลเฟส --> อินเตอร์เฟส --> เมทาเฟส --> แอนาเฟส --> โพรเฟส

152.

ขณะที่เซลล์แบ่งตัว ระยะใดจะเห็นโครโมโซมชัดเจนที่สุด

a)

อินเตอร์เฟส

b)

โพรเฟส

c)

เมทาเฟส

d)

แอนาเฟส

153.

กระบวนการแบ่งตัวของไซโทรพลาซึม (Cytokinesis) เริ่มเกิดขึ้นที่ระยะใด

a)

แอนาเฟส

b)

โพรเฟส

c)

เทโลเฟส

d)

เมทาเฟส

154.

ระยะที่โครโมโซม หดตัวสั้นเข้าจนเห็นว่า 1 โครโมโซม ประกอบด้วยข้อใด

a)

2 เซนโทรเมียร์

b)

2 โครมาทิด

c)

2 เซนตริโอล

d)

2 ไคนีโตคอร์

155.

ระยะสุดท้ายของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสคือ

a)

มทาเฟส

b)

เทโลเฟส

c)

แอนาเฟส

d)

โฟรเฟส

156.

ระยะ M phase หรือระยะที่เกิดการแบ่งเซลล์ คือ กระบวนการใดต่อไปนี้ตามลำดับ

a)

การแบ่งตัวของนิวเคลียส (Karyokinesis) และ Cytoplasm

b)

การแบ่งตัวของนิวเคลียส (Karyokinesis) และ Cytokinesis

c)

Cytoplasm และ การแบ่งตัวของนิวเคลียส (Karyokinesis)

d)

Cytokinesis และ การแบ่งตัวของนิวเคลียส (Karyokinesis)

157.

การแบ่งนิวเคลียสในระยะไมโอซิส II แตกต่างจากระยะไมโอซิส I อย่างไร

a)

ไม่มีการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรม

b)

ไม่มีการขดตัวของเส้นใยโครมาทิน

c)

ไม่มีการดึงแยกกันของโครโมโซม

d)

จำนวนของโครโมโซมไม่เปลี่ยนแปลง

158.

จากภาพนี้จงบอกชื่อระยะการแบ่งเซลล์

a)

Interphase

b)

Metaphase

c)

Anaphase

159.

จากภาพ จงบอกชื่อระยะการแบ่งเซลล์

a)

Interphase

b)

Prophase

c)

Metaphase

160.

จากภาพนี้จงบอกชื่อระยะการแบ่งเซลล์

a)

Prophase

b)

Anaphase

c)

Telophase