Font size
WorksheetsNOISE_!
Total questions: 10
Worksheet time: 8mins
1.เสียงที่มนุษย์สามารถได้ยินอยู่ในช่วงความถี่ใด?
a) 10 – 10,000 Hz
b) 20 – 20,000 Hz
c) 200 – 30,000 Hz
d) 2,000 – 200,000 Hz
2.ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดเสียงแบบจุด
a) ท่อระบายอากาศเป็น เสียงจากแหล่งกำเนิดแบบจุด
b) ระดับความดันเสียงจะ ลดลง 6 dB ทุกครั้งที่ระยะห่างจากแหล่งกำเนิดเสียงเพิ่มขึ้นเป็น สองเท่า
c) ระดับความดันเสียงจะ ลดลง 3 dB ทุกครั้งที่ระยะห่างเพิ่มเป็น สองเท่า
d) ความดันเสียงจะ ไม่ลดลงตามระยะทาง
3. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับความดันเสียง (Sound pressure)
a) ความดันเสียง (Sound pressure) คือ ค่าความดันของคลื่นเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปจากความดันบรรยากาศปกติ
b) ระดับความดันเสียง ในหน่วยเดซิเบลนั้น สามารถนำมาลบหรือบวกกันแบบเลขคณิตได้
c) ระดับความดันเสียง (Sound pressure level) มีหน่วยเป็น เดซิเบล
d) ระดับความดันเสียงอ้างอิง คือ 2 x 10-5 นิวตัน/ม2
4. ถ้าต้องการตรวจวัดเสียงการตอกเสาเข็มต้องตั้งค่าตัวตรวจจับสัญญาณเสียง (Detector) อย่างไร
a) Slow (S): ตอบสนองช้า ใช้เวลาเฉลี่ย 1 วินาที
b) Fast (F): ตอบสนองเร็ว ใช้เวลาเฉลี่ย 125 มิลลิวินาที
c) Impulse (I): ตอบสนองทันที ใช้เวลาเฉลี่ย 35 มิลลิวินาที
d) ไม่ต้องตั้งค่า
5. ข้อใดถูกต้อง
a) C-network ออกแบบให้เครื่องวัดเสียงตอบสนองต่อเสียงที่ความถี่ตรงกับหูของมนุษย์
b) A-weighting networks ไม่ค่อยมีการกรองเสียงผลการวัดเสียงจึงใกล้เคียงกับความจริงใช้ในการวัดเสียงของเครื่องจักรเพื่อออกแบบการควบคุมเสียง
c) การตั้งค่าเครื่องวัดเสียง (Sound Level Meter) เพื่อประเมินการรับสัมผัสเสียงของพนักงาน ต้องตั้งค่า A weighting networks และ การตอบสนองแบบช้า
d) การตั้งค่าเครื่องวัดเสียง (Sound Level Meter) เพื่อประเมินการรับสัมผัสเสียงของพนักงาน ต้องตั้งค่า C-weighting networks และ การตอบสนองแบบเร็ว
6.ข้อใดเป็นค่าเกณฑ์มาตรฐานของการรับสัมผัสเสียงตามกฎหมายไทย
a) ระดับเสียงสูงสุด (peak sound pressure level) ของเสียงกระทบหรือเสียงกระแทก (impact or
impulse noise) ไม่เกิน140 เดซิเบล
b) ระดับเสียงดังต่อเนื่องแบบคงที่ (continuous steady noise) ไม่เกิน 115 เดซิเบลเอ
c) ระดับเสียงที่ลูกจ้างได้รับเฉลี่ยตลอดเวลาการทำงานในแต่ละวัน (Time Weighted Average-TWA) ระยะเวลา 8 ชั่วโมง ไม่เกิน 85 เดซิเบลเอ
D) ถูกทุกข้อ
7.ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตรวจวัดเสียง
a) ต้องปรับเทียบความถูกต้องของเครื่องวัดเสียงก่อนทุกครั้งที่จะตรวจวัด
b) สามารถใช้ครื่องวัดเสียง Class 2 ในการตรวจวัดได้ตามกฎหมาย
c) Lpeak คือ เป็นค่าความดันเสียง (sound pressure level) แบบ root mean square ที่สูงที่สุดในช่วงระยะเวลาที่ตรวจวัด
d) ปรับเทียบในห้องที่ไม่มีเสียงดังรบกวน
8.ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับการตั้งค่า Noise Dosimeter ในการประเมินการรับสัมผัสพนักงาน?
a) ตั้งค่า A weighing, Slow response, Threshold Level ที่ 80 dB(A) ตั้งค่า Criteria Level ที่ 85 dB(A) อัตราที่พลังงานเสียงเพิ่มเป็นสองเท่า (Energy Exchange Rate) ที่ 3
b) ตั้งค่า C weighing, Slow response, Threshold Level ที่ 85 dB(A) ตั้งค่า Criteria Level ที่ 85 dB(A) อัตราที่พลังงานเสียงเพิ่มเป็นสองเท่า (Energy Exchange Rate) ที่ 3
c) ตั้งค่า A weighing, Fast response, Threshold Level ที่ 80 dB(A) ตั้งค่า Criteria Level ที่ 85 dB(A) อัตราที่พลังงานเสียงเพิ่มเป็นสองเท่า (Energy Exchange Rate) ที่ 3
d) ตั้งค่า C weighing, Fast response, Threshold Level ที่ 85 dB(A) ตั้งค่า Criteria Level ที่ 85 dB(A) อัตราที่พลังงานเสียงเพิ่มเป็นสองเท่า (Energy Exchange Rate) ที่ 3
9.หากผลการสอบเทียบก่อนและหลังการตรวจวัดเสียงมีค่าต่างกันมาก ควรทำอย่างไร?
a) ใช้ค่าเฉลี่ยของการสอบเทียบทั้งสอง
b) ไม่ต้องสนใจและใช้ผลการวัดตามเดิม
c) ส่งเครื่องมือให้ผู้ผลิตหรือห้องแล็บมาตรฐานตรวจสอบ
d) ปรับค่าเบื้องต้นใหม่ด้วยตนเอง
10. ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลกระทบต่อการทำงานของเครื่องวัดเสียง
a) อุณหภูมิ
b) ความดันบรรยากาศ
c) ความยาวของสายไมโครโฟน
d) ถูกทุกข้อ
