Worksheets2221111
Total questions: 80
Worksheet time: 1hrs 20mins
Name
Class
Date
1.
ห้องทดลองจำเป็นต้องการให้ระบบเปิดหลอดไฟสถานะเพียงครั้งเดียวตอนเริ่มต้นแผงวงจรไฟฟ้าเพื่อยืนยันการทำงานเบื้องต้น แล้วจึงรอเข้าสู่ขั้นตอนหลัก ผู้เรียนสมควรวางคำสั่งเปิดหลอดไฟไว้ส่วนใดจึงจะทำงานครั้งเดียว
a)
ท้ายฟังก์ชัน loop()
b)
ภายใน setup() ก่อนคำสั่งอื่น
c)
ในหลอดไฟล์เฮดเดอร์ก่อน include
d)
หลัง delay() ใน loop()
e)
ในฟังก์ชัน main() ที่สร้างเอง
2.
ทีมกิจกรรมต่อ LED ที่ขา 13 เพื่อทำหลอดไฟจังหวะระหว่างการแสดง จำเป็นต้องการให้สว่าง–ไม่สว่างวนซ้ำไม่รู้จบเมื่อเปิดเครื่อง ผู้เรียนสมควรวางคำสั่งสลับสถานะไว้ที่ใด
a)
ด้านบนสุดก่อนประกาศตัวแปร
b)
ภายใน setup() เท่านั้น
c)
ใน loop() เพื่อทำงานซ้ำ
d)
ในฟังก์ชันชื่อ mainloop()
e)
ระหว่าง Serial.begin()
3.
ในค่ายเขียนโปรแกรม ผู้สอนให้ตรวจการไหลของโปรแกรม Arduino ตั้งแต่เริ่มต้นจ่ายหลอดไฟจนถึงการทำงานหลัก ขั้นตอนใดสะท้อนลำไม่สว่างที่ถูกจำเป็นต้อง
a)
เข้า loop() ก่อนแล้วเรียก setup()
b)
เรียก setup() แล้วเข้าสู่ loop()
c)
เริ่มต้นจาก delay() แล้วจบการทำงาน
d)
เริ่มต้นจาก include() แล้วไป main()
e)
ข้าม setup() ทำงานเฉพาะ Serial
4.
ชมรมอิเล็กทรอนิกส์สว่างตั้ง LED สองดวงผ่านตัวต้านทานที่ขา 4 และ 10 เพื่อให้สั่งสว่าง–ไม่สว่างได้อย่างปลอดภัย ในส่วนเริ่มต้นต้นสมควรกำหนดโหมดขาอย่างไร
a)
pinMode(4, OUTPUT); pinMode(10, OUTPUT);
b)
pinMode(4, INPUT); pinMode(10, INPUT);
c)
pinMode(4, HIGH); pinMode(10, HIGH);
d)
pinMode(4, LOW); pinMode(10, LOW);
e)
pinMode(4, SERIAL); pinMode(10, SERIAL);
5.
งานสาธิตจำเป็นต้องการให้หลอดไฟแสดงผลสว่างสว่างหนึ่งครั้งตอนเริ่มต้นระบบเพื่อทดสอบวงจรไฟฟ้า แล้วไม่จำเป็นต้องสั่งซ้ำในรอบถัดไป คำสั่ง digitalWrite(led, HIGH) สมควรอยู่ตำแหน่งใด
a)
ภายใน loop()
b)
ภายใน setup()
c)
ภายใน main() ที่เพิ่มเอง
d)
หลังบรรทัด include
e)
ภายในหลอดไฟล์ .h โดยตรง
6.
ในการทดลองแบ่งจังหวะ แผงวงจรไฟฟ้าจำเป็นต้องหน่วงเวลา 1 วินาทีซ้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่ทำงานอื่น หากใน loop() มีเพียง delay(1000) ผลที่เกิดขึ้นคืออะไร
a)
หยุดทำงานทันที
b)
หน่วง 1 วินาทีซ้ำอย่างต่อเนื่อง
c)
LED กระพริบเองอัตโนมัติ
d)
เริ่มระบบใหม่ทุก ๆ 1 วินาที
e)
เปิด Serial Monitor อัตโนมัติ
7.
นิทรรศการเปิดบ้านวิทย์จำเป็นต้องการให้หลอดไฟต้อนรับสองดวงสว่างพร้อมกันเมื่อเริ่มต้นโชว์ ผู้เรียนจะสั่งสว่างด้วยคำสั่งใด
a)
digitalWrite(4, HIGH); digitalWrite(10, HIGH);
b)
digitalWrite(4, LOW); digitalWrite(10, HIGH);
c)
digitalWrite(4, HIGH); pinMode(10, INPUT);
d)
pinMode(4, INPUT); digitalWrite(10, HIGH);
e)
digitalWrite(4, LOW); digitalWrite(10, LOW);
8.
มีผู้เรียนบางคนเชื่อว่าสามารถสั่ง digitalWrite(pin, HIGH) ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องตั้งโหมด ผู้สอนจำเป็นต้องการแก้ความเข้าใจให้ถูกจำเป็นต้อง ข้อใดอธิบายได้ถูกจำเป็นต้อง
a)
จำเป็นต้องตั้ง pinMode เป็น OUTPUT ก่อนใช้งาน
b)
digitalWrite ตั้ง OUTPUT ให้อัตโนมัติทุกกรณี
c)
ใช้ได้เฉพาะขาที่มี LED ออนแผงวงจรไฟฟ้า
d)
ใช้ได้เฉพาะขาอนาล็อกหากไม่ตั้งค่า
e)
จำเป็นต้องเรียก delay ก่อนจึงจะใช้ได้
9.
ระหว่างทดสอบความจ้าของหลอดไฟ ผู้เรียนพบว่า LED สว่างเกินไปโดยยังไม่เรียนรู้การหรี่แสงด้วยซอฟต์แวร์ ผู้สอนให้แก้ด้วยฮาร์ดแวร์ วิธีใดเหมาะสม
a)
เพิ่มค่าตัวต้านทานจำกัดกระแส
b)
ลดแรงดัน 5V ของแผงวงจรไฟฟ้าโดยตรง
c)
สั่ง LOW ตลอดเวลาแทน
d)
ถอด LED ออกจากวงจรไฟฟ้า
e)
ต่อ LED เพิ่มอีกดวงแบบขนาน
10.
การจับจังหวะด้วยหลอดไฟ จำเป็นต้องการให้ LED สว่าง–ไม่สว่างทุก 1 วินาที โดยใช้เพียง digitalWrite กับ delay รูปแบบช่วงเวลาใดตรงตามเงื่อนไข
a)
HIGH 500ms / LOW 500ms
b)
HIGH 1000ms / LOW 1000ms
c)
HIGH 2000ms / LOW 2000ms
d)
เริ่มต้น LOW 1000ms แล้ว HIGH 1000ms
e)
เริ่มต้น LOW 500ms แล้ว HIGH 500ms
11.
มีการถกเถียงเรื่องการไม่ใช้ตัวต้านทานกับ LED ในวงจรไฟฟ้าง่าย ๆ ผู้สอนจำเป็นต้องการชี้ให้เห็นความเสี่ยงที่แท้จริง ข้อใดถูกจำเป็นต้องที่สุด
a)
LED ทำหน้าที่เป็นตัวต้านทานได้เอง
b)
สว่างขึ้นและปลอดภัยเสมอ
c)
อาจสว่างได้แต่เสี่ยงเสียหายเพราะกระแสเกิน
d)
ทำงานปกติทุกกรณี
e)
จะไม่สว่างอย่างแน่นอน
12.
โครงงานสวิตช์หลอดไฟทางเดินใช้ LED หนึ่งดวงกับสวิตช์หนึ่งตัว จำเป็นต้องการให้กดสว่างปล่อยไม่สว่าง การตั้งค่าโหมดขาใดเหมาะสม
a)
สวิตช์ INPUT_PULLUP, LED INPUT
b)
สวิตช์ OUTPUT, LED OUTPUT
c)
สวิตช์ INPUT, LED INPUT
d)
สวิตช์ OUTPUT, LED INPUT
e)
สวิตช์ INPUT, LED OUTPUT
13.
พิจารณาโปรแกรมการทดลองต่อไปนี้ซึ่งจำเป็นต้องการให้ LED กระพริบ แต่การตั้งค่าโหมดขาอาจไม่สอดคล้อง
void setup(){ pinMode(9, INPUT); }
void loop(){ digitalWrite(9, HIGH); delay(100); digitalWrite(9, LOW); delay(100);} ผลลัพธ์ใดสอดคล้อง
a)
LED ไม่สว่างตลอด
b)
LED สว่างค้าง
c)
LED ไม่สว่างเพราะตั้งเป็น INPUT
d)
LED กระพริบเร็วตามโปรแกรม
e)
แผงวงจรไฟฟ้าหยุดทำงานหลัง delay
14.
จำเป็นจำเป็นต้องกำกับการทำงาน LED สามดวงที่ขา 2,3,4 ให้สามารถสั่งงานได้อิสระในภายหลัง ในส่วน setup() สมควรกำหนดอย่างไร
a)
pinMode(2, OUTPUT); pinMode(3, OUTPUT); pinMode(4, OUTPUT);
b)
pinMode(2, INPUT); pinMode(3, INPUT); pinMode(4, INPUT);
c)
pinMode(2, INPUT_PULLUP); pinMode(3, INPUT_PULLUP); pinMode(4, INPUT_PULLUP);
d)
pinMode(2, HIGH); pinMode(3, HIGH); pinMode(4, HIGH);
e)
pinMode(2, LOW); pinMode(3, LOW); pinMode(4, LOW);
15.
งานสาธิตหลอดไฟสลับจำเป็นต้องการให้ขา 8 และ 9 สว่างสลับกันทุกวินาทีโดยเริ่มต้นจากขา 8 สว่าง ขา 9 ไม่สว่าง ลำไม่สว่างคำสั่งใดถูกจำเป็นต้อง
a)
8 HIGH และ 9 HIGH → หน่วง → ทั้งคู่ LOW → หน่วง
b)
8 HIGH → หน่วง → 9 HIGH → หน่วง
c)
8 LOW → หน่วง → 9 LOW → หน่วง
d)
8 HIGH, 9 LOW → หน่วง → 8 LOW, 9 HIGH → หน่วง
e)
8 LOW, 9 HIGH → หน่วง 2 วินาที
16.
เมื่อต่อ LED แล้วหลอดไฟไม่สว่างแม้โปรแกรมถูก ผู้สอนให้ตรวจฮาร์ดแวร์เบื้องต้นก่อน ข้อใดเป็นสาเหตุที่สมควรเช็กอันไม่สว่างแรก
a)
ใช้ delay มากเกิน
b)
กลับขั้ว LED ต่อผิดด้าน
c)
ตั้ง Serial.begin ผิดค่า
d)
ใช้ analogWrite แทน digitalWrite
e)
ตั้ง OUTPUT เป็น INPUT_PULLUP
17.
ผู้เรียนลืมตั้งค่า pinMode ให้เป็น OUTPUT แต่สั่ง digitalWrite(led, HIGH) ทันทีเพื่อให้หลอดไฟสว่าง พฤติกรรมที่น่าจะเกิดขึ้นคืออะไร
a)
สว่างเฉพาะตอนเริ่มระบบใหม่
b)
ไม่สว่างตลอดแม้สั่ง HIGH
c)
สว่างไม่เสถียร
d)
สว่างได้เฉพาะ LED ออนแผงวงจรไฟฟ้า
e)
ไม่สว่างเพราะยังไม่เป็น OUTPUT
18.
ผู้สอนจำเป็นต้องการทดสอบสถานะ LOW ที่ขา 7 เพื่อยืนยันการไม่สว่างหลอดไฟหลังตั้งค่าโหมดแล้ว เมื่อใช้คำสั่ง
pinMode(7, OUTPUT); digitalWrite(7, LOW); ผลสมควรเป็นอย่างไร
a)
LED ที่ขา 7 สว่าง
b)
LED ที่ขา 7 ไม่สว่าง
c)
LED กระพริบถี่
d)
แผงวงจรไฟฟ้าเริ่มระบบใหม่
e)
โปรแกรมหยุดทำงาน
19.
เพื่อย่นเวลาการกำหนดค่าเอาต์พุต LED 8 ดวงที่ต่อไว้ขา 2–9 ใน setup() ผู้เรียนสมควรใช้ for loop รูปแบบใด
a)
for(int x=2; x<=9; x++){ digitalWrite(x, HIGH); }
b)
for(int x=2; x<=9; x++){ pinMode(x, INPUT); }
c)
for(int x=2; x<=9; x++){ pinMode(x, OUTPUT); }
d)
for(int x=2; x<=9; x++){ delay(1000); }
e)
for(int x=2; x<=9; x++){ pinMode(x, SERIAL); }
20.
หลังตั้งค่าเอาต์พุตเรียบร้อย ผู้สาธิตจำเป็นต้องการไม่สว่าง LED ทั้ง 8 ดวงพร้อมกันอย่างรวดเร็วในช่วงเริ่มต้นแสดง ผู้เรียนสมควรใช้ for loop แบบใด
a)
for(int x=2; x<=9; x++){ Serial.print(x); }
b)
for(int x=2; x<=9; x++){ digitalWrite(x, HIGH); }
c)
for(int x=2; x<=9; x++){ pinMode(x, INPUT); }
d)
for(int x=2; x<=9; x++){ delay(500); }
e)
for(int x=2; x<=9; x++){ digitalWrite(x, LOW); }
21.
ในการทดลองสวิตช์แบบดึงลง (pull-down) ห้องเรียนจำเป็นต้องการให้ค่าขาอินพุตนิ่งเมื่อยังไม่กดสวิตช์ เพื่อหลีกเลี่ยงการอ่านค่าลอย ผู้เรียนสมควรอธิบายสถานะขาเมื่อไม่กดสวิตช์ว่าอย่างไร
a)
อ่านค่าเป็น HIGH โดยอัตโนมัติ
b)
อ่านค่าเป็น LOW เสถียร
c)
อ่านค่าเป็นอนาล็อกต่อเนื่อง
d)
อ่านค่าเป็นสุ่มไปมา
e)
อ่านค่าไม่ได้จนกว่าจะเริ่มระบบใหม่
22.
ห้องสมุดสว่างสวิตช์เรียกเจ้าหน้าที่ด้วยการต่อแบบ pull-up ภายใน ผู้สอนให้วิเคราะห์สถานะเริ่มต้นต้นของขาอินพุตก่อนการกดสวิตช์
a)
เริ่มต้นต้นเป็น HIGH
b)
เริ่มต้นต้นเป็น LOW
c)
เริ่มต้นต้นไม่มีค่าอ่าน
d)
สลับ HIGH/LOW ตามเวลาจริง
e)
ขึ้นกับค่า delay ในโปรแกรม
23.
โปรเจกต์สวิตช์ฉุกเฉินใช้คำสั่ง pinMode(4, INPUT_PULLUP); เพื่อลดการใช้ตัวต้านทานภายนอก ผู้เรียนสมควรตีความคำสั่งนี้อย่างไร
a)
กำหนดขา 4 เป็นเอาต์พุตพร้อมจ่ายหลอดไฟทันที
b)
กำหนดขา 4 เป็นอินพุตพร้อมดึงขึ้นเป็น HIGH อัตโนมัติ
c)
กำหนดขา 4 เป็นอินพุตจำเป็นต้องต่อ R ภายนอกเสมอ
d)
กำหนดขา 4 รับได้เฉพาะสัญญาณ Serial
e)
กำหนดขา 4 เป็นโหมด LOW คงที่
24.
ผู้เรียนเขียนโปรแกรมเงื่อนไขกำกับการทำงานหลอดไฟโถงด้วยสวิตช์ โดยกำหนดว่า sw==0 ให้หลอดไฟสว่าง และกรณีอื่นให้ไม่สว่าง หากต่อแบบ INPUT_PULLUP ผลพฤติกรรมของหลอดไฟเป็นอย่างไร
a)
กดสวิตช์แล้วหลอดไฟไม่สว่าง ปล่อยแล้วหลอดไฟสว่าง
b)
หลอดไฟสว่างค้างไม่เกี่ยวกับสวิตช์
c)
หลอดไฟไม่สว่างค้างไม่เกี่ยวกับสวิตช์
d)
หลอดไฟกระพริบเองตลอดเวลา
e)
กดสวิตช์แล้วหลอดไฟสว่าง ปล่อยแล้วหลอดไฟไม่สว่าง
25.
ในห้องทดลองหนึ่ง ผู้เรียนต่อสวิตช์โดยไม่ใส่ตัวต้านทานดึงค่า พบว่าค่าที่อ่านแกว่งขึ้นลงแม้ไม่ได้กด สาเหตุสอดคล้องกับข้อใด
a)
ตัวต้านทานไม่ได้ต่อเข้ากับ GND ตามหลักการ pull-down
b)
LED ต่อกลับขั้ว
c)
เรียก analogRead ผิดที่
d)
ประกาศ OUTPUT แทน INPUT
e)
ลืม Serial.begin ใน setup
26.
ผู้สอนสาธิตความต่างของ pull-up กับ pull-down ให้ผู้เรียนเห็นพฤติกรรมค่าเริ่มต้นต้นเมื่อไม่กดสวิตช์ คำอธิบายใดถูกจำเป็นต้อง
a)
pull-up ค่าเริ่มต้นต้น LOW, pull-down ค่าเริ่มต้นต้น HIGH
b)
pull-up ไม่ใช้ตัวต้านทาน ส่วน pull-down จำเป็นต้องใช้เสมอ
c)
pull-up ค่าเริ่มต้นต้น HIGH, pull-down ค่าเริ่มต้นต้น LOW
d)
ทั้งสองแบบให้ผลเหมือนกัน
e)
pull-down ใช้กับ Serial, pull-up ใช้กับ LED
27.
เมื่อตั้ง INPUT_PULLUP แล้วผู้เรียนสังเกตว่าเงื่อนไข sw==1 ให้ผลตรงข้ามกับตอนใช้ pull-down ผู้สอนสมควรอธิบายเพราะเหตุใด
a)
ยังไม่เรียก delay ก่อนอ่านค่า
b)
ค่าเริ่มต้นต้นของขาเป็น HIGH จึงกลับตรรกะเมื่อกด
c)
จำเป็นต้องต่อ LED เพิ่มเพื่อคงค่า
d)
Serial รบกวนค่าอ่าน
e)
แผงวงจรไฟฟ้าอ่านค่าเป็นอนาล็อก
28.
ผู้เรียนเปลี่ยนโปรแกรมจาก if(sw==0) เป็น if(sw==1) ในวงจรไฟฟ้าที่ใช้ INPUT_PULLUP เพื่อทดสอบพฤติกรรม ผลลัพธ์สมควรเป็นอย่างไร
a)
หลอดไฟสว่างเมื่อปล่อยสวิตช์ และไม่สว่างเมื่อกด
b)
หลอดไฟไม่สว่างเมื่อปล่อย และสว่างเมื่อกด
c)
ไม่ทำงานเลยทุกกรณี
d)
หลอดไฟสว่างไม่สว่างสลับเอง
e)
หลอดไฟกระพริบต่อเนื่อง
29.
ผู้สอนให้โจทย์สวิตช์สองตัว ตัวหนึ่งต่อแบบ pull-up อีกตัวต่อแบบ pull-down เมื่อลองกดพร้อมกันและอ่านค่าทีละขา จะเห็นผลอย่างไร
a)
pull-up อ่าน LOW, pull-down อ่าน HIGH
b)
pull-up อ่าน HIGH, pull-down อ่าน LOW
c)
ทั้งคู่ HIGH
d)
ทั้งคู่ LOW
e)
อ่านค่าไม่ได้
30.
ห้องเรียนทดลองแสดงตัวเลขด้วยหลอดไฟ 4 ดวงที่ขา 4–7 จำเป็นต้องการสั่งสว่างพร้อมกันในครั้งเดียวด้วย for loop ผู้เรียนสมควรเลือกโปรแกรมใด
a)
for(int i=7;i>=4;i--){ digitalWrite(i, LOW); }
b)
for(int i=4;i<=7;i++){ digitalWrite(i, HIGH); }
c)
for(int i=4;i<=7;i++){ digitalWrite(i, LOW); }
d)
for(int i=4;i<=7;i++){ pinMode(i, INPUT); }
e)
for(int i=4;i<=7;i++){ delay(1000); }
31.
เพื่อให้ทุก LED ไม่สว่างพร้อมกันในงานสาธิตเปิดบ้าน ผู้สอนสั่งให้เขียน for loop ที่ชัดเจน ผู้เรียนสมควรเลือกแบบใด
a)
for(int i=4;i<=7;i++){ digitalWrite(i, LOW); }
b)
for(int i=4;i<=7;i++){ digitalWrite(i, HIGH); }
c)
for(int i=4;i<=7;i++){ Serial.print(i); }
d)
for(int i=4;i<=7;i++){ pinMode(i, INPUT); }
e)
for(int i=4;i<=7;i++){ delay(500); }
32.
โครงงานป้ายหลอดไฟจำเป็นต้องการให้หลอดไฟทุกดวงสว่าง 1 วินาทีแล้วไม่สว่าง 1 วินาทีพร้อมกัน วนซ้ำไปเรื่อย ๆ ผู้เรียนสมควรเลือกแนวโปรแกรมใด
a)
ตั้ง PIN เป็น INPUT สลับไปมา
b)
สั่ง HIGH ทุกขา → delay(1000) → LOW ทุกขา → delay(1000)
c)
สั่ง LOW ทุกขา → delay → HIGH ทุกขา → delay (เริ่มต้นไม่สว่าง)
d)
พิมพ์ลำไม่สว่างขาใน Serial แทน
e)
หน่วง 1 วินาทีต่อหลอดทีละดวง
33.
ระบบทดลองหลอดไฟไม่สว่างเมื่อใช้ digitalWrite(x, HIGH) แม้คิดว่าเขียนถูก ผู้สอนให้ตรวจขั้นตอนพื้นฐานก่อน ข้อใดสมควรตรวจแรกสุด
a)
มีการตั้ง pinMode(x, OUTPUT) แล้วหรือยัง
b)
ใส่ delay ก่อน HIGH หรือไม่
c)
เปิด Serial.begin แล้วหรือยัง
d)
ต่อ LED แบบขนานหรือเปล่า
e)
เคยสั่ง LOW มาก่อน HIGH หรือไม่
34.
ผู้เรียนฝึกเปรียบเทียบ if–else กับ for ในการเขียนโปรแกรมกำกับการทำงานหลอดไฟแบบพื้นฐาน คำอธิบายใดถูกจำเป็นต้องที่สุด
a)
if–else ใช้ตรวจเงื่อนไข ส่วน for ใช้ทำซ้ำตามจำนวนรอบ
b)
if–else ใช้ทำซ้ำ ส่วน for ใช้ตรวจเงื่อนไข
c)
ทั้งสองใช้แทนกันได้ทุกกรณี
d)
if–else ไว้หน่วงเวลา ส่วน for ใช้แสดง Serial
e)
ทั้งสองใช้กับ Arduino ไม่ได้
35.
ระหว่างทดสอบ Serial ผู้สอนขอให้แสดงข้อความครั้งเดียวตอนเริ่มต้นระบบเพื่อเช็คพอร์ตสื่อสาร ไม่จำเป็นต้องแสดงซ้ำภายหลัง สมควรวาง Serial.begin() ที่ใด
a)
ใน loop เพื่อให้เริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง
b)
ใน setup เพื่อเริ่มต้นต้นครั้งเดียว
c)
ในฟังก์ชันที่เรียกจาก delay
d)
นอกฟังก์ชันทั้งหมด
e)
ภายในหลอดไฟล์ .h
36.
ทดลองอ่านสวิตช์กดด้วย digitalRead(4) โดยลืมกำหนด pinMode(4, INPUT) หรือ INPUT_PULLUP มาก่อน ผู้เรียนสมควรคาดการณ์ผลการอ่านอย่างไร
a)
อ่าน HIGH เสมอ
b)
อ่าน LOW เสมอ
c)
ค่าไม่นิ่ง อาจสุ่ม HIGH/LOW
d)
อ่านตรงกับการกดทุกครั้ง
e)
อ่านช้ากว่าความจริงเสมอ
37.
งานแสดงหลอดไฟทางเดินจำเป็นต้องการกดสวิตช์แล้วหลอดไฟสว่างทันที ปล่อยแล้วไม่สว่าง โดยต่อแบบ pull-down โปรแกรมเงื่อนไขใดสอดคล้อง
a)
if(sw==0) digitalWrite(led,HIGH); else digitalWrite(led,LOW);
b)
if(sw==1) digitalWrite(led,HIGH); else digitalWrite(led,LOW);
c)
if(sw==0) digitalWrite(led,LOW); else digitalWrite(led,HIGH);
d)
if(sw==1) digitalWrite(led,LOW); else digitalWrite(led,HIGH);
e)
if(sw) digitalWrite(led,LOW); digitalWrite(led,HIGH);
38.
สตูดิโอถ่ายภาพใช้หลอดไฟแจ้งเตือนเมื่อกดสวิตช์ หากต่อแบบ pull-up จำเป็นต้องการให้กดแล้วหลอดไฟไม่สว่าง ปล่อยแล้วหลอดไฟสว่าง เงื่อนไขโปรแกรมใดถูกจำเป็นต้อง
a)
if(sw==1) digitalWrite(led,HIGH); else digitalWrite(led,LOW);
b)
if(sw==0) digitalWrite(led,HIGH); else digitalWrite(led,LOW);
c)
if(sw==0) digitalWrite(led,LOW); else digitalWrite(led,HIGH);
d)
if(sw==1) digitalWrite(led,LOW); else digitalWrite(led,HIGH);
e)
if(sw) digitalWrite(led,HIGH); digitalWrite(led,LOW);
39.
ห้องเรียนทดลองตรรกะกลับของ pull-up ด้วยโปรแกรม
pinMode(4, INPUT_PULLUP);
int sw = digitalRead(4);
if(sw==LOW) digitalWrite(5, HIGH); else digitalWrite(5, LOW);
พฤติกรรมหลอดไฟสมควรเป็นอย่างไร
a)
กดสวิตช์หลอดไฟสว่าง ปล่อยหลอดไฟไม่สว่าง
b)
ปล่อยสวิตช์หลอดไฟสว่าง กดสวิตช์หลอดไฟไม่สว่าง
c)
หลอดไฟสว่างตลอด
d)
หลอดไฟไม่สว่างตลอด
e)
กระพริบไม่สัมพันธ์สวิตช์
40.
ผู้เรียนทดสอบโปรแกรมเพื่อให้หลอดไฟสว่าง 5 วินาทีหลังการกด แม้ปล่อยสวิตช์แล้วก็ยังสว่างจนครบเวลา แนวคิดการเขียนใดเหมาะสมที่สุด
a)
เพิ่ม delay(5000) ทันทีในเงื่อนไขกด
b)
ใช้ตัวแปรสถานะร่วมกับ digitalWrite และ delay(5000)
c)
ใช้ analogWrite ปรับระไม่สว่างแสง
d)
สลับ pinMode เป็น INPUT แล้วหน่วง
e)
พิมพ์ค่าใน Serial ให้ครบ 5 วินาที
41.
ผู้สอนให้แก้ปัญหาหลอดไฟสว่าง–ไม่สว่างเร็วกว่าที่คาดไว้ในเดโมเบื้องต้น ผู้เรียนสมควรตรวจอะไรเป็นอันไม่สว่างแรก
a)
ตั้ง delay สั้นเกินไปหรือไม่
b)
ใช้ digitalWrite ที่ขาผิดหรือไม่
c)
กำหนด pinMode ผิดโหมดหรือไม่
d)
ใช้ analogWrite กับขาที่ไม่รองรับหรือไม่
e)
มีสัญญาณรบกวนจากภายนอกหรือไม่
42.
เพื่อดีบักค่าอ่านจากสวิตช์ ผู้สอนให้พิมพ์ค่าลง Serial Monitor ทุกครั้งที่อ่าน ผู้เรียนสมควรใช้คำสั่งใด
a)
Serial.println(sw);
b)
digitalWrite(sw, HIGH);
c)
pinMode(sw, OUTPUT);
d)
delay(sw);
e)
analogRead(sw);
43.
ในห้องทดลอง บางครั้งกดสวิตช์แล้วหลอดไฟสว่างเองแม้ไม่ได้สัมผัสจริง ๆ หากต่อแบบ pull-down ข้อใดเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้
a)
ตัวต้านทานค่าไม่เหมาะหรือเชื่อมต่อไม่แน่น
b)
ตัวเก็บประจุมีค่าใหญ่เกินไป
c)
แรงดัน 5V ต่ำเกินจนแผงวงจรไฟฟ้าไม่สว่าง
d)
ขาอนาล็อกอ่านทับขาดิจิทัล
e)
รีเลย์หน่วงเวลาไม่พอ
44.
จำเป็นต้องการให้สวิตช์ทำงานเสถียรขึ้นเมื่ออ่านด้วย digitalRead ผู้เรียนสมควรเพิ่มอะไรในฮาร์ดแวร์
a)
ตัวต้านทาน pull-up หรือ pull-down
b)
ตัวเก็บประจุขนาดใหญ่
c)
เพิ่มแรงดันจ่ายให้สูงขึ้น
d)
สวิตช์ขนาดใหญ่ขึ้น
e)
ตัวต้านทานปรับค่าได้
45.
โปรเจกต์โคมหลอดไฟใช้ขา 3 เป็นเอาต์พุตสำหรับกำกับการทำงาน LED ผู้สอนถามจุดประสงค์ของคำสั่ง pinMode(3, OUTPUT);
a)
ทำให้ขา 3 อ่านค่าจากเซนเซอร์ได้
b)
ตั้งขา 3 เป็นตัวแปรเปลี่ยนค่าได้
c)
กำหนดขา 3 เพื่อส่งสัญญาณกำกับการทำงานอุปกรณ์
d)
เปิดพลังงานให้ขา 3 โดยตรง
e)
ทำให้ขา 3 ส่ง PWM อัตโนมัติ
46.
ในเดโมสั้น ๆ มีการสั่ง digitalWrite(3, 1); เพื่อกำกับการทำงานหลอดไฟที่ขา 3 ผู้เรียนสมควรเข้าใจผลของคำสั่งนี้ว่าอย่างไร
a)
ปิดสัญญาณขา 3
b)
ส่งสถานะ HIGH ไปยังขา 3
c)
สลับ HIGH/LOW อัตโนมัติ
d)
อ่านค่าจากขา 3
e)
สร้างสัญญาณ PWM ที่ขา 3
47.
จำเป็นต้องการให้หลอดไฟกระพริบเร็วขึ้นจากเดิมที่ delay(500) ผู้เรียนสมควรปรับอย่างไร
a)
เพิ่ม delay เป็น 1000
b)
ตั้ง delay เป็น 5000
c)
ลด delay เช่น เหลือ 200
d)
ใช้ค่า delay สว่างลบ
e)
ลบ delay ออกทั้งหมด
48.
หากจำเป็นต้องการให้หลอดไฟสว่างนานกว่าช่วงไม่สว่างในลูปพื้นฐาน ผู้เรียนสมควรแก้โปรแกรมอย่างไร
a)
กลับสถานะ HIGH เป็น LOW
b)
เพิ่ม delay หลังคำสั่ง HIGH ให้มากกว่าหลัง LOW
c)
ใช้ analogWrite แทน digitalWrite
d)
เพิ่ม delay ทุกตำแหน่งเป็น 1000
e)
ลด delay ทุกตำแหน่งลง
49.
มีการแก้โปรแกรมโดยเปลี่ยน pinMode(3, OUTPUT) เป็น pinMode(3, INPUT) โดยไม่ปรับส่วนอื่น ผลกับการกำกับการทำงาน LED ที่ขานี้จะเป็นอย่างไร
a)
หลอดไฟกระพริบเร็วขึ้น
b)
หลอดไฟสว่างค้าง
c)
ไม่สามารถสั่งเปิด–ปิดได้
d)
ทำงานปกติไม่เปลี่ยน
e)
สว่าง–ไม่สว่างเร็วกว่าปกติ
50.
ในการเขียน if เพื่อสั่งหลายคำสั่งพร้อมกัน ผู้เรียนลืมใส่วงเล็บปีกกา { } ครอบ ทำให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามจำเป็นต้องการ ข้อใดอธิบายสาเหตุได้ตรง
a)
if จะไม่ทำงานเลย
b)
if จะกำกับการทำงานเฉพาะคำสั่งแรกหลังเงื่อนไข
c)
if จะกำกับการทำงานทุกคำสั่งในบรรทัดเดียวกัน
d)
โปรแกรมหยุดทำงานทันที
e)
แผงวงจรไฟฟ้าจะเริ่มระบบใหม่อัตโนมัติ
51.
ผู้สอนให้ตั้งค่าขา 2–9 เป็นเอาต์พุตแล้วสั่ง HIGH ทุกขาต่อด้วย for loop เพื่อเปิดหลอดไฟพร้อมกัน ผลลัพธ์ที่คาดสมควรเป็นอย่างไร
a)
ทุกดวงไม่สว่างพร้อมกัน
b)
ทุกดวงกะพริบพร้อมกัน
c)
ทุกดวงสว่างทีละดวง
d)
ทุกดวงสว่างพร้อมกัน
e)
ทุกดวงไม่สว่างทีละดวง
52.
เมื่อผู้เรียนใส่โปรแกรม for(int x=2;x<=9;x++){ pinMode(x,OUTPUT);} ตามด้วย for(int x=2;x<=9;x++){ digitalWrite(x,HIGH);} สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร
a)
LED ไม่สว่างทั้งหมด
b)
LED ทุกดวงสว่างพร้อมกัน
c)
สว่างทีละดวงตามลำไม่สว่าง
d)
กะพริบพร้อมกัน
e)
ไม่สว่างทีละดวง
53.
ในชั้นเรียน ผู้สอนถามถึงข้อดีเชิงซอฟต์แวร์ของการใช้ for loop กำกับการทำงานหลายขาแทนการเขียนซ้ำ ๆ หลายบรรทัด
a)
ทำให้หลอดไฟสว่างขึ้น
b)
ทำให้ทำงานเร็วขึ้นเสมอ
c)
ทำให้โปรแกรมสั้น อ่านง่าย ดูแลรักษาง่าย
d)
ทำให้ตัวต้านทานมีประสิทธิภาพขึ้น
e)
ทำให้ Serial แสดงผลอัตโนมัติ
54.
โปรแกรมพื้นฐานเพื่อไม่สว่างทุก LED ในชุดสาธิตโดยใช้ for loop สมควรเป็นแบบใด
a)
for(int x=2;x<=9;x++){ digitalWrite(x, LOW);}
b)
for(int x=2;x<=9;x++){ digitalWrite(x, HIGH);}
c)
for(int x=2;x<=9;x++){ pinMode(x, INPUT);}
d)
for(int x=2;x<=9;x++){ Serial.print(x);}
e)
for(int x=2;x<=9;x++){ delay(500);}
55.
เมื่อจำเป็นต้องการทำแพทเทิร์น "สว่าง 1 วินาที ไม่สว่าง 1 วินาที" ของทุกดวงพร้อมกัน วนไปเรื่อย ๆ โครงร่างใดเหมาะสม
a)
HIGH ทุกขา → delay(1000) → LOW ทุกขา → delay(1000)
b)
LOW ทุกขา → delay(1000) → HIGH ทุกขา → delay(2000)
c)
ตั้ง INPUT → delay → ตั้ง OUTPUT
d)
พิมพ์ข้อความใน Serial ทุกวินาที
e)
เปิดทีละดวงหน่วง 1 วินาที
56.
หากหลอดไฟไม่สว่างเมื่อสั่ง digitalWrite ให้ HIGH ผู้เรียนสมควรกลับไปทบทวนขั้นตอนใดเป็นลำไม่สว่างแรก
a)
มีการตั้งค่า pinMode เป็น OUTPUT แล้วหรือยัง
b)
ใช้ delay ครบหรือไม่
c)
เปิด Serial.begin แล้วหรือยัง
d)
เชื่อมต่อ LED แบบขนานหรือไม่
e)
สั่ง LOW ก่อน HIGH หรือเปล่า
57.
ระหว่างสาธิต ผู้สอนให้ยืนยันว่า setup() ทำงานต่างจาก loop() อย่างไร แนวคำตอบใดถูกจำเป็นต้อง
a)
setup ทำงานครั้งเดียว ส่วน loop ทำงานวนซ้ำ
b)
setup ทำงานตลอดเวลา ส่วน loop ทำครั้งเดียว
c)
setup อยู่ใน main ส่วน loop ไม่ทำงาน
d)
setup ไม่จำเป็น ส่วน loop จำเป็นเสมอ
e)
setup สำหรับอนาล็อก ส่วน loop สำหรับดิจิทัล
58.
มีการทดลองวาง Serial.begin(9600) ในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อดูผล ผู้เรียนสมควรวางที่ตำแหน่งใดเพื่อเริ่มต้นพอร์ตสื่อสารครั้งเดียว
a)
ภายใน setup()
b)
ภายใน loop()
c)
นอกทุกฟังก์ชัน
d)
ในหลอดไฟล์ .h
e)
หลัง delay(1000) เสมอ
59.
ในงานต่อวงจรไฟฟ้าพื้นฐาน ผู้เรียนบันทึกว่าขา 5 ถูกตั้งเป็น INPUT แต่ยังสั่ง digitalWrite(5, HIGH); เพื่อให้หลอดไฟสว่าง การวิเคราะห์ใดถูกจำเป็นต้อง
a)
หลอดไฟสว่างปกติแม้เป็น INPUT
b)
หลอดไฟไม่สว่างเพราะขาเป็น INPUT
c)
สว่างช่วงสั้น ๆ หลังเริ่มระบบใหม่
d)
กระพริบแม้ไม่มี delay
e)
สว่างตลอดและไม่ไม่สว่าง
60.
ผู้สอนมอบหมายให้สร้างหลอดไฟวิ่งโดยสว่างทีละดวงไปตามขา 2–9 ผู้เรียนสมควรใช้โครงสร้างกำกับการทำงานใดเพื่อเขียนได้กระชับ
a)
if–else หลายชุดต่อกัน
b)
for loop เดินค่าอินเดกซ์ขา
c)
while ที่ไม่มีเงื่อนไขหยุด
d)
switch–case เฉพาะค่าสูงสุด
e)
do–while หน่วงเท่ากันทุกกรณี
61.
ระหว่างสาธิต ผู้เรียนจำเป็นต้องการให้ข้อความทักทายแสดงเพียงครั้งเดียวตอนเปิดระบบ แล้วไม่พิมพ์ซ้ำ ข้อใดเป็นแนวปฏิบัติที่ถูกจำเป็นต้อง
a)
Serial.begin และ Serial.println เฉพาะใน setup
b)
Serial.begin ใน loop เพื่อเริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง
c)
พิมพ์ในทุกลูปเพื่อกันลืม
d)
เรียก delay ก่อน println เสมอ
e)
วาง println นอกฟังก์ชัน
62.
มีผู้เรียนเสนอให้ตัดตัวต้านทานออกจาก LED เพื่อประหยัดอุปกรณ์ ผู้สอนให้ประเมินผลกระทบที่เป็นไปได้
a)
หลอดไฟไม่สว่างแน่นอน
b)
หลอดไฟสว่างสว่างแต่เสี่ยงไหม้เพราะกระแสเกิน
c)
หลอดไฟสว่างและปลอดภัยกว่าเดิม
d)
หลอดไฟกระพริบช้าลงโดยอัตโนมัติ
e)
ไม่ต่างจากเดิม
63.
ชมรมวิทย์จำเป็นต้องการกดสวิตช์แล้วหลอดไฟสว่างทันทีแบบ pull-down ผู้เรียนเขียนโปรแกรมไว้ แต่หลอดไฟไม่สว่าง สาเหตุโปรแกรมที่พบบ่อยคืออะไร
a)
ตั้ง pinMode สวิตช์เป็น OUTPUT
b)
ลืม Serial.begin
c)
ใช้ analogRead แทน digitalRead
d)
สลับค่าดีเลย์
e)
ใช้ตัวต้านทานค่าใหญ่
64.
ผู้สอนให้ทบทวนความหมายของคำสั่ง digitalWrite(pin, LOW) ในบริบทเอาต์พุตกำกับการทำงาน LED
a)
ปิดการจ่ายแรงดันที่ขานั้น
b)
อ่านค่าจากขาแทน
c)
สั่งขาเป็นโหมดรับสัญญาณ
d)
เริ่มระบบใหม่ขานั้นทันที
e)
หน่วงเวลาสัญญาณชั่วคราว
65.
ในแบบฝึกหัด ผู้เรียนจำเป็นต้องจัดลำไม่สว่างขั้นตอนพื้นฐานให้หลอดไฟสว่างอย่างถูกจำเป็นต้อง เลือกลำไม่สว่างที่เหมาะสม
a)
digitalWrite → pinMode → delay
b)
pinMode OUTPUT → digitalWrite HIGH → delay
c)
delay → digitalWrite → pinMode
d)
Serial.begin → delay → pinMode
e)
pinMode INPUT → digitalWrite HIGH → delay
66.
โปรเจกต์หลอดไฟหน้าโต๊ะจำเป็นต้องใช้สวิตช์กดแบบ pull-up เพื่อลดชิ้นส่วนภายนอก โปรแกรมใดตั้งค่าอินพุตได้เหมาะสม
a)
pinMode(btn, INPUT_PULLUP);
b)
pinMode(btn, OUTPUT);
c)
pinMode(btn, INPUT); digitalWrite(btn,HIGH);
d)
digitalWrite(btn, LOW);
e)
Serial.begin(9600);
67.
ในสัปดาห์สาธิตสุดท้าย ผู้สอนขอให้จับเวลาแบบง่ายด้วย LED กระพริบสม่ำเสมอทุก 2 วินาที โดยใช้เพียงคำสั่งพื้นฐาน ผู้เรียนสมควรเลือกช่วงใด
a)
delay(500) สลับ HIGH/LOW
b)
delay(1000) สลับ HIGH/LOW
c)
delay(2000) สลับ HIGH/LOW
d)
delay(250) สลับ HIGH/LOW
e)
ไม่ใช้ delay เลย
68.
เพื่อทดสอบการต่อสวิตช์ ผู้เรียนจำเป็นต้องการตรวจดูค่าที่อ่านแบบเรียลไทม์บนจออนุกรม แนวทางใดเหมาะสม
a)
Serial.begin ใน setup แล้ว Serial.println(digitalRead(pin)) ใน loop
b)
Serial.begin ใน loop ทุกครั้ง
c)
Serial.print ใน setup เท่านั้น
d)
พิมพ์เฉพาะเมื่อหน่วงเวลา
e)
ใช้ analogRead แล้วพิมพ์ผล
69.
บางกลุ่มเจอปัญหาโปรแกรมอ่านค่า sw ผิด ๆ ถูก ๆ แม้ใช้ pull-down แล้ว ผู้สอนให้ตรวจการต่อฮาร์ดแวร์ก่อน ข้อใดสมควรเน้น
a)
จุดบัดกรีและการต่อ R ลง GND แน่นหนาหรือไม่
b)
ความยาวสาย USB
c)
ตำแหน่งหลอดไฟ LED บนแผงวงจรไฟฟ้า
d)
เลขเวอร์ชันคอมไพเลอร์
e)
ความจุหน่วยความจำ
70.
มีการสั่งงานหลอดไฟหลายขาด้วยคำสั่งซ้ำ ๆ ผู้สอนแนะนำให้ย่อโปรแกรม ผู้เรียนสมควรปรับรูปแบบอย่างไร
a)
ใช้ for loop ไล่หมายเลขขา
b)
คัดลอกบรรทัดเดิมซ้ำหลายครั้ง
c)
ใช้ if–else ซ้อนยาว ๆ
d)
ใส่ delay ระหว่างทุกบรรทัด
e)
ประกาศตัวแปรทุกขาแยกกัน
71.
เพื่อเริ่มต้นต้นโปรเจกต์ใหม่ ผู้เรียนสร้างโครงร่างหลอดไฟล์ที่มีเฉพาะ setup และ loop ว่างเปล่า แผงวงจรไฟฟ้าจะมีพฤติกรรมอย่างไร
a)
แสดง error ทันที
b)
รีสตาร์ทวนซ้ำ
c)
ทำงานว่าง ไม่เกิดผลลัพธ์
d)
หลอดไฟ LED บนแผงวงจรไฟฟ้ากระพริบเอง
e)
ส่งข้อความใน Serial อัตโนมัติ
72.
มีการทดสอบย้ายคำสั่งเปิดหลอดไฟจาก loop ไปไว้ใน setup เพื่อดูความต่าง ผู้เรียนสมควรอธิบายผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปอย่างไร
a)
จากสว่างซ้ำ ๆ เป็นสว่างครั้งเดียวตอนเริ่มต้น
b)
จากสว่างครั้งเดียวเป็นสว่างเร็วขึ้น
c)
จากสว่างสลับเป็นไม่สว่างถาวร
d)
จากไม่สว่างเป็นสว่างสม่ำเสมอ
e)
ไม่มีความแตกต่าง
73.
ผู้สอนเสนอให้เพิ่มการหน่วงเวลาหลังเปลี่ยนสถานะหลอดไฟเพื่อให้เห็นชัดเจน ข้อใดใช้งานได้ตรงตามวัตถุประสงค์
a)
delay(1000);
b)
digitalRead(1000);
c)
pinMode(1000, OUTPUT);
d)
Serial.begin(1000);
e)
digitalWrite(1000, HIGH);
74.
ในจอภาพอนุกรม ผู้เรียนจำเป็นต้องการแสดงคำว่า READY เพียงครั้งเดียวตอนเริ่มต้นระบบ โดยไม่รบกวนการทำงานของ loop แนวปฏิบัติใดถูกจำเป็นต้อง
a)
Serial.begin และ Serial.println("READY"); ใน setup
b)
Serial.println("READY"); ใน loop ทุกครั้ง
c)
Serial.begin ใน loop และ println ใน setup
d)
พิมพ์ข้อความไว้หน้าคอมเมนต์
e)
หน่วงเวลาก่อนพิมพ์ทุกครั้ง
75.
มีข้อเสนอให้สลับการตั้งค่าโหมดขาระหว่าง OUTPUT กับ INPUT เพื่อทำหลอดไฟกระพริบ ผู้เรียนสมควรแนะนำอย่างไร
a)
ไม่จำเป็น เปลี่ยนเฉพาะ HIGH/LOW ก็พอ
b)
สมควรสลับโหมดทุกครั้งเพื่อความเสถียร
c)
ตั้งเป็น INPUT แล้วสั่ง HIGH แทน
d)
ตั้งเป็น INPUT_PULLUP แล้วสั่ง LOW
e)
สลับโหมดจะทำให้หลอดไฟสว่างขึ้น
76.
เมื่อใช้ if–else เพื่อตรวจสวิตช์ ผู้เรียนสมควรระวังการเขียนบล็อกหลายคำสั่งร่วมกัน จุดผิดพลาดที่พบบ่อยคืออะไร
a)
ลืมปีกกา { } ครอบหลายคำสั่ง
b)
ใส่ delay มากเกิน
c)
ใช้ Serial.println เร็วเกิน
d)
กำหนดตัวแปรเป็น float
e)
ตั้งค่าโหมดขาใน loop
77.
ในงานประกวด ผู้สอนให้เปิดหลอดไฟ 3 ดวงพร้อมกันเมื่อกดสวิตช์แบบ pull-down ผู้เรียนกำลังเลือกแนวทางซอฟต์แวร์ที่กระชับที่สุด
a)
เช็คสวิตช์ด้วย if แล้วใช้ for เปิดหลอดไฟทุกขา
b)
เช็คสวิตช์ด้วย if แล้วคัดลอกคำสั่ง 3 บรรทัด
c)
พิมพ์ข้อความแทนการเปิดหลอดไฟ
d)
ใส่ delay แทน if
e)
ตั้งทุกขาเป็น INPUT แล้วสั่ง HIGH
78.
จำเป็นต้องการทดสอบขาเดียวอย่างรวดเร็ว ผู้เรียนจึงเขียนโปรแกรมสั้น ๆ ว่า pinMode(7, OUTPUT); digitalWrite(7, HIGH); สมควรคาดหวังผลใด
a)
LED ที่ขา 7 สว่าง
b)
LED ที่ขา 7 ไม่สว่าง
c)
LED กระพริบ
d)
Serial เริ่มต้นทำงาน
e)
แผงวงจรไฟฟ้าเริ่มระบบใหม่
79.
ผู้สอนย้ำว่าการสลับสถานะไวเกินทำให้ตาเห็นไม่ทัน จึงให้เพิ่มเวลาหน่วงหลังแต่ละการเปลี่ยนสถานะ ผู้เรียนสมควรแก้ด้วยแนวทางใด
a)
เพิ่มค่า delay หลังการสั่ง HIGH/LOW
b)
เพิ่มจำนวน if–else
c)
สลับ INPUT/OUTPUT เร็วขึ้น
d)
ย้าย Serial.begin ไปไว้ loop
e)
ลดแรงดันจ่ายให้แผงวงจรไฟฟ้า
80.
สุดท้าย ผู้สอนสรุปการใช้งานพื้นฐานของโครงสร้างโปรแกรมสำหรับผู้เริ่มต้นต้น แนวคำตอบใดสอดคล้องที่สุด
a)
setup ใช้ตั้งค่าครั้งเดียว ส่วน loop สำหรับงานที่จำเป็นต้องทำซ้ำ
b)
setup ใช้กำกับการทำงาน LED ส่วน loop ใช้กำกับการทำงานสวิตช์
c)
ทั้งสองทำหน้าที่เหมือนกัน
d)
loop ทำงานก่อน setup เสมอ
e)
จำเป็นต้องมี main เสมอในทุกสเก็ตช์
100 %
